[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.9 - 09 ฉันได้รับม้า


การมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ภายในคฤหาสน์โกลเด้นฮิลส์ยุ่งวุ่นวายนิดหน่อย มันเป็นเรื่องงานฉลองวันเกิดของฉันครั้งแรกในรอบ 4 ปี

 

ในราชอาณาจักรอัร์คเซีย วันเกิดของผู้คนจะมีการเฉลิมฉลองกันในสามช่วงของปีเท่านั้น หลังการปลูกทุ่งนาในฤดูใบไม้ผลิ, ในระหว่างวันเพ็ญครั้งถัดไปหลังวันสำคัญทางศาสนาในฤดูร้อน หรือหลังจากการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากฉันเกิดในช่วงสิ้นสุดของฤดูหนาว วันเกิดของฉันจึงต้องฉลองกันหลังแรกนาในฤดูใบไม้ผลิ

แม้ว่าในชาติก่อนของฉัน ฉันจะไม่ได้ใส่ใจกับวันเกิดแต่อย่างใด​ ทว่าวันเกิดของขุนนางนั้นจะต้องถูกเฉลิมฉลองทั่วทั้งเขตแดน หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือ มันเป็นเหตุการณ์ที่พลเมือง​ในอาณาเขตของฉันจะได้ร่วมอวยพร ภายใต้คำอ้างว่าเฉลิมฉลอง มันก็คือการแจกจ่ายอาหาร, เหล้าไวน์ และลูกกวาดให้กับพลเมือง​ของฉัน

ดังนั้นทุกคนจะได้สนุกสนาน​ร่วมกัน และมันจะดำเนินไปเช่นนั้นถึงสามวัน และถึงแม้ว่ามันจะน่ารำคาญสำหรับฉัน ฉันก็จะต้องแสร้ง​แสดงออกว่ายินดีไปกับมันด้วย

 

ดูเหมือนท่านเอิร์ลเทเรเซียจะกำลังเตรียมการงานวันเกิดของฉันเป็นส่วนใหญ่​ เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันมีโอกาสเห็นเขาทำงานอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ฉันสงสัยว่านี่จะเป็นการทารุณกรรมผู้สูงวัยรึเปล่านะ เพราะว่าฉันยังไม่สามารถช่วยเขาทำงานได้สักอย่าง ฉันเกรงว่ามันจะเป็นปัญหา หากว่าเขาจะเสียชีวิตเพราะว่าทำงานหนักเกินไป....

เริ่มแรก หลังจากเขามาที่นี่และเป็นผู้ว่าการแทนฉัน เขาก็ทำงานอย่างหนักเพื่อประโยชน์ในการรักษาเสถียรภาพในอาณาเขตเพื่อส่งต่อให้กับฉันในภายภาคหน้า ฉันเคยสงสัยว่ามันจำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างหนักจนพังร่างกายตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือ ฉันรู้ว่าเขาได้รับมอบหมายมาและวางแผนคำนวณไว้แล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างสูงในการฟื้นฟูและคืนชีวิตของอาณาเขตคาลเดียให้กับฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถ้าหากว่าเขาจะล้มป่วยลงภายใต้ภาระงานอันหนักหน่วงนี้น่ะ

ต้องบอกว่าฉันยังไม่สามารถพอที่จะรับช่วงต่อจากงานของเขาได้เลย ไม่มีใครที่จะช่วยเหลือเขาได้ ดังนั้นสิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนี้ก็คือการส่งแรงใจให้เท่านั้น นอกเหนือไปจากการอยู่ในโอวาทและน้อมรับการศึกษาที่เขาตระเตรียมไว้สำหรับฉัน มันก็ไม่มีอะไรที่ฉันจะทำได้อีกแล้ว

 

สำหรับการศึกษาที่เขามอบให้ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือการขี่ม้า

 

ไม่กี่ปีมานี้ภายในทวีป กลยุทธ์ในการใช้พลทหารม้านั้นได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ม้าศึกที่ถูกตระเตรียมไว้เป็นพิเศษเพื่อใช้ในการทหารก็ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน มันเป็นเพราะว่าการประดิษฐ์โกลน[1]ที่ทำจากหนังอย่างง่ายเริ่มจะเป็นที่แพร่หลาย ยุทธวิธีกองทัพทหารราบขนาดใหญ่มีมาตั้งแต่เจ็ดร้อยปีก่อน ในขณะที่การขี่ม้าแต่เดิมจะอนุญาตให้สำหรับผู้บัญชาการเท่านั้น ตอนนี้เหล่าขุนนางเริ่มที่จะศึกษายุทธวิธีอัศวานึกและการผนวกเหล่าทหารม้าเพื่อเสริมกำลังกองทัพของพวกเขา

