[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 30 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.30 - 30 การฝึกครั้งแรกกับอาจารย์คลอเดีย


ท่านเอิร์ลเทเรเซียอนุมัติแผนการต่อกรกับมอธเพลิงของฉัน ท่อไม้ที่บรรจุด้วยน้ำเกลือจะถูกนำมาใช้และหน่วยพลเรือนอาสาจะถูกจัดตั้งขึ้น​

เมื่อไม่มีเกลือเพียงพอสำหรับทุกคน พวกเราจึงแจกจ่ายท่อไม้ซึ่งบรรจุพิษที่กำจัดมอธเพลิงได้ไปด้วย ทั้งยังใส่ทรายลงไปในน้ำเกลือเพื่อให้มั่นใจว่าชาวบ้านจะไม่ลองและใช้มันเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้ในระหว่างการทดลองในสวน เรายังค้นพบข้อเท็จจริงที่ว่า​ธัญพืชบางอย่างจะทำให้เกล็ดปีกของมอธแข็งตัว อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถหาอะไรที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าและเพียงพอจะมาทดแทนเกลือที่ละลายและทำให้เป็นรูบนปีกได้เลย

เมื่อมอธเพลิงได้รับการระแวดระวังจากพลเมืองแล้ว ฉันก็มีความคิดเกี่ยวกับยาฆ่าแมลงในชาติก่อนขึ้นมา และชี้แนะชาวบ้านว่าให้ฉีดน้ำเกลือรอบ ๆ ทุ่งนาและใกล้กับทางเข้าป่า พวกมอธเพลิงจะได้ไม่เข้าใกล้ผลผลิต ฉันยังกำชับ​ให้​แน่ใจด้วยว่าชาวบ้านจะไม่นำน้ำเกลือไปพ่นบนผลผลิตของพวกเขาเอง เพราะนั่นจะเป็นการทำลายมัน แม้ฉันจะจำรายละเอียดได้ไม่มากนัก แต่มันมีความเลือนลางว่าการฉีดพ่นเกลือลงในทุ่ง ไม่ดีต่อพืชผลนะ

 

"ข้าได้รับภารกิจแรกมาจากท่านเอิร์ลแล้วค่ะ ! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านจะต้องมาเรียนการใช้หอกกับข้านะคะ ท่านเอลิด้า !"

"เอลิซ่าค่ะ ท่านคลอเดีย"

 

ฉันเพิ่งจะวางแผนการจัดการมอธเพลิงเสร็จ และทำงานเอกสารเกี่ยวกับการขนส่งสิ่งที่จำเป็นไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ จนกระทั่งถูกคลอเดียจู่โจม​และบังคับให้ฉันหยุดทำงาน ก็นะ เอกสารพวกนี้มันจะต้องเสร็จในวันมะรืน แม้ว่านี่จะเป็นอะไรที่ท่านเอิร์ลสั่งให้ฉันทำ แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำมันให้เสร็จภายในวันนี้อยู่แล้ว อีกทั้งคำปฏิเสธไม่เคยเข้าหัวคลอเดียอยู่แล้ว ในเมื่อมันเปล่าประโยชน์ ฉันก็จำต้องเรียนรู้ที่จะไม่เสียพลังงานไปกับการดิ้นรนล่ะนะ

 

"อ๊ะ ขออภัยค่ะ เช่นนั้นท่านเอลิซ่าคะ ไปที่ลานฝึกกันเถอะค่ะ"

 

คลอเดียจับข้อมือฉันและเริ่มลากตัวฉันไปพร้อมกับส่งเสียงฮัม

 

"ลานฝึก ? กับพวกทหาร ?"

"ค่ะ"

"ข้ามีพื้นฐานการฝึกที่แตกต่างจากพวกทหารนะ มันมีพื้นที่กว้างอยู่ที่หลังคฤหาสน์ ข้าใช้ที่นั่นแทนได้"

 

ปกติแล้วคลอเดียจะคะยั้นคะยอให้ใช้ลานฝึกของทหารและเล่นที่นั่น แต่ฉันไม่เคยไปสักครั้ง หลังจากสามเดือนของการฝึกทหารของฉันจบลง ฉันก็ไม่ได้กลับไปที่ค่ายทหารหรือที่ลานฝึกของพวกเขาอีก นั่นเพราะว่าฉันต้องแสดงตัวต่อหน้าพลเมืองในอาณาเขตของฉัน หรือไปคลุกคลีกับเหล่าขุนนาง และด้วยความรู้สึกเชิงลบของพวกทหารที่มีต่อฉัน ฉันจึงต้องทำให้พวกเขาคลายความโกรธลงและทำให้พวกเขาคุ้นชินกับฉัน ฉันควรจะปลูกฝังความสัมพันธ์ของฉันกับเหล่าทหารให้มากขึ้น แต่หลังจากที่ออกมาจากค่ายทหารแล้ว ด้วยการตัดสินใจจากตำแหน่ง ฉันยังไม่สามารถกลับไปที่ค่ายทหารได้

