[นิยายแปล] บันทึกราชันย์เทพอสูร ตอนที่ 31 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] บันทึกราชันย์เทพอสูร

Ch.31 - เล่มที่ 2 บทที่ 31 จิตอสูรต้นอิงเถาหิมะ


        ฉู่หยวนลนลานรีบดึงพลังวิญญาณของตนกลับ แต่เนี่ยหลีปิดอาณาเขตวิญญาณของตนได้เร็วมาก ฉู่หยวนมีเวลาดึงพลังวิญญาณของตนกลับมาได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น

        ฉู่หยวนรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนฉีกเป็นชิ้นๆ ขาดเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งถูกทิ้งอยู่ในอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลี ใบหน้าของเขาซีดเผือด ฝีเท้าซวนเซแทบล้มทั้งยืน พลังวิญญาณถูกฉีกไปครึ่งหนึ่งจึงบาดเจ็บสาหัส ทั่วร่างเรี่ยวแรงเหือดหาย มุมปากเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา

        เห็นภาพฉากนี้ ผู้คนรอบด้านต่างหันมองหน้ากันไปมา

        ในการเผชิญหน้ากันทางพลังวิญญาณ คนนอกย่อมยากจะเห็นได้ชัดเจน พวกเขาไม่รู้ว่าพลังวิญญาณครึ่งหนึ่งของฉู่หยวนถูกกักไว้ในอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลีไปตลอดกาลแล้ว มองเห็นแต่เพียงสีหน้าเจ็บปวดท่าทางหวาดกลัวของฉู่หยวน ตรงกันข้าม เนี่ยหลีกลับเปี่ยมไปด้วยพลัง บอกเป็นนัยว่าการต่อสู้เมื่อครู่ฉู่หยวนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนี่ยหลี

        สิ่งที่ทำให้พวกเขาคิดไม่ตกก็คือ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีเห็นได้ชัดว่ายังก้าวไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวด้วยซ้ำ ส่วนฉู่หยวนเป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสามดาวแล้ว!

        เหตุใดคนที่พ่ายแพ้กลับเป็นฉู่หยวน?

        เนี่ยหลีรู้สึกถึงพลังที่กำลังสาดซัดอยู่ภายในอาณาเขตวิญญาณของตน ดวงตาเป็นประกายวูบวาบ พลังวิญญาณเหล่านี้ยังผสานกับพลังของเขาได้ไม่มากนัก แต่ก็ถูกเนี่ยหลีหลอมรวมเข้ามาส่วนหนึ่งแล้ว อาณาเขตวิญญาณของเขาเพิ่งกระจายแสงสีฟ้าสดใสออกมา แสงนี้ยิ่งมาก็ยิ่งเจิดจ้า

        เนี่ยหลีรู้สึกได้ชัดเจนว่าตนเข้าใกล้ระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว เวลานี้หากทดสอบพลังวิญญาณ เกรงว่าคงต้องมีอย่างน้อยเก้าสิบห้าจุด

        ภายในอาณาเขตวิญญาณ ม่านกั้นระดับทองแดงหนึ่งดาวมีรอยปริร้าวตลอดทั่วผืน อีกไม่นานก็คงทะลุแล้ว

        พลังวิญญาณยังคงไต่ระดับขึ้นไปและผสานกัน

        ตูม!

        เนี่ยหลีได้ยินเสียงลั่นในหัว กลางอาณาเขตวิญญาณกระเพื่อมระเบิดตัว เสียงมังกรคำรามบางเบาดังขึ้นให้ได้ยิน ดูเหมือนว่าสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่กลางอาณาเขตวิญญาณของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

        ระดับทองแดงหนึ่งดาว

        แสงสว่างฉายวูบขึ้นในดวงตาของเนี่ยหลี ไม่รู้ว่าในอาณาเขตวิญญาณของตนมีอะไรซุกซ่อนอยู่ ขณะฝึกยุทธ์ในชีวิตหนก่อนเขาไม่เคยพบว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในอาณาเขตวิญญาณของตน ดูเหมือนอาณาเขตวิญญาณในชาตินี้จะมีความแตกต่างออกไป อาจเกี่ยวข้องกับบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลา?

