[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta. ตอนที่ 142.5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Akuyaku Tensei Dakedo Doushite Kou Natta.

Ch.142.5 - ตอนพิเศษฉลองรวมเล่ม ➁ : เรื่องของเอลิซ่ากับไวโอลิน


ผู้เขียน : ตอนพิเศษนี้โพสต์ไว้ 11 มีนาคม 2017 บทนี้เป็นการฉลองตีพิมพ์เล่ม 2 และเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน

ตอนพิเศษนี้เหมือนกับตอนพิเศษก่อนหน้า มันถูกแทรกไว้ที่นี่เพื่อให้พอดีกับไทม์ไลน์

 

ในโลกนี้มีเครื่องดนตรีที่คล้ายกับไวโอลิน และ ใช่แล้ว หลังกลับมาจากค่ายทหาร เจ้าเครื่องดนตรีที่ว่าก็ถูกมอบให้ฉันในฐานะส่วนหนึ่งของการศึกษา

 

"เร็ว ๆ มานี้ ข้าได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ ดังมาจากห้องของซาร์ด้วยล่ะ"

 

หลังจบเรียนบรรยาย ฉันและคามิลกำลังดื่มน้ำชาที่เขารินให้ตอนที่พวกเราอยู่ในช่วงพัก เขาเอ่ยปากขึ้น

สายตาของเขาชัดเจนว่ามองผ่านฉันไป และจับจ้องยังหีบไวโอลินที่ตอนนี้ถูกเก็บไว้ในห้อง

 

"น-หนวกหูน่ะ"

"ม่าย เสียงนั้นต่างหากที่หนวกหู มันอย่างกับเสียงแผดร้องของสัตว์อสูรบางอย่างเลยแน่ะ"

".....ข้าเพิ่งจะเริ่มฝึกเท่านั้นหรอก"

 

การเย้าแหย่ของคามิลทำให้คิ้วของฉันขมวดและอารมณ์ดี ๆ ของฉันก็ขุ่นลง ด้วยเหตุบางอย่างมุมปากของเขาเชิดขึ้นอย่างมีความสุข

 

"ลองเล่นให้ดูหน่อยสิ"

 

เขากล่าวพลางฉีกยิ้มกว้างถึงหู ว่าอะไรนะ ? ส่วนฉันกลายเป็นบึ้งตึงตรงกันข้าม

 

"ข้าบอกว่าข้ายังฝึกอยู่ไงเล่า"

"ช่าย ๆ แต่แค่ลองเล่นสักหน่อยเถอะน่า"

 

ไม่, เถอะน่า, ไม่, น่ะนะ ซาร์

ฉันปฏิเสธคำขอของเขาหลายครั้งหลายครา แต่ต่อมามันกลายความน่ารำคาญเกินทนที่จะพูดอีก ลงท้ายฉันจึงฝืนตัวเองหยิบไวโอลินออกมาจากหีบ

 

เห็นได้ชัดว่าไม่มีแนวคิดเรื่องเครื่องดนตรีสำหรับเด็กที่นี่ ดังนั้นไวโอลินขนาดผู้ใหญ่จึงชัดเจนว่าใหญ่เกินไปสำหรับฉัน มันเป็นเรื่องยากแม้แต่การถือซึ่งทำให้คามิลระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ฉันจ้องเขาเขม็งกลับไป

เจ้าเป็นคนบอกให้ข้าเล่นมัน แล้วยังจะหัวเราะเพื่ออะไร ?

 

"ข-ขอโทษ ข้าแค่...ค- ครึ่ก ๆ"

 

ฉันจ้องคามิลซึ่งพยายามกลั้นหัวเราะเขม็งอีกครั้ง ก่อนจะย้ายสายตามาที่มือของตัวเองและสีคันชักบนสาย

 

อี๊ดดดดดดด การเคลื่อนไหวมือที่ยังคงเงอะงะของฉันมาพร้อมกับเสียงที่เป็นเหมือนเสียงกรีดร้องของสัตว์ประหลาด

ชัดเจนว่าฉันไม่มีกำลังกล้ามเนื้อเพียงพอที่จะทำให้คันชักขยับได้อย่างลื่นไหล มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องของทักษะหรอกน่ะ

 

ฉันทำปากยื่น เขารู้ดีอยู่แล้วว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ตอนที่บอกให้ฉันเล่น นี่มันไม่ใช่ว่าออกจะต่ำทรามเลยหรอกรึ ?

