[นิยายแปล] บันทึกราชันย์เทพอสูร ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] บันทึกราชันย์เทพอสูร

Ch.24 - เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 24 ออกเดินทาง


เวลานี้ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกก็มาถึงแล้ว

        “เสิ่นเยวี่ย พวกเจ้าชั่วช้าเกินไปแล้ว เจ็ดคนรุมเนี่ยหลีคนเดียว!” ตู้เจ๋อโกรธเคือง เมื่อเห็นเนี่ยหลีไม่เป็นอะไรจึงค่อยโล่งอก แม้เนี่ยหลีจะแกล้งทำตัวอยู่ในสภาพย่ำแย่ แต่ความจริงข้อหนึ่งก็คือเนี่ยหลีไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอันใด

        พวกนักเรียนที่ชมดูอยู่ไกลๆ ต่างก็พากันก่นด่าการกระทำของเสิ่นเยวี่ย

        “ข้าไม่ได้ทำอะไรเขาเลย!” เสิ่นเยวี่ยแก้ตัวหน้าสลด พวกเขาถูกผู้คนก่นด่าสาปแช่ง

        เนี่ยหลี ลู่เพียวและพวกสบตากัน ลู่เพียวพลันเข้าใจ

        “พวกเจ้าตั้งหลายคนทั้งเตะทั้งถีบเนี่ยหลีมาตลอดทาง เนี่ยหลีจะไม่เป็นไรได้อย่างไร? เจ้าอยากให้พวกเราเตะถีบเจ้าบ้างหรือไม่?” ลู่เพียวคำรามลั่น “เสิ่นเยวี่ย เจ้ากล้าสาบานหรือไม่ ว่าไม่ได้สั่งให้พวกลูกน้องของเจ้าฆ่าเนี่ยหลี? แต่ต่อให้เจ้าไม่ยอมรับ พวกนักเรียนมากมายในโรงเรียนก็ได้ยิน!”

        “ข้าพูดก็จริง แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจ...” เสิ่นเยวี่ยพยายามจะแก้ตัว

        เซียวหนิงเอ๋อและเยี่ยจื่ออวิ๋นต่างจ้องมองเสิ่นเยวี่ยด้วยความรังเกียจ เขาพยายามฆ่าคนในโรงเรียน? เขาช่างต่ำช้าจริงๆ! ภาพลักษณ์ของเสิ่นเยวี่ยในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นเลวร้ายลงไปหลายส่วนแล้ว

        ที่เขาพูดเป็นความสัตย์จริง แม้เสิ่นเซิ่งจะตะโกนบอกให้พวกลูกน้องตีเนี่ยหลีจนตาย แต่ก็เป็นเพียงการพูดอย่างมิได้ใส่ใจ การฆ่าคนในโรงเรียนเขาย่อมไม่กล้าทำแน่ หากเป็นความจริง แม้แต่ตระกูลเสินเซิ่งก็ไม่อาจปกป้องเขาได้!

        ทว่าคำพูดโหดเหี้ยมเหล่านี้เมื่อให้ผู้อื่นฟัง ความหมายย่อมไม่เหมือนกัน!

        “ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งมาแล้ว!”

        “เนี่ยหลี ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ในวันนี้ เจ้ารอข้าให้ดีเถอะ!” เสิ่นเยวี่ยทิ้งท้ายและรีบหนีไปพร้อมพรรคพวก

        “เนี่ยหลี เจ้าไม่เป็นไรนะ!” สีหน้าของเซียวหนิงเอ๋อแสดงความกังวล เกี่ยวแขนเนี่ยหลีด้วยความเป็นห่วง

        “ข้าเพียงเจ็บเล็กน้อย ไม่มีอะไรร้ายแรง โชคดี พวกเจ้ามาถึงเร็ว” เนี่ยหลีพูดยิ้มแย้ม หันมองเซียวหนิงเอ๋อและก็หันไปมองเยี่ยจื่ออวิ๋น

