[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 179 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.179 - ตอนที่ 179 - ตอนที่ 181


ตอนที่ 179 การจัดงานประลอง

 

            “พวกเราจะแบ่งเป็นสองทีมระหว่างทีมฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในตอนนี้กับทีมฮีโร่รุ่นก่อน แล้วทำการดวลกันค่ะ ความเห็นของฝ่ายที่ชนะจะได้รับการยอมรับ เป็นยังไงคะ?” (โยริชิโระ)

            ““““เอ๋—————————————””””

            ““เอ๋—————————————””


ทีมฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในตอนนี้และทีมฮีโร่รุ่นก่อนต่างตกใจเป็นอย่างมาก

คนที่สงบนิ่งอยู่มีเพียงอาเทสเท่านั้น


            “นึกไม่ถึงเลยนะคะ ว่าท่านโยริชิโระที่เตรียมการอย่างรอบคอบเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายอยู่เสมอ จะใช้การแข่งวัดดวงแบบนี้” (อาเทส)

            “คนที่จะชนะในตอนสุดท้ายไม่ใช่คนที่เตรียมการอย่างรอบคอบ แต่เป็นคนที่ไม่ต่อต้านกระแสของสถานการณ์ค่ะ” (โยริชิโระ)

            “จะยังไงก็ช่างมันเถอะค่ะ แต่ทำไมถึงพยายามใช้การต่อสู้เป็นทีมล่ะคะ? ถ้าจะกำหนดฝ่ายที่ถูกและฝ่ายที่ผิดด้วยการประลองละก็ เอาเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวระหว่างฉันกับคุณคาเรนก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ?” (อาเทส)


พอถูกพูดแบบนั้น คุณคาเรนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ไหล่สั่นด้วยความตกใจ


            “อย่าเข้าใจผิดสิคะ สมาพันธ์ฮีโร่ในตอนนี้ได้รับการยอมรับของศาสนจักรทั้งห้าทั้งหมด ถ้าคุณอยากจะยกเลิกสมาพันธ์ฮีโร่ละก็ คุณต้องทำให้ทั้งหมดนั้นยอมรับค่ะ” (โยริชิโระ)

            “กำลังจะบอกว่าให้ชินซะสินะคะ...... คุณเคียวกะ คุณซาราซา พวกคุณจะเอายังไงล่ะคะ?” (อาเทส)

            ““อุฮิ!?””


ดูเหมือนฮีโร่รุ่นก่อนแห่งไฟและน้ำที่ถูกเรียกกะทันหันจะสะดุ้ง


            “ถ้าพวกคุณไม่อยากละก็ ไม่ต้องออกมาก็ได้ค่ะ แค่รุ่นน้องอ่อนหัดน่ะ ฉันคนเดียวก็เอาชนะได้สบาย ๆ ค่ะ ถ้าคุณกลัวที่จะต่อสู้เพราะความสามารถของตัวเองมันทื่อละก็ ไปตัวสั่นอย่างว่านอนสอนง่ายตรงที่นั่งผู้ชมซะนะคะ” (อาเทส)

            “อย่าหลงตัวเองนักนะ ยัยฮีโร่ชั่ว! ถึงแม้ว่าคนอื่นจะฝีมือไม่ถึงขั้น แต่ศิษย์น้องของข้ามิรัคไม่แพ้ง่าย ๆ หรอก! ถ้าข้าไม่ออกไปมันก็ไร้ความหมาย! หากมีสนามรบละก็ ข้าจะไปอาละวาดให้!” (เคียวกะ)

            “การไม่รับคำท้าจากคนที่มาหาเรื่อง จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของพ่อค้าในไฮดร้าวิลเลจค่ะ และมันก็เป็นโอกาสดีที่จะได้ตรวจสอบว่า คุณซิลติสที่มัวแต่เล่นเป็นไอดอลความสามารถลดลงรึเปล่า” (ซาราซา)


มิรัคและซิลติสต่างทำหน้าบูดบึ้งและร้องว่า ‘อุหวา’, ‘อุหวาาา......!!’

แต่ไม่ใช่ว่าฮีโร่แห่งไฟและน้ำรุ่นก่อนสองคน ถูกฮีโร่แห่งแสงรุ่นก่อนผู้ชั่วร้ายควบคุมซะอยู่หมัดหรอกเหรอ?


            “ในเมื่อเรื่องราวตกลงกันได้แล้ว งั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อนนะคะ ยังไงก็ตาม เพื่อทำการประลองอย่างเป็นทางการ เวลาและการเตรียมการเป็นสิ่งจำเป็น ใช่ไหมคะ ท่านโยริชิโระ?” (อาเทส)

            “ได้สิคะ ทางนี้จะแจ้งเวลาและสถานที่ภายหลังค่ะ” (โยริชิโระ)


คราวนี้ ประกายไฟก็กระจัดกระจายอย่างรุนแรงอีกครั้ง แล้วโยริชิโระกับอาเทสก็สิ้นสุดการเผชิญหน้ากัน

ก่อนที่จะออกจากห้อง อาเทสได้หยุดอยู่ตรงหน้าคุณคาเรน


            “คุณคาเรนคะ พวกเรามาสู้กันอย่างสุดฝีมือของแต่ละฝ่ายในวันนัดหมายนะคะ” (อาเทส)

            “อะ-เอ่อ......!” (คาเรน)

            “ฉันน่ะ คิดว่าคุณไม่เหมาะสมกับการเป็นฮีโร่แห่งแสงค่ะ ฉันจึงตั้งใจพิสูจน์เรื่องนั้นในการต่อสู้นี้ค่ะ” (อาเทส)


พอพูดแบบนั้น คราวนี้อาเทสก็ออกจากห้องไป

เคียวกะและซาราซาก็ตามเธอไปเหมือนกัน


            “ล้างคอรอไว้ได้เลยมิรัค ข้าจะจัดการสันดานขี้เกียจและไม่กระตือรือร้นของแกจนมันเข้าที่เข้าทางเอง!” (เคียวกะ)

            “ฉันเองก็ขอตัวกลับก่อนเหมือนกันค่ะคุณซิลติส ยกเลิกกำหนดการไอดอลแล้วพยายามฝึกฝนตั้งแต่ตอนนี้ซะนะคะ อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อให้คุณพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายเล็กน้อย” (ซาราซา)


พอพูดทิ้งท้ายแล้วพวกเธอก็จากไป

ฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในตอนนี้มิรัคและซิลติสยืนมองพวกเธอจากไป......


