[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล ตอนที่ 36 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่เป็นยัยหมูขาวลูกสาวท่านเอิร์ล

Ch.36 - ท่านลุงกับท่านป้า VS ลูกพี่ลูกน้อง


ขณะที่ฉันเดินเข้าไปในห้อง เป้าการโจมตีของพ่อแม่ริวเซ่ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 

พี่สาวของพ่อฉันก็คือป้าของฉัน สามีของเธอก็คือลุงของฉัน

 

ชั่วพริบตาที่ทั้งสองคนเห็นฉันก็เหมือนเห็นเป็นก้างขวางคอชิ้นโต เพราะฉันเป็นลูกสาวของลูกชายคนโตของตระกูลล่ะนะ

 

พอท่านปู่เกษียณ พวกเขาก็คงคิดจะเตะฉันออกจากบ้านหลังนี้ทันทีแน่ น่า ฉันก็ตัดสินใจไว้แล้วว่าค่อยไปสร้างคฤหาสน์ของตัวเองเอาก็ได้

 

“ดิฉันคิดว่าความคิดที่ดีคือการให้บริทานีออกไปจากบ้านหลังนี้ค่ะ! จะให้เธอไปเป็นเมียน้อยของตาลุงที่ไหนก็ได้ ดีกว่าจะมาอยู่ติดบ้านแบบนี้ค่ะ…”

 

อย่างที่คิดไว้ นั่นคือสิ่งที่แม่ของท่านพี่ริวเซ่ - ท่านป้าต้องการ  ท่านลุงก็แสดงท่าทีเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว

 

“ช ใช่แล้ว เพราะบริทานีเราถึงต้องสิ้นเปลืองเงินของดินแดนอย่างเปล่าประโยชน์ ถ้าใช้วิธีนี้เรายังหาเงินมาเพิ่มได้อีกด้วย!”

 

ทั้งสองคนคิดแต่เรื่องเงินเท่านั้น ฉันเริ่มเบื่อหน่ายเต็มทีแล้ว

 

ต้องใช้สมองส่วนไหนคิด ถึงได้กลั่นกรองได้แต่คำพูดเห็นแก่เงินขนาดนี้

 

(... น่า เพราะในอดีตฉันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ จึงไปเรียกร้องอะไรไม่ได้)


 

แทนฉันที่กำลังตกใจและพูดอะไรไม่ออก ลูกพี่ลูกน้องของฉันค้านแทนให้

 

“บริทานีไม่ใช่ปลิงเกาะกินเลือดเหมือนพวกคุณสองคน แถมเธอยังบริจาคเงินให้ดินแดนเอิร์ลฮาร์คส์ตั้งมากมาย”

 

“เรื่องนั้น -! แต่บริทานีใช้จ่ายสุรุยสุร่าย! และยังไปหมั้นกับตระกูลเอิร์ลอัทเธอร์ไม่สำเร็จอีก…”

 

“เรื่องนั้นมันอะไรกัน ที่รายได้ต่อปีของดินแดนเอิร์ลฮาร์คส์เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ก็มาจากความสำเร็จของบริทานีทั้งนั้น เรื่องการหมั้นก็น่าเสียดายอยู่ แต่ฝ่าบาทเองก็ทรงยินดีกับความสำเร็จของเธอ ถ้าเราขับไล่เธอไปตอนนี้โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ สงสัยว่าตระกูลเราคงจบสิ้นแน่”

 

“ริวเซ่! ความคิดของลูกมันไม่เกี่ยวกัน ที่เราอยากรู้คือความคิดของหัวหน้าตระกูลในปัจจุบัน ซึ่งก็คือท่านปู่ต่างหาก!”