อีกอย่างหนึ่ง ดูเหมือนว่าการสู้รบตั้งแต่เจ็ดร้อยปีก่อนนั้นจะเป็นการรบแบบไร้ผู้นำ กองพลทั้งสองฝ่ายเข้าโรมรันกันแลกด้วยชีวิต มันปรากฏ​ในบันทึกทางการรบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการจัดทำขึ้นเมื่อสองพันปีก่อนโดยกษัตริย์โบราณอิรูฮานแห่งอินจาโตลิสก้า

อินจาโตลิสก้านั้นถูกทำลายไปนานก่อนที่ระบบการจัดการทางการทหารจะเป็นที่แพร่หลายเป็นวงกว้างเมื่อเจ็ดร้อยก่อน เมื่อราชอาณาจักรอาร์เซียอันศักดิ์สิทธิ์ได้สร้างระบบสายการบังคับบัญชาเพื่อเป็นประโยชน์ในการป้องกันประเทศ แทนที่จะเป็นการสู้รบแบบไร้ผู้นำอย่างที่ในอดีตเคยเป็นมา

 

เอาล่ะ ไปไกลกันพอแล้ว

 

เนื่องจากราชอาณาจักรอัร์คเซียเชี่ยวชาญในด้านการป้องกันสงคราม นั่นคือเหตุผลว่าทำไมราชอาณาจักรจึงมีนโยบายในการหลีกเลี่ยงสงคราม

เริ่มต้นตั้งแต่ทะเลที่ติดกับทางตอนเหนือและตะวันตกของอัร์คเซีย ทางตะวันตกเฉียงใต้มีเทือกเขาเอม็อนคารัน และทางตะวันออกเฉียงเหนือก็มีเทือกเขาเอม็อนนอร์ ทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นปราการธรรมชาติให้กับพวกเรา ดังนั้นแน่นอนว่าเรามีความจำเป็นเพียงน้อยนิดสำหรับทหารม้าในกองทัพ สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันของที่นี่ในตอนนี้ ในส่วนของทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอัร์คเซีย คือราชอาณาเขตยุกก์เฟน่า, อาณาเขตของท่านมาร์เกรฟกีนาส, อาณาเขตของท่านเอิร์ลรุคโทเฟิร์ด และอาณาเขตเฟรเช่คือหนึ่งเดียวที่มีกองทัพทหารม้าขนาดเล็ก ด้วยเหตุผลหลายประการ มันดูเหมือนว่าทางสภาขุนนางจะได้วางแผนที่จะขยายกำลังทางการรบในภูมิภาคยุกก์เฟน่าไว้แล้ว

และในอาณาเขตคาลเดีย เนื่องจากกองทัพนั้นไม่เคยปรากฏมาก่อน มันจึงดูเหมือนว่าได้มีการอนุมัติให้พวกเราฝึกกองกำลังทหารม้าเป็นการทดลองล่ะนะ

ท่านเอิร์ลเทเรเซียมีความกระตือรือล้นในการเสริมสร้างกองกำลังในอาณาเขตของฉันมาก บางทีคงเป็นเพราะว่าเขาได้รับรู้เรื่องการขยายกำลังทางการรบในภูมิภาคนี้และเรื่องการอนุมัติให้อาณาเขตคาลเดียฝึกกองกำลังทหารม้าไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ช่างเป็นคนที่พรั่นพรึงอะไรแบบนี้นะ.....

 

เมื่อฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้น ทางสภาขุนนางตัดสินใจจัดหาม้าศึกสามตัวให้กับอาณาเขตของฉันเพื่อเริ่มต้นเรื่องนี้ มันมีกำหนดการไว้ว่าในปีถัดไปจะมีม้าศึกมากพอที่จะแปรแถวอีกกว่าสามสิบตัว และดังนั้นเองสมาชิกทั้งหกสิบคนในกองกำลัง จะถูกแบ่งออกเป็นสองกอง และครึ่งหนึ่งจะถูกนำมาใช้เพื่อการเป็นทหารม้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มันมาถึง