            “พี่......! ปล่อยออร่ากระจอกแบบนั้น......!” (มิรัค)

            “ดูเหมือนพวกเธอจะถูกฮีโร่แห่งแสงรุ่นก่อนกับท่านโยริชิโระกดดันตั้งแต่ตอนนั้น หมายความว่าขนบธรรมเนียมตั้งแต่สมัยก่อนถูกแสงสว่างของพวกเราควบคุมสินะ......?” (ซิลติส)


ถึงอย่างนั้นผมก็อยากจะคิดว่า มิรัคและซิลติสที่ถูกควบคุมโดยคุณคาเรนเป็นการควบคุมที่ดี


* * * * *


            “......แล้ว”


พายุออกไปจากห้องนั่งเล่นของมหาวิหารแห่งแสง

พอพวกรุ่นก่อนจากไป สุดท้ายความหนาแน่นของประชากรก็ลดลง


            “พอกลิ่นตัวของผู้สูงอายุจางลงก็หายใจได้ง่ายขึ้นเลยเนอะ” (ซิลติส)

            “การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพวกที่อายุไล่เลี่ยกันก็กลับมาเป็นปกติ” (มิรัค)


มิรัคและซิลติสหัวเราะฮิฮิ

การกดดันและความตึงเครียดที่พวกเธอได้รับจากพวกรุ่นพี่มันถึงขนาดนี้เลยเหรอ? แต่นอกจากผู้เกี่ยวข้องโดยตรงที่รู้สึกอย่างนั้นแล้ว มีเพียงฮีโร่แห่งลมฮิวเอะที่บังเอิญอยู่ที่นี่......


            “ไม่ไหว มันตึงเครียด ข้าน้อย ตามการสนทนาไม่ได้และก็กลายเป็นอากาศเข้ากลางคัน” (ฮิวเอะ)

            “ก็แค่ฮีโร่แห่งลมสินะ” (มิรัค)

            “ก็แค่ฮีโร่แห่งลมสินะ” (ซิลติส)


เธอมันก็แค่ฮีโร่แห่งลมสินะ


            “แต่พวกเราจะทำยังไงดีล่ะ? การประลองกะทันหันมันไม่มากเกินไปหรอกเหรอ!?” (ไฮเนะ)


ขณะที่เก็บกวาดกำแพงที่ถูกพวกฮีโร่รุ่นก่อนทำลาย ผมก็เริ่มบ่นเรื่องการประลองและต่อว่าโยริชิโระ

โยริชิโระดื่มชาด้วยท่าทางอันงดงาม


            “......นี่เป็นสถานการณ์ที่สามารถคาดเดาได้ค่ะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “ศาสนจักรทั้งห้า ขัดแย้งกันมานานแล้ว ในระยะแรกของการก่อตั้งศาสนจักร พวกเขาช่วงชิงผู้ศรัทธาเพื่อทำให้การสวดภาวนาบูชาเทพเพิ่มมากขึ้น และทำให้เกิดสงครามระหว่างศาสนจักร ตั้งแต่สัตว์ประหลาดและอีเธอเรียลปรากฏความขัดแย้งที่ว่าก็จมลงสู่ใต้น้ำ ถึงอย่างนั้นเวลาที่ความสัมพันธ์ของแต่ละศาสนจักรจะดีกันได้มันก็ไม่มีเลยสักครั้งค่ะ” (โยริชิโระ)

            “แต่นั่นมันกำลังจะเปลี่ยนแปลงใช่ไหม?” (ไฮเนะ)

            “ใช่ค่ะ เพราะความพยายามของเหล่าฮีโร่วัยเยาว์ที่อยู่ที่นี่ ความสัมพันธ์ของแต่ละศาสนจักรจึงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ศัตรูร่วมกันที่เรียกว่ามารดาสัตว์ประหลาดและราชาปีศาจ แต่ศาสนจักรทั้งห้าที่เข้าสู่สถานการณ์ร่วมแรงร่วมใจก็ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์เลยสักครั้งค่ะ” (โยริชิโระ)


แต่เพราะแบบนั้น


            “มันจะมีคนที่ตะโกนโต้แย้งกับสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนอยู่เสมอค่ะ คนหัวแข็ง คือคนที่จะปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม หรือคนที่ได้มาซึ่งความได้เปรียบอันยิ่งใหญ่เพราะสถานการณ์นั้น พวกคนที่ว่าจะปกป้องโลกของตัวเอง และจะพยายามคัดค้านการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างเอาเป็นเอาตายค่ะ” (โยริชิโระ)

            “นั่นก็คือพวกฮีโร่รุ่นก่อน?” (ไฮเนะ)

            “คนพวกนั้น เป็นมากกว่าปัญหาเพียงผิวเผินค่ะ ฮีโร่คือหน้าตาของศาสนจักร ถึงจะเป็นคนที่ถอนตัวไปแล้วเราก็ไม่อาจมองข้ามอิทธิพลนั้นได้ ดังนั้นนอกจากฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในตอนนี้จะอยู่ตรงกลางของความเปลี่ยนแปลงแล้ว เราก็ต้องอุ้มชูคนรุ่นก่อนที่คัดค้านเหมือนกันค่ะ” (โยริชิโระ)


หมายความว่าใครบางคนกำลังควบคุมพวกเธออยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ......!?


