NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.322 - ตอนที่ 322 ผู้ปกป้องหมู่บ้านอีสเคียร์


ตอนที่ 322 ผู้ปกป้องหมู่บ้านอีสเคียร์

 

โครโน่ “ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะสงบลงแล้วละ”

 

เนล “จริงด้วยค่ะ”

 

ชั้นได้ยินมาจากซีเรียว่าที่หมู่บ้านอีสเคียร์เองก็ถูกบุกจู่โจมด้วยเช่นกัน

 

ตอนแรกนึกว่าระหว่างทางที่เข้ามายังหมู่บ้านนั้น จะต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้นแล้ว แต่กลับกลายเป้นว่าไม่มีสัญญาณถึงฝูงมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่ตัวเดียว

 

ซึ่งประตูที่พวกเราเข้ามานั้นอยู่ตรงทางทิศตะวันออก

 

ดังนั้นในตอนแรกชั้นจึงคิดว่าคงจะมีการต่อสู้เฉพาะที่ประตูตะวันตกเท่านั้น แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่อย่างที่คิดเอาไว้

 

มันมีร่องรอยของการต่อสู้ที่ประตูตะวันออกด้วยเช่นกัน

 

สรุปคือพวกมอนสเตอร์มันล้อมทั้งหมู่บ้านเอาไว้เลย

 

มีศพของเซนทอร์กับกอบลิ้นจำนวนมากนอนเรียงรายอยู่รอบนอกกำแพง มีแม้กระทั้งศพของเพกาซัสที่ปีกหักงอลงมา

 

เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกเขาถูกฝูงมอนสเตอร์จำนวนมากขนาดไหนบุกโจมตีในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้

 

ส่วนสาเหตุที่ไม่มีศพของฝ่ายคนรวมอยู่ในซากเหล่านั้นด้วย ก็อาจเป็นเพราะว่าพวกเขาเก็บกู้ศพเข้าไปแล้วก็ได้ละมั้ง

 

และในตอนที่พวกเราเดินผ่านประตูเข้าไป พวกชั้นก็ได้พบกับสีหน้าที่เศร้าหม่องและเหนื่อยล้าของเหล่าอัศวิน ยามรักษาการ และนักผจญภัย

 

ภาพตรงหน้านี้ทำให้ชั้นระลึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งศึกอาลซัส

 

แล้วหัวใจของชั้นก็เริ่มบีบรัดชึ้นมาด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง

 

เนล “โครโน่คุงค่ะ…”

 

ราวกับรับรู้ว่าชั้นกำลังรู้สึกอย่างไร เนลจึงถามชั้นด้วยความเป็นห่วง

 

โครโน่ “ชั้นไม่เป็นไร แต่สภาพแบบนี้คงแบ่งส่งกำลังเสริมจากหมู่บ้านไม่ไหวแล้วละ”

 

ระหว่างที่ชั้นขี่ม้าผ่านถนนหลักของหมู่บ้านจากประตูตะวันออกไปสู่ประตูตะวันตก ชั้นก็พบกับความจริงที่ว่า ณ เวลานี้พวกเขาไม่เหลือกำลังพอที่จะส่งคนออกไปได้อีกแล้ว

 

พวกเขายังสามารถยันไม่ให่มอนสเตอร์เข้ามาในหมู่บ้านได้ แต่สภาพของผู้คนที่บาดเจ็บ รักษาตัว และซ่อมแซมกำแพงหินโดยรอบนี้ มันก็ช่างเป็นภาพที่บาดตายิ่งนัก

 

ชั้นไม่จำเป็นต้องถามใครสักคนก็รู้ได้แล้วว่าแค่งานปกป้องกันหมู่บ้านก็แทบจะล้นมือพวกเขาไปเสียแล้ว

 

และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดนั้นก็คือพวกเขาไม่อาจอพยบชาวบ้านหนีออกไปได้

 

ที่ชั้นรู้นั่นก็เพราะตอนที่ผ่านอาคารกิล ชั้นเห็นเด็ก ผู้หญิง คนแก่ที่ไร้อาวุธ ต่างกำลังรวมตัวอาศัยอยู่ในอาคารนั้นกันอยู่

 

