[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 229 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.229 - 10 พิธีเปิด • บทปลาย


ฉันคิดว่ารู้นะว่ามันเป็นอย่างไรตอนที่มองจากเวที

 

แน่นอนว่าผู้ทำหน้าที่เป็นลอร์ดย่อมมีโอกาสในการพูดกล่าวบางสิ่งกับผู้คนจำนวนมากอยู่บ่อยครั้ง

แต่ว่านั่นก็เป็นเพียงบุคคลในความปกครองที่ไม่ได้มากไปกว่าทหารและชาวบ้านเลย

— ฉันมีประสบการณ์ในขอบเขตที่ว่านั่น

เจ้าชายรัชทายาท, เอริคและเกรซต้องมองสิ่งเหล่านี้มาตลอด .....เอมิเลียเองก็คงจะได้มองสิ่งนี้ไปจวบจนวาระสุดท้ายเลยสินะ

 

บรรดาบุตรธิดาของเหล่าขุนนาง

ทั้งบรรดาศักดิ์และเจตนาในการขีดเส้นคั่นระหว่างพวกเขากับปุถุชน ทั้งมีการศึกษาและเงินทุนเล่าเรียน ไม่ใช่เรื่องเคร่งเกินไปเลยที่จะบอกว่าพวกเขาคือเด็ก ๆ ที่ตระหนักรู้ในฐานะทางสังคมของ 'ตนเอง' มากที่สุดแล้ว คือฟันเฟืองที่จะเป็นตัวผลักดันประเทศแห่งนี้ต่อไปในอนาคต

ความปั่นป่วนของอารมณ์และความตั้งใจจริงของพวกเขาที่คายออกมานั้นมากมหาศาล

ฉันไม่ได้ตั้งใจสังเกตสังกาอะไรนักหรอก มันก็แค่สามารถมองเห็นความแตกต่างที่แผ่ออกมาที่เบื้องหน้าของฉันได้อย่างชัดเจนเลยน่ะ

 

ผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดของประเทศยืนมองคลื่นแห่งความกังขาเหล่านั้นของพวกเขาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

.....และผู้ที่ดันตัวเอมิเลียให้ขึ้นไปคือฉันเอง

 

 

อาร์ชดัชเชสแห่งรินดาร์ล เมื่อนามของหล่อนถูกเอ่ยออกมาจากพระโอษฐ์ของเจ้าชายรัชทายาท ห้องโถงก็ปั่นป่วนขึ้นอย่างชัดเจน

การแสดงออกทางสีหน้าของบรรดานักเรียนที่เห็นได้จากเวทีคือความแข็งกร้าว เห็นได้เลยว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ยอมรับตัวตนของเอมิเลีย ฉันถอนหายใจเบา ๆ

 

บรรยากาศในเกมไม่ได้ขุ่นคลั่กขนาดนี้เลย

ขณะที่ตัวเอมิเลียเองอยู่ห่างไกลจากเรื่องสงครามทั้งหมด แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามีความแตกต่างระหว่างเกมกับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจริง ๆ มากน้อยแค่ไหนน่ะ

มีเพียงสถานการณ์ในตอนสุดท้ายของสงครามเท่านั้นแหละที่จะเปลี่ยนแปลงไปในมุมมองของหล่อน —— คือการที่สองประเทศได้ทำข้อตกลงในการเป็นมิตรและลงนามสันติภาพร่วมกัน กล่าวคือความปราชัยของรินดาร์ล และข้อสรุปของสันติภาพกับสินสงครามที่แทบจะไม่เป็นธรรมโดยสมบูรณ์ที่ถูกกำหนดโดยฝ่ายมีชัย

เหตุผลเบื้องหลังของความชิงชังนี้ก็คือ กลยุทธ์อันแสนไร้มนุษยธรรมที่รินดาร์ลเลือกใช้ในช่วงท้ายของสงคราม —— การแทรกแซงความขัดแย้งของประเทศอื่น ๆ เพื่อล่าทาส, การเกณฑ์กำลังเป็นทหารทาส, วิธีการดำเนินงานของพวกเขา อิทธิพลเหล่านั้นมีผลเป็นอย่างมาก

ถ้าเพียงพวกเขางดเว้นการกระทำดังกล่าว แบบนั้นความสัมพันธ์ของอัร์คเซียกับรินดาร์ลก็คงจะกลายเป็นราบลื่นกว่านี้ ความรู้สึกที่มีต่อรินดาร์ลของอัร์คเซียคงไม่เลวร้ายเท่านี้หรอก

 

"ท่านอาร์ชดัชเชสเอมิเลียคือสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ประเทศของพวกเราได้ผูกพันธะกับรินดาร์ลแล้ว และเพื่อพิสูจน์ว่าพันธมิตรใหม่ของพวกเรานั้นคือความจริง ท่านหญิงจะเผยแพร่ความรู้เรื่องอัร์คเซียไปกับพวกเรา .....กล่าวสั้น ๆ นี่คือสัญญาณทางการทูตอย่างกว้าง ๆ"

 

เจ้าชายรัชทายาทไม่สนท่าทีภายในห้องโถงและตรัสอธิบายเรื่องที่จำเป็นโดยไม่ขาดตอน

บรรยากาศที่ไม่เสถียรก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นความตึงเครียด โดยเฉพาะกับเหล่านักเรียนรุ่นโตและขุนนางอาวุโสที่สังเกตเห็นว่าการทูตของอัร์คเซียได้มีการเปลี่ยนแปลงไป

 