.....อย่างไรก็ดีเมื่อฉันเริ่มบรรเลงเครื่องดนตรี เสียงของคามิลที่พยายามกลั้นหัวเราะก็หยุดลง ฉันมองเขาอย่างประหลาดใจ ไม่ว่าจะดูเช่นไร เสียงที่ฉันเล่นมันก็ไม่ได้น่ารื่นรมย์เอาเสียเลย แต่เขายังมองฉันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

 

มันดูประหนึ่งสีหน้าของพี่ชายที่ระคนไปด้วยความคะนึงหาบางอย่าง

 

นั่นเป็นตอนที่เสียงร้องเขย่าขวัญดังขึ้นมาจากไวโอลินอีกครั้ง บางทีคงเพราะว่าสมาธิของฉันเตลิดไปจากมือ

คามิลพลันทรุดลงกับโต๊ะหนังสือพลางหัวเราะลั่นอย่างไม่อาจควบคุม ฉันวางไวโอลินลงอย่างสงบและเดินไปข้างหน้าเพื่อชกเข้าใส่ท้องที่กำลังสั่นกระเพื่อมของเขา

 

 

■□■□■□■□■□■□■□■□■□■□■□■□■

 

 

ไม่ว่าอย่างไรราโทก้าก็ไม่อาจชื่นชอบเครื่องดนตรีที่ส่งเสียงหวีดร้องน่ารำคาญในแก้วหูของเขาได้เลย

เขารู้หรอกว่าถ้าเล่นอย่างถูกต้อง เครื่องดนตรีจะมีเสียงไพเราะเพราะพริ้งนัก

แต่กระทั่งหลังจากสองเดือนเต็มของการฝึก นี่แหละคือผลลัพธ์ มันดูเหมือนว่าเขาไม่ได้พัฒนาขึ้นเลยสักกระผีก เขาไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงไพเราะและสง่างามแทบจะเป็นดั่งเสียงขับร้องแบบนั้นได้เลยในตอนที่อาจารย์ของเขาเป็นผู้บรรเลง

การเล่นเครื่องดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาของขุนนางเสมอมา แต่ตามความเข้าใจของเอลิซ่าและท่านเอิร์ลเทเรเซีย ผู้ตัดสินว่าราโทก้าต้องได้รับการศึกษา มันจึงเป็นบางสิ่งที่ถูกปัดออกไปโดยปริยายเพื่อวิชาและการฝึกฝนอื่นอย่างเช่น การฝึกดาบ ตามปกติการเรียนดนตรีของเขาควรจะเริ่มตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ แต่มันก็ไม่ได้เริ่มเลยจนกระทั่งหลังจากที่เขาอยู่กับเอลิซ่ามากว่าสี่ปี

"ข้าจะทำให้แน่ใจว่าเขาจะสามารถบรรเลงได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อถึงเวลาที่ท่านเอลิซ่าเข้าโรงเรียนค่ะ" นางมาร์แชนประกาศกร้าวในวันหนึ่ง และนับจากนั้นมาราโทก้าก็ยังคงสร้างเสียงอี๊ดแอ๊ดเอี๊ยดอ๊าดที่ยากจะพิจารณาว่าเป็นบทเพลงทุกวี่ทุกวัน

 

(....อ้า อึ่ก ถึงอย่างไรมันก็เป็นการศึกษาของพวกขุนนางไม่ใช่รึ ข้าจำเป็นต้องรู้วิธีการเต้นรำหรือการเล่นเครื่องดนตรีพรรค์นี้ด้วยเรอะ ? ข้ายังจำได้ว่าเคยได้ยินเรื่องความแตกต่างในบทเรียนระหว่างชายและหญิงอีกต่างหาก​ แล้วคราวนี้พวกเขาจะให้ข้าเรียนอันไหนกันล่ะเนี่ย ?)