เพราะว่าพวกเขาถูกมอนสเตอร์ล้อมเอาไว้ตั้งแต่การโจมตีในครั้งแรก เลยทำให้ไม่อาจที่จะอพยบชาวบ้านออกไปได้สำเร็จนั่นเอง

 

แล้วพอหมดช่องทางหนี พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากป้องกันหมู่บ้านเอาไว้แต่เพียงอย่างเดียว

 

ขนาดสถานการณ์ที่หมู่บ้านยังเลวร้ายขนาดนี้ และชั้นเองก็รู้สึกอยากอยู่ปกป้องหมู่บ้านอีกด้วย ...แต่ว่าชั้นยังต้องไปที่ป้อมปราการอีเคียร์อยู่---

 

นคิมม์ “โอ้ยยย ! นั่นใช่แกหรือเปล่าวะ ไอโครโน่ ? มึงมาทำห่าอะไรที่นี่ฟะ !?”

 

แล้วในตอนนั้นเองก็มีใครคนหนึ่งมายืนขวางแมรี่เอาไว้

 

คน คน นั้นสวมชุดเกราะหนังที่ดูสกปรกตัวหนึ่งเอาไว้

 

ใบหน้ากับน้ำเสียงนั้น ชั้นรู้สึกว่ามันช่างคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นจากที่ไหนมาสักแห่ง

 

โครโน่ “หรือว่า...นายใช่คนที่มาจากหมู่บ้านควอลใช่ไหม…”

 

นคิมม์ “ไอเลวอย่างมึงไม่มีสิทธิ์มาเอยชื่อหมู่บ้านนั้นนะเฟ้ย !”

 

ใช่แล้ว เขาคือคนที่บอกว่าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านควอลคนถัดไปนั่นเอง

 

ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าจะชื่อ นคิมม์ นี่แหละ

 

และเขาก็เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าชั้นตั้งแต่ก่อนจะมาสปาด้าอยู่แล้วด้วย

 

แล้วเขาก็เหมือนกับชั้น เป็นคนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปเช่นเดียวกัน

 

นคิมม์ “จะล้อเล่นตรูอีกใช่ไหมเนี่ย ? มึงจะโผล่หน้ามาทำไมที่นี่อีก ? จะมาทำลายหมู่บ้านที่เดินผ่านอีกหรือยังไงหาไอตัวซวยเอ้ย ?”

 

แถมยังตั้งตัวเป็นอริกับชั้นแบบชัดเจนแจ่มแจ้งอีกด้วย

 

แต่ก็นะ ถ้าไม่ใช่เขาชั้นก็คงไม่อาจผ่านเงือนไขแรกของเทพเจ้ามาได้หรอก แถมจากในมุมมองของเขา ชั้นมันก็คือสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านทุกคนวิ่งไปหาที่ตายด้วยละนะ

(จากผู้แปล หากใครลืมไปแล้ว เงือนไขแรกของมิอะในการได้รับพรนั้นก็คือต้องถูกคนที่ช่วยเหลือปฏิเสธอย่างไม่ใยดีก่อน แล้วเจ้าตัวต้องผ่านก้าวข้ามจุดนั้นมาให้ได้ก่อนครับ)

 

อืม ชั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธความจริงนั้นด้วยละนะ

 

ดังนั้นแล้วชั้นจึงทำเพียงแค่นั่งเงียบ ๆ ให้เขาพูดต่อว่าต่อไปเช่นนี้

 

เนล “ได้โปรดหลีกทางด้วยค่ะ”

 

ในตอนนั้นชั้นไม่รู้ว่าใครคือเจ้าของเสียงนั้น

 

แต่เสียงนั้นดังมากจากด้านหลังของชั้นเอง ดังนั้นก็คงมีแต่---

 

โครโน่ “เนล ?”

