NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.325 - ตอนที่ 325 แมรี่


ต่อให้อยู่ท่ามกลางฝุ่นควันและเสียงของสนามรบที่รุนแรง

 

เสียงปืนก็ยังดังลั่นกลบซึ่งเสียงทุกสิ่งได้

 

กระสุนคู่หนึ่งได้ถูกลั่นออกจากรังเพลิง วิ่งผ่านอากาศในระยะกว่ายี่สิบเมตรในเสี้ยวกระพริบตาเพื่อหมายจะสังหารเหยื่อของมัน

 

เสียงร้องลั่นของเซนทอร์ผมแดงได้ดังไปทั่ว

 

หัวหน้าที่เป็นผู้นำเหล่าเซนทอร์ระดับสูง ได้ถูกปราบลง ณ เนินเขาอีสเคียร์แล้ว

 

กระสุนคู่นั้นได้ทะลุทะลวง​เกราะเหล็กผ่านร่างกายของเซนทอร์ผมแดงไป

 

แต่มันก็ยังไม่ตายสนิท

 

ต่อให้เป็นมอนสเตอร์ มันก็ยังคงมีศักดิ์ศรี​ในฐานะของผู้นำอยู่

 

มันใช้แรงทั้งหมดที่เหลือ เขวี้ยงหอกมาทางโครโน่

 

และโครโน่ก็รู้แล้วว่าไม่อาจหยุดการโจมตีนี้ได้ในท้ายที่สุด

 

เขาเตรียมพร้าคุบิดันอยู่ในมือขวา และพร้อมที่จะปัดป้องหอกเล่มนั้นออกไป

 

ด้วยทักษะของโครโน่ตอนนี้ ต่อให้ขี่ม้าอยู่ แต่ถ้าเล็งมาทางเขาหรือเนลละก็ เขาก็จะสามารถปัดหอกนั้นทิ้งไปได้

 

โครโน่  “อ๊ะ !?”

 

แต่ทว่าเป้าหมายกลับไม่ใช่โครโน่ แต่เป็นแมรี่ต่างหาก


 

ต่อให้พร้าของเขาใหญ่แค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ ที่จะเหวียงให้มันครอบคลุม​ไปถึงช่วงขาของแมรี่

 

เขาไม่อาจทำอะไรได้เลย นอกจากทนมองหอกพุ่งทะลวงผ่านกล้ามเนื้อขาของแมรี่ไป

 

ผู้นำที่ดีนั้นไม่ควรโลภมากจนเกินไป และเซนทอผมแดงก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย


 

เขาประสบความสำเร็จในการล้มม้าของศัตรูลงได้ในที่สุด

 

แมรี่  “ฮี่ !”

 

เซทอร์ “ฮ่า… !”

 

พวกเขาส่งเสียงออกมาในตอนที่ล้มลงมาพร้อมกัน

 

ขาของแมรี่ได้หักลงแล้วล้มลงไปกองกับพื้น

 

และเป็นเพราะแมรี่ถูกหยุดในตอนที่วิ่งเต็มความเร็ว ผู้โดยสารทั้งสองของแมรี่จึงถูกเหวี่ยงออกไปจากหลังของเธอ

 

โครโน่ที่หมุนตัวสองสามตลบในอากาศได้จับจ้องไปยังแมรี่ที่กำลังล้มตัวลง

 

โครโน่  “ฮีสกี้ !!”

 

เกิดความรู้สึกเกลียดตัวเองก่อตัวขึ้นภายในใจของโครโน่

 

กับตัวเขาเองนั้น โครโน่สามารถร่อนลงพื้นได้อย่างสบายไร้ปัญหาอยู่แล้ว

 

แต่ไม่ใช่กับเนล

 

เมื่อเห็นว่าเนลกำลังจะลงผิดท่า เขาจึงสั่งให้น้องเมดหนวดหยึกหยึยเข้าไปรับเธอเอาไว้

 

เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักและร่างที่อ่อนนุ่มของเนล ก่อนที่จะดึงเธอเข้ามา

 

เนล  “ว้ายยย !!”

