จะรอดต่อไปด้วยโพชั่นเนี่ยเเหละ! ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

จะรอดต่อไปด้วยโพชั่นเนี่ยเเหละ!

Ch.3 - ก่อนอื่นเลยก็เริ่มจากโพชั่น!


ถึงเมื่อกี้จะอึ้งไปแวบนึง แต่ก็พอจะจับทางได้ละ

เอาล่ะ โย๊ช  โย๊ช เริ่มจะเข้าที่แล้ว! เริ่มจะเข้าที่แล้ว!

ถึงจะบอกว่าเข้าที่แต่ก็ยังไม่ชินอยู่ดีแหละนะ

แหม อะไรกัน ที่นี่น่ะเหรอ「ต่างโลก」

ดูเหมือนจะเรียกว่าเวอนีสินะ

หลังจากที่เทพธิดาเซเลส(ชื่อเล่นของเซเลสทีน)ตอบรับคำขอเป็นเพื่อนอย่างยินดีนั้น

เธอก็รั้งฉันไว้พักใหญ่แล้ว เธอก็พูดถึงเรื่อง「ท่านผู้นั้น」ลูกเดียวรวมถึงวิธีสร้างความประทับใจด้วย

ในที่สุดฉันก็ได้รับการปลดปล่อยและส่งมาที่โลกนี้

ดูเหมือนว่าหลังจากที่ระบายออกมาแล้วเธอก็รู้สึกดีขึ้น

แล้วหลังจากนั้นเธอก็กลับไปยังสวนดอกไม้

ไหนดูซิ ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นเนินเขาเล็กๆมีต้นไม้มีอะไรอยู่รอบๆ และด้วยที่ว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างสูงก็เลยสามารถมองเห็นได้ค่อนข้างไกลเลยทีเดียว

มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ลิบๆไม่เห็นกำแพงล้อมรอบด้วย ลองไปที่นั่นดูก่อนก็แล้วกัน

แต่ก่อนหน้านั้นยืนยันสภาพร่างกายก่อนดีกว่า ต้องตรวจสอบให้ดีก่อน

ถ้าขาดตกอะไรไปจะได้บ่นกับเซเลสได้

แล้วพอถึงตอนนั้นฉันจะเรียกร้องเพิ่มให้หนำใจเลย

คิดได้ดังนั้นฉันก็เงยหน้าขึ้นแล้วกระโดด ลองจับโน่นจับนี่ร่างกายดู

ดูเหมือนว่าจะเป็นร่างกายของฉันตอนอายุ 15 จริงๆ

ยังยืนยันหน้าตาไม่ได้เพราะไม่มีกระจกแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรทั้งระยะการมองเห็นแล้วก็การสัมผัส

ไม่สิ ถึงมันจะผิดพลาดบ้างฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ

อย่างดันใส่พละกำลังเกินมา หรือขนาดตรงหน้าอกมันเพิ่มขึ้นอะไรแบบนี้ฉันก็ไม่ว่าหรอกนะเซเลส บ้าที่สุดเลย!

ฉันไม่รู้สึกเปลี่ยนแปลงอะไรไปเท่าไหร่เพราะตั้งแต่อายุ 15 มาฉันก็สูงขึ้นแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

ตอนนี้น่าจะสูงประมาณ 157 เซน น้ำหนักเยอะกว่าเดิมนิดหน่อย

ด้วยเพราะกิจกรรมชมรมและการกินมันสำคัญกว่าการรักษาหุ่น เพราะงั้น… ฉันก็เลยไม่ได้คิดอะไรเรื่องการไดเอ็ทเลย… พอจะเข้าใจสินะ…(โฮ)

ใช่แล้ว ปัญหามันอยู่ใต้เสื้อเกราะนี่แหละ

ก็แบบ ตอนอายุ 22 ฉันก็พอจะพูดได้เลยว่ามีกับเขาอยู่เพราะ B แต่ตอนนี้นี่สิ มันกลายเป็น Aโดยสมบูรณ์ไปแล้วอ๊าาาา