        ด้วยมีความก้าวหน้าในพลังยุทธ์ เนี่ยหลีแม้เคยมีประสบการณ์ในชีวิตหนก่อน แต่ก็ยังระงับความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ เพราะนี่หมายความว่าเขาได้ย่างเท้าก้าวแรกเข้าสู่เส้นทางฝึกยุทธ์ได้สำเร็จแล้ว เดินขึ้นสู่เส้นทางบนถนนแห่งโชคชะตาที่แตกต่างจากชีวิตในหนที่แล้ว!

        พลังวิญญาณของฉู่หยวนเพิ่งถูกเนี่ยหลีหลอมรวมไปเพียงส่วนเดียว หากมีเวลามากขึ้น เขาย่อมสามารถหลอมเอาพลังวิญญาณทั้งหมดมาเป็นของตนได้ ทำสำเร็จเมื่อใด ไม่แน่ว่าเนี่ยหลีอาจก้าวขึ้นสู่ระดับทองแดงสองดาวได้อีกด้วย!

        หากเสิ่นซิ่วรู้ว่าพลังยุทธ์ของเนี่ยหลีมีความก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้ ไม่ทราบนางจะคิดอย่างไร

        “ฉู่หยวนพ่ายแพ้หรือ?”

        “คิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นนี้!”

        “หากไม่มีวิธีรับมือ เนี่ยหลีก็คงไม่กล้าท้าฉู่หยวนหรอก! ข้าคิดว่าเนี่ยหลีโอหังเสียอีก คิดไม่ถึงว่ามันจะแข็งแกร่งถึงปานนี้!”

        ทุกคนพากันตกใจกับผลลัพธ์และเริ่มถกกัน

        ผลลัพธ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋น เฉินหลินเจี้ยน หูเหยียนหลันรั่ว หรือกระทั่งเสิ่นเยวี่ย ทุกคนอดที่จะแปลกใจไม่ได้

        “ดูเหมือนข้ายังคงประเมินเขาต่ำไป!” เฉินหลินเจี้ยนพึมพำ ท้าทายคนที่สูงกว่าตนถึงสามระดับ มีแต่อัจฉริยะเท่านั้นจึงจะทำได้! เนี่ยหลีเพิ่งมีอาณาเขตวิญญาณสีแดงเท่านั้นจริงหรือ? เขาค่อนข้างไม่เชื่อ หากมีคนบอกว่าเนี่ยหลีมีอาณาเขตวิญญาณสีฟ้าที่หาได้ยาก เขาคงเชื่อมากกว่าเป็นกอง

        เยี่ยจื่ออวิ๋นก็ดวงตาเป็นประกายด้วยความอัศจรรย์ใจ แม้นางไม่ชอบเนี่ยหลีเพราะเนี่ยหลีมักชอบพูดจาปากพล่อยกับนาง แต่สิ่งนี้ไม่อาจขัดขวางความห่วงใยของนางที่มีต่อเนี่ยหลีได้ ขณะเนี่ยหลีท้าทายฉู่หยวน นางก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจ คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะสามารถเอาชนะได้ ความจริงข้อนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนางนัก

        เสิ่นเยวี่ยจ้องมองแผนหลังของเนี่ยหลีเขม็ง เขากัดฟันกรอด เขามักคิดว่าเนี่ยหลีสามารถเอาชนะตนได้ก็เพราะโชคดี เวลานี้มาคิดๆ ดู ที่แท้ตลอดเวลาที่ผ่านมาเนี่ยหลีเพียงหยอกเขาเล่นเท่านั้น! ไม่แปลกใจว่าครั้งก่อน ลูกน้องระดับทองแดงสองดาวสามคนลงมือกับเนี่ยหลี แต่ไม่อาจทำอันตรายเนี่ยหลีได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเนี่ยหลีมีชุดเกราะระดับทองแดง แต่เป็นเพราะเนี่ยหลีเหนือชั้นกว่านักสู้ระดับทองแดงสองดาวเหล่านั้น ที่เนี่ยหลีถูกรุมทำร้ายในวันนั้นล้วนเป็นการเสแสร้งแล้ว นึกถึงว่าตนถูกคนมากมายกล่าวโทษ ความโกรธอย่างหนึ่งก็แผ่ซ่านขึ้นมาในอก แทบอยากจะระเบิดออกมาแล้ว

        เนี่ยหลี เจ้าเล่ห์ต่ำช้านัก!

