[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 226 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.226 - 07 วันหยุดสุดท้ายของฤดูใบไม้ผลิ


สำหรับสิบวันถัดมา ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจนกว่าที่รถม้าลากจากอาณาเขตคาลเดียมาถึงที่หมาย

ถึงอย่างไรฉันก็ไม่มีอะไรมากมายให้ทำ นอกเหนือไปจากการขนข้าวของจากหอที่เก่าไปที่ใหม่และทำความสะอาดสถานที่ และถึงแบบนั้นหน้าที่ของฉันก็แค่การสั่งข้ารับใช้คนอื่น ๆ ให้ทำเท่านั้น ฉันไม่ได้มีข้าวของมากมายที่ต้องสั่งการ ดังนั้นพวกมันทั้งหมดจึงถูก​ย้ายไปตั้งแต่วันแรกแล้ว

ก็ด้วยแบบนั้น พอคิดว่าจะทำความสะอาดด้วยตัวเอง นางไฮเดมานน์กลับจ้องฉันเสียเขม็งอย่างกับยักษ์มาร ฉันเลยยอมแพ้​ไปในที่สุด

 

พิจารณาได้เลยว่านี่อาจเป็นการใช้เวลาอย่างเฉื่อยชาและไม่มีอะไรทำสักอย่างเป็นครั้งแรก​ นับแต่ที่ถูกโยนลงไปในฐานที่มั่นของกองทัพของฉัน​

การออกไปข้างนอกไม่ใช่ตัวเลือก จากการที่ฉันไม่อุ่นใจนักกับความคิดที่ว่าต้องผ่านเรื่องน่ารำคาญหรืออยู่ภายใต้การจ้องมองอย่างไม่พึงพอใจของเหล่าขุนนางที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ ดังนั้นฉันจึงยินยอมให้ตัวเองอยู่ในความกรุณา​ของสิ่งที่สิ้นเปลือง​เป็นที่สุดด้วยการขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านและเพียงแค่หายใจทิ้งขว้างไปวัน ๆ ก็นะ... สิ่งที่ฉันไม่สามารถหลีกหนีไปได้เพียงหนึ่งเดียวก็เห็นจะเป็นการฝึกกับคลอเดีย ผู้ที่ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ ว่าควรจะทำอย่างไรกับเวลาที่ว่างเหลือหลายเหล่านั้นน่ะ

 

รถม้าลากที่ออกจากอาณาเขตคาลเดียมาถึงยังหอพักเก่าในสามวันถัดมาตามหมายกำหนดการ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาฉันได้ใช้เงินในการเปลี่ยนม้าลากแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องแวะระหว่างทางมากเท่าแต่ก่อน

 

"......เอ๋ ? มันอะไรกันน่ะ ?"

 

ด้วยไม่มีทั้งสัมภาระและข้ารับใช้ภายใน ราโทก้าพึมพำด้วยความงงงัน ฉันนั่งอาบแดดภายในห้องโถงรวมขณะที่รอการมาถึงของรถม้า ฉันซึ่งเอ้อระเหย​มาหลายวันก็เปิดตาในที่สุด

 

ฉันแจกแจงคำอธิบาย ทุกรายละเอียดถึงคำสั่งย้ายจากราชสำนัก ฉันจึงต้องสัมภาระและข้ารับใช้ไปก่อนแล้ว "เรื่องแบบนี้ช่วยบอกให้ข้ารู้เร็วกว่านี้หน่อยสิว้อย ยัยบ้า !" ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าราโทก้าใช้โอกาสนี้เขกหัวของฉันน่ะ

ไม่ว่านายจะได้รับแจ้งหรือไม่ กำหนดการของฉันก็แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดีนี่ แถมฉันไม่มีคนที่จะส่งสาสน์ด้วยตั้งแต่ต้น มันมีความเป็นไปได้สูงที่จะผิดพลาดหากว่าพวกเขาหาผู้รับปลายทางไม่เจอ... และเมื่อฉันรวบรวมคำแก้ตัวเหล่านั้นไปอย่างถี่ถ้วน​ ฉันก็ได้รับเพียงแค่ความเงียบงัน​

 

"มีวาสนา​กับเรื่องยุ่งยาก​ชะมัด​เลยน่ะ นายท่านของพวกเราเนี่ย"

 

ขณะที่ฉันอธิบายเรื่องพระบรมราชโองการกับเหล่าสหายของฉัน อัสรันก็พึมพำพร้อมถอนหายใจขณะปูพรมบนพื้น ฉันอาจจะพลาดมันไปด้วยเสียงอื่นก็ได้ แต่หูที่เฉียบแหลม​ของฉันได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง​

 

"อ้อ จริงสิ อัสรัน ข้าอยากให้เจ้าเป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวของท่านเอมิเลีย ส่วนหญิงรับใช้ก็เป็นทีร่า"

"เอ๋ !?"

 

อัสรันหันกลับมามองด้วยความตกใจ ฉันเพียงแค่ยักไหล่ให้ตอบสนอง

แน่นอนว่าฉันไม่ได้บอกแบบนั้นเป็นการเอาคืนหรอกน่ะ มันเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับขุนนางที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แน่นอนว่าหากฉันต้องเลือกคนที่คิดว่าเหมาะสมจะโยกย้ายก่อนจัดหาผู้ติดตามใหม่ ก็มีเพียงแค่พวกเขาทั้งสอง

ไม่เหมือนกับฉันที่สามารถให้เรกะเป็นบ่าวรับใช้​ได้ แต่เอมิเลียผู้ที่จะได้รับการสอนบรรยายพิเศษสำหรับสตรี หล่อนจำเป็นต้องมีหญิงรับใช้

ในสถานการณ์ปกติ ฉันจะแต่งตั้งราโทก้าและทีร่าเป็นหญิง​รับใช้ แต่ราโทก้าเป็นกรณีพิเศษในสถานการณ์นี้ ฉันคิดว่าคงจะดีกว่าหากเขาจะไม่เข้าใกล้เอมิเลียจนเกินไป กระนั้น​ผู้ที่สามารถคุ้มกันได้ก็คือราโทก้าและอัสรัน แต่หากฉันตัดราโทก้าออกไปก็เหลือเพียงแค่อัสรันเท่านั้น

 

"นั่นหมายความว่า ข้าเป็นหญิงรับใช้ของเจ้าสินะ....."

