[นิยายแปล] บันทึกราชันย์เทพอสูร ตอนที่ 62 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] บันทึกราชันย์เทพอสูร

Ch.62 - เล่มที่ 3 บทที่ 62 ข้ามีเงินจ่าย


        สมาคมนักปรุงยาวิเศษรีบส่งนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองมาที่ตระกูลเทียนเหินหลายคน ช่วยให้การคุ้มกันภายในหมู่บ้านเทียนเหินแน่นหนาขึ้น หลายๆ ครอบครัวรอบหมู่บ้านเทียนเหินพากันสงสัย ตระกูลเทียนเหินเป็นตระกูลระดับล่างของครอบครัวขุนนาง เหตุใดครอบครัวระดับนี้จึงได้รับความสนใจจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษนัก

        พวกเขาทั้งอิจฉาทั้งริษยา ด้วยความใส่ใจจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ พริบตาเดียวฐานะของตระกูลเทียนเหินก็เลื่อนพรึบสูงขึ้นจนไม่อาจเทียบได้กับอดีต

        พวกที่เคยมีข้อพิพาทกับตระกูลเทียนเหิน แต่ละคนเวลานี้ต่างพากันรู้สึกไม่สงบ หวาดกลัวว่าจะถูกตระกูลเทียนเหินแก้แค้นเอาคืน ส่วนพวกที่ค่อนข้างมีสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเทียนเหิน แต่ละบ้านก็ส่งคนมาผูกมิตรด้วย

        อิทธิพลของสมาคมนักปรุงยาวิเศษมากมายเกินไป ยิ่งกว่านั้น เวลานี้สมาคมนักปรุงยาวิเศษยังมียาเช่นยาสงบอารมณ์ ยารวมสมาธิ และยาอื่นๆ อีกมากมาย อิทธิพลก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว กระทั่งตระกูลวายุหิมะเฟิงเสวี่ยในเวลานี้ก็ยังต้องพึ่งพาสมาคมนักปรุงยาวิเศษ คาดหวังว่าจะได้รับยาวิเศษจากทางสมาคมฯ!

        ทำเอาตระกูลเทียนเหินนอนหลับไม่เป็นสุขแล้ว

        นอกจากคนของตระกูลเสินเซิ่งแล้วก็ยังมีสมาคมมืดที่หลบซ่อนอยู่ในที่ลับ เนี่ยหลีไม่กล้าประมาท หลังจากจัดการปัญหาบางอย่างในตระกูลแล้ว เขาก็มุ่งมั่นจดจ่อกับการฝึกยุทธ์ต่อไป

        แม้จะเลื่อนขึ้นถึงระดับเงินและหลอมรวมกับจิตอสูรปีศาจเงาแล้วก็ตาม เนี่ยหลียังคงรู้สึกถึงความรีบด่วนอยู่ในหัวใจ

        นอกจากการฝึกลมปราณแล้ว เนี่ยหลียังคร่ำเคร่งกับการฝึกเคล็ดวิชาการต่อสู้ต่างๆ ของจิตอสูรปีศาจเงา เช่นเคล็ดวิชาหายตัว เคล็ดวิชาฝ่าเท้าสวรรค์ เคล็ดวิชาหลังหนาม เคล็ดวิชาปาดศอ เคล็ดวิชาเงาสังหาร แต่ละอย่างล้วนต้องการฝึกให้เกิดความสมบูรณ์แบบ

        หากพบกับผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าอีกครั้งหนึ่ง คนผู้นั้นคงไม่สามารถหนีรอดไปได้อย่างง่ายดายอีกแล้ว

        ชั่วขณะที่เนี่ยหลีลงนั่งขัดสมาธิเตรียมโคจรลมปราณ หยางซินก็เดินมาถึงด้านนอก หลายวันที่ผ่านมานี้ เมื่อใดก็ตามที่นางพบเนี่ยหลี นางมักหวนนึกถึงเรื่องราวในวันนั้น สองแก้มของนางก็อดที่จะร้อนผ่าวขึ้นมามิได้

        “เนี่ยหลี อาจารย์ของเจ้าได้บอกสูตรยาอื่นๆ เพิ่มเติมบ้างหรือไม่? ตัวอย่างเช่นยาชิงเสินที่มีฤทธิ์ต้านอาการประสาทหลอน ยาต้านพิษของพวกสัตว์อสูรมีพิษร้ายแรง...” หยางซินนั่งอยู่ข้างเนี่ยหลีครู่หนึ่ง ในที่สุดจึงอดถามขึ้นมามิได้

        “หากมียาชนิดใหม่ๆ พวกเราก็จะสามารถขยายการค้าออกไปได้อีก” ยาวิเศษชุดที่แล้วมีความสำคัญอย่างใหญ่หลวงต่อเมืองกวงฮุย เดิมทีนางได้รับคำสั่งจากกู่เอี๋ยนให้มาขอพบอาจารย์ของเนี่ยหลี อย่างไรก็ตาม หลังจากรอคอยอยู่หลายวัน อาจารย์ของเนี่ยหลีก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมาเสียที นางเองก็ไม่กล้าเอ่ยปากสอบถาม ยอดปรมาจารย์ผู้แฝงตัวสันโดษเช่นอาจารย์ของเนี่ยหลี มิใช่คนที่จะให้ใครพบได้ง่ายๆ

        “นี่เป็นคำถามของพี่สาวหยางซินหรือท่านประธานกู่เอี๋ยน?” เนี่ยหลีมองๆ หยางซินและเอ่ยถาม เขาตัดสินใจแกล้งหยอกสตรีผู้นี้

        “เป็นคำถามของท่านประธานกู่เอี๋ยน”

        “เช่นนั้นก็ลืมเสียเถอะ ท่านประธานกู่เอี๋ยนไม่มีความจริงใจ เขาต้องการสูตรยาเพิ่ม แต่กลับไม่ยอมมาขอด้วยตนเอง”

        “ท่านประธานกู่เอี๋ยนยุ่งอยู่กับการกลั่นยา ดังนั้น...” หยางซินพูด กระดากอายเล็กน้อย นางพลันนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ จึงคลี่ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ขึ้น เอนกายเข้ามาใกล้หูของเนี่ยหลีและพูด “น้องชาย เจ้ามีสูตรยาอื่นๆ อยู่ในมือใช่หรือไม่? เหตุใดเจ้าไม่บอกพี่สาว? ไม่ว่าเจ้าจะต้องการอะไร ข้าจะยอมตกลงทุกข้อ!”

        ได้ยินคำพูดของหยางซิน เนี่ยหลียิ้มขื่น ปีศาจสาวตนนี้กำลังยั่วยวนเขา ขณะมองๆ หยางซินผู้เปี่ยมเสน่ห์ตรงหน้า เกรงว่าบุรุษทั่วไปคงไม่อาจทนความเย้ายวนของนางได้แล้ว หากเขาไม่ยอมตกลง ก็ไม่แน่ว่าหยางซินจะกล้าทำอะไรต่อไป เขารีบโบกมือ “ช่างเถอะ ในเมื่อพี่สาวหยางซินอุตส่าห์ขอร้องอ้อนวอนข้าถึงปานนี้ ข้าก็จะบอกสูตรยาให้พี่สาวหยางซินอีกสักส่วนก็แล้วกัน!”

        เนี่ยหลีหยิบสูตรยาออกมาอีกสามชนิด ได้แก่ยาประโลมวิญญาณ ยาถอนพิษฉับพลัน และยาช่วยลดพิษจากอสูรวายุหิมะ ชื่อว่ายาต้านพิษเย็นสุราเพลิง

        ‘มีกระทั่งยาต้านพิษเย็นสุราเพลิงเชียวหรือ?’ ดวงตาของหยางซินเบิกกว้าง ภายในเทือกเขาเซิ่งจู่ สัตว์อสูรที่มีจำนวนมากที่สุดก็คือสัตว์อสูรตระกูลวายุหิมะ ยาต้านพิษเย็นจึงมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวง น่าเสียดายที่สูตรยาสูญหายไปนับพันปีแล้ว เมื่อมียาต้านพิษเย็นสุราเพลิง เมืองกวงฮุยย่อมมีความมั่นใจมากขึ้นกับการต่อกรกับสัตว์อสูรวายุหิมะแล้ว!

        “เวลานี้ข้ามีอยู่เพียงสามสูตร ยาเหล่านี้มีประสิทธิภาพยิ่ง โดยเฉพาะยาต้านพิษเย็นสุราเพลิง คิดว่าพี่หยางซินก็รู้จักประสิทธิภาพของมันเป็นอย่างดี!” เนี่ยหลีพูดกับหยางซิน อันที่จริงเขามีสูตรยาต้านพิษเย็นอยู่ในมืออย่างน้อยถึงสามสิบกว่าชนิด ทว่าหลังจากที่ศึกษาสูตรยาแต่ละอย่าง มีเพียงยาต้านพิษเย็นสุราเพลิงเท่านั้นที่มีส่วนผสมสมุนไพรต่างๆ ซึ่งหาได้ในเมืองกวงฮุย แม้ว่ายาบางสูตรจะมีฤทธิ์ที่ดีกว่า ทว่าส่วนผสมบางตัวกลับหาไม่ได้ในเมืองกวงฮุย จึงได้แต่เป็นเช่นนี้

        “ขอบคุณ น้องเนี่ยหลี เจ้าคือผู้มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อเมืองกวงฮุย หากท่านเจ้าเมืองทราบเรื่องนี้ ท่านจะต้องมอบฐานะให้แก่เจ้าอย่างแน่นอน!” หยางซินตื่นเต้น

        “ฐานะนั้นช่างเถอะ ข้าไม่สนใจ ขอให้พี่หยางซินช่วยข้าเก็บไว้เป็นความลับด้วย!” เนี่ยหลีโบกมือโดยไม่ต้องคิด

        หยางซินอดที่จะจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความแปลกใจมิได้ ไม่ทราบจริงๆ ว่าเจ้าสัตว์ประหลาดน้อยเนี่ยหลีผู้นี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร อายุเพิ่งสิบสามปี กลับสุขุมเยือกเย็นนัก กระทั่งฐานะสูงส่งก็ไม่อยู่ในสายตา หยางซินได้แต่อับจนหนทางแล้ว นางพูด “ในเมื่อน้องชายขอให้ช่วยปิดเป็นความลับ เช่นนั้นพวกเราย่อมไม่เปิดเผยออกไปอย่างเด็ดขาด แน่นอนว่าส่วนแบ่งของเจ้า พวกเราสมาคมนักปรุงยาวิเศษจะจัดส่งให้เจ้าตามกำหนด!”

        เนี่ยหลีพยักหน้าน้อยๆ ช่วงที่ผ่านมานี้ เขาได้รับเงินมากว่าพันล้านเหรียญจิตอสูรแล้ว ทั้งหมดถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแผ่นผลึกอสูร แต่ละแผ่นมีมูลค่าเท่ากับหนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูร ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บภายในแหวนเก็บของไปได้เป็นอันมาก หากไม่เป็นเช่นนี้ พื้นที่ว่างในแหวนมิติของเนี่ยหลีคงไม่พอใช้แล้ว

        “หากเจ้ามีสูตรยาอะไรใหม่ๆ อย่าลืมบอกพี่สาวเชียว” หยางซินยิ้มจนตาหยีแล้ว ทันใดนั้น นางคลี่ยิ้มยวนใจและพูด “น้องชายไม่ต้องการให้พี่สาวช่วยทำอะไรให้เจ้าจริงๆ หรือ? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องน้อยอันใด พี่สาวก็ยินดีรับประกันว่าจะช่วยเจ้า!”

        หยางซินก้มกายลง เจ้าครึ่งทรงกลมยวนใจคู่นั้นก็ยิ่งเห็นได้รางๆ อยู่ตรงหน้า เรือนร่างยวนตาพร้อมท่อนขาเรียวยาวช่างเปี่ยมด้วยความล่อใจยากจะบรรยาย

        “เมื่อเร็วๆ นี้พี่สาวเชื่อฟังคำแนะนำของเจ้า ต้มหญ้าจื่อหลันกับหญ้าหู่มู่! เจ้าดูๆ สิ พี่สาวใช่อวบขึ้นอีกหน่อยแล้วหรือไม่!” หยางซินทำตาหวานประจบ

        ต้องยอมรับ หยางซินช่างเป็นสตรีที่สามารถทำให้ทุกคนใจหายใจคว่ำได้อย่างแท้จริง แม้บางครั้งเขาจะเย้าแหย่หยางซินอยู่บ้าง ทว่าในใจกลับมั่นคงสงบนิ่งอยู่ตลอดเวลา แม้วรยุทธ์ยังไม่สูงส่งเท่าชีวิตในหนก่อน เวลานี้จิตใจของเขายังคงกล้าแกร่งเฉกเช่นที่เคยเป็น

        เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสาขณะจ้องมองหยางซินและพูด “พี่สาวคิดจะทำอะไร? ข้าเพิ่งอายุสิบสามปีเองนะ อะไรก็ไม่รู้เรื่อง!”