 

แม้ว่าจะเป็นเพื่อนกัน แต่การที่อยู่ ๆ ต้องมาอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มเช่นนี้ โครโน่เลยคิดว่าเธอคงต้องไม่พอใจแน่นอน

 

แต่สถานการณ์​เช่นนี้คงเรื่องมากไม่ได้แล้วละ

 

โครโน่ร่อนลงพื้นอย่างสวยงามพร้อมกับอุ้มเนลอยู่ในอ้อมแขนของเขา

 

เนล  “อ้าา เออ อ้ายยย โครโน่คุงงง…”

 

โครโน่ “เนล ฝากคุ้มกันด้วย”

 

หลังจากร่อนลงมาที่พื้นหญ้า เขาก็หันไปหาทางศัตรูโดยไม่เสียเวลาไปมองเนล

 

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือฉากอันโหดร้ายที่พวกเซนทอร์กำลังใช้หิกรุมแทงลงไปบนร่างสีดำของแมรี่

 

เป็นการฆ่าที่เด็กขาด และมากจนเกินเหตุ

 

ทั้งที่แมรี่เป็นเพียงแค่ม้าสำหรับใช้ขนส่งเท่านั้นแท้ ๆ

 

ทั้งที่เธอพึ่งได้พบหน้ากับโครโน่เพียงสามเดือนเท่านั้น

 

แต่นั่น มันไม่ใช่ประเด็น จะมาบอกว่าเพราะเหตุนี้แล้ว โครโน่จึงไม่มีความรู้าึกเยื่อใยให้กับมันเลยอย่างงั้นหรือ ?

 

โครโน่ “แมรี่… ขอโทษด้วย”

 

ครั้งแรกที่เขาขึ้นขี่แมรี่ เขาไม่อายควบคุมม้าได้ดีพอเลย ถ้าหากไม่มีลิลี่คอยช่วยเหลือ

 

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น โครโน่ที่ไร้ซึ่งประสบการณ์​ก็ยังคงขึ้นขี่เธอมาตลอด รวมถึงแม้แต่วันที่ขึ้นขี่ออกเดทกับฟิโอน่าด้วย

 

แล้วหลังจากที่ฝึกฝน หลังจากที่รับรู้ได้ถึงการถ่ายทอดพลังเวทของกันและกัน ในที่สุด แมรี่ก็ยอมรับในตัวโครโน่ในที่สุด

 

แล้วพอรู้ตัวอีกที โครโน่ก็พบว่าเธอยอมพุ่งเข้าหาอันตราย ยอมวิ่งเข้าใส่ฝูงเซนทอร์ด้วยความตั้งใจของตัวเองไปแล้ว

 

โครโน่ “ขอโทษด้วย…”

 

ขอแค่มีเหตุผล​แค่นี้ มันก็เพียงพอที่จะมีความรู้สึก​ผูกพัน​ธ์กับเธอแล้ว

 

สำหรับโครโน่แล้วนั้น แมรี่คือตัวตนที่ไม่อาจแทนที่ได้ เป็นคู่หูที่สำคัญ​ของเขาไปแล้ว

 

และนั่นก็เป็นสาเหตุที่โครโน่กล่าวคำขอโทษออกมาทั้งน้ำตา

 

แต่นั่นไม่ใช่คำขอโทษที่มีต่อความตายของเธอ

 

ไม่ใช่น้ำตาที่มีให้กับการจากไป

 

แต่เป็น--

 

โครโน่ “แมรี่… ได้โปรดช่วยพาชั้น… ไปที่ป้อมปราการจะได้หรือเปล่า ?”