ม้าหนึ่งในสามตัวได้มาถึงแล้ว มันเป็นม้าที่ค่อนข้างจะตัวเล็กเพื่อการฝึกของฉัน ส่วนอีกสองตัวจะถูกส่งมอบให้กับทหารระดับสูง คาลวินและเอกิล ซึ่งถูกเลือกให้เป็นผู้นำในกองทหารม้า สำหรับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการขี่ม้าที่ถูกตระเตรียมมาเพื่อฉันนั้น เป็นอดีตทหารม้าที่เกษียณมาจากอาณาเขตของท่านเอิร์ลรุคโทเฟิร์ด และถ้ามีเวลา บางทีท่านเอิร์ลเทเรเซียก็จะมาสอนฉันด้วยตัวของเขาเองเท่าที่เขาจะทำได้ การฝึกสำหรับราชีออคที่ยังเติบโตไม่เต็มที่เองก็เริ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ฉันสามารถขี่มันได้ในอนาคต แต่เพราะว่ามันเฉลียวฉลาดมากเลยดูเหมือนว่าการฝึกอบรมเป็นความจำเป็นที่น้อยมาก

 

"เอาล่ะ ใช้ได้แล้ว"

 

มันเป็นสองวันหลังจากวันเพ็ญในเดือนแรกของปี หลังจากที่จบบทเรียนการขี่ม้า ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ให้สัญญาณอนุมัติ

การเฉลิมฉลองวันเกิดของฉันคืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ดูเหมือนว่ามันจะต้องเริ่มต้นอย่างโดดเด่นด้วยการให้ฉันนำกองทัพบนหลังม้าเดินไปตามหมู่บ้าน ฉันยังไม่สามารถขี่ราชีออคได้ในตอนนี้ ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองมันจึงต้องอยู่ภายในคฤหาสน์อย่างเงียบ ๆ

 

"ขอบคุณมากค่ะ"

 

แม้เขาจะไม่ว่าง แต่ท่านเอิร์ลเทเรเซียก็มีความกระตือรือล้นเป็นอย่างมากในการสอนฉันถึงวิธีควบคุมม้า เขาอุทิศเวลามากมายในการสอนฉันเพื่อให้ทักษะของฉันดีขึ้นเพียงพอสำหรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวันเกิดของฉันโดยเฉพาะ เมื่อวันนี้มันผ่านไปได้ด้วยดี ฉันจึงคิดถึงเรื่องนี้และก้มศีรษะของฉันลงอย่างเป็นธรรมชาติ

จากนั้นฉันก็รู้สึกถึงมือที่ลูบบนศีรษะของฉันชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง อ๊ะ เมื่อฉันตระหนักได้และหันศีรษะไป แผ่นหลังของท่านเอิร์ลเทเรเซียก็ห่างออกไปจากระยะสายตาของฉันแล้ว

 

 

 

 

 

เมื่อฉันกลับมาถึงห้อง พบว่าราชีออคนอนอยู่บนพื้นด้วยที่นอนของฉันอย่างผ่อนคลาย แม้ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องหายากเพราะว่ามันมักจะไปเล่นอยู่ที่บ่อน้ำในเวลานี้ แต่คิดอีกทีแล้วเรื่องที่มันบุกรุกเข้ามาที่นี่ก็บ่อยอยู่เหมือนกันนะ

 

"เจ้าเข้ามาในนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกแล้วนะ...... หืม ?"

 

เพราะว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตแสนฉลาดตัวนี้สามารถเปิดประตูห้องเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ฉันจึงไม่ประหลาดใจสักนิดที่เห็นมัน ทว่าวันนี้มันมีบางสิ่งแปลกประหลาดออกไป

บางสิ่งที่ดูเหมือนกับว่าผิวของมันหลุดล่อนลงมาบนพื้น

 

"อะ อะไรน่ะ ? เจ้าป่วยรึ ?"

 

ราชีออคมีสีหน้าที่เมินเฉย แต่ฉันสงสัยว่ามันอาจจะเป็นโรคอะไรที่เกี่ยวกับผิวหนัง ฉันรีบตรวจสอบให้แน่ใจในทันทีว่ามันไม่มีความผิดปกติอะไรบนผิวของมัน เกล็ดมันปลาบของมันไร้รอยขีดข่วนและสวยงาม และถ้าไม่มีพวกแผ่นผิวที่ลอกล่อนอยู่บนพื้นแล้วล่ะก็ ฉันก็คงคิดว่ามันไร้สาระนักที่จะบอกว่ามันไม่สบาย

เพราะฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันจึงเรียก"คุณหมอ"คามิล มันจะดีกว่าถ้าฉันได้ถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาโดยเร็วที่สุด

 

"ข้าได้ยินมาว่าราชีออคอาจจะป่วย...... ซาร์ มันแค่ลอกคราบ"

 