        หลังจากที่เซียวหนิงเอ๋อได้ฝึกเคล็ดวิชาใหม่ พลังปราณและผิวพรรณก็ยิ่งดีขึ้นกว่าเก่า อ่อนเยาว์และงดงามยิ่งกว่าเดิม ทั่วร่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจไม่อาจบรรยายได้ และเยี่ยจื่ออวิ๋นเล่า นางก็งามขึ้นกว่าเดิม แบบบาง งามสง่า น่าประทับใจ

        สองโฉมงาม คนหนึ่งข้างซ้าย คนหนึ่งข้างขวา แต่ละคนมีความงามที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน

        เห็นท่าทางห่วงใยที่เซียวหนิงเอ๋อมีต่อเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร

        “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” เยี่ยจื่ออวิ๋นหัวเราะเก้อเขิน

        เห็นภาพฉากเช่นนี้ พวกเด็กผู้ชายรอบด้านก็สงบใจไม่ได้แล้ว หากเมื่อครู่เป็นพวกเขาถูกทุบตี และคนที่ได้ยืนอยู่ระหว่างเทพธิดาทั้งสองเป็นพวกเขาก็คงจะดี เด็กผู้หญิงที่เห็นเหตุการณ์ก็เพิ่งสังเกตเห็นเป็นครั้งแรก ที่แท้หน้าตาของเนี่ยหลีก็ค่อนข้างหล่อเหลาไม่น้อย อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเนี่ยหลีอีกสองสามหน ยิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ มิน่าทั้งเทพธิดาหนิงเอ๋อและเทพธิดาจื่ออวิ๋นต่างสนใจเนี่ยหลี

        และเด็กผู้ชายหลายคน ยิ่งมองเนี่ยหลีก็ยิ่งรู้สึกเกลียดขี้หน้า เจ้าฉกเทพธิดาของเราไปคนหนึ่งก็มากพอแล้ว ประเดี๋ยวเดียวก็คว้าไปอีกคน นี่เกินจะทนแล้ว เมื่อครู่ทำไมไม่ถูกเสิ่นเยวี่ยตีจนตายไปเสียเลยเล่า? เห็นสองโฉมงามอยู่ข้างกายเนี่ยหลี ความห่วงใยของพวกเขาที่มีต่อเนี่ยหลีก็ถูกโยนขึ้นไปถึงฟ้าแล้ว

        เห็นโฉมงามเยี่ยจื่ออวิ๋นอยู่ข้างกายเนี่ยหลี เซียวหนิงเอ๋อพลันรู้สึกถึงวิกฤตบางอย่าง นางรู้ว่าคนที่เนี่ยหลีชื่นชอบก็คือเยี่ยจื่ออวิ๋น แต่นางยังไม่อาจระงับความรู้สึกแรงกล้าในใจได้ เนี่ยหลีเป็นเด็กผู้ชายคนแรกที่เดินเข้ามาอยู่ในหัวใจของนาง นางคิดว่ามีแต่ตนเท่านั้นที่ล่วงรู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี นางจะค่อยๆ ดึงสายตาของเนี่ยหลีมาจากเยี่ยจื่ออวิ๋น แต่คิดไม่ถึง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เนี่ยหลีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นสนิทกัน

        “เนี่ยหลี ข้าจะช่วยพาเจ้ากลับห้องเรียน ข้านำอาหารเช้ามาให้เจ้าด้วย” เซียวหนิงเอ๋อเอ่ยเบาๆ สองมือประคองเนี่ยหลี ส่วนนูนนุ่มบนทรวงอกกดแน่นอยู่บนท่องแขนของเนี่ยหลี

        รับรู้ได้ถึงความหยุ่นนุ่ม เนี่ยหลีอดรู้สึกกังวลกับความน่าหลงใหลนี้ไม่ได้ หันไปมองเยี่ยจื่ออวิ๋นอย่างเงอะงะ “จื่ออวิ๋น ข้า...”