 

เขารู้สึกบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทว่ายังขยับคันชักเหนือสาย แต่ยามที่มันกรีดร้องเป็นเสียงที่ไม่อาจทนได้อีกครั้ง เขาก็หมดซึ่งความตั้งใจและโยนคันชักลงกับพื้น

แต่ด้วยความสำนึกคิด​ที่คงอยู่ในตัวสักจุด เขาย้อนกลับมาที่เครื่องดนตรีแล้วเก็บมันลงในหีบอย่างประณีตบรรจง ขณะที่แก้มของราโทก้ากระตุกด้วยความสะเทือนใจในการเคลื่อนไหวที่เคยชินดังกล่าวของตัวเอง

 

ข้าไม่ไหวกับเจ้านี่อีกแล้ว เขาพึมพำเสียงดัง ทิ้งตัวลงบนเตียงเช่นที่เขาทำเมื่อครั้งอาศัยในค่ายทหารและถอนหายใจเฮือก

เขาเคยเกลียดชังขุนนางสำหรับการไม่ทำสิ่งใดเลยนอกไปจากการทรมานสามัญชนแล้วเพลิดเพลินสำราญใจ แต่ตอนนี้เขากลับคับอกคับใจกับบางอย่างที่เป็นเรื่องทั่วไปสำหรับพวกเขา

 

ช่างประชดกันนัก เขาเบ้ปากอย่างเย้ยหยันตัวเอง หากเอลิซ่ารู้เรื่องทั้งหมดนี้ตั้งแต่ตอนที่มอบชีวิตปัจจุบันให้ราโทก้า เช่นนั้นบางทีหล่อนก็คงจะเลือดเย็นอำมหิตราวกับหัวใจเยือกแข็ง​ดังที่ลือลั่นกันในเมืองหลวงจริง ๆ แล้ว

 

เฮ้อ เขาถอนหายใจอีกครั้งและจากนั้นพลันประหลาดใจกับเสียงเบา ๆ ที่ดังสะท้อนมาจากที่ใดสักแห่ง

มันคือเสียงไวโอลิน

ท่วงทำนองอันงดงามลื่นไหลประหนึ่งเสียงขับร้อง ราโทก้ายากจะเชื่อว่านี่เป็นเสียงที่มาจากเครื่องดนตรีเดียวกันกับที่เอาแต่ส่งเสียงอี๊ดเอี๊ยดพรรค์นั้นของเขา

แต่เป็นความจริงที่ท่วงทำนองนั้นไพเราะเสนาะหูด้วยตัวของมันเอง ให้ความรู้สึกที่แสดงออกถึงความเป็นชนชั้นสูงแก่ราโทก้า และเขารู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมกับตัวเขาเอาเสียเลย นั่นแหละเป็นหนึ่งในสาเหตุที่แรงจูงใจของเขาต่ำเตี้ยนัก

 

(....บางที ถ้าข้าเพียงแค่ไปส่องสักหน่อย)

 

แม้จะถูกบอกให้ฝึกด้วยตัวเองอยู่ทุกวัน แต่เขาก็ไม่ได้มีบทเรียนไวโอลินเลยขณะอยู่ในเมืองหลวง

เขาไม่รู้ว่าใครกันที่กำลังบรรเลง แต่ตอนนี้ก็เป็นเวลามากกว่าสิบวันแล้วตั้งแต่บทเรียนครั้งล่าสุดของเขา ดังนั้นเขาจึงเริ่มรู้สึกอยากเห็นคนอื่นเล่นบ้างสักครั้ง

 

เสียงดูเหมือนจะมาจากห้องโถงรวมชั้นหนึ่ง มันไม่เหมาะสมสำหรับราโทก้าที่จะแสดงตัว หากว่าเป็นแขกเหรื่อ​ แต่ประตูห้องควรจะเปิดไว้อยู่แล้วด้วยเหตุผลของความปลอดภัย

เขาคิดว่าคงไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน หากจะแอบมองเข้าไปข้างใน และจากนั้นเป็นตอนที่เขากำลังจะมองผ่านประตูที่เปิดออกส่วนหนึ่งสู่ห้องโถงรวม มันก็เกิดขึ้น

 

บางทีผู้บรรเลงคงเปลี่ยนคน เพราะมันแตกต่างไปจากก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด มีความหนักแน่นในเสียงคอร์ดที่เริ่มเล่น

และขณะที่มันเริ่มบรรเลง เขาได้ยินเสียงเสียดสีของคันชักเบา ๆ แต่ราวกับว่ามันเป็นหนึ่งอันเดียวกันกับบทเพลง มันเป็นเพลงที่เร่าร้อนและรวดเร็วซึ่งได้เริ่มต้น

 

(เอ๋ อะไร อะไร เพลงนี้มันคืออะไรกันน่ะ สุดยอดไปเลย..... น นี่มันเล่นด้วยไวโอลินได้ด้วยหรือ เพลงแบบนี้ !?)

