[นิยายแปล] จอมมารดำ ตอนที่ 136 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จอมมารดำ

Ch.136 - ตอนที่ 136 ร่างทดลองกับนักวิจัย


ย้อนกลับไปช่วงที่หมายเลข 49 ได้ผ่านการทดลองหลายขั้นตอนไปแล้วตอนนั้น

 

คุบโรส : “ไม่ชอบหมายเลข 49 งั้นหรือครับ ?”

 

คุบโรสหัวหน้าศูนย์วิจัยที่สามได้ถามไปยังนายของเขา [บิชอบ จูดาส]

 

จูดาส : “เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอก”

 

คุบโรสสวมหน้ากากสีขาวปกปิดใบหน้าเอาไว้อยู่ ไม่ทางทีจะรู้ได้เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกนึกคิดอย่างไร

 

แต่จูดาสก็พูดต่อไปราวกับรับรู้ได้ถึงความคิดที่อยู่ในใจของคุบโรสใต้หน้ากากนั้น

 

จูดาส : “มันมีกรณีที่พวกมันยังคงสติเอาไว้ได้อยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือไง ?”

 

คุบโรส : “ไม่หรอกครับ ตอนนี้หมายเลข 49 สูญเสียจิตสำนึกไปแล้วถึง 50% ตอนนี้ก็ขึ้นกับเวลเท่านั้นแล้วครับ”

 

จูดาส : “ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น มันอาจเก็บสติเอาไว้จนกว่าอัตตาจะหายไปอย่างสมบูรณ์ไม่ใช่หรือไง ? ถ้าระหว่างนั้นมันคลั่งขึ้นมาจะทำยังไง ไม่อยากเจอแบบนั้นใช่ไหมละ ?”

 

คุบโรสทำได้แต่นิ่งเงียบตอบเท่านั้น

 

เขามองไปที่หมายเลข 49 ซึ่งกำลังเดินกลับเข้าไปในห้องขั่งหลังจากล้มโกเล็มสามตัวให้ดู

 

หลังจากสู้กับโกเล็มที่สามารถฆ่ามนุษย์ได้เพียงหมัดเดียวอย่างยากลำบาก ร่างของหมายเลข 49 ก็เต็มไปด้วยบาดแผลทั่วตัวแล้ว

 

แต่ในดวงตาของมันยังคงมีประกายแสงแห่งพลังชีวิตและสติคงเอาไว้อยู่

 

คุบโรส : “(จริงของมึง ข้าไม่ชอบดวงตาของมันเลย)”

 

คุบโรสไม่เคยสงสัยในตัวของหมายเลข 49 เลย เพราะมันไม่เคยแสดงอาการคลั่งให้เห็นสักครั้ง อีกอย่างพวกมันก็หมดหนทางเยียวยาช่วยเหลือแล้วด้วย

 

คุบโรส : “(เจ้าสิ่งนั้นน่าจะพังไปแล้วทั้งจิตใจ ต่อหน้าความเจ็บปวดนั้นคงไม่มีใครทนไหวหรอก)”

 

เพราะแบบนั้นไอพวกต่างด้าวแบบแกเลยไร้ประโยชน์ไงละ ไม่ดีเลยนะที่มันยังคงสติเอาไว้ได้แบบนั้น มันต้องกรีดร้องสิ มันต้องร้องไห้ขอชีวิตสิ ไม่ก็เป็นบ้าไปเลย นั่นแหละถึงจะเหมาะกับพวกต่างด้าวแบบพวกมัน แล้วในที่สุดมันก็จะถูกล้างสมองอย่างสมบูรณ์ด้วย [แองเจอร์ริง] ไปเอง

 

ข้าอุตส่าห์ถ่อมาถึงศูนย์วิจัยแห่งนี้เพื่อไม่ได้มามองสิ่งที่ใช้งานไม่ได้แบบนั้น นี่ไม่ใช่ผลลัพฑ์ที่ข้าต้องการเลยสักนิด

 

หมายเลข 49 หายเข้าไปในเงามืดของห้อง

 

คุบโรส : “-หมายเลข 49 ที่ยังคงสติได้อยู่ อาจเป็นเพราะการอัญเชิญตัวมันตอนนั้นเป็นไปอย่างราบลื่นเกินไปครับ สิ่งนั้นเลยทำให้มันได้รับการเสริมพลังเข้าไปในร่าง คงเป็นเหตุผลที่มันมีอัตตาและจิตวิญญาณที่แข็งกล้าครับ”