        “ในเมื่อหมดปัญหาอะไรข้าก็ควรไปแล้ว!” เยี่ยจื่ออวิ๋นแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร นางหมุนตัวและออกเดินจากไป นางบอกไม่ได้ว่ามีความรู้สึกอย่างไร นางยังไม่มีความรู้สึกถึงขั้นรักชอบเนี่ยหลี แต่ก็ไม่ทราบเพราะเหตุใด เมื่อเห็นความสนิทสนมระหว่างเซียวหนิงเอ๋อและเนี่ยหลี ในใจก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมานิดหน่อย

        ‘อีกอย่างนี่ก็มิใช่เรื่องของข้า’ เยี่ยจื่ออวิ๋นพึมพำ เนี่ยหลีกับเซียวหนิงเอ๋อรักชอบกันแล้วจะเป็นอย่างไร

        ตู้เจ๋อกับลู่เพียวที่อยู่ด้านข้างยิ้มประหลาดขณะยกนิ้วโป้งชูให้เนี่ยหลี เนี่ยหลีเจ้าแน่มาก สามารถใกล้ชิดกับเทพธิดาทั้งสองของชั้นได้ แม้เยี่ยจื่ออวิ๋นยังไม่มีปฏิกิริยาอันใดมากนัก แต่ตอนที่เนี่ยหลีถูกพวกลูกน้องของเสิ่นเยวี่ยรุมตี สีหน้าห่วงใยบนหน้านางก็มิใช่ปลอมแปลง

        ห่างออกไปในฝูงชน เห็นเนี่ยหลีค่อยๆ เดินจากไปพร้อมเซียวหนิงเอ๋อ เสิ่นเฟยสีหน้าเคร่งขรึม

        “มันกล้าขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งของข้า ยังกล้ามายุ่งกับผู้หญิงของข้า? คงเหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว!” เสียงกรอดๆ ดังขึ้นจากหมัดที่กำจนแน่นของเสิ่นเฟย เขาเป็นพี่ชายของเสิ่นเยวี่ยและก้าวขึ้นถึงระดับเงินแล้ว อยู่ในชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรก็นับเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง เขาย่อมไม่เห็นเนี่ยหลีอยู่ในสายตา

        ด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนี่ยหลียืนอยู่บนฝั่งตรงข้ามกับตระกูลเสินเซิ่งอย่างสิ้นเชิง

        กลับถึงชั้นเรียน แม้เซียวหนิงเอ๋อไม่ต้องการ แต่เนี่ยหลียังคงคืนเงินหนึ่งแสนเหรียญจิตอสูรให้แก่นาง เงินหนึ่งแสนเหรียญจิตอสูรสำหรับเนี่ยหลีย่อมไม่นับว่ามีอะไร หญ้าจื่อหลันยังคงขายได้กำไรดี แม้ราคาจะลดลงบ้างเล็กน้อย แต่ราคาต่อหนึ่งจินก็ยังสูงกว่าสองร้อยเหรียญจิตอสูร ภายในสามปีนี้ เมืองกวงฮุยยังคงมีความต้องการหญ้าจื่อหลันอย่างต่อเนื่อง เขาสามารถค่อยๆ ระบายมันออกไปได้

        เนี่ยหลีกลายเป็นหัวข้อสนทนาในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความขัดแย้งกับตระกูลเสินเซิ่งหรือความสัมพันธ์คลุมเครือกับเซียวหนิงเอ๋อและเยี่ยจื่ออวิ๋น นักเรียนทุกคนสนใจเนี่ยหลี มีเด็กนักเรียนหญิงหลายคนแอบส่งจดหมายรักไว้บนโต๊ะของเนี่ยหลีเพื่อพรรณนาถึงความรักของพวกนาง ในหมู่นักเรียนหญิงเหล่านี้ หลายคนหน้าตาค่อนข้างดีทีเดียว