ไม่สิ ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ขนาดแบบนี้มันก็หายากอยู่ด้วยนี่นา 1 ใน 20 คนเลยเชียวนะ เซเลสเองก็เป็นเหมือนกัน คงจะเข้าใจสินะ เข้าใจสินะ

ไม่สิ เพราะแบบนี้สินะตอนที่บอกว่าเป็นเพื่อนกันถึงได้ยินดีนัก หนอยแน่ยัยเซเลสสสส

อ๊ะ จะว่าไปแล้วรูปร่างของเธอเปลี่ยนไปได้ตามใจด้วยนี่นา

ไม่สิ ช้าก่อนตัวฉัน สงบใจไว้ มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ฉันเพิ่งจะอายุ 15 เองนี่นา...

การยืนยันร่างกายเสร็จเรียบร้อย

ต่อไปก็ตรวจสอบความสามารถ

อันดับแรกก็สกิลที่สำคัญที่สุด การสร้างโพชั่น

ฉันยื่นมือขวาออกไปแล้วพยายามนึกภาพขึ้นมาในหัว

(รสชาติของเครื่องดื่มชูกำลัง ใช้ฟื้นฟูกำลัง จงออกมา)

ฉันลองจินตนาการถึงขวดเครื่องดื่มชูกำลัง

ทันใดนั้นเองขวดที่ดูเหมือนเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังก็ปรากฏขึ้นมาบนมือขวา

ฉันลองเปิดฝาแล้วดื่มมัน รสชาติของมันออกเปรี้ยวๆเล็กหน้อยเหมือนเครื่องดื่มชูกำลังไม่ผิดเพี้ยน

เพราะว่าฉันไม่ได้เหนื่อยอะไรก็เลยไม่สามารถทดสอบผลของการฟื้นฟูได้ แล้วตรงนี้ขอเชื่อเซเลสก็แล้วกัน

แน่นอน ต่อไปก็ต้องเป็นไอเทมบ็อก!

(เปิดไอเทมบ็อกซ์)

ฉันวาดมือขวาไปกลางอากาศพลางนึกในใจ

ที่จริงมันก็ไม่ต้องทำอะไรให้สะดุดตาแบบนี้หรอก แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ลองใช้ไอเทมบ็อกซ์ ฉันก็เลยอยากจะลองแบบเท่ๆดูเท่านั้นแหละ

แล้วมือของฉันก็หายเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่มีอะไรเลย จากนั้นก็มีเสียงดังเข้ามาในหัวของฉัน

「ไม่มีไอเทม」

… อื้ม, ก็ว่าแล้วล่ะนะ.

แต่จะใส่อะไรให้เป็นของแถมมาหน่อยก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะเซเลส

เอาเถอะ ช่างมันก็แล้วกัน ฉันก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรซะหน่อย

ฉันไม่ได้ผิดหวังที่มันไม่มีไอเทมสารพัดประโยชน์หรือดาบเทพสักเล่มอยู่เลยหรอกนะ ไม่เลยสักนิดเดียว

พูดจริงๆนะ

ครั้งหน้าที่เจอกันฉันจะบอกเซเลสเกี่ยวกับเรื่องของราชาตู้ทองหรือแมวสีฟ้าติดกระเป๋าซะหน่อย

เรื่องความเข้าใจภาษานี่ก็ยังยืนยันไม่ได้จนกว่าจะเจอใครสักคน

เอาล่ะ ก่อนอื่นก็ตั้งเป้าหมายไว้ที่เมืองก่อนก็แล้วกัน ถ้าลงจากเนินเขานี่ไปก็น่าจะเจอถนนหรืออะไรบ้างล่ะนะ