 

ท่านลุงกับท่านป้าจ้องมองไปที่ท่านปู่ ขณะเอาหน้าเข้าไปใกล้ และจากนั้นท่านปู่ก็เปิดปากพูด

 

“ไม่ว่าพวกเจ้าจะพูดยังไง ข้าก็ไม่ยอมให้บริทานีที่น่ารักของข้าไปไหนทั้งนั้น นอกจากนี้เรื่องตัดสัมพันธ์ ข้าไว้ใจให้ริวเซ่จัดการ”

 

“ริวเซ่เพิ่ง 18 เองนะ! เขาไม่มีทางตัดสินใจเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้แน่”

 

“งั้นที่ริวเซ่ไปสานสัมพันธ์กับราชวงศ์ก็เพราะเตรียมพร้อมมาสำหรับการนี้แน่ เขาคงคิดจะใช้ความสัมพันธ์กับฝ่าบาท… แล้วไม่นานนี้ฝ่าบาทเองก็ถึงกับเสด็จมาที่นี่ด้วยตัวตัวเอง ริวเซ่จึงถือโอกาสนี้…”

 

“ไม่จริงริวเซ่! นั่นโกหกใช่มั้ย เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ?”

 

ท่านป้าปัดเส้นผมยาวๆ และแผดเสียงแหลม

 

ถึงแม้พวกเขาจะเป็นคนบอกเองว่าให้ท่านพี่ริวเซ่เดินด้วยขาของตัวเอง แต่ในตอนนี้กลับคิดจะสานสัมพันธ์สายเลือดซะอย่างนั้น

 

ดูท่าว่าท่านพี่ริวเซ่สมัยเด็กคงอดทนลำบากมามากมายแน่ๆ

 

นิสัยแบบนี้ของพวกเขาอาจเกินเยียวยาแล้วก็ได้

 

ทั้งท่านป้าและท่านลุงต่างก็เป็นคนมีปัญหา คล้ายกับพฤติกรรมของท่านปู่ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพ่อแม่ของลูกพี่ลูกน้องของหมูขาวจะงี่เง่าขนาดนี้

 

ตั้งแต่วัยเด็กท่านพี่ก็ต้องทำสงครามจิตวิทยากับพวกเขาด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

 

พอความทรงจำเมื่อชาติก่อนของฉันกลับคืนมา ทำให้ฉันสังเกตเห็นตัวจริงของลูกพี่ลูกน้องและเข้าใจสถานการณ์แย่ๆ ที่เขาเจอมาได้ทันที

 

ท่าวพี่ริวเซ่อยากจะทำให้ดินแดนแห่งนี้เกิดใหม่และการทำเช่นนั้นเพียงลำพังต้องใช้เวลานานมาก

 

ท่านพี่พยายามทั้งหมดมาด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

 

“เจ้าเด็กเนรคุณอย่างแก!”

 

ท่านป้ายังคงด่าท่านพี่ริวเซ่ต่อไป

 

ฉันเริ่มหมดความอดทนและขัดจังหวะการคุยกันของพวกเขา

 

“คนที่เนรคุณคือท่านป้าต่างหาก! ไม่ละอายใจบ้างเหรอคะ?”

 

“บริทานี หุบปากไปซะ! แกเองก็เหมือนกับริวเซ่ที่เป็นเด็กและยังไม่เข้าใจอะไรเลย”

 

“ท่านป้าต่างหากที่ต้องหุบปาก คุณน่ะไม่เข้าใจอะไรเลย …. รู้มั้ยว่าทุกครั้งที่พวกคุณก่อหนี้ ท่านพี่ริวเซ่กลับต้องนั่งทำงานเพื่อดินแดนของเราขนาดไหน นั่นก็คือเหตุผลที่ท่านเอิร์ลฮาร์คส์เชื่อมั่นในตัวเขา”

 

หลังจากความทรงจำของฉันกลับมา ฉันก็จับตาดูท่านพี่ริวเซ่มาตลอด

 

ลูกพี่ลูกน้องของฉันไปสานสัมพันธ์กับขุนนางคนอื่นในนามของท่านปู่ ต่อรองกับพ่อค้าเพื่อหารายได้เข้าดินแดน

 

“พ พูดถึงเรื่องอะไร”

 

“ท่านพี่ต้องบริหารดินแดน เพราะแค่เพียงเงินเลี้ยงม้ามันทำให้ได้เงินไม่ได้มากนัก ซึ่งท่านพี่เกือบจะทำให้ดินแดนนี้เปลี่ยนโฉมได้อยู่แล้ว”

 

“แต่ริวเซ่ยังเด็ก… เขาเพิ่งอายุ 18 เมื่อไม่นานนี้เอง...”

