[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 232 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.232 - 13 รายวิชาบริหารจัดการดินแดน


"เต้นรำเปิดตัวเพื่อเปิดใจอาร์ชดัชเชสหลังจากถูกหญิงรับใช้ของตัวเองตำหนิ ? พอคิดว่าท่านเคาน์เตสเลือดเย็นที่นับได้ว่าเป็นวีรชนแห่งอัร์คเซีย ถูกสตรีทำให้ใจรวนเรแล้วก็นะ"

"ถ้าเจ้าล้อเลียนข้า ข้าไม่ให้เจ้ายืมสมุดเรียน ซีกฮาร์ท"

"อย่างอนน่า คาลเดีย"

 

ฉันดันปากกาขนนกที่เขาพยายามมาไล้แก้มของฉันออกไปด้านข้าง

 

"แต่นั่นเรียกความสนใจมากเลย.....จะไม่เป็นไรเหรอ ?"

"เอาเถอะ มันก็ไม่ใช่ปัญหาเสียทีเดียว....."

 

หรือสมควรจะเป็นแบบนั้น อย่างน้อยก็สำหรับฉันน่ะ

 

วันรุ่งขึ้นหลังจากพิธีเปิด ณ ที่นั่งของห้องบรรยายวิชาการบริหารจัดการดินแดน

ฉันติดแหง็กอยู่กับเซเฟอร์และซีกฮาร์ทที่นั่งขนาบข้าง ซึ่งเรียนหลักสูตรนี้เช่นกัน พูดคุยอย่างไร้จุดหมายกับพวกเขา

ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่เมื่อปีก่อน เอาเถอะ นี่คงออกจะช้าไปหน่อยสักหนึ่งปี แต่ฉันเพลิดเพลินกับการได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมโรงเรียนน่ะ ถึงแม้การพูดคุยกับราโทก้าและทีร่ากับคนอื่น ๆ จะค่อนข้างสบาย แต่มันไม่มีความรู้สึกอย่างการคุยกับเพื่อนเลย

 

ปีสองของโรงเรียนขุนนางเริ่มมีการเรียน​การสอนวิชาเฉพาะตอนหลังเที่ยง

เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับบุตรชายสายตรงของลอร์ดที่จะศึกษาวิชาการบริหารจัดการดินแดน, เศรษฐศาสตร์หรือกฎหมาย ส่วนบุตรสาวศึกษาวิชาเคหศาสตร์

ในกรณีของบุตรขุนนางที่ไม่มีที่ดินหรือเป็นสายรอง กล่าวคือพ่อแม่ไม่มีบรรดาศักดิ์หรือความเป็นไปได้ในการสืบทอดต่ำนัก จะศึกษาวิชากฎหมายหรือเศรษฐศาสตร์เพื่อทำงานในราชสำนัก หรือศึกษาทหารศาสตร์, พาณิชยศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ระหว่างประเทศ กับบุตรสาวจะมุ่งเป้าไปที่การเป็นอาจารย์หรือข้ารับใช้ในวัง และเรียนวิชาเคหศาสตร์หรือเศรษฐศาสตร์ขึ้นอยู่กับคู่หมั้นหมายของพวกเธอ กล่าวคือไม่มีตัวเลือกมากมายนัก

กรณีพิเศษคือผู้ที่มาจากตระกูลดยุคหรือราชวงศ์ อย่างเจ้าชายรัชทายาท, เกรซ และอาร์ชดัชเชสเอมิเลียที่ศึกษาเรื่องสังคมศาสตร์ระหว่างประเทศ และเอริคที่กำลังเรียนทหารศาสตร์

ฉันเองก็เป็นข้อยกเว้นด้วยเป็นลอร์ดซึ่งต้องศึกษาเรื่องการบริหารจัดการดินแดนและเศรษฐศาสตร์ล่ะนะ

 

"จะว่าไปแล้ว ซีกฮาร์ท เจ้าไม่ได้เรียนการทหารหรอกรึ ?"

"ข้าได้รับการบอกเล่าเรื่องการสงครามและการรบจากตระกูลมานักต่อนักแล้ว เจ้าก็เห็น บุตรชายคนโตของตระกูลจะต้องศึกษาเรื่องการบริหารดินแดนอย่างเหมาะสม..... ไม่เช่นนั้นพวกเราคงจะไม่สามารถจัดการกับดินแดนที่จะได้รับพระราชทานมาจากฝ่าบาทได้หรอกนะ......"

"อ้อ....เช่นนี้เอง....."

 

พวกเราทั้งสามพยักหน้ากันพลางส่งสายตาทอดยาวไปไกล

แม้จะเป็นตระกูลโรแลนท์เซอร์ที่กล่าวได้ว่าเป็นดินแดนทหารชาวบ้าน​ทั้งหมด แต่ด้วยสภาพการจัดการดินแดนอย่างดีและเที่ยงธรรม ด้วยสภาพอากาศที่เงียบสงบและดินอันอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาคอูกาเรีย พวกเขาจึงมีแหล่งรายได้ที่ดีจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรคุณภาพสูง ดูท่าว่าลอร์ดคนปัจจุบันคงจะทำงานอย่างหนักทีเดียว

 

"แล้วคาลเดียล่ะ ไม่ได้เลือกทหารศาสตร์หรอกเหรอ"

"อ้า ข้าจัดเรื่องดินแดนเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งน่ะ"

"ไม่นึกเลยแฮะ แม้จะทำมากพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นวีรชน แต่ว่าเจ้าไม่สนใจในตำแหน่งทางทหารเลยเนี่ยนะ ?"

