เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 355 | Nekopost.net 
NEKOPOST

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.355 - เส้นทางแห่งการไม่สูญสลายอีกครั้ง


ตอนที่ 355                        เส้นทางแห่งการไม่สูญสลายอีกครั้ง

 

 

“ ตูม —— ”

 

บริเวณท่ามกลางสนาม ร่างกายของเยี่ยจงก็ได้โอนเอนไปมา กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่งหนึ่ง คล้ายกับร่างกายจะระเบิดออกมา

 

“ นี้คือ …… ถึงกับเอาอีกแล้วงั้นหรือ ? ” อันหงเจินในฐานะที่เป็นถึงเจ้าลัทธิ ตอนนี้ต่างก็ยังต้องมองไปจนอ้าปากตาค้าง แตกตื่นจนราวกับพูดอันใดไม่ออก เพราะว่าพลังฝีมือของเยี่ยจงเช่นนี้กล่าวได้ว่าเป็นที่น่าตกใจไปทั่วทั้งดินแดน เป็นสิ่งที่คนโดยทั่วไปมิอาจที่จะทำออกมาได้ ? เขาที่มีร่างกายเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญแล้วครั้งหนึ่ง เข้าสู่ความถ่องแท้ก็ยังแล้วไป แต่ว่าตอนนี้เขายังถึงกับเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญอีกครั้ง การกระทำเช่นนี้ ทำให้ทั้งแตกตื่นและไร้คำจะกล่าว

 

“ เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ? พี่ชายข้าเกิดอะไรขึ้นกัน ! ? ” เยี่ยถงอ้าปากตาค้างเหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า ร่างกายก็ได้โอนเอนคล้ายกับไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา

 

หลายคนที่ท่ามกลางสนาม หลิงเยว่ที่ได้ทอแววตาตกใจ หลังจากที่นางได้มองไปที่เยี่ยจง ภายในปากก็เริ่มที่จะรู้สึกขมขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้น : ” เขาได้เข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญอีกครั้งแล้ว อย่างน้อยก็คงจะเกี่ยวพันธ์ถึงลักษณะนิสัยอันเฉพาะของตัวเขาเอง เกรงว่าเขาคงจะต้องเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญไม่หยุดอย่างแน่นอน ”

 

เมื่อคำพูดนี้กล่าวออกมา ซูหยี่และหวังโม่ทั้งสองคนต่างก็เกิดอาการตื่นตกใจขึ้นมา เยี่ยจงก็เกินไปหน่อยแล้วมั่ง ? ถึงกับเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญอีกครั้งงั้นหรือ ?

 

เยี่ยถงสีหน้าบนใบหน้าก็ได้เปลี่ยนจนกลายเป็นซับซ้อนขึ้น มีทั้งยินดีมีทั้งเป็นห่วง

 

เพียงแต่ว่า ในเมื่อเรื่องได้ดำเนินมาจนถึงขั้นนี้แล้ว พวกเขาก็มิอาจที่จะทำอันใดได้ ได้แต่เพียงสงบนิ่งมองเข้าไป

 

“ ตูม —— ”

                                                                                                                   

ท่ามกลางตำหนักโบราณ เยี่ยจงก็ได้เพิ่มความเร็วขึ้นมาอย่างยากที่จะเชื่อได้ เมื่อได้เข้าสู่พลังขั้นก่อเกิดขั้นที่แปดเสร็จสิ้น เพียงแต่ว่าพริบตานั้นเองที่สามารถเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย เข้าก็ได้เข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญอีกครั้ง

 

การกลับสู่สามัญในครั้งนี้ ได้ทำให้เขาทราบได้กระจ่างยิ่งขึ้น ตนเองราวกับค้นพบกับความลับที่ได้ตามหาบางอย่าง ค้นพบกับเส้นทางสายนี้ จนทำให้ตนเองสามารถเพิ่มระดับพลังร่างกายขึ้นไปได้อีก

 