 

เขาเก็บงำสิ่งที่คิดไว้ และตอบกลับจูดาสในฐานะที่เป็นผู้วิจัยเพียงคนเดียวของที่นี่

 

จูดาส : “ถ้าว่าแบบนั้น ก็เชิญคิดไปแบบนั้นละกัน”

 

จากนั้นจูดาสก็เดินออกไปราวกับหมดซึ่งความสนใจแล้ว

 

คุบโรสทำได้แต่มองส่งและส่ายหัวไปมาเท่านั้น

 

คุบโรส : “(ไองี่เง่า !! ยังมีสติคงอยู่งั้นเรอะ เรื่องบ้า ๆ นะสิ มันก็แค่หมายเลข 49 มีพลังมากกว่าร่างทดลองอื่นเท่านั้น ในอานคตมันก็มีชะตาไม่ต่างจากร่างทดลองอื่นนั่นแหละ ถึงจะต่อต้านได้ตอนนี้ แต่มันก็ไม่ได้ต่างจากพวกต่างด้าว [ตัว] อื่น ๆ หรอก)”

 

แต่สุดท้ายแล้วหมายเชข 49 ก็ยังคงเก็บสติของตนมาตลอดเวลาได้โดยไม่คลั่งไปซะก่อนจนถึงวันนั้น

 

………………

 

ร่างโลหะทั้งสามได้ผุดขึ้นมารับกระสุนเอาไว้จนล้มลงไปกองที่พื้นพร้อมกับเสี่ยงดังก้อง

 

โครโน่ : “ใช้โกเล็มรับเอาไว้งั้นเรอะ---”

 

กระสุนปีศาจที่ยิงจากกลางอากาศไปยังไอบ้านั่นได้ถูกหยุดเอาไว้ด้วยโกเล็มโลหะที่มีรูปร่างไม่ต่างจากอัศวินเกราะหนัก

 

โครโน่ : “---เป็นพวกจอมเวทสายอัญเชิญงั้นหรือ”

 

คุบโรส : “อย่าเอาข้าไปรวมกับคนธรรมดาพวกนั้นสิ ข้าคือ [สุดยอดนักอัญเชิญ ดิเกรท คุบโรส] กระสุนกระจอกของแกทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

 

ไอบ้าที่เรียกตัวเองว่าคุบโรสยังคงสงบนิ่งและยิ้มออกมาได้

 

ไอบ้านั่นสามารถเรียกโกเล็มสามตัวขึ้นรับการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ดูท่าพลังของมันจะไม่ใช่ลมปากแล้วละ

 

แถมยังมีพวกข้ารับใช้ที่ทรงพลังพอจะฆ่าชั้นได้อีกด้วย

 

คุบโรส : “ว่าไง ยังคิดว่าจะฆ่าข้าคนนี้ได้อีกงั้นหรือ ?”

 

โครโน่ : “ไม่คิด แต่ทำแน่ ๆ”

 

ชั้นเตรียมพร้าต้องสาปในมือซ้ายและเรียกดาบปีศาจสองเล่มให้กลับมาพร้อมโจมตีมันอีกครั้ง

 

คุบโรส : “ฮืม งั้นเรอะ งั้นเรอะ ---- โอ้ ! จริงด้วยสิ พวกแกสองตัวไปจัดการไอเด็กกะโปโลกับยัยแม่มดนั้นได้เลย”

 

ร่างทดลองทั้งหมดได้วิ่งจากไปจนลับตา ไปหาลิลี่กับฟิโอน่างั้นหรือ แต่ไอบ้านี่มันคิดอะไรถึงได้ลดจำนวนพรรคพวกตัวเองลงกันนะ ?

 

ดูท่าจะมั่นใจมากว่าสามารถจัดการชั้นได้ด้วยตัวคนเดียว

 

คุบโรส : “แล้วก็จับเป็นพวกเธอด้วยนะ ไว้ข้าจะเล่น [สนุก] กับพวกเธอทีหลัง”

 

โครโน่ : “แก….”

 

เป็นครั้งแรกที่ชั้นรู้สึกโมโหเพียงแค่เพราะคำพูด

 

อย่ามาพูดจาโลมเลียเพื่อนของชั้นนะ !

 

คุบโรส : “อะไร แกยังไม่ได้งาบไปงั้นเรอะ ? ไม่ใช่ว่ารักพวกเธอมากหรือไง ฮืม ?”