 

ราโทก้าเกิดมาแต่สามัญชน และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนกระทั่งไม่นานมานี้เขาง่วนกับการทำงานที่วุ่นวายของเอลิซ่าซึ่งทำให้เขาใช้ชีวิตปลีกตัวจากเสียงเพลงโดยสมบูรณ์ แม้บางครั้งเอลิซ่าจะพาเขาออกไปงานเลี้ยงราตรี และมีโอกาสได้ฟังสักอย่างพวกมันต่างก็เป็นเพลงช้าทั้งหมด

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้ยินเพลงที่บรรเลงเร็วปานนี้

 

เสียงที่มีชีวิตชีวาและฮึกเหิมเปลี่ยนความรู้สึกของเขาไปในบัดดล โดยปราศจากการคิดสิ่งใด หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวขึ้น

ราโทก้ากลืนน้ำลายอึก จากนั้นพยายามมองเข้าไปในห้องโถงรวมอีกครั้ง คราวนี้ด้วยทัศนคติที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง

 

และแล้ว

เรือนผมยาวสีดำขลับไสวไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงของคันชักก็เข้ามาในครรลองสายตา ราโทก้าชะงักค้างไปด้วยความตะลึงพรึงเพริดราวกับถูกฟาดด้วยอสนีและแทบจะแผดร้อง

 

เจ้าที่มีท่าทางแบบนั้นเล่นเพลงที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นได้อย่างไรกันน่ะ ขี้โกงนี่ !?

ทำไมเจ้าถึงเล่นเพลงแบบนั้นได้ ขณะที่ข้าต้องแต่งชุดสาวน้อยพลิ้วพะเยิบพะยาบกันล่ะ นี่มันแปลกเกินไปแล้วไม่ใช่เรอะะะะะ !!!

 

.....ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาแก้มอูมของเด็กหญิงเริ่มหายไป ล่วงเวลามาเป็นหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามหมดจดมากพอที่จะทำให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำบางครั้งคราอย่างเผลอตัว

อนิจจาขณะที่นึกถึงเรื่องนั้นเขากลับต้องแต่งตัวเป็นหญิงรับใช้ และทุก ๆ คืนราโทก้าต้องล้มลงกับเตียงโดยเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้, ความอิจฉา และความรู้สึกเช่นวัยแรกรุ่น​อื่น ๆ

 

.....อย่างกับว่าแค่นั้นไม่เพียงพอ เขาเพิ่งตระหนักว่าผู้ที่กำลังดูเอลิซ่าสีไวโอลินด้วยแก้มแดงระเรื่อ ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกไปจากเอลีส ผู้ที่มาเยี่ยมเยียนจากโรงเรียน เขารู้สึกหน้ามืดขณะผละออกมาจากประตูและจากนั้นวิ่งกลับไปยังห้องของตัวเองโดยเร็วเท่าที่จะสามารถเพื่อเปิดหีบไวโอลินของเขา

 

ความรู้สึกแย่ ๆ ที่มีต่อเอลิซ่าหายไปแล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ในเรื่องของความเป็นปฏิปักษ์ที่เกี่ยวพันกับความภาคภูมิใจในฐานะผู้ชายเติบโตขึ้นอย่างมาก

 

"เอาสิ ! เอาซี่ ! ข้าจะเล่นเจ้าเครื่องดนตรีนี่ให้ทรงพลังยิ่งกว่ายัยนั่นให้ได้เลย !!!"

 

ด้วยแรงบันดาลใจใหม่ที่ลุกโชนขึ้นในกาย ราโทก้าโบกคันชักในอากาศด้วยท่าทางมาดมั่นและจากนั้นจึงค่อย ๆ สัมผัสบนสายอย่างเบามือ




NEKOPOST.NET