            “สรุปแล้ว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ในมุมมองที่ว่าเหตุผลของฝ่ายไหนถูกต้อง......!” (ไฮเนะ)

            “มันคือการแย่งชิงอำนาจของแท้ค่ะ” (โยริชิโระ)


ความจริงแล้ว เท่าที่มองดูในศาสนจักรแห่งแสงสว่าง เริ่มจากพระคาร์ดินัล, อาร์ชบิชอป, หัวหน้ากองอัศวินแห่งแสงออโรร่า และอัศวินชั้นสูงทุกคน คนเหล่านั้นล้วนได้ตำแหน่งสูงส่งเพราะมีชาติกำเนิดที่ดี

ถ้าหากศาสนจักรทั้งห้าร่วมมือกันและต่อสู้ชี้ชะตากับสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง ทั้งยังต้องแสดงความสามารถที่แท้จริงด้วยละก็ ถึงจะเป็นแค่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปกติ พวกเขาก็คงจะเดือดร้อนมาก

การเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ ย่อมทำให้ผู้คนมากมายที่คุ้นเคยกับระบบเก่าไม่พอใจและต่อต้าน ถ้าจะนับอย่างละเอียดละก็ มันน่าจะมีมากมายเลยละ


            “พวกเราเริ่มต่อสู้โดยมีเป้าหมายที่จะขุดรากถอนโคนสัตว์ประหลาด เพื่อการนั้น พวกเราจึงร่วมมือกับเหล่าฮีโร่ที่เป็นศัตรูมาจนถึงตอนนี้ และศาสนจักรก็คือผลสำเร็จร่วมกัน มันทำให้พวกเราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่เคยสำเร็จมาก่อน และถือเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ค่ะ” (โยริชิโระ)


ค-ครับ......!


            “ถึงอย่างนั้น อนาคตก็เต็มไปด้วยปัญหาค่ะ ตัวตนที่แนะนำตัวเองว่าราชาปีศาจซึ่งถือกำเนิดจากมารดาสัตว์ประหลาด เพื่อตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงนั้น และค้นหามารดาสัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่ พวกเราจึงรวมพลังของศาสนจักรแต่ละแห่ง แต่ผลลัพธ์ที่แปลกใหม่ก็ยังไม่ปรากฏค่ะ ในระหว่างนั้น ปัญหาก็เกิดขึ้นจากฝั่งมนุษย์ ไม่ใช่จากฝั่งสัตว์ประหลาด” (โยริชิโระ)


ขอบคุณสำหรับการอธิบายสถานการณ์ครับ


            “ดิฉันจึงคิดว่า จะทำให้ทุกคนที่ต่อต้านหันมาปรองดองกันในโอกาสนี้ค่ะ” (โยริชิโระ)

            “......อ๊ะ หรือว่าท่านโยริชิโระ เสนอการประลองกับพวกฮีโร่รุ่นก่อนก็เพื่อการนั้น?” (ซิลติส)


โยริชิโระพยักหน้าให้กับคำถามของซิลติส


            “ใช่แล้วค่ะ พวกคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังในตอนนี้ จะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ฮีโร่รุ่นก่อนชนะ คนที่เคลื่อนไหวคือศัตรู เป็นมิตรที่สร้างปัญหาในหมู่พวกเราค่ะ ทุกคนคะ” (โยริชิโระ)

            ““““ค-คะ!?””””


เหล่าฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันตัวสั่นกันเป็นแถบ ๆ


            “พวกคุณควรทราบว่า การต่อสู้นี้คือภัยพิบัติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ พวกคุณควรชนะ เพื่อพิสูจน์ความชอบธรรมของตัวเอง ดิฉันจะตามหาผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดไม่ให้เหลือเลยสักคน หากก้าวข้ามความยากลำบากนี้ไปได้ พวกคุณก็จะเข้าใกล้สันติภาพไปอีกก้าวค่ะ!” (โยริชิโระ)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 180 การพิจารณารุ่นก่อน

 

            “อื้อหือ~ ท่านโยริชิโระไฟลุกพรึ่บ! จิตวิญญาณนักสู้ทางการเมืองเผยออกมาชัดเจนเลยนะเนี่ย!”


ฮีโร่แห่งดินกอนเบ ซาซาเอะจังพูดแบบนั้น และกำลังมองโยริชิโระด้วยสายตาแห่งความหลงใหล

......อื๋อ?


            “ทำไมซาซาเอะจังมาอยู่ที่นี่ล่ะ? เมื่อกี้นี้เธอไม่ได้อยู่นี่!?” (ไฮเนะ)

            “พูดอะไรอย่างงั้นพี่ไฮเนะ ฉันกับคุณโดโรฮะก็ปรากฏตัวพร้อมกับท่านโยริชิโระนะ” (ซาซาเอะ)

            “ใช่ค่ะ ท่านไฮเนะ” (โดโรฮะ)


พอมองดูดี ๆ โดโรฮะก็ยื่นอยู่ข้าง ๆ

โดโรฮะที่เป็นผู้ติดตามของโยริชิโระมาจนถึงตอนนี้น่ะเอาไว้ก่อน แต่ทำไมซาซาเอะจังถึงมาอยู่กับโยริชิโระได้ล่ะ?


            “ฉันจะอธิบายเองค่ะ ท่านไฮเนะ” (โดโรฮะ)


ดูเหมือนโดโรฮะจะเป็นคนอธิบาย


            “เหตุการณ์ความวุ่นวายของรูดร้าสเตทเมื่อคราวก่อน ดูเหมือนการสื่อสารระหว่างท่านโยริชิโระกับคุณซาซาเอะในการปฏิบัติต่อเชลยที่จับตัวมา จะทำให้พวกเธอเข้าอกใจเข้ากันค่ะ” (โดโรฮะ)


เอ๋?