 

ชั้นหันกลับไปดู แล้วก็พบว่าเนลกำลังทำสีหน้าที่เย็นชาไร้อารมณ์ต่างไปจากทุกทีอยู่

 

และในมือของเธอก็กำลังถือคฑา [เกล็ดแห่งปีกสีขาว] ชี้ไปที่หน้าของนคิมม์อีกด้วย

 

เนล “ดิฉันคือเจ้าหญฺงลำดับที่หนึ่งแห่งประเทศอวาลอน เนล จูเลียด แอลโรด เป็นหนึ่งในปาร์ตี้แรงค์ 5 วิงโรด ดิฉันจะให้อภัยกับความหยาบคายของคุณที่มีต่อเพื่อนฉันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้นได้โปรดจงหายหน้าไปจากสายตาของพวกเรา และอย่าได้โผล่ตัวมาให้เห็นอีกเป็นครั้งที่สองด้วยค่ะ”

 

น้ำเสียงของเธอนั้นเยือกเย็นและหนาวไปถึงขั้วหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เนล “ดิฉันสั่งให้คุณหลบไปไม่ใช่หรือยังไงคะ ? หรือว่าอยากต้องโทษประหารชีวิตเช่นนั้นหรือคะ ?”

 

แล้วชั้นก็จำได้ว่าเคยได้ยินน้ำเเสียงเช่นนี้มาครั้งหนึ่งในตอนที่เธอพูดกับคริสติน่า

 

นคิมม์ “อะเออ...ข้าน้อยขอประทานอภัยด้วยครับ”

 

ดูท่าเขาจะรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของเนล เขาจึงรีบก้มหัวขอโทษทันที

 

สมกับเป็นอำนาจของเบื้องสูง---ไม่สิ ต้องบอกว่าเนลยอมแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพื่อชั้นคนนี้ต่างหาก

 

ในมุมมองของเธอคงเห็นว่าชั้นถูกต่อว่าอย่างอยุติธรรม แต่ที่นคิมม์ว่ามามันก็ถูกบางส่วนนะ

 

อืม เวลาแบบนี้ชั้นควรจะทำยังไงดีเนี่ย ?

 

*ก้องงงงงง*

 

แล้วเสียงระฆังก็ได้ดังลั่นขึ้นมา

 

ทหารยาม “มอนสเตอร์บุกกกก !!”

 

ก่อนที่ชั้นจะได้ทันถามว่าเสียงระฆังนั้นคืออะไร ก็มีคนตะโกนตอบให้ไปเสียแล้ว

 

ถึงจะมีรายละเอียดไม่ชัดเจน แต่นคิมม์ก็กลับหลังหันแล้ววิ่งรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วในทันที

 

ความจริงเขาหยุดชั้นเพื่อจะยิงคำด่าใส่ แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้อแล้ว จึงไม่มีเวลาจะมานั่งด่ากันในตอนนี้

 

โครโน่ “พวกเราจะตีฝ่าฝูงมอนกันละนะ”

 

เนล  “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะปกป้องโครโน่ให้เองค่ะ”

 

โครโน่ “อือ”

 

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาถกเถียง​แล้วจมอยู่กับปัญหาในอดีต ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือการปกป้องเพื่อนต่างหาก !

 

….

 

เป็งเวลาห้าวังแล้วนับจากวังที่ 22 ที่ข่อยสิปกป้องหมู่บ้านนี้เอาไว้

 

พวกมองเตอร์ทั้งจากในดันเจี้ยน​ จากป่า จากฟ้า เรียกได้ว่าขนมากังหมกนี้ ที่ได้เข้าโจมตีหมู่บ้าน

 

โชคดีที่พวกมังไม่ได้ถาโถมพร้อมกันทั้งหมก แต่เข้ามาเป็นระรอกคลื่นแทน

 

แม้นว่าแผนการเข้าปะทะตง ๆ กับมองเตอร์จะดูโง่เง่า แต่ทั้งนักผจญภัย​และทหารยามเองก็ไม่มีทางเลือกเท่าไหรนัก

 

สุดท้ายพวกเราก็โดนบังคับเสียงชีวิตเลือกเส้นทางแค่ใช้พลังปะทะตรง ๆ เท่านั้ง

 

กุสตาฟ  “ทงเข้าไว้เน้อ อีกเดียวอัศวินก็จะมาแล้ว สู้เข้าไว้ทุกคง ใช่ทุกอย่างที่มีเลยเน้อ !!”