แล้วก็ได้เข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญเช่นนี้ไม่หยุด เมื่อผ่านไปได้แล้วทั้งหมดเก้าสิบเก้าครั้ง จากนั้นก็ได้มีเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมาแผ่กระจายไปทั่วทั้งกายเนื้อ ในที่สุดเยี่ยจงก็พบว่า ร่างกายของตนเองไม่อาจที่จะเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญได้อีกแล้ว และตอนนี้ เขาถึงแม้ว่าจะอยู่ในพลังยุทธ์ขั้นก่อเกิดระดับที่แปดขอบเขตชั้นฟ้า แต่ว่าเขากลับสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า พลังของกายเนื้อตนเองนั้นได้เพิ่มขึ้นมากมายอย่างมหาศาล ทุกๆตารางนิ้วบนร่างกายของตนเอง ต่างก็มีการคงอยู่ของพลังอันแข็งแกร่งเอาไว้อยู่ น่าหวาดเกรงอย่างไร้ที่เปรียบ

 

“ ไม่อาจที่จะเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญได้อีก หรือจะกล่าวได้ว่า พลังกายเนื้อของข้าในตอนนี้ ได้ยังถึงยังจุดสูงสุดแล้ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากว่าไม่หยิบยืมวัตถุจากภายนอกเพื่อเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายได้สำเร็จได้ สมควรที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากเลยอย่างงั้นหรือ ? ” เยี่ยจงกล่าวกับตนเอง นี้คือเส้นทางสายสุดท้ายแล้ว ก่อนหน้าที่จะเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญ ต่างก็มุ่งหวังเพื่อที่จะมาจนถึงขั้นสุดท้ายนี้ ดังนั้นขั้นสุดท้ายนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็จำเป็นที่จะต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อที่จะมีความแข็งแกร่งที่มายิ่งขึ้น

 

“ ตูม—— ”

 

เยี่ยจงพลิกรอยตราบนทั้งสองมือขึ้น ไหลเวียนเคล็ดวิชาพลังหกสุสานขึ้นมา เขาเคยมีประสบการณ์ในการเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายมาก่อน กล่าวได้ว่าเป็นเหมือนดั่งเส้นทางที่คุ้นเคย

 

“ ตูม—— ”

 

ประกายลำแสงสีทองสายหนึ่งตอนนี้ก็ได้พุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้า บรรลุจนมาถึงยังบนร่างกายของเขา ลำแสงสีทองในครั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่เข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายเมื่อครั้งก่อน ถึงกับแข็งแกร่งกว่าได้นับสิบเท่าเลยอย่างนั้นหรือ ?

 

“ ซวบ —— ”

 

เมื่อได้หายไปโดยส่วนมากแล้ว เสี่ยวหลุนที่ครุ่นคิดอยู่ตลอดมาจนถึงในตอนนี้ก็ได้ลอยเข้ามายังบริเวณติงหูของเยี่ยจง มันก็ได้ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางอากาศ เงียบเชียบไม่เอ่ยอันใด เห็นได้ชัดว่าได้ถูกเยี่ยจงทำให้ตื่นตกใจขึ้นมาแล้ว ต่อให้มันได้พบเจอกับสิ่งต่างๆมามากมาย ตอนนี้ก็ยังตระหนกกับผลลัพธ์ของสิ่งที่เยี่ยจงได้ทำลงไปมิได้ ราวกับว่าในตอนนี้อยู่เดินออกมายังเส้นที่อยู่นอกเหนือจากครั้งโบราณกาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ลองคิดดู ภายในดินแดนนี้จะมีสักกี่คนที่หลังจากได้เข้าสู่พลังยุทธ์ขั้นก่อเกิดระดับที่เก้าแล้ว ใช้ร่างกายเข้าสู่เขตแดนของสูงสุดคืนสู่สามัญนับร้อยครั้งได้กัน ? เรื่องเช่นนี้ เกรงว่าหากบอกกล่าวออกไปก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อ ที่เป็นเหมือนกับการหาเรื่องเพื่อเข้าสู่ประตูผีเช่นนี้ ที่สามารถจะตายตกได้ทุกเวลา

 

“ นี้ก็คือเลือดเนื้อกลายเป็นดั่งทองในตำนาน เส้นทางแห่งการไม่สูญสลาย ? ” อันหงเจินทอดถอนใจ ในขณะที่ถอนใจ หากว่าเขาเกิดเร็วกว่านี้ซักสามสิบปี สามารถมองฉากเบื้องหน้านี้ด้วยตาตัวเองได้ละก็ คงจะต้องมีประโยชน์ต่อการฝึกยุทธ์ของเขาได้อย่างมากมายคนานับ ไม่แน่ว่าเขาเองก็จะสามารถเข้ามายังขั้นนี้ได้