หลังจากนั้นเขาพยายามกลั้นเสียงและกล่าวถึงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสีหน้าวิตกกังวลบนใบหน้าของฉัน จากนั้นเมื่ออดไม่ได้เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับกุมท้องและตีเข่าของเขาเอง ช่างเป็นผู้ติดตามหยาบคายอะไรแบบนี้ แม้ว่าฉันจะบอกว่าฉันให้อภัยกับความไม่เคารพของเขาก่อนหน้านี้ แต่ทำไมเจ้าหมอนี่ชอบที่จะทำให้ฉันขุ่นเคืองสุดขีดจำกัดได้ขนาดนี้นะ เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าไอ้การที่พยายามหัวเราะตีเข่าตัวเองนั้นมันทำให้ข้าโมโหมากขนาดไหนน่ะ

แต่ก็นะ ที่แท้มันก็แค่ลอกคราบ ฉันลืมไปสนิทเลยว่าพวกงูและสัตว์เลี้อยคลานจะมีการลอกคราบด้วย เพราะว่าดราโกนิสมันดูเหมือนกับหมาป่าเสียมากกว่า ฉันจึงไม่เคยคาดคิดว่ามันจะต้องลอกคราบอย่างกิ้งก่าด้วย ว่าไปแล้ว มันก็ดูเหมือนว่าจะตัวขาวขึ้นกว่าเดิม ฉันไม่เคยสังเกตมันใกล้ขนาดนี้มาก่อน แต่ฉันก็จำได้ว่ามันดูแตกต่างออกไปเล็กน้อยหากว่าได้สังเกตมันจากไกล ๆ

 

"ไม่เป็นไร ๆ นี่เป็นหลักฐานว่าราชีออคเจริญเติบโตขึ้นแล้ว ดราโกนิสจะเริ่มลอกคราบเมื่อร่างกายของมันเริ่มที่จะโตขึ้น อย่างไรก็ตาม.....หากเป็นไปตามเรื่องเล่า ราชีออคก็น่าจะเป็นอย่างนี้อีกสามครั้งจนกว่าจะเติบโตอย่างเต็มที่ แล้วมันคงจะลำบากที่ต้องใช้มัน ถ้ามันตัวใหญ่ขึ้นล่ะเนอะ....."

 

นั่นซินะ มันจะกลายเป็นไปไม่ได้ที่จะหาสุนัขที่มีขนาดใหญ่กว่าราชีออค ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูมันก็สูงเมื่อเทียบกับผลตอบรับที่ได้ มันไม่มีเหตุผลสำหรับฉันที่จะเลี้ยงดูมันให้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง ราชีออคในตอนนี้ตัวโตมากพอที่จะให้ฉันขี่หลังมันได้โดยไม่มีปัญหาอะไรแล้ว

 

"ข้าสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ไหมที่จะก่อตั้งหน่วยผู้ขับดราโกนิสเป็นกลุ่มเล็ก ๆ"

"นั่นมันท่าจะเป็นอะไรที่สูญเปล่านักล่ะ"

"แต่ว่าถ้าข้าสามารถบินได้ด้วยดราโกนิส ข้าก็จะถือครองความเป็นเจ้าอากาศ[2]"

"เอ๋ หา ? อะไรล่ะนั่น ?"

 

คามิลเอียงหัวทำหน้าตางุนงงบนใบหน้า แต่ฉันทำเป็นว่าไม่ได้ยินเขา 'การครองความเป็นเจ้าอากาศ' นั่นคือสิ่งที่ฉันพูด แต่ความจริงก็คือฉันเองก็ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับมันมากนักหรอก

ความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตในชาติก่อนของฉันมันค่อย ๆ จางหายไปทีละเล็กละน้อย บางทีคงเป็นเพราะว่าพ่อของฉันไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นฉันจึงไม่ใส่ใจมัน แต่ถ้าหากบางครั้งฉันเผลอหลุดคำพูดที่ผู้อื่นไม่เข้าใจ นั่นมันก็อาจจะเป็นปัญหาก็ได้นะ

 


[1] โกลน (stirrup) – ห่วงสำหรับสอดเท้าเวลาขึ้นม้าหรือขี่ม้า
[2] การครองความเป็นเจ้าอากาศ (Air superiority) – ศัพท์ทางการทหาร หมายถึงระดับของความไดเปรียบทางอากาศ ซึ่งกําลังทางอากาศของฝายตรงขามไมสามารถรบกวนหรือขัดขวางไดอยางมีประสิทธิผล



NEKOPOST.NET