[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 323 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.323 - ตอนที่ 323 ชาร์ลลอตผู้ดื้อดึง


ซะฟี่ “นี่ นี่ ฉันเจอกรีดกอร์แล้วละ”

 

เป็นเวลา 8 วันแล้วที่พวกเขาได้ทำศึกปกป้องป้อมปราการแห่งนี้เอาไว้

 

ในที่สุด ซะฟี่ก็ได้ค้นหาตัวกรีดกอร์พบได้ในที่สุด

 

แม้ว่าอีกาอันเดดของเธอที่พยายามอย่างหนักในการค้นหา จะสูญเสียไปจำนวนหนึ่ง แต่เธอก็สามารถบรรลุเป้าหมาย​ได้ในที่สุด

 

ชาร์ล “จริงอะ ! ที่ไหน ที่ไหน !?”

 

ซะฟี่ “ชูว ! เสียงดังไปแล้วนะ”

 

ในขณะที่ชาร์ลลอตกระโดดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ซะฟี่ก็เตือนเธอด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย

 

แม้ว่าพวกเธอจะนัดพบในส่วนลึกสุดของทางเดินป้อมปราการ แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าจะมีคนอื่นแอบดักฟังอยู่แถว ๆ นี้

 

และหัวข้อสนทนานี้ก็เป็นอะไรที่ให้คนอื่นได้ยินไม่ได้อีกด้วย

 

ชาร์ลลอต “แล้ว.. อยู่ไหนละ ?”

 

เธอลดเสียงลงเทียบเท่ากับเสียงกระซิบได้

 

ซะฟี่  “อืม เจอมันกำลังนอนขี้เกียจแถว ๆ บึงที่อยู่ระหว่างทางไปกลับหมู่บ้านกับป้อมปราการอีสเคียร์นะ”

 

ชาร์ลลอต  “หุ หุ หุ ไม่ได้อยู่ไกลไปจากระยะตามล่าของพวกเราเลยนี่น่า”

 

ถ้าหากกรีดกอร์ทำลายหมู่บ้านอีสเคียร์จนราบและมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านอื่น เธอก็คงไม่อาจตามล่ามันได้ทันแล้ว

 

ซะฟี่ “จะไปล่ามันกันเลยมั้ย ?”

 

ชาร์ลลอต  “แน่นอน !”

 

ดวงตาของชาร์ลอตได้ส่องประกายสว่างขึ้นมา

 

เธอยังเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าการออกไปปราบกรีดกแร์นั้น คือคำตอบที่สามารถจบปัญหาได้อย่างแท้จริงอยู่

 

ไม่ใช่แค่ชาร์ลลอตเท่านั้น แต่นักเรียนคนอื่น ๆ ที่เริ่มเหนื่อยล้าจากการป้องกันป้อมปราการบางส่วนก็เริ่มคิดแบบนี้แล้วด้วยเช่นกัน

 

พวกมอนสเตอร์นั้นใช้รูปแบบโจมตีด้วยฝูงขนาดย่อมทั้งวันทั้งคืนจนพวกเขาเริ่มรู้สึกตึงเครียด​และเหนื่อยล้ากันแล้ว

 

ยังดีที่เพราะรูปแบบการโจมตีเป็นอย่างที่กลาวไป จึงยังไม่มีนักเรียนคนไหนตาย

 

แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าวันไหนพวกมอนสเตอร์ยกขโยงกันมา ชีวิตของพวกเขาก็จะตกอยู่ในอันตรายทันที

 

พวกเขาเหนื่อยทั้งกายและใจกันแล้ว

 

ซะฟี่  “งั้นเดียวฉันจะบอกเส้นทางให้เธอเองนะ”

 

ชาร์ลลอต “เออ มันจะไม่เป็นไรแน่เรอะ ?”

 

ชาร์ลลอตถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล

 

ซะฟี่  “ก็ไม่น่าจะเป็นไรหรอกมั้ง ? ถ้ารู้ตัวว่าไม่ได้ฝืนเกินไป ก็คงไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก”

 

ชาร์ลลอต  “นั่นสินะ อย่างน้อยฉันก็มีทักษะซ่อนตัวเอาไว้กันเหนี่ยวอยู่ด้วยนั่นละ”

 

ชาร์ลลอตว่าเช่นนั้นอย่างรื่นเริงก่อนที่จะกลับหลังหับพร้อมกับผมทรงทวินเทลสีแดงที่โบกสะบัด

 

ซะฟี่  “เดียวฉันให้ราจังรอข้างนอกและเป็นคนนำทางเธอให้เอง เดียวจะโอนค่าการสั่งการให้เธอนะ”

 

ชาร์ลลอต  “ราจัง ?”