            “ท่านโยริชิโระพูดว่า ‘ดิฉันค้นพบอะไรบางอย่างที่ส่องประกายอยู่ข้างในตัวคุณซาซาเอะ’ จึงตัดสินใจให้เธอสืบทอดกลเม็ดเด็ดพรายที่ตัวท่านมีค่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังจะเปิดชั้นเรียนให้กับคุณซาซาเอะ แล้วตอนนั้นพวกเราก็ได้ยินรายงานว่าฮีโร่รุ่นก่อนอาเทสปรากฏตัว” (โดโรฮะ)


เดี๋ยวก่อนนะ

ซาซาเอะจังได้รับการสั่งสอนแบบพิเศษ จากคุณยายที่ถูกบันทึกว่าเธอคือฮีโร่แห่งดินรุ่นก่อนที่ป่าเถื่อนที่สุดแล้วนี่

ถ้าได้การอบรมสั่งสอนจากโยริชิโระที่เหนือกว่านั้นละก็ มันจะเป็นยังไงกันล่ะ? เธอจะสร้างลูกครึ่งที่เป็นยอดคนผู้ป่าเถื่อนและยอดคนผู้ชั่วช้างั้นเหรอ!?

จากนั้นโยริชิโระกับซาซาเอะจังก็คุยอะไรบางอย่าง


            “คุณซาซาเอะคะ พวกเรามาทบทวนสิ่งที่เรียนในวันนี้กันเถอะค่ะ คติของศาสนจักรแห่งแสงสว่างก็คือ?” (โยริชิโระ)

            “‘ลืมสิ่งที่ไม่สะดวกไปซะ’!” (ซาซาเอะ)


ไม่ได้การละ ปีศาจที่ป่าเถื่อนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซาซาเอะจัง!!

………………

เอาเถอะ ปัญหานั้นเอาไว้ทีหลังละกัน ตอนนี้ควรจะโฟกัสกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า


            “ว่าแต่ ซาซาเอะจังช่วยมาซ่อมกำแพงที่พวกฮีโร่รุ่นก่อนทำลายได้ไหม?” (ไฮเนะ)

            “เรื่องกล้วย ๆ อุดรูกำแพงให้เหมาะสมด้วยซากแล้วก็...... [Alchemical Combinations]! เหมือนเดิมแล้ว!” (ซาซาเอะ)


สะดวกชะมัด


            “งั้นก็มาพูดเรื่องสำคัญกัน การต่อสู้ซึ่งแบ่งออกเป็นฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันกับฮีโร่รุ่นก่อน......” (ไฮเนะ)

            “คะ?” (โยริชิโระ)

            “จะชนะเหรอ?” (ไฮเนะ)


พูดตามตรงนะ การแข่งแบบนั้น มันไม่มีความชัดเจนว่าการต่อสู้สิบครั้งจะชนะสิบครั้ง และมันก็ไม่มีความหมายที่จะทำ

ถ้าหากเป็นไปตามข้อตกลงที่ว่า การเรียกร้องสิทธิ์ของฝ่ายที่ชนะจะได้รับการยอมรับ แล้วทีมฮีโร่รุ่นก่อนของพวกอาเทสเกิดชนะขึ้นมาละก็ สมาพันธ์ฮีโร่คงต้องล้มเลิกกลางคัน และการปรองดองของศาสนจักรทั้งห้าเองก็ถอยหลังเข้าคลองเหมือนกัน

ตรงกันข้าม ถึงแม้ว่าทีมฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันของพวกผมจะชนะ การเรียกร้องสิทธิ์จะได้รับการยอมรับและสมาพันธ์ฮีโร่ก็จะดำรงอยู่ต่อไป พวกผมพยายามได้รับการยอมรับ และยังอุตส่าห์ต่อสู้เพื่อสิ่งที่ได้รับการยอมรับจากผู้ก่อตั้งทุกคนเรียบร้อยแล้ว

พูดตามตรงนะ ผลสำเร็จมันน้อย แต่ความเสี่ยงมันมากมาย


            “ฮีโร่รุ่นก่อนที่ว่า สุดท้ายก็คือคนที่เกษียณไปแล้วใช่ไหมล่ะ? ถ้างั้นความสามารถของพวกเธอก็ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ฝ่ายที่ทำหน้าที่อยู่ควรจะแข็งแกร่งกว่าไม่ใช่เหรอ......?” (ไฮเนะ)

            “......คนที่เรียกว่าฮีโร่ก็คือ หน้าตาของศาสนจักรค่ะ” (โยริชิโระ)


เรื่องนั้นผมได้ยินหลายรอบแล้ว


            “พวกเธออุทิศตนให้กับการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะตัวแทนของศาสนจักร ดังนั้นฮีโร่จะต้องแข็งแกร่งและงดงามไม่ว่าจะในเวลาไหนก็ตามค่ะ เพราะแบบนั้นฮีโร่จึงเป็นสตรีผู้งดงาม และถูกเลือกในช่วงอายุประมาณสิบปีค่ะ” (โยริชิโระ)


ผมหันไปมองรอบ ๆ

คุณคาเรน, มิรัค, ซิลติส, ซาซาเอะจัง, ฮิวเอะ

อายุเฉลี่ยของพวกนั้นคือสิบสี่ปีสินะ ส่วนซาซาเอะจังที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวมนั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเป็นพิเศษ


            “แต่อำนาจและรูปโฉมก็จะถดถอยเมื่อเวลาผ่านไป ศาสนจักรจึงมีแนวโน้มว่าจะให้ใครบางคนมาแทน ก่อนที่ฮีโร่ซึ่งผ่านจุดสูงสุดไปแล้วจะเปิดเผยรูปร่างที่ดูไม่ได้ค่ะ ดังนั้นช่วงเวลาเกษียณมาตรฐานของฮีโร่ก็คือยี่สิบถึงยี่สิบสองปี อย่างช้าก็คือยี่สิบห้าปีค่ะ พวกฮีโร่รุ่นก่อนที่มาโดยไม่ได้รับเชิญในวันนี้ส่วนใหญ่มีอายุประมาณนั้นค่ะ” (โยริชิโระ)


มันก็จริงอยู่ อาเทส, เคียวกะ และซาราซาสามคนถูกเรียกว่ารุ่นก่อน แต่พวกเธอก็มีเสน่ห์ที่ดึงดูดเพศตรงข้ามในแบบผู้ใหญ่ และเผลอ ๆ จะเต็มไปด้วยความเยาว์วัยด้วยซ้ำ