คาโอรุยืดตัวเพื่อมุ่งหน้าลงจากเขาพลางปัดกางเกงปับๆ

ชุดกับรองเท้าและอื่นๆนั้นเซเลสให้มาเพื่อให้เข้ากับโลกนี้

ก็แบบ ถ้าโดนส่งมาตัวเปล่าคงมีปัญหาแน่ๆ

ฉันก็เลยย้ำกับเซเลสเอาไว้แล้ว

ใช่แล้ว รู้สึกได้เลยว่ามันต้องอันตรายมาก มากๆ มากๆแน่นอน

หลังจากที่เดินมาได้สักพักฉันก็สังเกตเห็นสัตว์เล็กๆที่ดูคล้ายกระรอกกำลังจ้องมองฉันอยู่จากบนกิ่งไม้

「นี่ เธอที่อยู่บนต้นไม้นั่นน่ะ ทางนี้เป็นทางที่จะตรงไปเมืองของมนุษย์ใช่หรือเปล่า?」

ฉันถามออกไปแบบปกติแล้วสัตว์ตัวเล็กตัวนั้นก็ตอบกลับมา

「อื้ม, ใช่แล้ว. ตงไปทางนั้นแหละ」

「อ้อ ขอบคุณมากนะ, ช่วยได้มากเลยละ!」

「อะไรกัน เรื่องแค่นี้เอง! 」

หลังจากเดินเงียบๆมาได้สักพัก คาโอรุก็หยุดลงอย่างกะทันหันแล้วใช้ยันต้นไม้

แล้วจากนั้นก็เอาหัวโขกต้นไม้.

「พูดอ่านเขียนได้ทุกภาษา พูด อ่าน เขียน ได้ ทุก ภา ษาาาา」

เซเลส… ทำไมถึงได้เลือกแถมมาให้ในข้อแปลกๆแบบนี้กันได้ละย้า

ฉันไม่ได้อยากจะพูดหรือเขียนภาษาสัตว์ซะหน่อย  แค่คิดว่าทำได้ก็น่ากลัวแล้ว

ยังไงก็หยุดคิดเรื่องนี้ไปก่อนดีกว่า

พระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้าแล้ว ดูเหมือนกว่าจะถึงเมืองน่าจะอีกสักพัก

เดินมาสักพักแล้วแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีเหตุอะไร ถึงอย่างนั้นระยะทางก็ค่อนข้างยังอีกไกลอยู่ดี

ถ้ามองจากที่สูงระยะทางมันก็เยอะอยู่ถึงจะมองเห็นอยู่ลิบๆก็เถอะ

ก็พอจะรู้อยู่หรอก แต่ว่าเรื่องนี้กับเรื่องนั้นมัน...

เพราะฉันชอบอ่านหนังสือ ก็เลยได้อ่านหนังสือมากมาย และฉันก็คุ้นเคยกับการคำนวนดี

สมัยที่ยังเรียนอยู่ฉันเลือกวิทยาศาสตร์ ฉันรู้สึกนับถือในพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องอย่างจริงใจเลย ที่เพือการวิจัยแล้วพวกเขายอมสละได้ทุกอย่าง

ซึ่งไม่มีทางที่ฉันจะทำแบบนั้นแน่นอน

ระหว่างทางพอคอแห้งฉันก็ดื่มโพชั่นฟื้นฟูอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้งแล้วอาการคอแห้งก็ลดลงด้วย

(TN/ นี่มัน...เครื่องจักรนิรันด์...)

(แต่ว่า ยาที่ดื่มไปแล้วความเหนื่อยล้าจะหายไปเนี่ย ที่โลกเดิมก็มีอยู่นะ เอ อันที่ทำให้หายเพลียเลยนี่รู้สึกว่าจะชื่อเมต้าแอมเฟตา...)

(T/N เมต้า แอมเฟตามีน… น่าจะนะ[ヒロポ...น่าจะหมายถึง ヒロポン] )

เพราะกลัวว่าจะเป็นอยางนั้นคาโอรุจึงหยุดคิดขึ้น

(คงจะไม่มีผลข้างเคียงใช่ไหมเนี่ย?)