 

ชาร์ลลอตมองอย่างสงสัย ส่วนซะฟี่ได้ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น

 

ซะฟี่ “ฉันพูดถึงเจ้าราสปันนะ”

 

ชาร์ลลอต “หืมมม ชื่อราจังอย่างงั้นเองหรือเนี่ย”

 

สมกับเธอคนนี้ ชาร์ลลอตคิดว่าเพื่อนของเธอนั้นช่างไม่มีเซ้นในการตั้งชื่อเอาเสียเลย

 

ชาร์ลลอต “ขอบคุณนะ งั้นฉันขอเอาไปใช้ละนะ”

 

ว่าแล้วชาร์ลลอตก็ได้หายตัวไป จากตรงนั้น

 

 

ในอีกด้านหนึ่ง

 

ณ ช่วงเวลาก่อนรุ่งอรุณ ก็ได้มีเสียงปืนดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินของป้อมปราการอีสเคียร์แห่งนี้

 

และกระสุนลูกนั้นก็ได้ทะลวงศรีษะของเซ้นทอร์ผู้โง่เขล่าตัวหนึ่ง ที่กล้ามายืนปรากฏ​ในที่โล่งแจ้งตรงหน้า

 

และกระสุนนั้นก็ถูกส่งมาจากชิม่อน บุรุษผู้ประจำการอยู่บนหอคอยสูงของป้อมปราการนี้นั่นเอง

 

ภาพตรงหน้าของเขานั้น ได้มีศพมอนสเตอร์ถมกองเพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งตัวแล้ว

 

ชิม่อน “ฮ่าาา”

 

เสียงหายใจที่ตึงเครียดนั้นไม่ได้บ่งบอกเลยสักนิดว่าเขารู้สึกยินดีไปกับเหยื่อที่เขาล่าได้

 

ราวกับว่าเขาเริ่มเหนื่อยหน่ายกับเหตุการณ์​ตรงหน้านี้แล้ว

 

ในช่วงเริ่มของศึกป้องกันป้อมปราการ เขายังรู้สึกยินดีกับตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันตอนเวลาที่ล้มมอนสเตอร์ตรงหน้าได้

 

แต่พอมาถึงเวลานี้ เขากลับเริ่มรู้สึกว่างานนี้ช่างเป็นงานที่น่าเบื่อยิ่งนัก

 

ชิม่อน  “อีกเดียวคงมีตามมาอีกราวสิบตัวได้สินะ… ”

 

เขาพึมพำเช่นนั้นในระหว่างที่เติมกระสุนลงไปใน  [ยาตะคะระซุ V.02]

 

แม้ว่าปืนต้นแบบตัวแรกจะบรรจุได้ 5 นัด แต่ปืนกระบอกนี้เขาทำการดัดแปลงให้เหลือนัดเดียว แล้วเสริมพลังโจมตีกับระยะยิงเข้าไปแทน

 

ซึ่งอำนาจในการทะลุทะลวง​นั้น ปืนกระบอกเก่าไม่อาจทาบติดได้เลยสักนิดเดียว

 

[ยาตะคะระซุ]  นั้นทำผลงานได้ดีที่ศึกในอาลซัส แต่พอเทียบกับปืน V02 ซึ่งได้ช่างตีเหล็กสตาโทสตีขึ้นมาให้ พลังของมันก็เหนือชั้นขึ้นมาอย่างที่กระบอกเดิมไม่อาจเทียบชั้นได้เลย

 

ผลลัพธ์​นั้นคือ ชิม่อนสามารถยิงมอนสเตอร์ได้อย่างอิสระภายในระยะที่คบเพลิงมองเห็นได้นั่นเอง

 

สรุปคือสามารถยิงมอนสเตอร์ที่เข้ามาภายในระยะสายตาของเขาได้นั่นเอง

 

เนื่องจากว่ามืดอยู่ และชิม่อนใช้เวทมนต์​ตรวจจับศัตรูไม่ได้ เขาจึงใช้วิธีง่าย ๆ อย่างตรวจจับด้วยสายตาแทน

 

อีกอย่าง มันก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปสนใจมอนสเตอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามือของป่าด้วย

 

อีกเดียวพระแาทิตย์ก็จะขึ้นแล้ว แล้วคบเพลิงเวทมนต์ก็จะหมดประโยชน์​ลงไปในทันที

 

ส่วนท้องฟ้าก็ มีเมฆฝนหนาทึบปกคลุมเหมือนกับไม่กี่วันก่อนที่ผ่านมานี้

 

ชิม่อนรู้สึกว่าในวันนี้คงจะตกหนักน่าดูชมเลยละ

 

ชิม่อน  “ฮ้าวว~”

 

ชิม่อนเริ่มฮาวนอน

 

ไม่ใช่ว่าขี้เกียจ แต่เป็นเพราะใช้สมาธิมากไปต่างหาก

 

นักเรียนคนอื่นที่ประจำการในหอคอยเหมือนชิม่อนเองก็เช่นกัน

 

อย่างอัศวินเอ็ดดี้เองก็สติหลุดลอยไปแล้วในระหว่างที่ถูกเพื่อนสาวไชน่าที่จริงจังพัดต่อว่าอยู่