            “ฮีโร่ที่เกษียณกะทันหันน่ะ ดีไม่ดีจะแข็งแกร่งกว่าตอนที่ทำหน้าที่อยู่และก็มีคนแบบนั้นอยู่มากมายด้วยซ้ำ อย่างสามคนนั้นที่หลุดออกมาไงคะ ถึงจะมองแค่แวบเดียว ดิฉันก็ทราบว่าพลังของความทะเยอทะยานที่ห่อหุ้มอยู่แตกต่างจากคนที่หลงลืมการต่อสู้ค่ะ” (โยริชิโระ)


เฮ้ยเฮ้ย

ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ พวกฮีโร่รุ่นก่อนในตอนนี้ก็แข็งแกร่งกว่าฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันไม่ใช่เหรอ?

คนที่อายุสิบปีและคนที่อายุยี่สิบ ถึงจะคิดตามปกติจากความสมบูรณ์ของร่างกายและปริมาณประสบการณ์ที่สั่งสมมา ฝ่ายที่แก่กว่าย่อมได้เปรียบ

ถ้าต้องเอาปัจจัยของการแพ้ชนะคือความถดถอยเข้ามาเอี่ยวด้วย เวลามันก็ผ่านไปแค่เล็กน้อย


            “หลักการทั่วไปมันคงจะเป็นแบบนั้น หลังจากนั้นก็ปัญหาเรื่องพรสวรรค์ของแต่ละคน......” (โยริชิโระ)

            “......ศิษย์พี่ของชั้น อาบิ เคียวกะ” (มิรัค)


มิรัคพูดเพื่อขัดขวางคำพูดของโยริชิโระ


            “ว่ากันว่าเธอคือลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของอาจารย์เอ็นโอของชั้น” (มิรัค)


ผู้นำของศาสนจักรแห่งไฟในปัจจุบัน คุณเอ็นโอ ผู้ที่มีชื่อเสียงในเรื่อง ‘ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน’ มีประวัติส่วนตัวว่าเขาเคยทำหน้าที่หัวหน้ากองกำลังนักสู้เพลิงกรรมก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้ก่อตั้ง

ในตอนที่นำพากองกำลังนักสู้เพลิงกรรมนั้น เขาได้แนะนำนักสู้ทุกคน และยังชุบเลี้ยงผู้มีคุณสมบัติมากมาย

มิรัคที่อยู่ตรงหน้าพวกผมในวันนี้ คือลูกศิษย์คนหนึ่งของเขา

เพราะแบบนั้นเธอจึงเรียกฮีโร่แห่งไฟรุ่นก่อน เคียวกะ ว่าศิษย์พี่


            “พี่เคียวกะ มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น อาจารย์ก็ยอมรับความสามารถนั้น และชี้แนะเธอโดยทุ่มเทพลังเป็นพิเศษยิ่งกว่าลูกศิษย์คนอื่น เมื่ออาจารย์กลายเป็นผู้ก่อตั้งซึ่งทำหน้าที่ในปัจจุบัน ในขณะที่เขาควบคุมฝ่ายต่อต้านสมาพันธ์ฮีโร่ทั้งหมด มีแค่พี่เคียวกะเท่านั้นที่เขาไม่สามารถทำให้เงียบได้ นั่นก็เพราะสถานการณ์ที่ว่ามา” (มิรัค)

            “เธอจะบอกว่า เขาไม่สามารถขัดขวางลูกศิษย์ที่น่ารักได้งั้นเหรอ .......?” (ไฮเนะ)

            “อะไรกันเนี่ย สรุปก็คือลำเอียงไม่ใช่เหรอไง?” (ซิลติส)


ซิลติสเข้ามาแทรก แต่ไม่มีใครตอบรับ มันจึงจบลงโดยไม่เป็นไปตามความคาดหมาย


            “ตะ-แต่ว่ามิรัคจังก็ถูกเลือกให้เป็นฮีโร่แห่งไฟนะ เพราะงั้นพรสวรรค์ของเธอก็ไม่แพ้......” (คาเรน)

            “ลืมไปแล้วเหรอคาเรน? ชั้นไม่มีพรสวรรค์ตั้งแต่แรก เพราะแบบนั้นชั้นถึงต้องกลบมันด้วยความพยายาม พยายามถึงขั้นที่หลงลืมมิตรภาพกับเธอ” (มิรัค)


คงจะนึกถึงอดีตที่ขมขื่นสินะ มิรัคจึงผุดรอยยิ้มดูถูกตัวเอง


            “ที่ชั้นเป็นฮีโร่ก็เพราะพี่เคียวกะพ่ายแพ้ให้กับวัวเพลิงฟาลาริสและถอนตัว ชั้นมันก็แค่คนที่มีความสามารถในฐานะผู้สืบทอด เรื่องมันก็แค่นั้นเอง มิหนำซ้ำ พี่เคียวกะยังใช้เวลาทั้งหมดกับการฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดเพื่อล้างอายที่เคยพ่ายแพ้วัวเพลิง ไม่ผิดแน่ ไม่มีทางที่เธอจะอ่อนกว่าในสมัยก่อนหรอก” (มิรัค)


เธอมีทั้งพรสวรรค์ และความพยายามสินะ

แต่สิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่านั้น ไม่ใช่ว่ามิรัคมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจต่อเคียวกะที่เป็นรุ่นพี่หรอกเหรอ?