ราชอาณาจักรอัร์คเซียอันเคยเป็นเอกภาพมาจวบจนปัจจุบัน ไม่เคยมีแนวคิดพิลึกอย่างการเป็นพันธมิตรกับประเทศขนาดใหญ่อย่างเป็นทางการมาก่อน

การที่ผู้คนจากต่างแดนเช่นเอมิเลียที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศได้นั้น เป็นที่ชัดเจนว่าชาวอัร์คเซียที่เดินทางออกต่างแดนเพื่อควบคุมและตรวจสอบก็จะมีเพิ่มมากขึ้น

เรื่องทางการทูตจะไม่ใช่กิจของสมาชิกตระกูลอาร์ชดยุคเพียงเท่านั้นอีกต่อไป สภาขุนนางจะต้องตัดสินใจศึกษาการรับมือเรื่องทางการทูตให้สอดคล้องกันในรุ่นของพวกเรา

 

"โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศก่อนหน้านี้ได้ยุติลงแล้ว ทั้งหมดผ่านพ้นสู่สันติ จงตระหนักว่าบัดนี้ทั้งสองดินแดนยืนอยู่บนความเท่าเทียมกัน ด้วยท่าทีที่ไม่ละอายใจเช่นที่ฐานะขุนนางในประเทศของพวกเรานั้นควรเป็น ข้าปรารถนาให้ทุกท่านจะจดจำไว้ขึ้นใจถึงการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในเรื่องทางการทูตอย่างเคร่งครัด"

 

ถ้อยคำนั้นฟังดูแข็งกระด้างไม่เข้ากับภาพพจน์ความอ่อนโยนของเจ้าชายรัชทายาทเลย

 

เสียงกระซิบกระซาบจากที่ห่างไกลกลายเป็นความเงียบราวกับป่าช้า และคล้ายว่าบรรยากาศเย็น ๆ ที่เหมาะสมกับคืนฤดูใบไม้ผลิเข้ามารวมตัวกันที่เบื้องล่างของห้องโถง

กระทั่งเจ้าชายรัชทายาทเงียบเสียงลงแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่ขยับตัว แทบจะเหมือนกับพวกเขาถูกแช่แข็งไว้ทั้งแบบนั้น

 

"......ท่านอธิการบดี ข้ากล่าวจบแล้ว"

"อะ เอ่อ ขอรับ .......อ้า วงออร์เคสตร้าเริ่มบรรเลงเลย"

 

ด้วยการกระตุ้นอธิการบดีด้วยเสียงอึดอัดใจเล็กน้อยของเจ้าชายรัชทายาท พิธีเปิดก็เริ่มขึ้นในที่สุด

เสียงเพลงจากเครื่องสายประหนึ่งตัวคลี่คลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดให้ปลอดโปร่ง ขณะที่มันเริ่มบรรเลง เจ้าชายรัชทายาทก็นำเอมิเลียไปยังศูนย์กลางของห้องโถงที่ที่เหล่านักเรียนเคยตื่นตระหนกกัน

บทเพลงแรกของการเต้นรำในงานเลี้ยงยามค่ำถูกสงวนให้กับเหล่าผู้มีสถานะทางสังคมสูงชั้นที่สุดร่วมกับเจ้าภาพ ด้วยงานเลี้ยงนี้จัดขึ้นโดยสถานศึกษาเอง นับแต่นี้เจ้าชายรัชทายาทและเอมิเลียจึงต้องรับภาระในการเริ่มต้นบทเพลงแรกนี้ต่อไป

 

ด้วยตระหนักดีถึงบทบาทที่แท้จริงที่ได้รับ ฉันลับเส้นประสาทของตัวเองเข้าไว้

แลกสายตากับซีกฮาร์ทเป็นสัญญาณ พวกเราแยกออกจากกันเป็นสอง ลงจากเวทีโดยดึงความสนใจให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงเคลื่อนตัวเข้าใกล้ผนังเพื่อติดตามเจ้าชายรัชทายาท

 

กระโปรงของเอมิเลียพริ้วไหวเล็กน้อยเข้าจังหวะกับก้าวเดินของหล่อน ชุดกระโปรงสีเหลืองซีดที่แทบจะเข้าใจผิดว่าเป็นสีขาว ชายกระโปรงย้อมสีฟ้าผสมม่วงราวกับสีฟ้าสางอันเป็นสีธงบ้านเกิดของหล่อน

อย่างที่คิดว่ามันสะดุดตา ถึงจะดูเจียมเนื้อเจียมตัวในชั่วขณะที่คุณกลายเป็นที่ฮือฮาโดยไม่ตั้งใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงให้ความรู้สึกที่ดูสุภาพ

 

— การที่ฉันยัดเยียดภาพของเด็กสาวนาม เอมิเลีย ที่ได้รับจากในเกมเข้ากับความเป็นจริงของหล่อน บางทีคงเป็นเพราะความปรารถนาให้อนาคตของหล่อนใกล้เคียงกับเรื่องราวนั้นแม้เพียงสักนิด

 

มันคือความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกผิดบาปในก้นบึ้งของหน้าอก

 

ด้วยเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้รินดาร์ลถูกต้อนให้เข้ามุมจนต้องเลือกใช้กลยุทธ์โง่ ๆ ที่น่าชิงชัง ด้วยเป็นหนึ่งในต้นเหตุนั้น....หรืออาจเป็นต้นเหตุใหญ่ที่สุดสำหรับมัน

มันคือความปรารถนาอย่างเห็นแก่ตัวของฉันที่ผลักความรับผิดชอบและภาระทั้งหมดนั้นให้แก่เด็กสาวผู้ไร้ซึ่งอำนาจ




NEKOPOST.NET