 

เขาขอโทษเธอเพราะว่าโครโน่ยังคิดจะใช้งานเธอต่อไปแม้ว่าเธอจะตายไปแล้วต่างหาก

 

ถ้าหากเสียแมรี่ไปตอนนี้ เขาจะไม่มีทางไปถึงป้อมปราการได้ทันเวลาแน่

 

ไม่อาจแม้แต่จะหนีกองทัพมอนสเตอร์ไปได้เสียด้วยซ้ำ

 

ถ้าหากเขาปราบเซนทอร์ไปทั้งหมด มันก็ไม่มีอะไรยืนยันเขาได้อยู่ดีว่าจะไม่มีกลุ่มที่สองและสามมาขวางทางข้างหน้าอีก

 

โครโน่ยังต้องพึ่งขาของแมรี่อยู่

 

และโครโน่ก็ยังมีวิธีให้แมรี่กลับมาวิ่งต่อได้อยู่ด้วย

 

โครโน่ “จงร่ำร้อง  [นักล่าสุสาน]​”

 

แล้วเขาก็เรียกใช้ง้าวเล่มใหญ่เล่มหนึ่ง

 

แม้ว่าสีดั้งเดิมของมันคือสีดำ แต่ด้วยพลังเวทของโครโน่ที่อาบลงไป อาวุธ​ชิ้นนี้จึงมีสีดำมิดยิ่งกว่าเดิม

 

เขาเก็บอาวุธทุกชิ้นลงไป แล้วมาถือง้าวอยู่ในมือเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น

 

เขาเดินเข้าไปประจันหน้ากับกองทัพเซนทอร์กว่าสองโหลพร้อมกับง้าวยักษ์เล่มนี้

 

โครโน่รู้สึกว่าอาวุธนี้มันใช้งานไม่ได้ง่ายเท่าไหรนัก แล้วมันยังเป็นอาวุธต้องสาปอีกด้วย

 

แต่ซีส มายะ ไฮดร้ากลับใช้อาวุธเล่มนี้ต่อสู้กับโครโน่ได้อย่างสูสีทั้งที่ตัวเขาเองไม่ใช่นักสู้มาแต่แรก

 

และอาวุธที่ทรงพลังนั้นก็มาอยู่ในมือของโครโน่ ผู้ที่เป็นนักผจญภัย​ฝีมือเยี่ยม และยังสามารถใช้อาวุธ​ต้องสาปได้ดั่งใจนึก

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะแสดงพลังที่ยอดเยี่ยมกว่าพลังดั้งเดิมของมันได้

 

พวกเซนทอร์ที่ถาโถมเข้าหาเขาเป็นระลอกคลื่นนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าชันชนะเป็นของบุรุษ​ตรงหน้าพวกมันไปแล้ว

 

พวกมันจะต้องตาย พวกมันต้องถูกนำมาบูชาให้กับความตายของแมรี่ !

 

และในเวลาต่อมานั้นเอง

 

“กรีดดดดดดดดดดดดดดดด !”

 

ท่วงทำนองแห่งเสียงเพลงจากคำสาป[อริร้ายแห่งความตาย]​ ก็ได้ร่ำร้องขึ้นมาแล้ว

 

……


 

นี่เป็นเรื่องราวในช่วงเวลาหน้าประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องราวของ​ผู้ดูแลสุสานคนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์ภายนอก​ไม่เปลี่ยนไปเลย แม้ว่าช่วงเวลาจะผ่านมานานนัลร้อยปีแล้วก็ตาม

 

นี่ไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับผีสาง แต่เป็นเรื่องราวของผู้ที่มีชีวิต เป็นผู้ดูแลสุสานที่มีเลือดเนื้อ

 

ผู้ดูแลสุสานคนนี้นั้นเป็นหญิงสาวที่งดงาม

 

เธอมีผิวขาวสะอาด หน้าตาสละสลวยที่สวมชุดสีดำอยู่เสมอเรื่อยมา

 

เหล่าเด็ก ๆ ทุกคนในหมู่บ้านต่างต้องถูกผู้คนเฒาคนแก่พร่ำเล่าว่า  “เธอคนนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ตั้งแต่เมื่อครั้งที่พวกเรายังเป็นเด็ก”

 

ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอ และไม่มีใครคิดอยากจะรู้ด้วย

 