เคียวกะและมิรัคคือศิษย์พี่ศิษย์น้อง

ถ้าพูดถึงรุ่นพี่ละก็ อาจจะเป็นตัวตนที่ผสมผสานความนับถือและความหวาดกลัว, ความรักและความเกลียดชังทั้งหมดยิ่งกว่าอาจารย์ก็ได้


            “ฮีโร่แห่งน้ำรุ่นก่อน รา ซาราซาเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจ” (ซิลติส)


จากนั้นซิลติสก็พูด


            “เธอคือแบบอย่างในฐานะฮีโร่แห่งน้ำ เพราะแบบนั้นเธอก็เลยมองฉันที่แหกคอกเป็นศัตรู” (ซิลติส)


เผลอ ๆ ซิลติสอยากจะบอกว่า ‘ช่วยมองฉันเป็นศัตรูทีนะคะ’ ด้วยซ้ำ


            “การที่ฮีโร่แห่งน้ำควรจะแต่งงานกับพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่มีอำนาจและทรัพย์สมบัติในตอนที่เกษียณน่ะ เป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มันเป็นการแต่งงานที่หวังควบรวมศาสนจักรและโลกธุรกิจเข้าด้วยกัน ยัยซาราซาเอง ก็แต่งงานกับพ่อค้าที่ค้าขายกับต่างเมืองซึ่งมีความสามารถในไฮดร้าวิลเลจ และเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตที่หรูหรา เพราะแบบนั้นเธอก็เลยดูถูกฉันเป็นพิเศษ” (ซิลติส)

            “......?”


การดูถูกตัวเองที่ผุดขึ้นมาจาง ๆ ในสีหน้าของซิลติสตอนที่พูดแบบนั้น ผมคงจะรู้สึกไปเองใช่ไหม?

ยังไงก็ตาม ต่อมาก็คือฮีโร่แห่งแสงรุ่นก่อน ซันนี่โซล อาเทส......


            “เรื่องของเธอน่ะ ดิฉันจะอธิบายเองค่ะ” (โยริชิโระ)


โยริชิโระพูด

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 181 แสงที่เหลืออยู่ของความไม่สงบ

 

            “คติของศาสนจักรแห่งแสงสว่างก็คือ ‘ลืมสิ่งที่ไม่สะดวกไปซะ’ อืม มันดูเหมือนเรื่องตลก แต่ถ้าจะมีคนที่ทำตามคตินั้นอยู่ละก็ คน ๆ นั้นก็คือคุณอาเทสอย่างแน่นอนค่ะ” (โยริชิโระ)


โยริชิโระพูดทีเล่นทีจริง แต่ฟังดูแล้วมันไม่เหมือนกับการล้อเล่นเลย

อีกด้านหนึ่ง คุณคาเรนซึ่งเป็นฮีโร่แห่งแสงที่ทำหน้าที่ในตอนนี้นิ่งเงียบ และเอาแต่ฟังเรื่องราวอย่างเดียว


            “คงจะมีคนได้ยินเรื่องราวมาบ้างแล้ว แต่ดิฉันก็ขับไล่ผู้ก่อตั้งรุ่นก่อน—— คุณพ่อของดิฉันและเข้ารับตำแหน่งผู้ก่อตั้งแห่งแสง คุณพ่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้ก่อตั้ง ดิฉันจึงให้เขาลาออกเพื่อรับผิดชอบเรื่องนั้นค่ะ” (โยริชิโระ)


เรื่องนั้น ดูเหมือนผมจะเคยได้ยินอยู่นะ.......?


            “การทุจริตที่เป็นรูปธรรมชัดเจนนั้น เป็นเรื่องอื้อฉาวสำหรับศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ดิฉันจึงพูดขึ้นมาอีกครั้งค่ะ แต่ว่า คุณอาเทสที่เป็นฮีโร่ในตอนนั้นก็เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้นเหมือนกัน ตอนที่ดิฉันเป็นผู้ก่อตั้งแทนคุณพ่อ จึงให้ตัวเลือกกับเธอค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ตัวเลือก?” (ไฮเนะ)

            “จะยอมถอนตัวด้วยความตั้งใจของตัวเอง หรือถูกแย่งชิงสมญานามด้วยน้ำมือของคนอื่น เธอเลือกถอนตัวโดยไม่ลังเลเลยค่ะ เธอไม่ใช่ฮีโร่แล้ว แต่พวกเราก็ไม่อาจไล่ตามความผิดที่ทุจริตมากไปกว่านี้ได้ นอกจากนั้นเธอก็เหลือเงินเดือนมากมายที่มอบให้กับฮีโร่ที่เกษียณอีกด้วย เธอคงคำนวณไว้แล้วค่ะ” (โยริชิโระ)

            “สรุปแล้วฮีโร่รุ่นก่อนที่ชื่อว่าอาเทส เป็นผู้หญิงแบบนั้นงั้นเหรอ......?” (ไฮเนะ)

            “ใช่แล้วค่ะ เธอเป็นผู้หญิงที่จะเคลื่อนไหวเฉพาะตอนที่คำนวณอย่างละเอียดแล้วเท่านั้น ด้วยความหมายที่ว่ามาจึงพูดได้ว่า เธอเป็นคนที่ตรงข้ามกับคุณคาเรนที่ทำหน้าที่ฮีโร่ในตอนนี้—— ตรงกันข้ามกับคุณคาเรนที่เคลื่อนไหวในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยคุณธรรมของมนุษย์มาตลอดค่ะ” (โยริชิโระ)

            “อา นั่น......” (มิรัค)

            “เหมือนฉันจะเข้าใจดีเลยละ.......” (ซิลติส)


มิรัคและซิลติสยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ตัวคุณคาเรนโดยโยริชิโระทันที


            “เพราะตอนที่เกษียณ เธอคงมีวิธีที่จะเดิมพันกับการพลิกสถานการณ์ในการเผชิญหน้ากับดิฉันมากมาย แต่คุณอาเทสก็ไม่ยอมเสี่ยง ตอนที่โอกาสมันเลือนลางเธอก็จะยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี และใช้เวลากับการซุ่มฝึกฝนเพื่อรอจังหวะค่ะ” (โยริชิโระ)

            “งั้น ที่เธอออกมาเคลื่อนไหวตอนนี้......?” (ไฮเนะ)


เพราะเธอตัดสินว่าตอนนี้คือเวลาแห่งการโต้กลับงั้นเหรอ?


