NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.90 - ตอนที่ 90 เตรียมพร้อมโต้กลับ (2)


บทที่เจ็ด เตรียมพร้อมโต้กลับ

ตอนที่ 90 เตรียมพร้อมโต้กลับ (2)
 
 
 
ในขณะที่เหล่านักผจญภัยกำลังทำภารกิจของตนเองอยู่นั้น ลิลี่กับฟิโอน่าก็กำลังเตรียมการบางอย่างอยู่ที่อาคารกิล
 
ลิลี่ :  "「تتبع الانتعاش طرد الظلام الشر مشرقة تتبع الانتعاش」"
 
เสียงร่ายคาถาของลิลี่ได้ดังขึ้นมาภายในห้องที่มีลวดลายอักขระวงแหวนเวทมนต์วาดอยู่บนพื้น โดยมีลิลี่เป็นศูนย์กลางของวงแหวนเวทมนต์นั้น
 
ที่ภาชนะตรงหน้าเธอมีผงสีขาวบรรจุอยู่ มันได้เรื่องแสงแวววาวออกมา
 
ฟิโอน่า : "...."
 
แม้ว่าเธอจะยังอยู่ในร่างของเด็กน้อย แต่สิ่งที่ฟิโอน่าเห็นตรงหน้าคือผู้เชี่ยวชาญการสร้างยาระดับมาสเตอร์
 
ในขณะที่ลิลี่เร่งพลังเวทมนต์ออกมาใช้จนมีหยาดเหงื่อไหลออกมาตามหน้าผากของเธอนั้น ฟิโอน่าก็ทำหน้าที่รวบรวมหญ้าสมุนไพรเพื่อการทำยารักษา ด้วยใบหน้ากึ่งหลับกึ่งตื่นเหมือนทุกครั้ง
 
 
ลิลี่ : "「تتبع الانتعاش طرد الظلام الشر مشرقة تتبع الانتعاش――っ!!」"
 
วงแหวนเวทมนต์ได้หายไปอย่างฉับพลัน หลังจากนั้นแสงสว่างก็ค่อย ๆ เรื่อนรางลงหลังจากที่เธอร่ายคาถาจบ
 
และเมื่อเวทมนต์ได้แสดงบรรลุหน้าที่ของมัน ลิลี่ก็เริ่มถอนหายใจออกมาดัง "ฟู่--" 
 
ฟิโอน่า : "เสร็จแล้วหรือคะ? "
 
ฟิโอน่าถามลิลี่ในขณะที่เธอกำลังนั่งหลับกลางวันอยู่ 
 
ลิลี่ : "อือ อึ ยังอะ ยังเหลือกระบวนการขั้นสุดท้ายอยู่" 
 
ลิลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง แม้ว่าเธอจะดูเหนื่อยและมีเหงื่อท่วมตัวไปแล้วก็ตามที
 
พอเห็นลิลี่ตอบกลับมาแบบนี้ ฟิโอน่าก็คิดอยู่ในใจว่า "(อ้าเด็กคนนี้น่ารักเหมือนกับรูปร่างที่เห็นภายนอกเลยละ)"
 
ฟิโอน่า : "ออ งั้นแสดงเดียวจะต้องกลับร่างเดิมสินะคะ"
 
ลิลี่ (ร่างนางฟ้าน้อย) : "อือ ลิลี่จะพยายาม !" 
 
ฟิโอน่าคิดอยู่ในใจว่า "(งั้นแสดงว่าอีกเดียวฉันก็จะต้องเจอกับลิลี่ในร่างเดิมแล้วสินะ ร่างเดิมของเธอนี่มันนางมารร้ายชัด ๆ )" 
 
ฟิโอน่า : "ส่วนของฉันเองก็ใกล้จะเสร็จแล้วเหมือนกันค่ะ ดูเหมือนนี่จะเป็นหญ้าลิคซิลมัดสุดท้ายแล้ว คงหมดหน้าที่ของฉันตรงนี้แล้วละคะ งั้นเดียวฉันไปทำน้ำยาโพชั่นปกติต่อนะคะ"
 