 

ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของหอคอยนี้มันเริ่มทำให้พวกเขารู้สึกอยากจะหลับยามเต็มทนแล้ว

 

ชิม่อน “(ต้องตั้งสิตเอาไว้สิ ถ้าถูกบุกตอนนี้ละก็ พวกเราได้จบแน่ ๆ)​”

 

ชิม่อนเตือนตัวเอง

 

ชิม่อน  “(ว่าแต่ทำไมพวกมันถึงไม่บุกมาทีเดียวให้จบไปเลยกันนะ ? แถมยังมาเดินลอยชายให้พวกเราเห็นตัวง่าย ๆ อีก… หรือว่าการเข้าควบคุมของพวกปรสิตจะทำได้ไม่ดีพออย่างงั้นหรือ ?”

 

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่พวกสนใจในการทำศึกสงครามและการต่อสู้ แต่เห็นแบบนี้แล้วก็พาลทำให้อดคิดวิเคราะห์​ขึ้นมาไม่ได้

 

ข้อมูลที่ว่ากรีดกอร์ควบคุมฝูงมอนอยู่ได้ถูกกระจายออกไปแล้ว

 

แต่รายละเอียดของการควบคุมนั้นไม่ได้ถูกบอกออกมา

 

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม วิธีการโจมตีของมันก็ช่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ จนพาลคิดว่ามันขี้เกียจอยู่หรือยังไงกัน

 

แต่เพราะแบบนี้พวกเขาถึงสามารถทำศึกป้องกันรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

 

แล้วในตอนที่เขาคิดเช่นนั้นอยู่

 

ชิม่อน “ฮืมม ?”

 

เขาก็เห็นเงาคนเดินผ่านศูนย์เล็งไป

 

พอเขาจ้องให้ดีอีกครั้ง ก็ไม่พบใครอื่นนอกจากกองศพมอนสเตอร์กับเซนทอร์เมื่อกี้เท่านั้น

 

ชิม่อน  “คงคิดไปเองมั้ง หรือไม่ก็…”

 

เขาพยายามนึกดู เงาเมื่อกี้มีรูปร่างคล้ายผู้หญิง และมีผมยาวทรงทวินเทลกระพืออยู่ด้านหลังด้วย

 

ชิม่อน “(บางทีคงเป็นพวกที่ถูกปรสิตสิงร่างอยู่ละมั้ง ?) “

 

ตอนอพยบกลับเข้าป้อมนั้น ไม่มีนักเรียนตายเลยแม้แต่คนเดียว

 

แต่ทว่าเหล่าคณาจารย์​ที่ช่วยรับมือระวังหลังให้นั้น ต่างลมตายกันหมดทุกคนแทน

 

มันจึงมีความเป็นไปได้อยู่ที่พวกเขาจะกลายเป็นร่างปรสิตให้กับพวกมันไป

 

พวกนักเรียนต่างได้รับคำเตือนนี้มาแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีทางลังเลที่สวนโจมตีใส่ หากอยู่ ๆ ได้พบเห็นร่างของเพื่อนหรืออาจารย์เข้าโจมตีพวกเขา

 

ชิม่อน  “(แต่ไม่เป็นไรหรอกน่า แนวป้องกันและแผนการของพวกเราดีมาก คงไม่มีเหตุการณ์​แบบนั้นเกิดขึ้น---) “

 

ในตอนที่คิดเช่นนั้นนั่นเอง

 

… “มอนโจมตี !!”

 

เสียงหนึ่งก็ได้ดังลั่นไปทั่วป้อมปราการ

 

… “คราวนี้พวกมันบุกมาทางประตูตะวันตก !”

 

… “แนวหน้าทุกนายรีบไปที่นั้นเดียวนี้เลย !”

 

เสียงคำสั่งจากนักเรียนระดับนายกองได้ถูกสั่งดังก้องไปทั่วปราสาท

 

บรรยาการเนื่อย ๆ น่านอนได้แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครื่องของสนามรบไปในทันที

 

แม้แต่เอ็ดดี้ที่สภาพสิ้นสติไปแล้วก็ยังต้องตื่นขึ้นมาเต็มตา แล้วรีบไปคว้าดาบยาวนำทีมแทบจะในทันที

 

… “เดียว เออ… พวกมันมาทางประตูนี้ด้วยนี่น่า.!!”

 

หนึ่งในนักเรียนผู้ใช้ธนูได้พูดขึ้นตอนที่เหลือบไปมองนอกหน้าต่างบานเล็ก

 

นิ้วของเขาชี้ไปทางตะวันยามเช้าซึ่งกำลังไต่ขึ้นมาจากเนินเขาตรงหน้า

 

ชิม่อน “เออ...ล้อเล่นใช่มั้ยนั่น...”

 

และที่ตรงนั้นก็มีกองทัพมอนสเตอร์จำนวนมหาศาล กำลังเคลื่อนทัพมาหาพวกเขาแล้ว




NEKOPOST.NET