พวกเขาต่างรู้ดีว่านี่คือเรื่องที่ มิ ควรเข้าไปแตะต้องอย่างแน่นอน

 

หน้าที่และภารกิจประจำวันของเธอก็คือการส่งเหล่าศพไปสู่สุขคติ​

 

เธอจัดทำพิธี เผาศพ แล้วภาวนาให้กับเหล่าดวงวิญญาณ​ที่ตายลงไป

 

และนั่นคือหน้าที่ ที่สำคัญซึ่งจะป้องกันไม่ให้เกิดมอนสเตอร์จำพวกอันเดดขึ้นมาได้

 

ชาวบ้าน  “ท่านผู้ดูแลสุสาน ได้โปรดช่วยด้วยครับ”

 

แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอทำหน้าที่ต่อไปอย่างเช่นเคย

 

คนที่อยู่ในโลงศพของวันนี้คือเด็กสาวคนหนึ่ง

 

เธอตายเพราะโรคร้าย

 

ผู้ดูแลสุสานไม่ไถ่ถามความเป็นมา ไม่สนว่าเธอเป็นเด็กดีหรือเลว เธอเพียงแค่เตรียมการเผ่าร่างของเด็กน้อยอย่างเงียบงันเท่านั้น

 

เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่พวกชาวบ้านมาไหว้วานเธอ จนพวกเขาทำเพียงแค่ส่งเงินค่าจ้าง ส่งมอบศพ แล้วก็กลับเข้าหมู่บ้านไปโดยไม่มีการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ​ต่อกันและกันเลยสักครั้ง

 

ตามอย่างเคย เธอนำศพใส่โลง เอาไปวางในหลุมศพ แล้วก็เผาร่างให้สิ้นไป

 

ไม่มีคนมายืนเศร้าใจ ไม่มีญาติเข้าร่วมพิธี จะมีก็เพียงนักบวชหญิงอย่างเธอ ที่ทำพิธีชำระล้างกับนกไนติงเกลซึ่งขับขานอยู่ในป่าเท่านั้นที่มาร่วมยืนอาลัยหน้าศพเหล่านี้

 

และในรอบหนึ่งวัน จากเช้าถึงเย็น เธอก็จะเริ่มขับขานท่วงนำนองแห่งบทเพลงออกมาสองรอบ

 

และครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

เธอเริ่มขับขานเพลงให้กับศพที่ถูกแผดเผาอยู่คนเดียว

 

สิ่งที่ฟังเพลงนั้น จะมีก็เพียงแค่ศพเท่านั้น

 

ใช่แล้ว มันควรจะเป็นเช่นนั้นแท้ ๆ…

 

… “อึ อือ…”

 

แต่วันนี้กลับมีเสียงประหลาดดังขึ้นมากระทบหูของเธอ

 

ผู้ดูแลสุสานจึงลุกขึ้นพร้อมกับอาวุธง้าว  [นักล่าสุสาน]​


 

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครมาสนใจการทำงานของเธอ

 

และคนที่จะมาเยี่ยมเยือนเธอในเวลาแบบนี้ ก็มักมีแค่มอนสเตอร์ที่หิวกระหายในตัวซากศพเท่านั้น

 

เป็นกรณีที่ไม่แปลกปละหลาดมากนัก และด้วยง้าวสีดำในมือของเธอ เธอก็ไม่เคยปล่อยให้มอนสเตอร์ตัวไหนมาล้วงล้ำสุสานของเธอได้อีกด้วย

 

แล้วในตอนที่เธอชี้ง้าวไปตรงหน้าในตอนนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจในทันที

 

นั่นเป็นเพราะว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้น มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย นับแต่ที่เธอมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสุสานในช่วงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมานี้

 

… “แว้กกกกก !”

 

ที่ตรงนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งอยู่

 

ผู้ดูแลสุสาน  “เธอคือ.. ใครกัน ?”

 

และนั่นก็คือช่วงเวลาที่ผู้ดูแลสุสานได้พบกับเด็กหนุ่มนั่นเอง




NEKOPOST.NET