            “ยังไงกันน้า? แต่เธอเป็นคนระวังตัวค่ะ ในสถานการณ์ที่ฮีโร่รุ่นก่อนมากมายเคลื่อนไหวในคราวนี้ มีความเป็นไปได้ว่าภาพที่เธอวาดไว้จะปรากฏออกมาค่ะ” (โยริชิโระ)


เข้าเป็นพันธมิตรกับอดีตฝ่ายป้องกันของแต่ละศาสนจักรที่หวาดกลัวกับการเปลี่ยนแปลง, รวบรวม และใช้พวกเขาในฐานะพลังสู้รบของตัวเอง

นี่เธอพยายามโค่นล้มฝ่ายบริหารในปัจจุบันด้วยพลังสู้รบนั้น แล้วทวงคืนตำแหน่งที่มีอำนาจของตัวเองงั้นเหรอ?

ถ้าหากมุมมองนั้นเป็นจริงละก็ อาเทสก็เป็นคนที่ใช้สถานการณ์ได้เป็นอย่างดีจนถึงขั้นที่น่ากลัวเลยละ


            “ตัวคุณอาเทสนั้น ในเชิงความรู้สึก เธอเป็นคนที่ยึดมั่นกับอำนาจอย่างชัดเจนค่ะ สมญานามของฮีโร่สำหรับเธอเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้ตัวเองได้มาซึ่งอำนาจเท่านั้น เธอเป็นผู้หญิงที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ตราบใดที่ตัวเองไม่เสี่ยงอันตรายค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ฉัน...... ไม่อยากแพ้ค่ะ......!” (คาเรน)


คนที่พูดเหมือนจะเค้นเสียงออกมาก็คือ คุณคาเรน

ดวงตานั้นกำลังลุกไหม้ด้วยจิตใจที่สู้ตายถวายชีวิตอันน่าประหลาด


            “ฉัน ไม่อยากแพ้คนแบบนั้นค่ะ คนที่ใช้สมญานามของฮีโร่เพื่อตัวเองน่ะ ฉันไม่อยากแพ้ค่ะ.......!” (คาเรน)

            “ตะ-แต่ว่า...... พวกเราไม่จำเป็นต้องกระตือรือร้นถึงขนาดนั้นไม่ใช่เหรอ?” (ซิลติส)


เธอคงถูกคุณคาเรนที่ถูกความโกรธแผดเผาอย่างไม่คาดคิดกดดัน ซิลติสก็เลยหัวเราะแห้ง ๆ


            “ที่ว่าฮีโร่ซึ่งทำหน้าที่ในปัจจุบันเผชิญหน้ากับฮีโร่รุ่นก่อนน่ะ รุ่นก่อนที่ปรากฏตัวในวันนี้มีแค่แสง, ไฟ, น้ำสามคนไม่ใช่เหรอ? ทางนี้มีดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, แสง รวมพลกันห้าคนเชียวนะ แค่ทำตามปกติทางนี้ก็ชนะด้วยจำนวนคนแล้ว” (ซิลติส)


ถ้าพูดแบบนั้นมันก็ใช่

การเผชิญหน้ากันของฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในตอนนี้กับฮีโร่รุ่นก่อนยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะทำกันในรูปแบบไหน แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จำนวนคนมากจะได้เปรียบ


            “แน่นอน! ถ้าเป็นการรบละก็ ฉัน กอนเบ ซาซาเอะ! จะพยายามเต็มที่!” (ซาซาเอะ)

            “ข้าน้อยจะปกป้องด้านหลังของทุกท่านเอง” (ฮิวเอะ)


ซาซาเอะจังและฮิวเอะกระตือรือร้นเต็มที่

ถ้าเป็นการต่อสู้แบบทีมละก็ ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดก็คือคุณภาพของการร่วมมือกัน แต่มีแค่จุดนั้นที่พวกเธอไม่น่าเป็นห่วง สายสัมพันธ์ของพวกเธอที่ก้าวข้ามความเป็นความตายมากมาย เป็นอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ถ้างั้นแค่มีจำนวนคนมากมายพวกเธอก็คงจะได้เปรียบ


            “เอ่อ...... แล้วผมล่ะ?” (ไฮเนะ)


ผมยกมือขึ้นมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ......


            “นายไม่ใช่ฮีโร่อย่างเป็นทางการ เพราะงั้นคราวนี้นายก็คือคนนอกใช่ไหมล่ะ? กลับเข้าที่ไปซะ!” (ซิลติส)

            “ใช่แล้ว การพึ่งพานายไปตลอดมันมีผลกับเกียรติในฐานะฮีโร่ กะอีแค่รุ่นพี่น่ะ ชั้นจะจัดการด้วยฝีมือของตัวเองให้ดู!” (มิรัค)


ผมถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

การต่อสู้นี้ ดูเหมือนจะเป็นการต่อสู้ระหว่างฮีโร่กับฮีโร่ล้วน ๆ


ถึงอย่างนั้น ความเคร่งเครียดจากสีหน้าของโยริชิโระก็ไม่ได้หายไป


            “แต่ว่า มันจะไปได้สวยรึเปล่าน้า? คุณอาเทสน่ะ เธอน่าจะไปคุยกับศาสนจักรแห่งลมและศาสนจักรแห่งดินไว้ก่อนแล้ว.......?” (โยริชิโระ)


ฮีโร่แห่งลมและดินรุ่นก่อนอาจจะออกมางั้นเหรอ?