ที่พวกเธอกำลังทำกันอยู่ตอนนี้ไม่ใช่น้ำยาโพชั่นทั่วไปที่พบได้ตามท้องตลาด
 
แต่มันคือ [ยาวิเศษแห่งแฟรี่] ที่ลิลี่ขายมาตลอดช่วงชีวิตของเธอ 30 ปีนี้
 
ตลอดมา ตัวยามีประสิทธิภาพแค่รักษาโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่ด้วยพลังเวทมนต์ของลิลี่ที่เสริมเข้าไป ทำให้มันยกระดับของตัวยาไปอีกขั้นจนสามารถใช้รักษาปิดปากแผลร้ายแรงได้
 
อีกไม่นานพวกเขาก็ต้องทำสงครามกับพวกครูเสดเดอร์แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการเตรียมยารักษาแผลให้มากที่สุดเท่าที่จะเตรียมไว้ได้
 
ตามเวลาที่โครโน่คาดการเอาไว้ในอีก 3 วันข้างหน้า พวกเธอจึงตั้งสมาธิไปกับการผลิตยาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
 
และในบรรดายาทั้งหมดที่มี ยาวิเศษของลิลี่นั้นถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด และนั่นเลยทำให้ภารกิจในการเตรียมวัตถุดิบและสร้างยาของเธอมีความสำคัญมากเช่นกัน
 
ฟิโอน่า : "ถ้าหากฉันใช้เวทรักษาได้บ้างละก็..."
 
ถึงแม้ลิลี่จะไม่ได้ยินที่ฟิโอน่าพึมพำออกมา แต่ด้วยสายตาของเธอที่มองไปยังลิลี่ด้วยความอิจฉา ถ้าทุกคนมาเห็นตอนนี้ก็คงรู้ว่าฟิโอน่าคิดอะไรอยู่
 
ถ้าหากเธอใช้เวทรักษาได้ละก็ อย่างน้อยเธอก็คงไม่ต้องถูกใครปฏิเสธ ไม่ต้องถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว และอาจจะมีประโยชน์กับผู้คนมากกว่านี้ แต่สุดท้ายฟิโอน่าก็พบว่าต่อให้คิดแบบนี้ต่อไปก็ไรประโยชน์ เธอจึงปัดความคิดที่ไม่สู้ดีนี้ทิ้งไป แล้วก้มหน้าทำงานของเธอต่อไป
 
ฟิโอน่า : "ตอนนี้ฉันเป็นหนึ่งในสมาชิก [เอเลเมนต์มาสเตอร์] คุณโครโน่และคุณลิลี่เองก็ได้ยอมรับในตัวฉันแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วละ"
 
แม้ว่าเธอจะยังคงรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อยว่าโครโน่กับลิลี่นั้นอาจจะยอมรับเธอจนถึงแค่ตอนนี้เองก็ได้
 
ฟิโอน่า : "อย่างน้อยสุดท้ายฉันก็ได้รู้วิธีทำโพชั่นละนะ"
 
ฟิโอน่าเปลี่ยนเรื่องในหัวของเธอ และคิดถึงรายชื่อพืชสมุนไพร, ยา และความรู้เกี่ยวกับเวทมนต์รักษาต่าง ๆ อยู่ในใจ
 
ในโลกนี้นั้นสามารถแบ่งเวทมนต์รักษาได้ออกเป็นสองประเภท
 
[รักษา (Heal)] ที่มีผลการใช้ทันที กับ [บำบัด (Cure)] ที่ค่อย ๆ ทำการฟื้นฟูตามธรรมชาติ
 
เวทมนต์ทุกชนิดที่สามารถปิดบาดแผลหรือใช้รักษาบาดอาการบาดเจ็บได้ทันทีนั้นเรียกว่า [เวทรักษา] อย่างเวท [ฮีล] นั้นก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเวทรักษาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายของโลกนี้
 