 

“แล้วคุณไม่ละอายใจเหรอคะ ที่ก่อหนี้ให้ลูกชายที่อายุเพิ่ง 18 นะ? รู้มั้ยว่าในตอนที่พวกคุณใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ท่านพี่กลับต้องมานั่งทำงานเพื่อเพิ่มรายได้จากภาษีเลยนะ น่า จนกระทั่งถึงตอนนี้ฉันเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านพี่ต้องลำบากเหมือนกัน แต่พักนี้ฉันเองก็เริ่มปรับปรุงตัวเรียบร้อยแล้ว”

 

ส่วนตัวถ้าเกิดถามว่าชอบริวเซ่มั้ยน่ะเหรอ? ตอบได้เลยว่าแค่นิดหน่อย

 

แต่ความพยายามที่จะปฏิรูปดินแดนของเขาเป็นของจริง

 

ลูกพี่ลูกน้องฉันต้องยากลำบากในการปรับปรุงดินแดน ปรับปรุงสายพันธ์ม้าและยังผลิตไวน์

 

นอกจากนี้ถึงฉันจะทำสบู่และโลชั่นเป็นงานอดิแรก แต่ถ้าไม่มีท่านพี่ริวเซ่คอยแพร่กระจายสินค้า รายได้ก็จะไม่มาตกอยู่ที่ดินแดนเราเลย

 

ถ้าไม่มีท่านพี่ริวเซ่ก็ไม่มียัยหมูขาวที่ประสบความสำเร็จในการขายสบู่ให้เหล่าชนชั้นสูง ไม่มีใครเชื่อถือ และไม่มีใครต้องการผลิตภัณฑ์ของเรา

 

ท่านลุงไม่กล้ามองหน้าเขาแล้ว

 

ท่านปู่มองท่านป้ากับท่านลุงอย่างผิดหวังแล้วลุกขึ้น ขณะที่มองเหยียดๆ

 

“ข้ารู้สึกผิดหวังนัก ไม่ต้องมาเหยียบที่คฤหาสน์หลังนี้อีก แล้วไม่ต้องมายุ่งกับหลานสาวของข้าด้วย”

 

ด้วยเหตุนี้บรรยากาศอึดอัดก็พลางถูกระงับ แต่คราวนี้คงเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับท่านลุงและท่านป้า

 

พวกเขาโดนห้ามไม่ให้มาเหยียบคฤหาสน์หลังนี้อีกและตัดสินใจว่าจากนี้ในอนาคตจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ อีก

 

หลังจากทั้งสองคนกลับไป ท่านปู่ก็มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานเพื่อศึกษาต่อ

 

ถึงท่านปู่จะยังลังเลและจิตใจสับสน แต่ก็ยังอ่านและเขียนเอกสารได้ล่ะนะ

 

ในห้องเหลือเพียงท่านพี่ริวเซ่และฉันที่เหลืออยู่

 

(บรรยากาศมันอึดอัดจัง… ขอกลับไปที่ห้องวิจัยได้มั้ย?)

 

ริวเซ่นั่งที่เก้าอี้ยาวอยู่ ขณะที่ฉันกำลังจะเอามือเอื้อมไปเปิดประตู…

 

“นี่ บริทานี…. ไม่นึกเลยนะว่าน้องจะปกป้องพี่ไว้”

 

“น่า มันช่วยไม่ได้ เพราะมันโกรธจนเผลอปากไปนะคะ”

 

“งั้นเหรอ… จะว่าไป…”

 

จากนั้นท่านพี่ริวเซ่ก็ยืนขึ้นจากเก้าอี้อย่างงดงาม ขณะที่ดวงตาสีฟ้าจับจ้องฉัน

 

“...เธอเป็นใคร?”



 



NEKOPOST.NET