 

ผู้ที่ยืนอยู่ประตูตะวันตกนั้นก็คือบุรุษ​จากปาร์ตี้แรงค์ 5 [ปีศาจเลือดเหล็ก]​

 

เสียงคำรามของเขาแม้จะเพี้ยนเรื่องสำเนียง แต่ก็กู่ก้องเพิ่มกำลังใจให้กับเหล่าทหารยามและนักผจญภัย​ที่กำลังปกป้องหมู่บ้านอยู่ได้เป็นอย่างดี

 

การที่พวกเขายังคงกำลังใจปกป้องหมู่บ้านมาได้นานขนาดนี้ก็เพราะออร์คร่างยักษ์​ผู้นี้นี่เอง

 

สมกับที่เป็นบุรุษ​ผู้รวบรวมเหล่าสมาชิกมาเป็นจำนวนมากเอาไว้ได้ เขาสามารถควบคุมฝูงคนจำนวนมากขนาดนี้ได้อย่างอยู่หมัด​เลยทีเดียว

 

นอกไปจากนี้เขายังมีสัญชาตญาณ​ที่ดี ตัดสินใจฉับไว และอ่านสถานการณ์​ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

 

นอกไปจากนี้ เขายังมีพละกำลังที่แข็งแกร่งเหนือกว่าใครอีกต่างหาก

 

ในสถานที่แห่งนี้ไม่มีทหารยามคนไหนที่ไม่คิดจะปฏิเสธเชื่อฟังคำสั่งของเขา

 

กุสตาฟ  “เซดร้า พวกมอนสเตอร์เป็นยังไงบ้างเน้อ ?”

 

ผู้ที่ยืนถือแท่งโลหะตัวยาวในมือขวาเป็นอาวุธ และกำลังยืนสูงเด่นเป็นตระหง่าราวหอยคอยป้อมปราการผู้นั้นก็คือโกเล็ม หนึ่งในสมาชิกของกุสตาฟนั่นเอง

 

เซดร้า [แด๊กเก้อ แรปเตอร์เป็นแนวหน้า เซนทอร์กับสไลม์เป็นกองหลัง กลุ่มของฮาร์ปี้บินบนฟ้า - ครับ]

 

เซดร้าที่มีลำตัวสีดำขาวได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเฉกเช่นเดียวกับหุ่นยนต์

 

ดวงตาสีแดงนั้นกำลังจับจ้องไปที่กลุ่มของมอนสเตอร์ที่กำลังมุ่งหน้ามาบนถนนหลักตรงหน้านี้

 

ในมือซ้ายของเขานั้นมีหน้าไม้ขนาดใหญ่ที่ติดกลไกลูกรอกเอาไว้สำหรับทดแรงยิงให้รุนแรงยิ่งขึ้นเอาไว้อยู่กระบอกหนึ่ง

 

ไม่สิ ด้วยขนาดของมันคงเรียกได้ว่าเป็นเครื่องยิงฉมวกสงครามมากกว่า แถมมันยังทำมาจากแร่มิธลิทอีกด้วย

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่โดนสิ่งนั้นยิงเข้าใส่ คงต้องตายในทันทีอย่างแน่นอน

 

ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตอีกทั้งอาวุธที่แบกเอาไว้ ทำให้ดูน่าเป็นห่วงว่าเขาจะล้มถล่มลงมาเมื่อไหรกัน แต่ดูเหมือนว่าสองสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่หนักพอที่จะทำให้เขาล้มลงมาได้

 

กุสตาฟ “แล้วเจ้ามังกือไฟละ ?”

 

เซดร้า [ไม่เห็นครับ]

 

สิ่งที่พวกเขากำลังระวังมากที่สุดในตอนนี้ก็คือซาลามานเดอร์ หรือก็คือการมีอยู่ของมังกรไฟนั่นเอง

 

ทว่าไม่ว่าพวกเขาจะพยายามส่องไฟ้ขึ้นฟ้ามากเท่าไหร ด้วยสภาพท้องฟ้าที่มืดมิด จึงไม่อาจทำให้พวกเขาสามารถเห็นตัวของมันได้ ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่อาจวางใจลดการระวังภัยลงได้

 

แต่มันก็ไร้ค่าที่จะมาคอยระวังศัตรูซึ่งยังไม่ปรากฏตัว กุลตาฟจึงได้ออกคำสั่งให้พวกเขาออกไปโจมตีก่อนน่าจะเป็นการตัดสินที่ถูกต้องกว่า

 

กุลตาฟ “เอาละ งั้นพวกเราออกไปแตะตูกพวกมังให้โด่งกันเถอะ ! เปิดประตูได้เลยโว้ยยย !!”