 

".....เข้าใจแล้วค่ะ ข้าแค่ต้องการแสดงให้ท่านเห็นถึงการเติบโตของเด็กที่ได้มอบหมายให้ข้าคนนั้นน่ะค่ะ"

 

คลอเดียรู้ดีเรื่องความเหมาะสมของขุนนาง หล่อนพยักหน้าอย่างว่าง่าย เหล่อนไม่ได้เป็นพวกขาดสามัญสำนึกเสียทีเดียวซินะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วหล่อนไม่ได้เป็นคนรับมือด้วยยากจนเกินไป ในฐานะแขกของคฤหาสน์ที่ได้เข้าร่วมกองกำลังของฉัน พวกเราได้อนุญาตให้หล่อนเข้าออกค่ายทหารได้อย่างอิสระ รวมถึงใช้ลานฝึกได้ตราบที่ต้องการ

 

"ราโทก้าน่ะเรอะ"

"ค่ะ กุนเธอร์บอกว่าในที่สุดเขาก็เริ่มหาอาหารด้วยตัวเองแล้วเมื่อบ่ายนี้"

 

ในเวลาเดียวกันกับที่คลอเดียเข้าร่วมกองกำลัง ราโทก้าก็ถูกส่งไปฝึกทหารที่ค่าย และตอนนี้เขาก็รับการฝึกอย่างเดียวกับที่ฉันเคยทำมาก่อน ก็อย่างการถูกซ้อมทุกเช้าด้วยฝีมือกุนเธอร์, ขัดและทำความสะอาดเครื่องมือของทหารคนอื่น ๆ ในการฝึกยันเที่ยง และซ้อมการเดินขบวนอย่างไม่จบไม่สิ้นหลังจากอาหารเที่ยง นอกจากนั้นเขาก็ต้องไปค้นหาอาหารมาเป็นมื้ออาหารค่ำด้วยตัวเขาเอง

 

"ข้าไม่เคยล่าสัตว์มาก่อนเลยจนกระทั่งมาที่นี่ แต่ว่ามันสนุกมากเชียวล่ะค่ะ ! อาหารที่ข้าจับได้ด้วยตัวเอง รสชาติมันช่างอร่อยอย่างน่าประหลาดใจ"

 

คลอเดียท่าทางตื่นเต้นเมื่อนึกย้อนไปถึงการล่าสัตว์ ฉันสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่าง ดังนั้นจึงพยายามแงะมือของคลอเดียออกจากข้อมือของฉัน แต่มันไม่ขยับเขยื้อนสักนิด

 

"เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ต่อกรกับสัตว์ใหญ่ด้วยหอกของข้า และข้าก็เพิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกเลยว่านี่มันช่างแตกต่างจากการฝึกซ้อมอย่างแท้จริง ! เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าและเอาชนะเหล่าอริศัตรูตัวฉกาจ​ ข้าจะต้องฝึกฝนไหวพริบปฏิภาณของตัวข้าให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป !!"

 

หล่อนตะโกนและชูหมัดขึ้นฟ้าเพื่อแสดงปณิธาน คลอเดียดูเจิดจรัส โดยปราศจากการตระหนักเลยว่ามือข้างหนึ่งของหล่อนกำลังยกตัวฉันขึ้นต่องแต่งกลางอากาศ และหล่อนใช้กำลังทั้งหมดจับที่ข้อมือฉันแน่น

เจ็บ ใครก็ได้ช่วยด้วย

 

"เมื่อได้มีการตัดสินใจแล้ว ท่านเอลิซ่าคะ พวกเรารีบไปฝึกพิเศษที่ข้างหลังคฤหาสน์กันเถอะค่ะ !"

 

ไม่รู้ว่าคำอธิษฐานของฉันเป็นจริงหรือไม่ แต่ราชีออคที่เดินอยู่ไม่ไกลก็เข้ามาใกล้คลอเดีย และดุนหลังหล่อนเบา ๆ ด้วยเท้าหน้าของมัน

 

"ไม่นะ ศัตรูลอบจู่โจม !!"

 

หล่อนเตะสูงเป็นวงกว้างอย่างสง่างามและฉันก็ได้ยินเสียงของสายลมดังวูบ แม้ราชีออคจะสามารถเบี่ยงตัวหลบได้ แต่ถ้ามีใครสักคนในคฤหาสน์อยู่แถวนี้บางทีพวกเขาก็อาจจะโดนลูกหลงเข้าก็ได้ ก็นะ ในเมื่อมันไม่มีใครอยู่ข้างหลังราชีออคก็เป็นโชคดีแล้วที่การเตะนี่ไม่เป่าหัวใครไปเสียก่อน

 

"......โอ๊ะ ราชีออค ! ข้าต้องขอโทษด้วย !!"