แต่ว่าถ้าปล่อยฉันไปที่ใกล้ๆเมืองหน่อยฉันก็คงจะไม่ต้องเดินไกลขนาดนี้หรอก!

การปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเซเลสนี่อันตรายจริงๆด้วย

ที่จริงมันก็ไม่ผิดอะไรหรอก แต่การตัดสินใจของเธอมันออกไปทางแปลกๆนี่สิ

เอาเถอะ ก็การตัดสินใจของเธอมันแตกต่างจากมนุษย์ด้วยนี่นะ มันช่วยไม่ได้

จากนี้ไปต้องจัดการด้วยตัวเองทั้งหมดแล้วละ

ฉันลูบหน้าอกผ่านชุดที่ขอเธอมา

ซึ่งมันสามารถลูบผ่านไปได้โดยไร้ซึ่งแรงต้านแม้แต่นิดเดียว ไม่มีกระทั่งที่ให้แมวดิ้นตายเลยด้วยซ้ำ

 

พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในที่สุดคาโอรุก็มาถึงเมือง มันมืดเสียจนเกือบจะมองอะไรไม่เห็นแล้ว

ไม่มีทั้งกำแพงและยามเฝ้าประตู ดูเหมือนว่าจะสามารถเข้าไปได้ฟรี

ก็นะ เมืองเล็กๆที่ไม่ใช่เมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ที่ดูท่าทางจะไม่มีค่าทางยุทธศาสตร์นี่ก็คงจะไม่มีงบมาบำรุงรักษากำแพงสูงๆหรือจ้างยามรักษาประตูหรอกเนอะ

เพราะมันคงจะเป็นปัญหาแน่ๆถ้าโดนขอพวกบัตรประจำตัวเพื่อเข้าเมือง แบบนี้ก็ค่อยโล่งหน่อย

คาโอรุสร้างโพชั่นขึ้นมาสี่ขวดเพื่อนที่จะขายหลังจากที่เข้าเมืองไปแล้วเป็นโพชั่นสีฟ้าสามขวดและสีเหลือหนึ่งขวด ทั้งหมดเป็นโพชั่นสำหรับฟื้นฟู

เธออยากจะสร้างให้มากกว่านี้แต่ว่าคาโอรุนั้นไม่มีกระเป๋าสะพาย

แน่นอนว่ามันดูผิดปกติที่ถือโพชั่นเข้าไปและเป็นปัญหาแน่ๆถ้าจู่ๆก็แสดงให้เห็นว่ามีไอเทมบ็อกซ์โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะโดนตอบรับยังไง

สุดท้ายเธอจึงใส่สองขวดเอาไว้ในกระเป๋าซ้ายและอีกสองขวดในประเป๋าขวาซึ่งเต็มที่ที่สี่ขวดนั่นเอง

โพชั่นสีฟ้านั้นเป็นโพชั่นระดับต่ำ มันใช้สำหรับรักษาพวกแผลฟกช้ำ หรือโดนมีดบาดเป็นต้น

โพชั่นสีเหลืองเป็นโพั่นระดับกลาง มันสามารถใช้รักษาความเสียหายของอวัยวะภายในหรือกระดูกหักได้

ส่วนโพชั่นสีแดงนั้นเป็นโพชั่นระดับสูง ต่อให้มีเหตุถึงชีวิตก็สามารถรักษาได้

แต่สำหรับตอนนี้ที่สร้างแค่โพชั่นสีฟ้ากับสีเหลืองก่อน

เพราะตัดสินใจเอาไว้ว่าสีแดงจะสร้างแค่ตอนฉุกเฉินเท่านั้น

ตอนนี้นั้นเอาแค่หาเงินค่าที่นอนกับอาหารของวันนี้ก็พอแล้วอย่าแบกรับความเสี่ยงจะดีกว่า