        เห็นสีหน้าไร้เดียงสาของเนี่ยหลี ใบหน้าของหยางซินก็แดงระเรื่อขึ้นมาแล้ว แม้นางเพียงคิดหยอกเขา แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่สีหน้าไร้เดียงสาของเขา นางพูดอย่างขัดเขิน “ไม่มีอันใด ข้าจะกลับไปที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษก่อน!” แม้ในใจจะมีความรู้สึกปั่นป่วนอย่างหนึ่งซึ่งไม่อาจบรรยายได้ ทว่าเมื่อคิดถึงอายุของเนี่ยหลี ในใจของหยางซินก็พลันบังเกิดความรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ‘ข้ากำลังคิดอะไรอยู่? เนี่ยหลีเพิ่งเป็นเด็กคนหนึ่ง!’

        จ้องมองแผ่นหลังที่กำลังจากไปพร้อมความกังวลของหยางซิน เนี่ยหลีอดที่จะรู้สึกขำขึ้นมาหลายส่วนมิได้ อย่างไรก็ตาม เขาสงบใจลงอย่างรวดเร็วและโคจรลมปราณต่อไป

        ผ่านไปหลายชั่วโมง เนี่ยไห่และเนี่ยเอินเดินมาถึงด้านนอกและเห็นว่าเนี่ยหลียังคงฝึกยุทธ์อยู่ พวกเขาจึงตัดสินใจรอคอยอยู่ด้านนอก แม้การกระทำนี้ดูขัดแย้งกับฐานะประมุขและผู้อาวุโส ทว่าพวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร

        เวลานี้เนี่ยหลีคือบุคคลสำคัญของตระกูลเทียนเหิน และฐานะก็ไม่ด้อยไปกว่าพวกเขา

        เนี่ยหลีลืมตาขึ้นทว่ายังไม่ลุกขึ้นจากท่านั่ง จ้องมองเนี่ยไห่และเนี่ยเอินที่อยู่ห่างออกไป เขาเอ่ยถาม “ท่านประมุข ท่านผู้อาวุโส ท่านทั้งสองมาหาข้าถึงนี่ ไม่ทราบมีธุระอันใด?”

        “เนี่ยหลีเอ๋ย!” เนี่ยไห่หัวเราะเหอๆ ปราศจากท่าทีสูงส่งอย่างสิ้นเชิงขณะพูด “ข้ามาหาเจ้าวันนี้ คิดจะถามว่าเจ้าสนใจจะไปชมดูการประมูลสมบัติล้ำค่าหรือไม่!”

        เนี่ยไห่ได้รับจดหมายเชิญฉบับหนึ่งจากตระกูลหงเยวี่ย ตระกูลหงเยวี่ยเป็นตระกูลที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง พวกเขาได้รับจดหมายเชิญจากตระกูลหงเยวี่ยเช่นนี้ เนี่ยไห่ย่อมรู้สึกยินดียิ่ง แม้เศรษฐกิจของตระกูลเทียนเหินยังค่อนข้างยากจนอยู่หลายส่วน แต่ในเมื่อได้รับจดหมายเชิญจากตระกูลหงเยวี่ย เขาย่อมต้องไปร่วมงานอย่างแน่นอน

        เหตุผลที่เนี่ยไห่มาชวนเนี่ยหลี ก็เพื่อสานสัมพันธ์อันดีกับเนี่ยหลี มีสมาคมนักปรุงยาวิเศษคอยหนุนหลังเช่นนี้ ฐานะของเนี่ยหลีภายในตระกูลก็ไม่อาจเทียบกับเก่าก่อนได้แล้ว เพื่อที่จะไม่ทำให้ตนต้องอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วน เขาจึงเจตนามาชักชวนเนี่ยหลีให้ไปพร้อมตน และความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยเอินกับเนี่ยหลีก็ไม่เลว กับตัวเขาเองก็ยังสามารถคุยกันได้

        “การประมูลสมบัติล้ำค่า?” สองคิ้วของเนี่ยหลีเลิกสูงเล็กน้อยและพูด “ดี ข้าจะไป!”

        เมื่อได้ยินคำตอบจากเนี่ยหลี เนี่ยไห่ผ่อนลมหายใจออกมาคำหนึ่งด้วยความโล่งอก เดิมทีเขากังวลว่าเนี่ยหลีจะปฏิเสธ

        “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็นั่งรถม้าของข้าไปเถอะ!” เนี่ยไห่ยิ้มน้อยๆ “รถม้าจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว!”