 

แล้วในที่สุดประตูไม้ที่หนาและหนักก็ได้ถูกเปิดออกด้วยคนสองคน

 

ดักลาส “อ้ายยย ! ทำไมถึงให้สาวน้อยอย่างเดี้ยนต้องมาใช้แรงงานแบบนี้ด้วยกันค่ะ ...โอ้วววววว !!”

 

กอน “เอาละนะครับ โอร่าาาาาาา !”

 

ผู้ใช้แรงงานเปิดประตูสองคนนั้นก็คือดักลาสที่เป็นมิโนทอร์เพศหญิง (?) กับกอนที่เป็นเผ่าไซคลอป

 

พวกเขาสองคนนั้นก็เป็นคนจากปาร์ตี้กุสตาฟเช่นกัน

 

เสียงลั่นไม้แตกได้ดังขึ้นพร้อมกับที่ประตูได้ถูกเปิดกว้างขึ้นมา

 

เหล่าทหารหาญกับพวกนักดาบต่างเตรียมพร้อมที่จะเข้าปะทะซึ้ง ๆ หน้ากับฝูงมอนสเตอร์แล้ว

 

แล้วในตอนนั้นเองที่กุลตาฟได้เห็นบุคคลแปลกปลอมปะปนอยู่ในกลุ่มของเหล่าแนวหน้านั้น

 

เขาคนนั้นโดดเด่นกว่าใคร ๆ เขาสวมชุดสีดำทั้งตัวและนั่งอยู่ม้าที่มีขนสีดำพร้อมกับมีทูตสวรรค์สีขาวนั่งติดมาด้วย

 

ราวกับเป็นนายทหารหาญผู้ทรงเกียรติ์ที่พาเจ้าหญิงผู้หนึ่งมาเยือนหยั่งแนวหน้าของสนามรบก็มิปาน

 

กุสตาฟ “เฮ้ย เจ้าบักหำน้อยดำตรงนู้นนะพึ่งเคยสิเห็กเป็งครั้งแรกเลยเน้อ เจ้าสิเป็งนักผจญภัยที่มาช่วยพวกเราเรอะ ?”

(บักหำน้อย =เจ้าหนู)

 

สารขอความช่วยเหลือและสถานการณ์ฉุกเฉินได้ถูกกระจายออกจากหมู่บ้านอีสเคียร์ไปยังหมู่บ้านข้างเคียงแล้ว

 

และด้วยภารกิจฉุกเฉินนี้ จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คนจากหมู่บ้านโดยรอบถูกส่งมาช่วยเหลือยังหมู่บ้านนี้กัน

 

แม้ว่าจะช้าไปบ้าง และถึงจะเป็นจำนวนที่ไม่มาก แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ต้องยื้มมือแมวมาทำงานเขาก็ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งเลยละ

 

โครโน่ “เปล่า พวกเราจะไปที่ป้อมปราการอีสเคียร์นะ”

 

กุสตาฟ “เคีย เคีย เคีย โดนเจ้าหญิงเอาแต่ใจลากมางั้นสิเน้อ”

 

กุสตาฟสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่คำพูดสั้น ๆ ของบุรุษสีดำผู้นี้

 

ต่อให้เป็นคนที่ความจำแย่ขนาดไหนก็ตาม แต่คนที่มีปีกสีขาวและอาศัยอยู่ในสปาด้าแห่งนี้ อีกทั้งยังสวยงามราวกับนางฟ้าเช่นนี้ก็มีไม่กี่คนหรอกนะ

 

โครโน่ “เออ เปล่า ไม่ใช่---”

 

กุสตาฟ “ไม่เป็งไร ไม่เป็งไร ขอยสิไม่หยุดเจ้าหรอกเน้อ ขอยสิก็เป็งห่วงเจ้าบักหำน้อยทั้งหลายที่อยู่บงป้อมปราการเช่งกัน แต่ก็นะ อย่างที่เห็นนั่งละ พวกเราแบ่งกำลังคงไปช่วย บ่ ได้ดอก”