มันเป็นเรื่องปกติที่คนบนโลกใบนี้เข้าใจ แต่สำหรับโครโน่ที่ติดภาพจากเกม RPGs นั้น กว่าที่เขาจะรู้ว่าเวทรักษามีสองประเภทหลัก ๆ นั้น ก็ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนในตอนสมัยที่อยู่หมู่บ้านอิรุสตอนนั้น กว่าจะเข้าใจได้
 
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากมีคนถูกกอบลิ้นใช้มีดโจมตีจนเกิดบาดแผลขึ้นมา ทุกคนก็จะเลือกใช้เวทมนต์ [ฮีล] ทันที
 
หรือแม้แต่บาดแผลใหญ่ ๆ อย่างแขนขาด พวกเขาก็จะเลือกใช้ [ฮีล] เพื่อปิดปากแผลก่อน
 
แต่ในทางกลับกัน เวทมนต์ประเภท [คีล (Cure)] นั้นจะไม่ได้ปิดปากแผลทันทีเหมือนอย่างที่ [ฮีล] ทำได้
 
ในการต่อสู้ที่แขวนชีวิตเอาไว้อยู่บนเส้นด้ายนั้น การรักษาอย่างเร่งด่วนคือสิ่งจำเป็น แม้ว่าจะเป็นการรักษาเฉพาะหน้าก็ตาม  ถึงแม้ว่าในภายหลังเมื่อผลของเวทมนต์หมดลง ปากแผลอาจจะเปิดใหม่ได้ก็ตาม
 
ถ้าหากเป็นการต่อสู้ครั้งเดียวแล้วจบ พวกเขาก็สามารถค่อย ๆ รักษาจนอาการบาดเจ็บหายสนิทได้ แต่กับทหารและนักผจญภัยแล้ว พวกเขาไม่อาจที่จะทำแบบนั้นได้เลย
 
ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็ใช่ว่าเวทมนต์ประเภท [คีล (Cure)] จะไม่มีการใช้เลย [คีล (Cure)] มักจะถูกเลือกใช้ ในตอนที่ต้องการรักษาบาดแผลให้หายสนิทรวดเร็วกว่าเดิม
 
ในการรักษาบาดแผลของโลกนี้นั้น ไม่อาจใช้เวทมนต์ทำการรักษาทันทีเหมือนกับเกมได้ ฮีลก็แค่ปิดปากแผลชั่วคราวเท่านั้น แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น การใช้เวทมนต์รักษาควบคู่กันไป มันก็ทำให้บาดแผลต่าง ๆ ฟื้นตัวได้เร็วกว่าโลกปัจจุบันของพวกเรา
 
และทั้งหมดนี้ ตัวโพชั่นเองก็ไม่ได้ต่างจากเวทมนต์รักษาเลย
 
แม้แต่ยาเองก็ยังแบ่งเป็น [รักษา (Heal)] กับ [บำบัด (Cure)] เช่นกัน
 
สำหรับนักผจญภัยที่ไม่มีจอมเวทสายรักษาอยู่ในทีม พวกเขามักจะพกยาทั้งสองประเภทในการออกไปทำภารกิจต่าง ๆ
 
แต่ทว่าในบรรดายาทั้งหมด มียาอยู่ตัวหนึ่งที่มีความสามารถของทั้งสองประเภทอยู่ในขวดเดียวกัน 
 
นั่นคือ [ยาวิเศษแห่งแฟรี่]
 
ปกติแล้วลิลี่มักจะขายในราคาถูกให้กับพวกชาวบ้าน แต่ถ้าหากมันลงไปอยู่ในราคาตลาดแล้วละก็ มันมีมูลค่าต่อขวดถึง 1 เหรียญทองคำเลยเชียวละ
 
มันเป็นยาที่แพงมาก แต่สงสัยว่าลิลี่ไม่น่าจะรู้ราคาตลาดที่ว่านั้น
 
ลิลี่ (ร่างนางฟ้าน้อย) : "เอาละ ต่อละนะ! "
 
ลิลี่ขยับปีน้อย ๆ ของเธอกระโดดขึ้นมาอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่
 