คาโอรุเดินเข้าเมืองแล้วไปสอบถามค่าโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ถนนหลัก

ทันที่ที่รู้ราคาเธอก็มุ่งหน้าไปยังที่หางานของเหล่าฮันเตอร์ ฮันเตอร์กิลด์ทันที

ค่าโรงแรมคือ 4เหรียญเงินรวมค่าอาหารช้าและอาหารเย็นด้วย

(ถ้าเทียบกันแล้ว 1เหรียญเงินก็ประมาณ 1000เยน โพชั่นสีฟ้าขายขวดล่ะ 1เหรียญเงินส่วนสีเหลืองก็ 5 เหรียญเงิน หรืออย่างแย่ก็ขายทั้งหมดในราคา 5 เหรียญเงินคืนนี้ก็รอดแล้วล่ะนะ)

แล้วเธอก็มาถึงอาคารแห่งหนึ่งที่ทุกคนรู้จักกันในนามฮันเตอร์กิลด์

ที่นั่นมีสัญลักษณ์รูปดาบและหอกไขว้กันอยู่และยังมีป้ายเขียนเอาไว้ด้วย

ดีล่ะ อ่านออกอยู่

เพราะพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว และนี่ก็เป็นช่วงยุคกลางเพราะงั้นถนนก็เลยมืดและเงียบสงัดทุกบ้านต่างก็ปิดประตูหน้าต่างกันหมดแล้ว บางทีคงจะทำงานกันแค่เฉพาะกลางวันไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนล่ะมั้ง

เอาเถอะ ถึงจะไม่อยากเข้าไป แต่ถ้าไม่เข้าไปคืนนี้ก็จะไม่มีทั้งค่าที่พักแล้วก็อาหารด้วย...

ฉันเตรียมใจแล้วจากนั้นก็เปิดประตู้เข้าไป ถึงแม้ในใจจะตะโกนว่าไปล่ะนะด้วยเสียงอันดังแต่ในความเป็นจริงแล้วฉันก็แค่เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปเงียบๆเท่านั้นแหละ

แต่กระดิ่งที่ติดเอาไว้ที่ประตูก็สั่นเสียงดัง(กริ๊ง กริ๊ง)แล้วสายตาของคนข้างในก็พุ่งตรงมาที่ทางเข้าทันที

ช่วงเวลาที่วุ่นวายตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ได้ผ่านไปแล้วซึ่งหลายจุดได้ปิดไปแล้วเหลืออยู่เพียงที่เดียวที่ยังเปิดอยู่

กะดึกสินะ? ไม่มีคนเข้าแถวเลยแฮะ

แต่อีกฟากยังคึกคักกันอยู่ ฮันเตอร์หลายคนกำลังคุยสังสรรค์กันอยู่บนโต๊ะที่วางเรียงรายอยู่

ที่ด้านหลังมีเคาท์เตอร์ขายอาหารและเครื่องดื่มอยู่

อา อำนวยความสะดวกดีจัง

สายตาที่ส่งมาที่ฉันนั้นเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นแค่แวบเดียวทุกคนก็หันกลับไปคุยกันเหมือนเดิมทันที

ก็นะ แบบคิดว่าจะมีฉากประมาณ 「เฮ้ย ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เด็กผู้หญิงจะเข้ามานะเว้ย」

หรือ「นี่คุณหนู ช่วยมากับพวกเราสักเดี๋ยวได้มั้ย?」ซะอีก

นี่เล่นเมินกันเลยเหรอ?

ไม่สิ ที่จริงแล้วฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประมาณนั้นหรอก แต่จะพูดยังไงดีล่ะ… เอ่อ รู้สึกเหมือนโดนทำลายศักดิ์ศรีในฐานะลูกผู้หญิงยังไงก็ไม่รู้สิ...

ไม่สิ ไม่ได้คิดมากอะไรเลยสักนิด! เอาเป็นว่าไปที่โต๊ะที่เปิดอยู่ก่อนก็แล้วกัน จะไปล่ะนะคะ!

บางทีคงจะเป็นเพราะฉันมาตอนกลางคืนด้วย คุณพนักงานต้อนรับสาวจึงดูท่าทางเหนื่อยเอาเรื่องเลย

ไม่เอานะ ฉันไม่อยากจะโดนบอกว่า「ตาฉันจะปิดแล้ว」นะ

แต่เพราะมันเหลือโต๊ะเดียวที่เปิดฉันก็ต้องถามเธอเท่านั้นแล้วละ

「เอ่อ, ขอโทษนะคะ!」

โดนจ้องเขม็งแล้วอ่ะ! แต่จะมาถอนตัวไม่ได้เด็ดขาด เพื่อที่นอนแล้วก็อาหาร!

เพราะฉันดื่มแต่โพชั่นมาตลอด ท้องของฉันก็เลนเต็มไปด้วยของเหลว ฉันอยากจะทานอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอันมั่งอ่ะ แล้วก็อยากได้ที่นอนนุ่มๆด้วย

「คือว่า, ช่วยซื้อโพชั่นหน่อยได้ไหมคะ?」

「หา?」

หวาย!…

「โพชั่นอะไรยะ ยาเหรอ? ถ้าเป็นยาล่ะก็, ก็เอาไปขายให้นักปรุงยาหรือหมอสิ ทำไมถึงมาขายที่ฮันเตอร์กิลด์ล่ะ? บ้ารึเปล่ายะ?」

…เฮือก

นั่นสินะ ขายที่นี่ไม่ได้สินะ...

ถึงอย่างนั้นก็ต้องรุกต่อไปอีกหน่อย!

「ขอโทษนะคะ พอดีฉันเพิ่งมาจากบ้านนอกน่ะค่ะ ก็เลยไม่ค่อยรู้อะไร… ถ้าขายไม่ได้ล่ะก็คงไม่มีเงินค่าที่พักกับอาหารแน่นอนเลยค่ะ… เอ่อแล้วจะหานักปรุงยากับหมอได้ที่ไหนเหรอคะ…?」

「ตอนนี้ปิดร้านไปแล้วทั้งคู่นั่นแหละ  แล้วหมอเองก็ไม่อยู่เพราะออกเดินทางไปหมู่บ้านอื่นด้วย แล้วนักปรุงยาเองก็ไปหาหลานสาวที่กำลังจะคลอดลูกที่เมืองข้างๆ ก็นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็กลับมาแล้วละ」

อาาา… จบสิ้นแล้วตัวฉัน...

คาโอรุทรุงลงตรงนั้นเลย ทั้งอาหารและที่นอนนุ่มๆจ๋าลาก่อน

ทำไมถึงไม่เตรียมเหรียญเงินให้สักหน่อยละยะเซเลสสสส!

… ส่วนคำตอบก็ง่ายมาก. 「เพราะเป็นเซเลสยังไงล่ะ」

บ้า บ้า บ้า บ้าที่สุดดดด! แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเลย

แล้วจากนั้นพนักงานประชาสัมพัน์ก็พยายามช่วยคาโอรุด้วยเพราะเธอมีเมตตาหรือเธอชอบเด็กสาวน่ารักๆอย่างคาโอรุก็ไม่ทราบได้

「เอาเถอะ ช่วยไม่ได้  คืนนี้ฉันอยู่เวรฉันจะใช้อำนาจช่วยเธอเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน แต่แค่คืนนี้เท่านั้นนะ ครั้งหน้าต่อให้ร้องห่มร้องให้ขอร้องก็ไม่มีแล้วนะ!」