 

ราโทก้าพึมพำอย่างไม่ชอบใจ เรกะที่กลายมาเป็นคู่หูตบบ่าเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

ฉันคิดว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนสมัยเด็กทั้งสามกับราโทก้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อปีกลาย แต่พวกเขาดูจะสนิทสนมกันดีอย่างคาดไม่ถึงแฮะ

ก็นั่นแหละนะ พวกเขาเป็นคนอายุไล่เลี่ยกันเพียงกลุ่มเดียวที่นี่ที่รู้ประวัติกับสถานการณ์แบบเฉพาะตัวในปัจจุบันของราโทก้าน่ะ

การแบ่งปันความลับซึ่งกันและกันก็ได้ส่งเสริมให้เกิดความสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้นล่ะนะ

 

"ท่านเอมิเลียจะย้ายเข้าหอพักในวันพรุ่งนี้ ห้องพักสำหรับพวกเจ้าจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว พวกเจ้าค่อยไปตรวจสอบหลังจากนี้เถอะ"

"รับทราบ~"

เรกะตอบด้วยเสียงฉะฉาน ส่วนอีกสามคนที่เหลือเพียงทำตามอย่างรับทราบ​

 

 

 

วันถัดมาเอมิเลียจะมายังหอพัก

นับจากสิบวันที่ผ่านมา ตำหนักก็เต็มเปี่ยม​ไปด้วยความวุ่นวาย

 

เหล่าข้ารับใช้เริ่มทำงานใด ๆ ก็ตามที่ได้ชะลอไว้จากเมื่อวานกันแต่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต้อนรับบุตรีอาร์ชดยุคจากประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ตั้งแต่เช้าฉันยังใช้เวลาไปกับการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสมบูรณ์แบบโดยฝีมือของนางไฮเดมานน์ และถูกบอกอย่างเข้มงวดว่า "กรุณาทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าเหย้าด้วยนะคะ" ฉันไม่เต็มใจ และยังคงดูรายงานที่ได้รับจากอาณาเขตต่อไป

.....ขณะที่รอบตัว​ทำงานกันให้ควั่ก แต่ฉันที่ว่างงานไม่มีอะไรให้ทำเลยนั้นยากจะสงบใจจริง ๆ

ฉันอุทิศตัวเองไปกับชาดำอย่างพยายามหนีความจริง ยับยั้งตัวเองจากการถอนหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ

 

มันเป็นเพียงเวลาก่อนกลางวันที่มาถึงในที่สุด ปลดปล่อยฉันออกจากความเบื่อหน่าย

 

"ข้ากำลังรออยู่เลยค่ะ ท่านเอมิเลีย"

 

เอมิเลียลงมาจากรถม้าตามกำหนดการ แล้วในที่สุดงาน— การรับมือเจ้าหล่อนที่นับว่าเป็นหน้าที่ — ก็มาถึง ฉันพยายามรู้สึกสดชื่นเท่าที่จะสามารถ ฉันสงสัยว่าหากฉันจะยิ้มแย้มด้วยพยายามจะแสดงให้เห็นว่ายินดีที่จะต้อนรับหล่อนแค่ไหนบ้าง

 

"......ท่านไอน์สบาร์ค"

 

ในทางตรงกันข้าม เอมิเลียคล้ายจะมองฉันด้วยความงงงันโดยสมบูรณ์แบบ ดูราวกับว่าหล่อนจะอ้ำอึ้งไป

.......อ้า อะไรกันอีกล่ะเนี่ย ครั้งล่าสุดที่หอสมุดหล่อนมีบรรยากาศงุ่มง่ามน้อยกว่านี้ไม่ใช่รึไงน่ะ

ที่ฉันดูแลเอมิเลียก็เป็นเพราะพระบรมราชโองการที่ได้รับ

ตอนที่ฉันพูดแบบนั้นออกไป หล่อนดูเหมือนจะไม่สามารถซ่อนความผิดหวังได้เลยด้วยเหตุผลบางอย่าง

 

เอาเถอะ มันไม่ใช่เรื่องว่าหล่อนจะรู้สึกเช่นไรเกี่ยวกับมัน ถึงอย่างไรฉันก็ไม่คิดจะเปลี่ยนท่าทีของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากไม่ใช่เป็นเพราะพระบรมราชโองการนั่น ฉันคงไม่แม้แต่จะคิดยุ่งเกี่ยว​กับหล่อนเลยด้วยซ้ำตั้งแต่ต้น

แต่ด้วยเรื่องไม่เป็นไปเช่นนั้น หนำซ้ำฉันยังได้รับมอบหมายให้ทำแบบนี้ ฉันก็ไม่คิดที่จะหลุดจากเส้นทางที่ราชสำนักได้มอบความไว้วางใจฉันไปหรอกน่ะ

 

คิดดังนั้นแล้ว ฉันยื่นมือออกไปเพื่อให้การเอสคอร์ท เอมิเลียยังคงดูว่างเปล่า แต่จากนั้นก็วางมือทาบมาอย่างไร้กำลัง




NEKOPOST.NET