บนนั้นมีตัวยาสมุนไพรที่ถูกบดเอาไว้โดยฟิโอน่าวางไว้อยู่ วัตถุดิบทั้งหมดได้ถูกบดรวมเข้าด้วยกันอยู่บนนั้น
 
หลังจากนี้คือความลับของตัวยาที่มีเฉพาะลิลี่เท่านั้นที่ทำได้
 
ถ้าหากเป็นยาทั่วไป ฟิโอน่าที่จบมาจากโรงเรียนเวทมนต์ เธอก็จะสามารถช่วยในขั้นตอนนี้ได้ แต่เนื่องจากตัวยานี้เกิดจากเวทมนต์เฉพาะตัวของลิลี่ผสมขึ้นมา ฟิโอน่าเลยไม่สามารถช่วยอะไรต่อได้เลย นอกจากเตรียมวัตถุดิบให้เท่านั้น
 
ลิลี่ที่น่าจะหมดแรงจากการใช้พลังเวทมนต์ไปเป็นจำนวนมากกับการผสมยานั้น เธอก็ยังพยายามที่จะทำเพิ่มต่อไป 
 
นี่ยังไม่รวมถึงที่เธอทำทั้งหมดให้เสร็จภายใน 3 วันจากปกติที่ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนด้วยแล้ว
(tn : นางฟ้าา) 
 
และในขั้นตอนสุดท้าย ถ้าหากเธอไม่กลับร่างเดิมซะก่อน ตัวยาวิเศษของเธอก็ไม่อาจผสมขึ้นมาได้
 
นั่นคือขั้นตอนสุดท้าย ขั้นตอนที่ต้องใช้เวทมนต์ ซึ่งไม่อาจจะใช้ได้ในขณะที่ยังอยู่ในร่างเด็กน้อยแบบนี้
 
ปกติแล้วเธอมักจะรอให้ถึงคือพระจันทร์เต็มดวงก่อน แต่ด้วย [ลูกคริสตัลสีแดง・ควีน・แบรีย์] เธอเลยสามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อนี้ให้สำเร็จขึ้นมาได้ในระยะเวลาเพียงแค่นี้
 
ลิลี่ (ร่างนางฟ้าน้อย) : "อึ ~ มูมูมูมูมู...." 
 
เธอถือถาดใส่วัตถุดิบขึ้นมาด้วยมือทั้งสอง แล้วจ้องด้วยสายตาไปที่มัน และแล้วเธอก็ได้เริ่มการผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกัน
 
ฟิโอน่า : "(เธอผสมพวกมันโดยไม่จำเป็นต้องวัดตวงเลยงั้นหรือ ? .... เธอทำแบบนั้นได้ยังไงกัน ? ไม่สิ เพราะเป็นเธอคนนี้ถึงได้สามารถทำแบบนี้ได้ไงละ)"
 
โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการวัดตวงใด ๆ ลิลี่สามารถผสมพวกมันเข้าด้วยกันได้ราวกับเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งของเธอ
 
..........
 
ดวงตะวันที่เริ่มลับขอบฟ้าได้สาดแสงสีแดงไปทั่วท้องนภา แม้แต่คนงานที่กำลังทำงานอยู่จรองประตูหลัก ก็ยัง มิ วางมือกัน แต่ยังคงทำงานกันต่อไปไม่หยุดยั้ง
 
พวกเขามีเวลาเพียงแค่ สาม วันเท่านั้นสำหรับการเสร็จงานทั้งหมดนี้  ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะทำงานกันอย่างหามรุ่งหามคำแบบนี้กันต่อ
 
แน่นอนว่าในฐานผู้นำ โครโน่ก็ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ตอนนี้เขาเริ่มเตรียมการที่จะทำงานตลอดทั้งคืนนี้แล้ว
 
ลุงโม : "อืออ~ แบบนี้เป็นไงละน่อ"
 
โครโน่ : "แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว ต่อจากนี้ให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง"
 
ที่ข้างหลังของอาคากิล ชั้นกับลุงโมกำลังยืนด้วยกันอยู่ 
 
มันมีความมืดมิดที่เกิดจากการรวมกันของเวทมนต์ดำเข้าด้วยกันอยู่ตรงนั้น
 
เนื่องจากพวกเขาทั้งสองคนต่างก็มีเวทมนต์ธาตุเดียวกัน พวกเขาเลยทำการผสานเวทมนต์เข้าด้วยกัน
 
แน่นอนว่าโครโน่ที่ได้พัฒนาเวทมนตืดำทุกวันนั้น เขาได้เรียนรู้เวทมนต์ดำใหม่ ๆ จากลุงโมมามากมายเลยทีเดียว
 
ลุงโม : "งั้น ขอยก็หมดหน้าที่แล้วละนะ ขอตัวละเด้อ"
 
เขาหันหน้าเข้าหากำแพง จากนั้นลุงโมก็ได้ปล่อยสสารที่มีรูปร่างเป็นหนวดสีดำออกมาจากไม้คฑาของเขา หนวดเส้นสีดำ ๆ เหล่านั้นได้ปีนขึ้นไปบนกำแพงของกิล และวาดวงแหวนเวทมนต์ขึ้นด้วยหมึกสีดำอยู่บนกำแพงสีขาวนั้น 
 
อย่างที่ลุงโมได้บอกเอาไว้ วงแหวนเวทมนต์ได้ถูกเขียนขึ้นจนเสร้จสมบูรณ์ และหนวดสีดำนั้นก็จางหายไปกับอากาศ
 
ลุงโม : "อ้าา เหนื่อยจังน่อ ต้องมาเขียนทั้งกำแพงแบบนี้ภายในครึ่งวันแบบนี้ เหนื่อยจริง ๆ น่อ"
 
ลุงโมได้ใช้เวลาครึ่งวันไปกับการเขียนวงแหวนเวทบกำแพงกิล
 
ผลของมันก็ไม่มีอะไรมากมาย มันคือการเพิ่มธาตุมืดลงไปในสิ่งของเท่านั้น
 
แต่เพื่อที่จะให้ผลของเวทคงอยู่ตลอดไป เวทมนต์และเทคนิคที่ใช้ในการเขียนร่ายขึ้นมานั้นต้องใช้คนที่มีระดับสูงเลยทีเดียว
 
โครโน่ : "แต่ชั้นก็ยังเป็นห่วงว่ามันจะเป็นไปได้มั้ย ---"
 
ลุงเขาได้โชว์ทักษะที่สมกับเป็นจอมเวทแรงค์สี่ออกมาให้ดูแล้ว แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น
 
โครโน่ : "---ที่จะใช้ผลของเวทมนต์ปกคลุมทั้งอาคารกิลได้"
 
แผนการของโครโน่ที่จะให้เสริมเวทมนต์ลงไปทั้งอาคารกิล บางทีอาจจะสูญเปล่าก็ได้
 
ถึงการเสริมพลังเวทลงอาคารจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ที่จะทำมัน แต่มันก็ต้องการกำลังคน ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง และจอมเวทเพื่อทำการ [ปรับปรุงโครงสร้าง] เป็นจำนวนมากตามขนาดงานด้วย
 
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ บาเรียที่อยู่รอบ ๆ กำแพงเมืองไดดารอส
 
ตามปกติแล้ว ถ้าหากจะเสริมพลังป้องกันให้กับอาคารกิลสูงสี่ชั้นแบบนี้ ก็ควรจะต้องมีจอมเวทแรงค์ 5 ถึงสามคนมาช่วยกันทำงานตลอดทั้งอาทิตย์ถึงจะสำเร็จได้
 
แต่โครโน่ดันประกาศออกไปว่าจะทำให้เสร็จภายในคืนเดียวเท่านั้น
 
นั่นเลยทำให้ลุงโมรู้สึกว่างานนี้น่าเป็นเรื่องที่สูญเปล่าซะมากกว่า แต่ถ้าหากเขาสามารถทำอย่างที่พูดได้จริง ๆ มันก็จะเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากเช่นกัน
 
ลุงโม : "ข่อย บ่ หยังหรอก ก็แค่เสริ่มพลังให้กำแพงเองน่อ"
 
แต่ลุงโมก็เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ และเชื่อมั่นในคำพูดของผู้นำ และคอยดูสิ่งที่เขากำลังจะทำให้เห็นอยู่ออกมา
 
ลุงโม : "ข่อยจะรอดูน่อ พยายามเข้าละ โครโน่"
 
เมื่อเขาโบกมือโครงกระดูกอำลา ลุงโมก็ได้เดินจากไป
 
โครโน่ที่ตอนนี้อยู่คนเดียวแล้ว เขาก็ได้เดินเข้าไปวางมือลงบนวงแหวนเวทบนกำแพงนั้น  
 
โครโน่ : "---ยอดมาก"
 
เขารู้สึกได้ถึงพลังเวทมนต์ดำที่กำลังไหลเวียนอยู่เพียงแค่ได้สัมพัสมันเท่านั้น
 
โครโน่ : "งั้นเอาละนะ -- [จงแปดเปื้อน, จิโด้ เคนจุซึ] "
 
มันคือเวทมนต์เดียวกับที่เขาร่ายเพื่อเพิ่มพลังให้กับอาวุธและดาบของเขา รวมถึงการควบคุมมันโดยไม่ต้องแตะต้อง [จิโด้ เคนจุซึ] 
 
มันเป็นเวทมนต์ที่เขาได้เรียนรู้ก่อนที่จะหนีออกมาจากห้องวิจัยนั้น เขามีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับการใช้เวทมนต์ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับซาริเอล การใช้มันเพื่อเปิดผนึกกล่องสมบัติ และคราวนี้คือการใช้มันกับอาคารกิลทั้งตึก
 
ผลจากการเสริมพลังของโครโน่ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพของตัววัสดุเอง
 
พูดง่าย ๆ คือ เหมือนกับที่เขาทำลงไปกับดาบของเขา เขาต้องการที่จะเสริมความแข็งแกร่งไปจนถึงเนื้อไม้โครงสร้างผ่านทาง [จิโด้ เคนจุซึ] นี้
 
แต่เพื่อที่จะใช้ [จิโด้ เคนจุซึ] ให้ปกคลุมวัตถุได้อย่างสมบูรณ์นั้น เขาต้องใช้พลังเวทของเขาเองในการปกคลุมมัน อีกทั้งยิ่งวัตถุมีขนาดใหญ่มันก็ใช้พลังเวทมากขึ้นตามไปด้วย
 
และตอนนี้วัตถุที่อยู่ตรงกน้าก็ไม่ใช่กล่องไม้หรือดาบ แต่มันเป็นอาคารกิลสี่ชั้น มันต้องใช้เวทมนต์มากกว่าทุกครั้งที่เขาเคยทำ ดีไม่ดีอาจจะมากกว่าตอนที่พร้าต้องสาปวิวัฒนาการด้วย
 
โครโน่ : "(แต่ถ้าหากค่อย ๆ ทำทั้งคืนละก็ ชั้นต้องทำมันได้สำเร็จแน่นอน)"
 
แต่เมื่อได้ลองมาพิจารณาถึงอัตราการฟื้นฟูของพลังเวทมนต์ กับพลังเวทมนต์ที่ต้องใช้แล้ว มันก็ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำมัน
 
ทว่าถึงแม้อัตราฟื้นฟูพลังเวทมนต์จะเพียงพอ แต่มันก็ต้องใช้ความอดทนและสมาธิอย่างต่อเนื่องในการทำสิ่งนี้ ซึ่งสุดท้ายอาจจะทำให้เขาล้มลงก็เป็นได้
 
โครโน่ : "(พูดง่าย ๆ คือ ขึ้นอยู่กับความอึดและความกล้าของชั้นแล้วละ !!)"  
 
และแล้วค่ำคืนที่ยาวนานของโครโน่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น



NEKOPOST.NET