            “ฮีโร่แห่งดินรุ่นก่อนที่ว่า...... คุณยายคนนั้นเหรอ? ไม่รู้สึกว่าจะชนะเลยสักนิด.......?” (ซิลติส)


ซิลติสพูดแบบนั้นและตัวสั่น

เธอคงจะพูดถึงผู้ก่อตั้งแห่งดินที่เป็นคุณยายของซาซาเอะจัง

คุณยายคนนั้นถูกเรียกว่า ‘ผู้ถอนรากถอนโคนชาคารุมะ’ ในวัยเยาว์ เธอคือฮีโร่ในตำนานที่ป่าเถื่อนที่สุด


            “คุณยายเป็นฮีโร่รุ่นที่เจ็ด รุ่นก่อนของฉันก็คือญาติพี่น้องของฉัน พี่โยเนโกะ!” (ซาซาเอะ)

            “เห เป็นคนแบบไหนเหรอ? ถ้าเกิดว่า เธอออกมาต่อสู้ล่ะ?” (ไฮเนะ)

            “เธอแต่งงานและเกษียณเมื่อปีที่แล้วน่ะ ฉันถูกเลือกให้มาเป็นฮีโร่แทนเธอ แต่ถ้าจำไม่ผิดพี่โยเนโกะบอกว่าจะให้กำเนิดคนที่สามในไม่ช้า ฉันคิดว่าเธอตั้งสมาธิกับของมีคมไม่ได้หรอก!” (ซาซาเอะ)


……

…………อื๋อ?


            “เอ๋? เดี๋ยวก่อนนะ คน ๆ นั้นแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว? งั้น ลูกคนที่สามก็อยู่ในท้อง? การคำนวณมันไม่ตรงกันนะ?” (ไฮเนะ)

            “นั่นเป็นความสามารถในการผลิตของอิชตาร์เบลซน่ะ คุณยายเขาพูดไว้!” (ซาซาเอะ)

 
ไอ้นั่นมันครอบคลุมถึงความสามารถในการผลิตด้วยเหรอ!?

เอาเถอะ มีความเป็นไปได้ว่ามันจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดของซาซาเอะจัง และความเป็นไปได้นั้นก็สูงอย่างเห็นได้ชัด แต่ตอนนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน


            “นี่ ฮิวเอะ แล้วฝั่งเธอเป็นยังไงล่ะ? ......ถ้าพูดถึงฮีโร่แห่งลมรุ่นก่อนละก็ ทุกคนคงรู้จักกันหมดแล้วสินะ ผู้ก่อตั้งแห่งลม ท่านทอร์โดเรด ชีวา” (ไฮเนะ)


ใช่ ในศาสนจักรแห่งลม ผู้ก่อตั้งแห่งลมคนล่าสุด ชีวา ได้ปูโครงสร้างควบรวมซึ่งเรียกว่าการปฏิบัติหน้าที่ฮีโร่แห่งลมไปด้วย

แต่ในการต่อสู้กับราชาปีศาจราฟาเอล ชีวาได้รับความเสียหายจนทั่วทั้งร่างกายไม่อาจรักษาได้ และเกษียณตัวไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ น้องสาวของเขาฮิวเอะจึงกลายเป็นฮีโร่คนใหม่

ชีวาที่ตัดสินใจทุ่มเทให้กับงานผู้ก่อตั้งไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ได้อีกแล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือเขาไม่ได้ให้ความช่วยเหลือกับการเคลื่อนไหวต่อต้านสมาพันธ์ฮีโร่

พอมองจากจุดนั้น มันก็พูดได้ว่าฝั่งฮีโร่แห่งลมไม่น่าเป็นห่วงเลย.......


            “......ไม่หรอก บางที อาจจะออกมาก็ได้ คน ๆ นั้น “ (ฮิวเอะ)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)


ดูเหมือนฮิวเอะจะบ่นพึมพำกับตัวเองในบรรยากาศที่น่ากลัว


            “.......ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็จะตัดสินว่าใครอ่อนแอใครแข็งแกร่งสินะ ......งั้นก็จัดมาได้เลย” (ฮิวเอะ)


ฮิวเอะลูบปืนยาววายุเอ็นโนะโอซุโนะที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองพลางหัวเราะคุคุคุ.......

น่ากลัวชะมัด


            “ยะ-ยังไงก็ตาม มันเป็นการต่อสู้ไร้สาระ แต่เพราะแบบนั้นมันจึงเป็นการต่อสู้ที่แพ้ไม่ได้ค่ะ มากำจัดปัจจัยที่ไม่สงบของฝั่งมนุษย์ในโอกาสนี้ และเชื่อมโยงมันไปสู่การต่อสู้กับมารดาสัตว์ประหลาดในครั้งต่อไปกันเถอะค่ะ!” (โยริชิโระ)

            ““““““โอ้ว!””””””


ทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ยกมือขึ้นให้กับการกล่าวนำของโยริชิโระ


* * * * *


ครึ่งเดือนให้หลัง รายละเอียดการต่อสู้ของฮีโร่หน้าเก่าและฮีโร่หน้าใหม่ ที่ถูกจัดขึ้นภายใต้การยอมรับของศาสนจักรทั้งห้าก็ถูกประกาศ


ผู้เข้าร่วมของทีมฮีโร่รุ่นก่อนก็คือ.......

ฮีโร่แห่งแสงรุ่นก่อน ซันนี่โซล อาเทส

ฮีโร่แห่งไฟรุ่นก่อน อาบิ เคียวกะ

ฮีโร่แห่งน้ำรุ่นก่อน รา ซาราซา

ฮีโร่แห่งดินรุ่นก่อน ‘จอมตัดขา’ อิเอมอน โยเนโกะ [TL: 葦苅り แปลตรงตัวว่าตัดต้นอ้อ แต่ลองอ่านตอนหลัง ๆ แล้วเลยเลือกใช้คำว่าจอมตัดขาแทนครับ]

ฮีโร่แห่งลมรุ่นก่อนที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งในระหว่างที่ลางานชั่วคราว บลาสทอร์ จูโอ


และกรณีที่ทีมฮีโร่รุ่นก่อนชนะ ความต้องการของพวกเธอที่จะเป็นจริงก็คือ.......

ยกเลิกสมาพันธ์ฮีโร่ที่กำลังเริ่มต้นในตอนนี้กับการปรองดองของศาสนจักรทั้งห้า

และการลาออกของฮีโร่และผู้ก่อตั้งที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันทั้งหมด

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET