[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 71 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.71 - กลับเมือง


หลังจากส่งจูลกลับเมืองไป ผมก็ตัดสินใจที่จะเตรียมอาหารให้กับคนที่โดนจับมาก่อน

ดูจากสภาพแล้วเหมือนพวกเขาไม่ได้กินอะไรมาได้ซักพักแล้ว

ผมให้ฟีทกับโบลท์คอยเฝ้าพวกโจรกับบริเวณรอบๆ ผมจึงคิดให้อเลนกับเอเลน่ามาช่วยผมนิดหน่อย

....ส่วนเวคเตอร์หมอบอยู่ตรงโจรที่มัดเอาไว้ เหมือนเขากำลังนอนกลางวันอยู่ ปล่อยไปละกัน

 

“อเลน เอเลน่า มาช่วยพี่หน่อยได้มั้ย?”

“”ค้าบ(ค่า)””

 

เอาล่ะ จะทำอะไรดีนะ? เอาที่มันกินอิ่มท้องน่าจะดี

แต่... เอาเป็นซุบที่เคี่ยววัตถุดิบจนเปื่อยก็ดีนะ?

 

“”ทำอะไรเหรอ?””

“ทั้งสองคนช่วยผสมแล้วบดให้ละเอียดหน่อยได้มั้ย?”

“”อืม ได้เลย~””

 

ผมให้อเลนกับเอเลน่าทำลูกชิ้นปลากัน

ผมเอาเนื้อปลาธนูที่ได้มาจากดันเจี้ยนละลอกคลื่นมาให้ทั้งสองคนบดเนื้อปลาด้วยสาก

ผมไม่มีเครื่องบดหรอกนะ ผมเลยใช้ครกกับสากสำหรับทำยามาใช้แทน

ผมมีครกกับสากหลายชุดเลยล่ะ... เพราะผมเก็บไว้ทำเครื่องเทศแกงกะหรี่หลายๆแบบน่ะสิ

 

ขณะที่อเลนกับเอเลน่าทำงานของทั้งสองคนไป

ผมก็เอาน้ำใส่ในหม้อแล้วหั่นผักใส่ลงไปหลายชนิด

 

“อเลน เอเลน่า เป็นยังไงกันบ้าง ทำได้มั้ย?”

“”หืม?””

 

ผมลองมองเนื้อปลาที่เด็กๆบดกันอยู่

 

“โอ้ ทำออกมาได้ดีเลยนี่นา”

“”พี่ชาย~ เสร็จแค่นี้เหรอ?””

“อืม เสร็จแล้วล่ะ ขอบคุณนะ”

“”อื้ม””

 

ผมเอาเนื้อปลาที่บดแล้วมาผสมกับไข่ ขิงสับ กับเกลือ.... เอาล่ะเรียบร้อย

เท่าที่จำได้ ถ้าจะทำเป็นลูกชิ้นปลาก็ต้องเอาไปผสมกับแป้งมันฝรั่ง แน่นอนว่าผมไม่มี

ช่วยไม่ได้แฮะ อย่างน้อยก็ยังมีข้าวโพดใช้แทนได้อยู่ ไว้คราวหลังลองหาเก็บไว้ดีกว่า

 

“อเลน เอเลน่า ต่อไปก็ทำอย่างนี้นะ...”

 

ตอนนี้ผักที่ต้มอยู่ก็ได้ที่แล้ว ผมจึงแสดงวิธีทำให้ทั้งสองคนดู เอาช้อนตักเนื้อปลาให้เป็นก้อนแล้วใส่ลงไปในหม้อ

 

“ตักขนาดพอดีคำแล้วใส่ลงไปในหม้อนะ ทำได้มั้ย?”

“”ทำได้~””

“น้ำร้อนจะกระเด็นขึ้นมาเวลาใส่ลงไปนะ ดังนั้นทำกันช้าๆ ระวังๆล่ะ ได้มั้ย?”

“”อื้ม””

“โยช งั้นมาทำกันเถอะ”

 

แล้วพวกเราทั้งสามคนก็ตักเนื้อปลาลงหม้อกันอย่างสนุกสนาน

 

หลังจากลูกชิ้นปลาสุกแล้ว ผมก็ปรุงรสด้วยเหลือเล็กน้อย... เรียบร้อย!!

รสชาตินั้นเป็นแบบทั่วไปคือรสเกลือ จริงๆผมสามารถทำเป็นรสซอสถั่วเหลืองหรือมิโซะก็ได้

แต่พวกเขาคงชินกับรสเกลือมากกว่า

 

“”น่าอร่อยจัง””

“ขอบใจจ้า ไว้อเลนกับเอเลน่าก็กินหลังจากเอาไปแจกคนอื่นๆแล้วกันนะ”

“”อื้ม!!””

 

เมื่อเส็จแล้ว ผมจึงตักซุบใส่ชามแล้วแจกจ่ายให้กับเหล่าผู้หญิงและเด็กๆทันที

เครื่องครัวที่ผมมีนั้นไม่พอสำหรับทุกคน แต่ผมก็ใช้พวกแก้วแทนชามซุบได้อยู่

ผมมีเครื่องครัวเก็บไว้น้อยไปจริงๆแฮะ?

ถึงโอกาสที่จะทำอาหารแจกจ่ายฉุกเฉินจะไม่มีอีก แต่เอาไว้ซื้อเก็บเผื่อไว้ก่อนก็น่าจะดีกว่า

แล้วไหนๆก็มีโอกาส ผมจะซื้อพวกเฟอนิเจอร์อื่นมาเก็บไว้ด้วย

เพราะผมไม่ค่อยมีกล่องที่เอาไว้เก็บเครื่องครัว และผมอยากได้เก้าอี้ดีๆสำหรับให้เด็กๆนั่งอีกด้วย

 

“”อร่อย~ ใช่มั้ยล่า~””

“เนี้ย~” “ปี้~” “กรร~”

 

อเลนกับเอเลน่าเริ่มกินส่วนของตัวเองพร้อมกับเหล่าอสูรรับใช้ ยกเว้นจูลที่ไม่อยู่

ตอนผมคิดจะเอาส่วนของเวคอเตอร์ไปให้ พอรู้ตัวเขาก็มายืนรอตรงหม้อซุบแล้ว...เดานิสัยไม่ถูกเลยแฮะ

ไว้ตอนจูลกลับมาค่อยให้รางวัลเยอะๆเลยก็แล้วกัน

 

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ สีผิวซีดของพวกเขาก็ดูดีขึ้นมาหน่อย และเหมือนจะใจเย็นลงกันแล้วด้วย

พวกเขาเดินมาขอบคุณสำหรับอาหารและชมกันว่า “มันอร่อยมากเลย”

 

หลังจากเก็บงานเรียบร้อย เราก็พักกันอย่างเรื่อยเปื่อยรอ

เวลาผ่านไปจนพระอาทิตย์กำลังจะตก ผมก็เห็นว่ามีทหารปีนมาบนเขาแล้ว

ดูเหมือนว่าจูลจะพาพวกเขามาถึงแล้วสินะ

 

《นายท่าน~ กลับมาแล้วคร้าบ~》

“เอ๋?”

 

จูลกระโดดเข้ามาหาผม ตอนนั้นผมได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร่าเริงส่งตรงเข้ามาที่หัวผม

 

《ผมทำงานได้เรียบร้อยใช่มั้ยล่า~ ชมผมหน่อยๆ~》

 

ผมได้ยินเสียงอีกแล้ว นี่คงเป็นผลของสกิล 【เทเลพาธี】

แน่นอนว่าเจ้าของเสียงก็คือจูลนั่นเอง

 

“โยชๆๆ จูล ขอบใจมากนะ~”

“งี๊ด~ งี๊ด~”

 

เมื่อผมโมฟุโมฟุจูลตามที่เขาขอ เขาก็ส่งเสียงสบายตัวออกมา

เมื่อผมลองดูสเตตัสของจูล ก็พบว่ามีสกิล 【เทเลพาธี】ตามที่คิดไว้

 

《จูล ใช่สกิล 【เทเลพาธี】ได้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย?》

 

ตอนนี้มีคนอยู่รอบๆกันเยอะ ผมเลยถามจูลไปผ่านสกิล 【เทเลพาธี】

 

《ไม่นานมานี้เองครับ ผมต้องการที่จะใช้มันให้ได้ก่อนที่จะกลับมาถึง ผมจะได้คุยกับนายท่านได้ยังไงล่ะ~》

《งั้นเหรอ~》

 

ดูเหมือนว่าเขาพึ่งจะเรียนรู้มันมา คราวนี้ผมก็สามารถคุยกับจูลได้โดยไม่ต้องพูดแล้ว

จนถึงตอนนี้ ค่าความชำนาญของสกิล 【เทเลพาธี】ของผมนั้นต่ำมาก ผมทำได้แค่ส่งคำพูดไปได้แค่ทางเดียว

แต่ว่าจูลกับคนอื่นๆนั้นสามารถเข้าใจคำพูดของผมได้ตามปกติ ผมเลยไม่รู้จะใช้สกิล 【เทเลพาธี】ไปทำไม

แต่นี่เป็นสกิลที่สำคัญมากเวลาที่จะให้คำแนะนำโดยที่คนอื่นไม่รู้

 

《จะว่าไปจูล หยุดเรียดว่านายท่านได้หรือเปล่า?》

《ทำไมล่ะ? นายท่านไม่ชอบให้เรียกเหรอ?》

 

ผมอยากเปลี่ยนวิธีเรียกตัวผมของจูล คนรอบๆนั้นไม่ได้ยินเสียงที่พวกเราคุยกัน

แต่การถูกเรียกว่านายท่านมันทำให้ผมรู้สึกอายนิดๆ ผมจึงอยากให้เรียกแบบอื่นแทน

 