 

เซเฟอร์หัวเราะขื่น ฉันพิจารณาเรื่องหนทางการรับราชการทหารครู่หนึ่ง

ฉันเลือกวิชาการบริหารจัดการดินแดนโดยไม่ต้องคิดซ้ำสองเลยตอนที่เลือกวิชา ไม่เคยคิดเรื่องตำแหน่งทางการทหารเลยจริง ๆ

 

"ไม่ล่ะ ข้าไม่มีความตั้งใจที่จะสั่งการกองทัพอื่นใดนอกไปจากของอาณาเขตของข้า และข้าก็ไม่มีแผนการที่จะเคลื่อนย้ายพวกเขาไปจากอาณาเขตเกินความจำเป็นอีกด้วย"

 

เอาเถอะ ในท้ายที่สุด ไม่ว่าฉันจะมองอย่างไร มันก็ไม่โดยสิ้นเชิง

ตั้งแต่ต้น เหตุผลที่ฉันได้รับความดีความชอบในสงครามก็เป็นเพราะการมีอยู่ของกองทัพคาลเดียที่ค่อนข้างพิเศษ ด้วยเป็นการรวมตัวและความสามารถของทหารราบ, ทหารม้า และทหารช่าง ซึ่งมีความสัมพันธ์ไว้เนื้อเชื่อใจเป็นพิเศษฟูมฟักในหมู่พวกเรา

หากฉันสูญเสียพวกเขาไป ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเด็กหญิงคนหนึ่งเลย ฉันไม่ได้มีประสบการณ์ในฐานะพลทหารและไม่คิดว่ามีพรสวรรค์ในด้านนั้นด้วย

 

"เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันที่ว่าไม่มีแผนจะย้ายกองทัพอาณาเขตของเจ้าไปจากอาณาเขต ?"

"มีงานมากมายสำหรับกองทัพในการจัดการอาณาเขต ด้วยการศึกษาที่ไม่อาจผลักดันได้ด้วยขาดแคลนบุคลากรที่สามารถ นอกไปจากการเป็นทหารตรวจตราเพื่อรักษาความปลอดภัยภายในอาณาเขตแล้ว การยอมรับบุคคลที่ไม่มีที่ไปก็เช่นกัน การบุกเบิกดินแดนเอย, การควบคุมภาวะน้ำท่วมเอย, การเตรียมดินหรือการถางป่าและปลูกป่า กระทั่งการปราบปรามสัตว์ประหลาดของหน่วยลาดตระเวน, การส่งไปรษณีย์ของทหารพราน นอกจากนั้นพวกเรายังต้องทำการเกษตรในพื้นที่ภายใต้อาณัติ​เพื่อจ่ายภาษีประเทศ ถ้าพวกเขาออกจากอาณาเขตไป ทุกสิ่งทุกอย่างในอาณาเขตจะนิ่งชะงักลง......."

 

ขณะที่ฉันตอบ ฉันพลันรู้สึกถึงความไม่สบายใจประหลาดพลางมองไปทางซ้ายและขวาของตัวเอง เซเฟอร์กับซีกฮาร์ทมีสีหน้าที่ไม่อาจอธิบายได้บนใบหน้าและมองที่ข้างหลังฉัน

อย่าบอกนะว่า......

ด้วยการเอาชนะความปรารถนาที่จะหนีความจริงของตัวเองไป ฉันหันกลับไปอย่างช้า ๆ

 

"สวัสดี ยินดีที่ได้พบ นั่นเป็นอธิบายที่ดีและเรียบง่ายนักเชียว ขอบใจ ข้าอาจต้องการเจ้าให้ช่วยเหลือในการสอนบรรยายสักครั้งสักครา ถึงอย่างไรก็ไม่มีวัตถุดิบการสอนเรื่องการบริหารจัดการดินแดนใดที่จะเหมาะสมมากไปกว่านี้อีกแล้วล่ะเนอะ"

 

นัยน์ตาดั่งหินอัคนีของผู้ที่กำลังแย้มยิ้มและหัวเราะ ฉันรู้สึกอยากจะฟุบหน้าตัวเองเข้ากับโต๊ะ

สีนัยน์ตาคู่นั้นคุ้นเคยเกินพอแล้ว

มาร์ค เทเรเซีย — ผู้สอนรายวิชาบริหารจัดการดินแดนนี้ จับตาที่ใบหน้าของฉันและกะพริบตาช้า ๆ พลางกล่าว "ยินดีด้วยล่ะ" และหัวเราะอีกครั้ง

 

.....ถึงจะตอบคำถามไปอย่างเป็นธรรมชาติก็เถอะ แต่จะให้ฉันพูดถึงความไร้ทักษะของตัวเองกับอธิบายสภาพของอาณาเขตตัวเองที่ยังไม่พัฒนาต่ออาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้อย่างไรกันล่ะ ?

 

 


 

ตอนนี้ทันแปลอังกฤษแล้ว และตามต้นฉบับญี่ปุ่นแค่ 1 ตอนเท่านั้น
สวัสดีวันสิ้นปีค่ะ m(_  _)m



NEKOPOST.NET