        ทรวงอกอวบอูมของหูเหยียนหลันรั่วเริ่มสะท้านแรง ผู้ที่ยังไม่ก้าวถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวด้วยซ้ำ กลับสามารถท้าทายนักสู้ระดับทองแดงสามดาวได้ เนี่ยหลีทำให้นางแปลกใจใหญ่หลวงโดยแท้ มีความลับมากมายเท่าไหร่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเนี่ยหลีกัน?

        “พี่สาวต้องหาเวลาขุดคุ้ยทุกอย่างในตัวเจ้าออกมา ดูสิว่ายังมีอะไรซุกซ่อนอยู่!” หูเหยียนหลัวรั่ว สองแก้มแดงเรื่อ ดวงตาแฝงแววเจ้าชู้หยาดเยิ้ม

        เวลานี้ฉู่หยวนผู้ต่อสู้กับเนี่ยหลีมีเนื้อตัวเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ กำลังหอบหายใจอย่างหนัก พลังวิญญาณที่ถูกทำลายสาหัสนัก ผลกระทบกับพลังของเขาก็ใหญ่หลวง เขาจะต้องพักฟื้นอย่างน้อยถึงครึ่งปีจึงจะฟื้นตัวได้

        “เรื่องราวในวันนี้จะไม่จบลงแต่เพียงเท่านี้แน่!” ฉู่หยวนประกาศ จ้องมองเนี่ยหลีด้วยความเกลียดชัง

        “ได้ทุกเมื่อ!” สองคิ้วของเนี่ยหลีเลิกสูง เขาไม่เห็นฉู่หยวนอยู่ในสายตา หลังจากเกิดใหม่ เนี่ยหลีมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า ไม่เคยนับคนเหล่านี้เป็นคู่ต่อสู้ของตน ฉู่หยวนบาดเจ็บ คิดพื้นฟูร่างกายเกรงว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรือมากกว่านั้น อีกหลายเดือนหลังจากนี้ ฉู่หยวนจะพบว่าตนต้องเป็นฝ่ายแหงนมองเนี่ยหลีแล้ว

        พญาอินทรีสยายปีกบินขึ้นฟ้าสูง จะเห็นฝุ่นดินที่ฟุ้งขึ้นมาบนพื้นอยู่ในสายตาหรือ?

        ฉู่หยวนหมุนตัว ท่าทางอับอายโซเซเดินจากไป

        การต่อสู้ระหว่างเนี่ยหลีกับฉู่หยวนกลายเป็นจุดสนใจและหัวข้อสนทนาของทุกคน ไม่มีใครดูแคลนเนี่ยหลีเพราะเหตุที่เนี่ยหลียังก้าวไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวอีกแล้ว

        พวกเขาไม่รู้ว่าหลังการประลองครั้งนี้ เนี่ยหลีได้ก้าวเข้าสู่ระดับทองแดงหนึ่งดาวเรียบร้อยแล้ว!

        หลังจากเลื่อนขึ้นเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาว พลังของเนี่ยหลีก็เพิ่มพูนขึ้นอีกหลายส่วน เวลานี้หากเนี่ยหลีต้องต่อสู้จริงๆ ต้องไม่ด้อยไปกว่าผู้ใดในกลุ่มอย่างแน่นอน

        ผ่านเหตุการณ์นี้ไป คณะก็เดินทางต่อไปบนถนนขรุขระแคบๆ สายหนึ่ง

        “น้องชาย เจ้าทำให้พี่สาวแปลกใจจริงๆ ข้าเห็นเจ้าเมื่อคืนตั้งกระโจนอยู่ตามลำพังห่างออกไปเสียมุมหนึ่ง คืนนี้เจ้ามาตั้งกระโจมอยู่ข้างๆ ข้า พวกเราจะได้นั่งแลกเปลี่ยนความรู้ในการฝึกยุทธ์กันดีหรือไม่” หูเหยียนหลันรั่วเดินมาถึงข้างหน้าของเนี่ยหลี ยืนใกล้เนี่ยหลีห่างกันแค่ไม้บรรทัดเดียว