 

คำตอบของชั้นคือดาบที่ฟาดลงไปที่มัน

 

ชั้นยังดาบสองเล่มไปยังผิวอันบอบบางของมัน

 

คุบโรส : “ฮ่า ฮ่า---”

 

ดาบสีดำที่พุ่งทะยานตัวจนสร้างระรอกคลื่นทิ้งไว้ข้างหลัง ได้ถูกไอบ้านั่นใช้ดาบที่เรียกออกมาป้องกันเอาไว้

 

ไม่เพียงแค่เป็นนักอัญเชิญ แต่ยังมีทักษะทางดาบด้วยอีกหรือ

 

คุบโรส : “----ไม่เลวนี่หมายเลข 49 แบบนี้คงต้องทำลายทิ้งแล้วละ”

 

โครโน่ : “พูดเรื่องอะไรของแก”

 

คุบโรส : “ไม่ใช่แก ข้าพูดกับตัวเอง――أسود أبيض أسود يبتلع الثعبان المقدس السحر تأكل الأسنان”

 

คุบโรสเริ่มร่ายมนต์พร้อมกับเหวี่ยงคฑาสีขาวที่อยู่ในมือซ้ายขึ้นมา

 

ถึงจะไม่เข้าใจเนื้อหาและความหมายของคำร่าย แต่การที่มันท่องได้ต่อเนื่องและไหลลื่นแบบนั้นคงจะจริงอย่างที่ไอบ้านั้นโม้เอาไว้ มันเป็นนักอัญเชิญระดับสูงแน่นอน

 

โครโน่ : “ดาบปีศาจพุ่งทะลวง !”

 

ใครจะปล่อยให้ร่ายเสร็จกันวะ ดาบสีดำทั้ง 6 เล่มพุ่งโจมตีไปที่ไอบ้านั้น

 

เส้นสีดำได้พุ่งทะยานแหวกอากาศไป 3 เล่มเล็งจากข้างหน้า อีก 2 เล่มเล็งจากด้านข้าง เล่มสุดท้ายเล็งที่หัวของมันจากข้างบน

 

คุบโรส : “ฮ่า ! ช้าไปต๋อย ”

 

ดาบของมันฟาดลงมาด้วยความรวดเร็ว ดาบ 3 เล่มถูกฟันปัดกระเด็น ส่วนดาบอีก 3 เล่มมันเบี่ยงท่าร่างเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบมันเท่านั้น

 

ดาบเล่มหนึ่งปักคาดิน ส่วนอีกสองเล่มที่โจมตีจากด้านข้างก็พลาดเป้าหมาย

 

และก่อนที่พวกมันจะได้กลับมาหาชั้น ดาบทั้งสองเล่มที่พลาดเป้าก็ถูกไอบ้านั้นโจมตีซ้ำจนร่วงหล่นลงพื้นไป

 

การที่มันสามารถทำลายดาบทั้ง 6 ลงได้ แสดงว่าฝีมือของมันเหนือกว่าอัศวินเกราะหนักพวกนั้นซะอีก

 

นอกจากความสามารถแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้มันสามารถทำลายดาบปีศาจราวกับของเด็กเล่นได้นั้นก็เพราะ

 

โครโน่ : “นั่นสร้างจาก [มิธริล] !?!”

 

คุบโรส : “ไอโง่เอ้ย แค่มองก็รู้แล้ว”

 

มิธริลเป็นแร่ที่ต้องใช้กระบวนการผลิตพิเศษในการสร้าง ซึ่งมันสามารถสร้างพลังเวทมนต์ขาวบรรจุเอาไว้ภายในได้

 

แสงที่ส่องประกายออกมาจากดาบไม่ใช่ของหลอกเด็ก มันเบาราวขนนก แต่พลังโจมตีและความคมนั้นเหนือชั้นกว่าเหล็กกล้าหนานัก

 

แค่ได้ดาบเล่มนั้นมาใช้ มันก็สามารถเหวี่ยงดาบได้ตามใจนึกแล้ว

 

ดาบปีศาจของชั้นมันก็แค่ดาบธรรมดาที่ลงพลังเวทมนต์ดำเอาไว้เท่านั้น แต่กับดาบของมันเป็นดาบธาตุสีขาวซึ่งตรงกันข้ามกับพลังของชั้น

 

พลังเวทมนต์ดำของชั้นสามารถทำให้ดาบธรรมดาแข็งแกร่งและมีความคมมากขึ้น แต่กับศตรูที่ลงเวทมนต์ขาวเข้าไปในดาบได้เช่นกันนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจะมีผลลัพฑ์ออกมาเช่นใด

 

อาวุธที่มีพลังเวทเสริมเอาไว้เลยมีมูลค่าสูงเพราะเหตุนี้นี่แหละ

 

อาวุธเวทมนต์มักจะมีผลกระทบจากการใช้งานตามมาอย่าเช่นพวกอาวุธต้องคำสาป แต่กับดาบของไอบ้านั้นที่มีพลังเวทมนต์ขาวไหลเวียนอยู่ ดูจะไม่มีผลกระทบแง่ลบให้เห็นเลย

 

โครโน่ : “มีของดีแบบนั้น เอ็งมัน----”

 

มาลองเทียบกับพร้าต้องสาปของชั้นแล้ว มันแทบจะคนละเรื่องเลยละ

 

คุบโรส : “โฮย โฮย ประเมินข้าจากอาวุธแบบนั้นก็แย่สิ ข้ายังมีของดีอยู่อีกนะ จะให้ดูเองว่านักอัญเชิญชั้นยอดเป็นยังไง ---จงออกมา [อสูรผู้กลืนกิน]”

 

ที่ข้างหลังของคุบโรสมีวงแหวนสีขาวสี่วงขนาดประมาณ 1 เมตร ปรากฏออกมา

 

อักษรที่ไม่อาจเข้าใจได้ได้ถูกเขียนอยู่ในวงเวทนั้น

 

และจากนั้นอสูรรับใช้ก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากแสงเหล่านั้น

 

“ซูวววว”

 

มันคืออสรพิษยักษ์ที่มีเกล็ดสีขาว

 

ถึงร่างจะเล็กกว่าแขนของชั้นและยาวเพียงแค่ 3 เมตร แต่เพียงแค่มีมันออกมาช่วยต่อสู้ มันก็สร้างความกดดันให้กับศตรูตรงหน้าได้แล้ว

 

มันจ้องมาทางชั้นด้วยดวงตาสีแดง ลิ้นแฉกของมันแลบลิ้นออกมาส่งเสียงขู่ให้ นี่ชั้นดูน่ากินหรือไงหา ?

 

ปกติงูก็เป็นสิ่งที่คนเราหวาดกลัวอยู่แล้ว แต่นี่มันมีผิวสีขาวและดวงตาสีแดงราวกับพวกสัตว์เผือกที่แปลกประหลาด มันบอกชั้นว่าการจัดการกับมันต้องไม่ใช่เรื่องง่ายแน่

 

แถมอสรพิษทั้งสี่มันไม่ได้เลื้อยไปมาบนพื้น หากแต่มันรัดร่างของคุบโรสเอาไว้และพาบินขึ้นไปบนฟ้า

 

แม้จะโดนรัดเอาไว้ คุบโรสก็ไมได้แสดงความรู้สึกว่าลำบากหรืออะไรออกมาให้เห็นสักนิด

 

คุบโรส : “อะไร ไม่ต้องกลัวหรอก มาสิ ข้าให้โอกาศแกได้ต่อสู้กับข้าแล้วไง”

 

ชั้นไม่จำเป็นต้องหลงไปกับคำยั่วยุของมัน แต่เนื่องจากไม่มีเวลามากนัก ชั้นเลยจำต้องเปิดฉากโจมตีก่อน

 

ไม่รู้ว่างูนั้นแข็งแกร่งหรือทำอะไรได้บ้าง เลยต้องเริ่มจากลองเชิงก่อน

 

โครโน่ : “กระสุนปีศาจ”

 

การโจมตีระยะไกลได้ถูกยิงออกไป

 

กระสุนนับร้อยถูกยิงเพียงแค่ตวัดคฑาเพียงครั้งเดียว

 

ไม่มีทางที่จะหลบได้นอกจากกันมันเอาไว้

 

คุบโรสยิ้มออกมาและไม่คิดที่จะหลบลงมาที่พื้น คงคิดที่จะป้องกันสินะ แต่ตอนที่ชั้นกำลังคิดแบบนั้นอยู่

 

โครโน่ : “...เฮ้ย !?”

 

กระสุนทั้งหมดหายไปกลางอากาศก่อนที่จะถึงตัวของมัน

 

คุบโรสไม่ได้ขยับตัวเลยสักนิด ไม่แม้แต่งูที่พันรองร่างของเขาด้วย

 

เกิดบ้าอะไรขึ้นมา มีพลังต่อต้านเวทมนต์หรือไงกัน ?

 

คุบโรส : “เอ้าเร็ว ๆ หน่อยสิหมายเลข 49”

 

โครโน่ : “ว่าไง--ดาบปีศาจ !”

 

ชั้นใช้ดาบที่เหลืออีกสองเล่มยิงไปที่มัน

 

คราวนี้งูขยับตัวแล้ว

 

“ช่าาาา”

 

งูสองตัวอ้าปากงับรับดาบไว้ราวกับเป็นแขนขาของมัน จากนั้นเวทมนต์ดำที่บรรจุดาบเอาไว้ก็ถูกคลายลง

 

มันทำลายดาบเป็นชิ้น ๆ ราวกับจะบอกว่า อย่าให้กินของแบบนี้เซ่ !

 

ชั้นยิงกระสุนซ้ำตามเข้าไป แต่กระสุนเหล่านั้นก็หายไปกับอากาศอีกเช่นกัน

 

โครโน่ : “เข้าใจแล้วละ---”

 

ชั้นเก็บคฑาไม้ลงไปและหยุดยิงกระสุนปีศาจลง

 

มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

 

โครโน่ : “---ไองูพวกนั้นมันกลืนกินเวทเข้าไปสินะ”

 

คุบโรส : “อ้า เป็นไอโง่แท้ ๆ ยังจะรู้ได้อีกนะ ! แต่ถึงจะรู้แล้วแกจะทำอะไรได้ละ แกก็น่าจะรู้ตัวแล้วนี่ใช่ไหมหมายเลข 49 ??”

 

ชั้นรู้แล้วว่าทำไมไอบ้านี่ถึงยังสงบจิตสงบใจต่อหน้าชั้นได้อีก

 

เพราะมันตรวจสอบมาแล้วว่าชั้นทำได้แต่ใช้เวทมนต์ดำสินะ

 

งั้นก็แค่เตรียมการรับมือแค่เวทมนต์ดำของชั้นซะก็พอแล้ว ทีนี้ชั้นก็จะไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดาที่มีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง มันคงคิดแบบนั้นสินะ

 

ถ้าเป็นแบบนั้นการที่เลืกชั้นเป็นคนสู้กับมันอาจจะเป็นความคิดที่ผิดก็ได้ เพราะมันศึกษาหารับมือชั้นมาแล้ว

 

ไอเชี่ยเอ้ย สมกับที่เป็นนักวิจัยตัวของชั้นมาแต่แรก มันคงเตรียมรับมือเวลาที่ชั้นจะบ้าคลั่งเอาไว้พร้อมแล้วสินะ ไอบ้าเอ้ย !?

 

โครโน่ : “ตั้งแต่ที่ชั้นหนีมา แกก็เตรียมการจับตัวชั้นไว้พร้อมแล้วสินะ ใช่ไหม ?”

 

คุบโรส : “ก็ใช่นะเซ่ ตั้งแต่ที่หาเอ็งเจอ ข้าก็เตรียมรับมือไว้พร้อมเลยละไอโง่ การจับแกก็เป็นเรื่องง่ายชะมัด เคียฮะฮะฮะฮ่า”

 

ไอบ้านี้จะดูถูกกันไปอีกนานแค่ไหนฟะ

 

ตอนนี้ก็ถูกผนึกเวทมนต์ไปแล้ว ส่วนงูพวกนั้นเองก็ดูท่าจะสามารถโจมตีพื้นฐานส่วนกลับมาอย่างการกัดได้อีกด้วย

 

ในกรณเลวร้ายที่สุดพวกงูนั้นอาจใช้เวทมนต์ขาวได้อีกด้วย

 

แถมไอบ้าคุบโรสก็ยังมีดาบมิธริลพร้อมกับทักษะดาบที่ไม่น้อยหน้าพวกอัศวินเช่นกัน

 

โครโน่ : “แย่ชะมัด จะหาทางชนะยังไงดีเนี่ย---”

----------------------

Tn : ไอบ้าคุบโรสนี่นิสัยคล้ายเคียวจากเรื่องผู้กล้าโล่เลยแฮะ

 

 

 



NEKOPOST.NET