        เนี่ยหลีลุกขึ้นยืน ในเมื่อสถานที่นั้นไม่ไกลนัก เนี่ยหลีจึงมิได้จัดข้าวของอะไร เดินตามเนี่ยไห่และเนี่ยเอินขึ้นรถม้าไป รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ มีผู้ควบคุมจิตอสูรและนักสู้ระดับทองหลายคนจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษเดินตามหลังไปเพื่อคุ้มครองเนี่ยหลี

        เนี่ยไห่แอบคิดในใจ ‘เนี่ยหลีมีความสัมพันธ์อะไรกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษกันแน่ เขาจึงมีความสำคัญกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษถึงปานนี้?’

        “ท่านผู้อำนวยการหยางกลับไปที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษแล้ว ก่อนจากไป นางสั่งข้าเป็นพิเศษว่าจะต้องดูแลเจ้าให้ดี ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับท่านผู้อำนวยการหยางจะไม่เลวเลย” เนี่ยไห่พูดพร้อมยิ้มบาง

        เนี่ยหลีชำเลืองมองเนี่ยไห่น้อยๆ ไม่พูดตอบอันใด

        เนี่ยไห่รู้สึกเงอะงะแล้วในเวลานี้ เนี่ยหลีไม่ไว้หน้าฐานะประมุขของเขาบ้างเลย

        เนี่ยเอินที่นั่งถัดไปก็ได้แต่อับจนคำพูด เนี่ยหลีเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสาขาตระกูลเดียวกับเขา ที่ผ่านมาเขาสามารถเอ็ดเนี่ยหลีได้อย่างสบาย ทว่าเวลานี้แม้แต่เขาก็ไม่เข้าใจ นิสัยของเนี่ยหลีแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มีทีท่าเย็นชาบางส่วน เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเช่นกันแล้ว

        บรรยากาศภายในรถม้าจึงค่อนข้างฝืดเฝื่อน

        “เสี่ยวหลีเอ๋ย หากเจ้ามีอะไรที่อยากได้ในงานประมูล เจ้าก็บอกข้าได้ ข้าจะประมูลให้เจ้า!” เนี่ยไห่พูดขึ้นมา แม้สมบัติต่างๆ ในงานประมูลมิใช่จะครอบครองได้โดยง่าย เขาก็เตรียมพร้อมยอมเลือดไหลซิบแล้ว แม้ต้องจ่ายเงินออกไปเป็นจำนวนมาก ก็ต้องหาซื้อของสักอย่างสองอย่างให้เนี่ยหลี เด็กคนหนึ่งอย่างไรก็ยังรับมือได้ง่ายอยู่

        “ไม่จำเป็น หากชอบของอะไรข้าจะซื้อเอง ข้ามีเงินจ่าย!” เนี่ยหลีส่ายศีรษะและพูด พูดถึงฐานะการเงิน ทั้งตระกูลเทียนเหินรวมกันก็คงไม่มีเงินเท่าเขา

        เนี่ยเอินยิ้มและพูด “ของในงานประมูลมิใช่ธรรมดา ชิ้นที่ราคาถูกที่สุดอย่างน้อยต้องมีหลายพันเหรียญจิตอสูร ชิ้นที่แพงที่สุดคงมีราคาตั้งแต่หนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูรขึ้นไป!”

        “ของราคาถูกปานนั้น ข้าคงไม่มีอะไรให้สนใจเป็นแน่” เนี่ยหลีพูดเบาๆ

        เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี เนี่ยไห่และเนี่ยเอินตกใจเล็กน้อย ต่างสบตากันพร้อมยิ้มขื่น ดูเหมือนว่าพวกเขายังไม่เข้าใจสถานการณ์ได้ถูกต้องนัก ดูท่าหยางซินคงมอบเงินให้เนี่ยหลีไว้ใช้ไม่น้อยเช่นกัน ในเมื่อหยางซินยินดีที่จะส่งผู้ควบคุมจิตอสูรและนักสู้ระดับทองมาคอยคุ้มกันเนี่ยหลี เช่นนั้นนางก็คงต้องมอบเงินติดกระเป๋าให้เขาไว้ใช้บ้าง

        พวกเขาทั้งคู่ต่างคิดว่าเนี่ยหลีเพียงมีความสัมพันธ์อันดีกับหยางซิน และได้รับความอนุเคราะห์จากหยางซิน ที่พวกเขาไม่ทราบก็คือ หยางซินและเนี่ยหลีมีความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน ในแหวนมิติของเนี่ยหลี เกรงว่าคงมิใช่แค่เงินติดกระเป๋า

 

 




NEKOPOST.NET