        เนี่ยหลีในชีวิตหนก่อนไม่โดดเด่น ไม่มีใครสนใจ และก็มีตัวตนอยู่ในโรงเรียนต่ำมาก เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตชาตินี้ตนจะเป็นที่ชื่นชอบปานนี้

        อย่างไรก็ตาม จดหมายรักเหล่านั้นถูกเนี่ยหลีกำจัดไปหมดสิ้น หลังเกิดใหม่ หัวใจของเขามีเพียงเยี่ยจื่ออวิ๋น เด็กผู้หญิงเหล่านี้จะเทียบกับเยี่ยจื่ออวิ๋นได้อย่างไร? ไม่ว่าอย่างไร ระหว่างเนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋น พวกเขาเผชิญความเป็นตายมาด้วยกัน ส่วนสำหรับเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลียินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นเพื่อนที่ดีกับเซียวหนิงเอ๋อ

        ด้วยการฝึกเคล็ดวิชาเทียนเต้าอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา พลังวิญญาณของเนี่ยหลีเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าเวลาสองเดือนนี้เพียงพอที่จะทำให้เนี่ยหลีเหมือนได้เกิดใหม่

        ปกติแล้วทุกๆ คืน เนี่ยหลีจะกินยาหลอมรวมจิตวิญญาณและยาเสริมจิตวิญญาณ จากนั้นแช่น้ำสมุนไพรด้วยยาน้ำที่มีหญ้าจื่อหลันเป็นส่วนผสม ขั้นตอนนี้ช่วยให้พลังวิญญาณของเขาได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่

        นอกจากการฝึกพลังวิญญาณแล้วเนี่ยหลียังวิธีการหลายอย่างฝึกร่างกายเป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง แม้การฝึกพลังวิญญาณจะสามารถเสริมร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้เช่นกัน แต่ว่าพลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฝึกยุทธ์ หลังจากระดับเงินขึ้นไปแล้ว จิตอสูรของมนุษย์จะสามารถหลอมรวมกับจิตอสูรของสัตว์อสูรได้ และหากร่างกายยิ่งแข็งแรง ก็จะยิ่งสามารถหลอมรวมเข้ากับจิตอสูรที่แข็งแกร่งขึ้นได้ หากร่างกายอ่อนแอเกินไป ก็ง่ายที่ร่างกายจะระเบิดเพราะพลังอันล้นหลามของจิตอสูร

        ผู้ควบคุมจิตอสูรมากมายคร่ำเคร่งกับการฝึกฝนร่างกายเมื่อทะลวงเข้าถึงระดับเงินและสามารถเลือกจิตอสูรได้ แต่หากรอจนถึงตอนนั้นก็นับว่าสายเกินไปแล้ว

        เนี่ยหลีต้องการปูพื้นฐานของเขาตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ทุกๆ วันออกวิ่ง ปีนเขาและยกน้ำหนัก

        เพียงพริบตาเดียว สองวันก็ผ่านไป พลังวิญญาณของเนี่ยหลีก็ล่วงถึงเจ็ดสิบหกจุดแล้ว ประมาณว่าอีกไม่กี่วันเนี่ยหลีก็จะสามารถก้าวถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวเช่นตู้เจ๋อและลู่เพียว

        เช้าวันที่สาม

        ในห้องสมุด เฉินหลินเจี้ยนและพวกกำลังรออยู่ที่นั่น

        นอกจากเฉินหลินเจี้ยน เยี่ยจื่ออวิ๋น เสิ่นเยวี่ย และคนอื่นๆ ก็รวมอยู่ด้วย เฉินหลินเจี้ยนมาจากตระกูลเซิ่งหมิง เยี่ยจื่ออวิ๋นมาจากตระกูลวายุหิมะเฟิงเสวี่ย เสิ่นเยวี่ยมาจากตระกูลเสินเซิ่ง พวกเขาต่างรู้จักกันมาแต่เด็ก ครั้งนี้ออกไปสำรวจเมืองโบราณด้วยกันก็มิใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด

        “เจ้าก็มาด้วย?” เยี่ยจื่ออวิ๋นมองเนี่ยหลีอย่างคิดไม่ถึง การเดินทางครั้งนี้เฉินหลินเจี้ยนเป็นผู้จัดการ เนี่ยหลีรู้จักกับเฉินหลินเจี้ยนตั้งแต่เมื่อใดกัน? ดูเหมือนนางยังคงประเมินเนี่ยหลีต่ำไป

        “ใข่แล้ว” เนี่ยหลียิ้มๆ พยักหน้า

        เห็นเนี่ยหลีเดินเข้ามาที่กลุ่ม ใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยยิ่งมาก็ยิ่งหม่น เมื่อครู่เขาพยายามเข้าไปหาเยี่ยจื่ออวิ๋นเพื่ออธิบายเรื่องราวอยู่หลายครั้ง แต่เยี่ยจื่ออวิ๋นเพียงปฏิเสธเขาอย่างเย็นชาและรักษาระยะห่างกับเขากว่าห้าหกหมี่ ทำให้เขาหดหู่ใจนัก

        ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเนี่ยหลี หากมิใช่เพราะการปรากฏตัวของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นก็ไม่มีทางเย็นชากับเขาเช่นนี้!

        เสิ่นเยวี่ยโยนความผิดทั้งหมดให้แก่เนี่ยหลี

        “ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย เจ้าก็โทษผู้ใดมิได้!” เสิ่นเยวี่ยคิดร้ายอยู่ในใจ หันไปกระซิบกระซาบกับผู้ติดตามคนหนึ่ง ผู้ติดตามคนนั้นชำเลืองมองเนี่ยหลี จากนั้นจึงจากไปเงียบๆ หลังจากพ่ายแพ้ให้แก่เนี่ยหลีมาถึงสองครั้ง เสิ่นเยวี่ยเข้าใจว่าพลังของนักสู้ระดับทองแดงไม่อาจรับมือกับเนี่ยหลีได้ ดังนั้นเขาจึงส่งคนกลับไปที่บ้านเพื่อให้จัดหานักสู้ฝีมือดีมา

        ความเคลื่อนไหวของเสิ่นเยวี่ยทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของเนี่ยหลี และเนี่ยหลีหัวเราะเย็นในใจ

        สายตาของเฉินหลินเจี้ยนหันมาทางเนี่ยหลีและก็ยิ้มบาง “เอาล่ะ คนที่ควรมาก็มาครบแล้ว ใกล้ได้เวลาออกเดินทางได้แล้ว!”

        การออกสำรวจซากเมืองโบราณกู่หลันในครั้งนี้ เฉินหลินเจี้ยนพาคนไปทั้งหมดยี่สิบแปดคน เจ็ดคนเป็นพวกของเสิ่นเยวี่ย รวมเนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นอีกสองคน เนี่ยหลีไม่ได้บอกตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปล่อยให้ตู้เจ๋อและลู่เพียวฝึกยุทธ์อยู่ในห้องสมุด ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะการไปสำรวจซากโบราณกู่หลันครั้งนี้มีอันตรายอยู่ เนี่ยหลีไม่อาจปกป้องพวกเขาได้ทุกคน

        ทั้งสามสิบเจ็ดคนเตรียมของจำเป็นต่างๆ มีของกินทั้งหลาย กระโจมที่พัก หน้าไม้ล่าสัตว์ พร้อมออกเดินทางแล้ว

        การผจญภัยครั้งนี้เป็นความลับ จึงเป็นไปอย่างเงียบๆ บอกกล่าวกับผู้อื่นว่าพวกเขาจะออกไปที่หุบเขาเพื่อฝึกยุทธ์

----------------------




NEKOPOST.NET