《ไม่ใช่ไม่ชอบหรอก แต่มันฟังแล้วไม่คุ้นเคยน่ะเลยทำให้ใจไม่ค่อยสงบ เอาเป็นแค่ทาคุมิได้มั้ย?》

《มู่~》

 

ผมบอกให้จูลเรียกชื่อผมได้เลย แต่เขาส่งเสียงไม่ค่อยพอใจออกมา

เหมือนว่าเขาไม่อยากเรียกชื่อผมตรงๆ เพราะเหมือนไม่เคารพ

 

《ไม่เอางั้นเหรอ? งั้นมีวิธีเรียกแบบอื่นนอกจากนายท่านหรือเปล่าล่ะ?》

《อืม.... งั้นเรียกว่าพี่ชายได้มั้ย?》

《อืม ได้สิ~》

《เย้ พี่ชาย~》

 

ผมถูกเรียกว่า “พี่ชาย” เป็นประจำอยู่แล้วจึงคุ้นมากกว่าคำว่า “นายท่าน”

แล้วตั้งแต่แรกจูลก็เหมือนน้องชายผมมาตลอดเลยด้วย

แล้วจากการที่ได้ฟังที่จูลเล่า ทั้งฟีท โบลท์ และเวคเตอร์ก็เรียกผมว่า “นายท่าน”

มันมีโอกาสที่คนอื่นๆจะได้เรียนรู้สกิล 【เทเลพาธี】มาด้วย ไว้ผมไปคุยไว้ก่อนเลยดีกว่าว่าอย่าเรียกผมว่า “นายท่าน”

แล้วอสูรรับใช้ที่เหลือก็เห็นว่าผมเป็นเหมือน “พี่ชาย” ของพวกเขาด้วย

ไว้ซักวันหนึ่งผมจะลุ้นคำทีทั้งสามตัวจะเรียกผมเมื่อคุยกันได้ก็แล้วกัน

 

《อ๊ะ อเลน เอเลน่า ผมกลับมาแล้วนะ~》

 

จูลวิ่งไปหาอเลนกับเอเลน่าที่ยืนอยู่กันสองคน

 

“”จูล~?””

《ใช่แล้วล่ะ ผมเอง!》

“”โอ้ จูล~ ยินดีต้อนรับกลับมานะ~””

《กลับมาแล้ว~》

 

ถึงตอนแรกอเลนกับเอเลน่าจะตกใจในสกิล【เทเลพาธี】ของจูล

แต่แปบเดียวเท่านั้นก็เล่นกันตามปกติแล้ว

 

“ท่านทาคุมิครับ”

 

ขณะที่ผมกำลังมองดูเด็กๆ ก็มีเสียงเรียกชื่อผมขึ้นมา

 

“เอ๋? คุณริคาโด้?”

 

เมื่อผมหันกลับไปมองก็เจอทหารยืนอยู่ เหมือนว่าเขาจะมาถึงตอนที่ผมกำลังคุยกับจูล

ในหมู่พวกเขามีคุณริคาโด้ที่เป็นอัศวินของตระกูลริสเนอร์อยู่ด้วย

คงเป็นคุณริคาโด้แหละที่เรียกชื่อผม เมืองไบเล่ไม่ได้ส่งแค่ทหารมาคุมกลุ่มโจร แต่ส่งกลุ่มอัศวินมาด้วยแฮะ

 

“คุณเซดริกส่งมาเหรอครับ?”

“ใช่แล้วครับ นี่เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเราอยู่แล้ว ในเมื่อคุณทาคุมิรอการสนับสนุนจากพวกเราหลังจากจับพวกโจรได้”

 

เรื่องปกติ...เหรอ? พวกเขาเอาจดหมายไปรายงานให้คุณเซดริกด้วยสินะ เอ่อ...

อืม... ยังไงเรื่องก็จบลงด้วยดี คุณเซดริกคงไม่โกรธอะไรหรอกนะ ใช่มั้ยเนี่ย?

 

“คุณเซดริกพูดอะไรมาหรือเปล่าครับ?”

“ท่าเซดริกดีใจมากครับ เพราะการกระทำของพวกโจรช่วงนี้รุนแรงขึ้นด้วย ทำให้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ผมก็ต้องขอบคุณด้วยอีกคน ชอบคุณที่ช่วยเหลือครับ”

 

คุณริคาโด้ก้มหัวขอบคุณผมหลังจากพูดจบทำให้ผมตกใจ

 

“มะ ไม่เป็นไรครับ แค่เรื่องบังเอิญที่ไปเจอกลุ่มโจรเข้าเลย...”

“แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณท่านทาคุมิอยู่ดีเพราะท่านได้ช่วยเหลือประชาชนของเมืองไว้ จะว่าไปท่านทาคุมิครับ สัตว์พวกนั้นมัน.... ข้างๆลูกหมากับลูกแมว นกนั่นมันเหยี่ยวสายฟ้านี่นา? และอีกตัวถึงจะยังเล็กอยู่ แต่มันเหมือนราชาสิงโตสีชาดเลยนะครับ...”

“อ่า....”

 

.....ชิบ




NEKOPOST.NET