        พอก้มลงไป ทรวงอกอวบอิ่มของหูเหยียนหลันรั่วก็แทบจะแตะถูกตัวของเนี่ยหลีแล้ว ยังมองเห็นร่องลึกของหุบเขาคู่นั้นได้เลือนๆ โดยเฉพาะยอดที่ชูชันอยู่สองจุด ยิ่งยั่วยวนใจผู้คน

        เขาได้กลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้จากร่างกายของนาง ต้องยอมรับ หูเหยียนหลันรั่วมีเสน่ห์ชวนหลงใหลอย่างยิ่ง

        ในชีวิตหนก่อน เนี่ยหลีเป็นเพียงเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ปกติแล้วย่อมไม่มีเด็กผู้หญิงที่ไหนมาสนใจ กระทั่งเมืองกวงฮุยถูกทำลาย เขาจึงมีโอกาสใกล้ชิดกับเยี่ยจื่ออวิ๋น มีเทพธิดาประจำใจ ไม่เคยคิดว่าชีวิตครั้งนี้จะได้รู้จักเซียวหนิงเอ๋อ ยังมีหูเหยียนหลันรั่วเป็นฝ่ายเข้ามายั่วยวนเขา ดูเหมือนจะมีเรื่องบุปผางามมากเกินไปหน่อยแล้ว

        น่าเสียดายที่เนี่ยหลีไม่ใช่เด็กชายธรรมดาจากชีวิตหนก่อนแล้ว เขาย่อมไม่ถูกโฉมงามยั่วยวนได้ง่ายๆ ในใจมีแต่เยี่ยจื่ออวิ๋นเพียงคนเดียว

        เยี่ยจื่ออวิ๋นยอมตกหลุมรักกับคนธรรมดาเช่นเนี่ยหลีในชาติก่อน ทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของเนี่ยหลีแปรเปลี่ยนไป ต่อมาเยี่ยจื่ออวิ๋นจากโลกนี้ไปอย่างน่าเศร้า เป้าหมายสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของเนี่ยหลีเมื่อกลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ก็คือการปกป้องเยี่ยจื่ออวิ๋น!

        หูเหยียนหลันรั่วคิดว่าอาศัยความงามเพียงอย่างเดียวนางก็จะสามารถยั่วยวนเนี่ยหลีได้ ช่างคิดกับเนี่ยหลีง่ายเกินไป

        เห็นหูเหยียนหลันรั่วกำลังล่อลวงเนี่ยหลีด้วยรูปโฉมที่เย้ายวน เยี่ยจื่ออวิ๋นเบ้ปาก นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย เพราะหูเหยียนหลันรั่วยั่วยวนเกินไป ทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจ นางมองๆ เนี่ยหลี ‘หูเหยียนหลั่นรั่วยั่วยวนเจ้าเด็กคนนี้ เดาว่าเขาก็คงจะต้องเดินตามก้นส่ายๆ ของนางไปนั่นแหละ ช่างเขาเถอะ มิใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย’ เยี่ยจื่ออวิ๋นคิดเช่นนี้จึงหมุนตัว

        “ขอบคุณในความหวังดีของคุณหนูหลันรั่ว คุณหนูหลันรั่วเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินแล้ว เกรงว่าข้าคงไม่มีอะไรจะแลกเปลี่ยนความรู้กับคุณหนูหลันรั่วอีก ลืมเสียเถอะ!” เนี่ยหลีพูดปฏิเสธเบาๆ

        เยี่ยจื่ออวิ๋นชะงักเท้าและหันไปมองเนี่ยหลี นางคิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะปฏิเสธ

        ดวงตางดงามของหูเหยียนหลันรั่วเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อถือ แม้นางยังไม่เคยขึ้นเตียงกับใคร แต่นางรู้จักทรัพย์อันหมายถึงรูปโฉมอันน่าประทับใจของตนเป็นอย่างดี บ่อยครั้งที่นางมักหว่านเสน่ห์ใส่ชายหนุ่มทั้งหลายที่เข้ามาตีสนิทกับนางจนหัวปั่น ไม่เป็นตัวของตัวเอง ให้อีกฝ่ายกินไม่ได้นอนไม่หลับ ในสายตาของนาง การยั่วยวนเนี่ยหลีซึ่งยังเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แค่นี้มิใช่เรื่องยากเย็นเกินมือ คิดไม่ถึง ตั้งแต่แรกรู้จักกับเนี่ยหลี สายตาของเนี่ยหลีบริสุทธิ์สดใส ปฏิเสธคำขอของนางอย่างเด็ดขาด