「ขะ-ค่ะ! รบกวนด้วยนะคะ!」

คาโอรุรีบคว้าฟางเส้นสุดท้ายเพื่อขึ้นมาจากความส้นหวังทันที

「งั้น อันดับแรก ฉันจะให้เธอยืมเตียงพักของพนักงานก่อนก็แล้วกัน แต่จะให้ไปนอนในเขตพนักงานไม่ได้เด็ดขาด เพราะงั้นจะเอาไปวางตรงไหนก็ตามใจเธอ แล้วอย่ามาบ่นว่าเตียงมันแข็งหรือผ้าห่มมันบางนะยะ ถ้าพูดขึ้นมาฉันจะจับโยนออกไปเลย!」

「ขะ-ค่ะ!」

「ต่อไปก็อาหาร แต่ฉันไม่ยอมให้เธอยืมเงินหรอกนะยะ ไปจัดการเอาเอง ฉันจะยอมเธอขายของเป็นกรณีพิเศษ เพราะงั้นจะขายโพชั่นให้พวกฮันเตอร์ตรงนั้นก็ได้ หาค่าอาหารเอาเอง จะนวดไหล่ อะไรก็ตามใจ อาจจะขอแบ่งอาหารมาได้บ้างก็ได้… แต่ว่า!」

คุณพนักงานต้อนรับทุบโต๊ะดัง ปัง!

「แต่ว่า ฉันไม่ยอมให้เธอขายตัวเด็ดขาด! ถ้าเธอทำแบบนั้นล่ะก็ฉันจะจัดการไอ้คนที่ซื้อเธอให้ปางตายเลย จำไว้ให้ดีนะยะ!」

เธอจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาร้อนแรง

ถึงฉันจะสามารถพูดคุยแบบปกติกับพระเจ้าหรือเซเลสได้ แต่กับเธอคนนี้ฉันพูดปฏิเสธไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว

แล้วฉันก็รีบโค้งให้เธอแสดงความขอบคุณแล้วรีบไปจัดการเรื่องปากท้องทันที

ถ้าหมอกับนักปรุงยาไม่อยู่ก็มีโอกาสที่ฉันจะสามารถขายโพชั่นได้อยู่

ขณะเดียวกันทางด้านมุมอาหารและเครื่องดื่ม เสียงอันดังของพนักงานประชาสัมพันธ์นั้นดังจนทุกคนได้ยินชัดเลยทีเดียว

ไม่ว่าพวกเขาวางแผนจะทำหรือไม หลังจากได้ยินเสียงนั้นก็ไม่มีฮันเตอร์คนไหนกล้าทำอะไรกับสาวน่ารักผู้วางแผนจะขายตัวแน่นอน

อายุของเธอก็ดูเหมือนจะ 15แล้ว แต่มันก็สำหรับที่ญี่ปุ่นเท่านั้น

สำหรับชาวตะวันตกแล้ว เด็กอายุ 12-13 ก็ดูเหมือนนักเรียนม.ปลายของญี่ปุ่นแล้ว แถมบางครั้งยังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักศึกษามหา’ลัยด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าในทางตรงกันข้ามวัยรุ่นญี่ปุ่นนั้นถูกมองว่ายังเป็นเด็กในสายตาของชาวตะวันตกเช่นกัน

และคาโอรุเองก็ดูอายุประมาณ 10-12 ปีเท่านั้น นับว่าโชคดีที่พนักงานประชาสัมพันธ์มองเธอเป็นอย่างนั้น

ถ้าหากเธอมองว่าคาโอรุอายุ 15 แล้วซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่ของโลกนี้ คาโอรุอาจจะไม่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเชนนี้ก็เป็นได้

ถ้าเป็นผู้ใหญ่ อาจจะโดนบอกว่าก็ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเองสิ ไม่งั้นก็ไปทนหิวนอนใต้ชายคาโน่นอะไรพวกนั้น

ยังไงเสีย ไม่ว่าจะโลกไหนเด็กสาวและหญิงงามย่อมมีทางหารายได้ได้ดีเป็นพิเศษอยู่แล้ว

 




NEKOPOST.NET