 

คลอเดียรีบเอ่ยขอโทษ ราชีออคหายใจอย่างหนักและสบตากับฉันราวกับจะถามว่า "คิดว่ายังไง ?" เรื่องนี้ทำให้คลอเดียต้องใช้เวลากว่าห้านาทีในการขอขมา

 

 

 

 

 

ลงท้ายราชีออคก็ติดตามมาด้วยกัน แล้วการฝึกหอกที่ด้านหลังคฤหาสน์ก็เริ่มต้นขึ้น

คลอเดียตั้งสติของหล่อนระหว่างทางมาที่นี่ และเริ่มสอนข้อดีและคุณสมบัติของหอกด้วยสีหน้าสงบ

 

"แม้ดาบจะเป็นอาวุธหลักพื้นฐานของขุนนาง แต่ในการต่อสู้จริงพวกเขาจะใช้หอกอยู่บ่อยครั้ง ท่านทราบเหตุผลไหมคะ ?"

"เพราะดาบเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพิธีการและศาสนพิธี ขุนนางจะต้องได้รับการสอนเรื่องศิลปะดาบพิธีการ อย่างไรก็ตามในการต่อสู้จริง หอกเป็นอาวุธโจมตีระยะไกล ทั้งยังเป็นอาวุธที่ใช้กำลัง​ถึงสองมือ หอกจึงได้เปรียบกว่าดาบนัก"

"ใช่ ถูกต้องแล้วค่ะ ตอนนี้เกราะโซ่ถักเป็นเกราะประเภทหลัก ๆ ดาบจะไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง ท่านจะต้องเจาะทะลุเข้าไป เพื่อการนั้นหอกจึงเหมาะสมสำหรับหน้าที่นี้ด้วยรูปลักษณ์ของมันนั่นเอง แน่นอนว่าความแตกต่างกันนั้นคือสิ่งสำคัญในการสู้รบจริง ๆ หากเป็นการต่อสู้บนหลังม้า ดาบจะถูกป้องกันโดยหมวกเกราะอย่างง่ายดาย"

 

ฉันรู้สึกผิดปกตินักที่เห็นคลอเดียจริงจังขนาดนี้พร้อมกับพยักหน้า ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้สูงมากที่ฉันจะต้องเข้าร่วมสนามรบในอนาคต และเมื่อฉันต้องขี่ม้า ฉันก็ต้องการการโจมตีระยะไกล

 

"การฝึกหอกของกุนเธอร์อาจจะเน้นเฉพาะการแทงหอกเท่านั้น แต่สิ่งแรกที่ท่านต้องจดจำก็คือความรู้สึกในการจัดการอาวุธทรงกระบองนี้"

 

สำหรับทหารราบที่ไม่มีความรู้เรื่องศิลปะการต่อสู้ พวกเขาจะได้รับการฝึกเกี่ยวกับรูปแบบและการแทงหอกขั้นพื้นฐาน แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อฉันเป็นผู้บัญชาการ คลอเดียบอกว่าฉันจำเป็นจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการหอกและสามารถใช้มันเพื่อป้องกันตัวเองได้

ฉันพยักหน้าให้คลอเดียอีกครั้ง ในเมื่อสิ่งนี้มันจะช่วยเพิ่มพูนความเป็นไปได้ในการเอาชีวิตรอดของฉัน ฉันก็ต้องจริงจังกับมันและเรียนรู้ให้มากเท่าที่ฉันจะทำได้

 

"เรามาเริ่มต้นจากการเหวี่ยงหอกเลยนะคะ"

"ค่ะ !"

 

แม้ว่าฉันจะตอบอย่างหนักแน่น ทว่าสามชั่วโมงต่อมา ฉันก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย​

เมื่อคลอเดียบอกว่าจะเริ่มต้นจากเหวี่ยงหอก หล่อนไม่ได้หมายถึงว่าเริ่มต้นจากการฝึกขั้นพื้นฐานอย่างที่กุนเธอร์เคยสอนฉัน มันแตกต่างไปจากสิ่งที่ฉันเคยเรียนโดยสิ้นเชิง และหนึ่งคำกล่าวขานก่อนที่การฝึกจะเริ่มต้น นั่นก็เป็นเพียงคำเดียวที่ฉันได้เปล่งเสียง​ ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจจนถึงขึ้นที่ไม่สามารถจะพูดอะไรได้อีกแล้ว

ด้วยการเหวี่ยงหอกกว่าสามชั่วโมง การฝึกในวันนี้ของฉันก็จบสิ้นลง

.....ฉันเคยรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่วันนี้จะได้เรียนศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ทว่าตอนนี้ความเป็นเด็กของฉันมันอ่อนระโหยโรยแรง บดขยี้ และได้โยนความรู้สึกนั้นไปที่ไหนสักแห่งแล้ว

 

End of Act 1, Part 2




NEKOPOST.NET