        นางอดที่จะรู้สึกละอายและเคืองใจในเวลาเดียวกันไม่ได้ ดวงตาของนางพลันเรียวยาวขึ้น กระจายแสงเจิดจ้าน่าหลงใหลออกมา เสียงพูดก็นุ่มนวลอ่อนโยนยิ่ง นางเอ่ยอย่างเอียงอาย “น้องเนี่ยหลีไม่ต้องการใกล้ชิดกับพี่สาวหรือ?”

        นัยน์ตาของเนี่ยหลีหดตัวลงเล็กน้อย กลิ่นหอมฉุนอย่างหนึ่งลอยมาแตะจมูก ลักษณะของหูเหยียนหลันรั่วในเวลานี้ ผิวพรรณของนางเปล่งประกายชุ่มชื่น ทรวงอกชูชัน ช่วงเอวคอดกิ่ว สะโพกผึ่งผายเตะตา ไม่มีส่วนไหนในร่างที่ไม่มีกลิ่นอายยั่วยวน เกรงว่าผู้ชายทุกคนที่ได้เห็นภาพนี้คงอยากกดสตรียั่วยวนผู้นี้ลงไปตรงหน้าและขยี้นางอย่างไม่ปราณี

        หูเหยียนหลันรั่วรักษาระยะห่างจากเนี่ยหลีช่วงหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในใจของเนี่ยหลีกลับเต็มไปด้วยภาพจินตนาการต่างๆ ทรวงอกของหูเหยียนหลันรั่วแนบชิดกับอกของเขา สัมผัสอ่อนนุ่มลื่นมือนั้นช่างดูเหมือนจริงนัก หูเหยียนหลันรั่วยืนกอดอกจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความสนใจยิ่ง ‘ต่อหน้ามนตร์เสน่ห์ของข้า ดูซิว่าเจ้ายังจะเสแสร้งต่อไปได้อีกนานเท่าไหร่!’

        หูเหยียนหลันรั่วคิดว่าเหตุผลที่เนี่ยหลีปฏิเสธนางเพียงเป็นการแสดงต่อหน้าเยี่ยจื่ออวิ๋น ในใจของเนี่ยหลีจะต้องเต็มไปด้วยตัณหาราคะอย่างแน่นอน หากนางใช้มนตร์เสน่ห์ เนี่ยหลีจะต้องติดกับนางอย่างแน่นอน

        ใจของเนี่ยหลีสะเทือนสั่น ดวงตามีแสงเป็นประกายแสงเจิดจ้าขึ้นมา นัยน์ตาพลันเริ่มแจ่มใส ภาพลวงตาต่างๆ ก็ถูกทำลายหายไป

        มนตร์เสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ ก็คิดจะควบคุมเนี่ยหลี นี่ออกจะดูแคลนเนี่ยหลีเกินไปหน่อยแล้ว มนตร์เสน่ห์สามารถจัดการกับพวกที่มีพลังจิตไม่แข็งแกร่งพอเท่านั้น กับเนี่ยหลีที่อยู่มาสองชีวิตแล้ว จิตใจของเขาแข็งแกร่งนัก จะมาล่อลวงเขาง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?

        “จิตอสูรต้นอิงเถาหิมะ* คิดไม่ถึงว่าคุณหนูหลันลั่วจะมีจิตอสูรที่หายากเช่นนี้!” เนี่ยหลีอุทานออกมา จ้องมองหูเหยียนหลันรั่วอย่างเต็มไปด้วยความหมาย

        หูเหยียนหลันรั่วจ้องมองเนี่ยหลีราวกับถูกสายฟ้าฟาด

---------------------------------------

*อิงเถา 樱桃 (yīngtáo) เชอร์รี่ 




NEKOPOST.NET