 

เขารู้ว่าในช่วงเวลานี้พวกนักเรียนของโรงเรียนหลวงสปาด้ากำลังฝึกภาคสนามกันอยู่ข้างบนเขานั้นกัน

 

และเขาเองก็ได้ข่าวจากนักฆ่าหญิงที่มาแจ้งข่าวแล้วว่า พวกเขากำลังต่อสู้ทำศึกป้องกันป้อมปราการอย่างหนักเพื่อรอคอยความช่วยเหลืออยู่

 

เขารู้ว่าที่บนนั้นมีลูกขุนนางกับราชวงศ์อยู่ แต่ยังไงเขาก็ไม่อาจละมือจากชาวบ้านตรงนี้ได้อยู่ดี

 

ดังนั้นพวกนักเรียนจึงต้องรับกรรมทำศึกป้องกันป้อมปราการต่อไปจนกว่าหน่วยอัศวินเทมพล้าของกองทัพหลวงจะมาถึงเท่านั้น

 

บางคนบอกว่าพวกนักเรียนคงไม่เหลือความหวังแล้ว แต่สำหรับกุสตาฟนั้นไม่ใช่

 

เขารู้ดีว่าที่ข้างบนนั้นมีเจ้าชายแห่งอวาลอนอยู่ด้วย

 

และจากการต่อสู้ที่บาร์ของกิลเมื่อคืนนั้น ทำให้เขารู้ว่าฝีมือของเจ้าชายน้อยนั้นถือว่าเหมาะสมกับแรงค์ 5 อย่างที่ได้ถือครองเอาไว้จริง ๆ

 

และตอนนี้ก็มีเพียงปาร์ตี้วิงโรดที่เป็นกำลังใจและสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวของพวกนักเรียนในการตั้งหน้าต่อสู้รอความช่วยเหลืออยู่ข้างบนเขานั้น

 

ดังนั้นแล้วเขาจึงคิดว่าที่บนป้อมปราการนั้นสถานการณ์ก็คงไม่น่าจะเป็นห่วงเท่าไหรนักเช่นกัน

 

โครโน่ “ชั้นเองก็อย่างร่วมศึกนี้ด้วยอยู่ แต่ขอโทษด้วยนะ”

 

กุสตาฟ “เคีย เคีย เคีย ! ปล่อยหมู่บ้างให้เป็นหน้าที่ของขอยเองเถอะ อยาได้เป็นห่วงทางนี้เลย รีบขึ้นไปช่วยเจ้าบักหำน้อยพวกนั้นได้แล้ว !”

 

โครโน่ “ขอบคุณมาก”

 

เนล “ขอบคุณค่ะ”

 

หลังจากได้รับคำกล่าวขอบคุณจากทั้งสอง กุสตาฟก็มองดูพวกเขาควบม้าจากไป

 

และทิศทางนั้นก็คือฝูงมอนเตอร์ที่กำลังยืนขวางทางอยู่นั่นเอง

 

กุสตาฟ “เซดร้า เปิงทางให้พวกบักหำน้อยนั้นสิ”

 

เซดร้า [รับทราบครับ]

 

แล้วป้อมปราการหอคอยมีชีวิตก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวในที่สุด

 

สิ่งนั้นตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนที่จะเกิดเสียงไม้แตกหักดังมาจากธนูยักษ์ที่เขาถือเอาไว้

 

เสียงรอกได้ดังขึ้น คันฉมวกได้ถูกตั้งลำและเล็งเป้า

 

กุสตาฟ “พวกบักหำน้อยยุคนี้ช่างจิตใจแรงกล้าเสียจริง ไม่ลังเลเลยสักนิก ขอยเองก็คงยอมแพ้ไม่ได้เช่นกันละเน้อ !”

 

พร้อมกับเสียงพึมพำของเขาและการเคลื่อนที่มุ่งไปข้างหน้าของบุรุษสีดำกับองค์หญิงที่กล้าหาญ เสียงของศรสงครามก็ได้ดังขึ้นราวกับเป็นสัญญาณเปิดศึกสงคราม

 

สงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว




NEKOPOST.NET