 

หลิงเยว่、เยี่ยถงและพวกต่างก็เกิดอาการหวั่นไหวอย่างถึงที่สุด สามารถเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย ต่างก็เรียกได้ว่ายากจะพบเจอได้แล้ว ตอนนี้ยังถึงพบเห็นเยี่ยจงเข้าสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายอีกครั้งด้วยตาตัวเอง เรื่องเช่นนี้เมื่อมองในมุมมองของพวกเขา ต่างก็ถือได้ว่าเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่อย่างมากมายมหาศาล

 

ตอนนี้ ประกายแสงคมกล้าสีทองที่ปกคลุมอยู่บนร่างกายเยี่ยจง ก็สามารถพบเห็นกับพื้นที่ว่างเปล่าผืนหนึ่ง บนลานนั้นมีความกว้างใหญ่สุดเปรียบปานดุจดังมหาสมุทร เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในอย่างมหาศาล ด้านบนจุดสูงสุดของพลังปราณ ก็ได้ปะทุขึ้นมานับพันสาย ลอยระบำกระจายออกมา เงาร่างปราณทั้งสี่สายบนท้องฟ้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในบริเวณจุดที่สูงที่สุด ก็ได้เป็นดั่งตำหนักสวรรค์ที่สาดทอประกายมองลงมา

 

นี้ …… อธิบายอย่างง่ายดายก็เหมือนดั่งดินแดนแห่งเทพในตำนานก็มิปาน

 

แน่นอนว่า หลิงเยว่、เยี่ยถงเป็นต้นต่างก็เข้าใจ นี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องจริงอย่างแท้จริง และเป็นเพราะตอนนี้เยี่ยจงได้ก้าวเข้ามายังขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลายอีกครั้งสร้างขึ้นมา และการปรากฏขึ้นมาวันนี้ ให้ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายออกมาได้ให้แก่พวกเขา

 

“ นี้คือ …… จะต้องเข้าสู่เส้นทางสายนี้ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรอย่างงั้นหรือ ? เพียงแต่ว่า เส้นทางสายนี้แน่นอนว่าย่อมต้องยากที่จะก้าวผ่านพ้นไปได้ ! ” เสี่ยวหลุนทอดถอนใจ มันก็ได้ค่อยๆเปร่งประกายแสงขึ้นอย่างช้าๆ จนปรากฏแสงสีขาวน้อยๆขึ้นมา ราวกับคิดที่จะลงมือ แต่ว่าท้ายที่สุดมันก็มิอาจที่จะทำอันใดได้ ได้แต่เพียงมองไปอย่างสงบ เขาย่อมเข้าถึงความหายของเยี่ยจง การกลับสู่สามัญในครั้งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ทำก็เพื่อที่จะให้ตนเองได้ก้าวผ่านพ้นเส้นทางสายนี้ หากว่ามันสอดมือเข้ามายุ่งแล้วละก็ ก็เหมือนดั่งตั้งตนเป็นปรปักต่อเยี่ยจง

 

แสงสีทองของลำแสง ก็ได้ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งร่างกายของเยี่ยจง ดุจดั่งประกายแสงเทพที่สาดส่องลงมาก็มิปาน สักพักหลังจากนั้น ก็ได้ปิดกั้นสายตาเยี่ยจงจนสั่นไหวไปอย่างช้าๆในพริบตา จากนั้นก็ได้หายใจเข้าออกมายาวๆคำหนึ่ง

 

ในพริบตาเดียวนั้นเอง เขาก็เหมือนกำลังทำภาษากายขึ้นมาอยู่ชนิดหนึ่ง เป็นความแน่วแน่ว่าตนเองจะสามารถก้าวออกจากเส้นทางนี้ได้

 

“ เส้นทางสู่ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย เบิกให้กับข้า ! ”

 

เสียงร้องนั้นดังออกมาเบายิ่ง เยี่ยจงก็ได้ผสานรอยตราที่ใจกลางฝ่ามือขึ้น ก่อเกิดลำแสงขนาดใหญ่ขึ้นมาดุจดั่งสายน้ำก็มิปาน ลอยล่องเข้าไปยังภายในร่างกายของตัวเขาอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ พลังภายในร่างกายของเยี่ยจงก็ได้ปะทุระเบิดขึ้นมา ดุจดั่งกำลังเข้าไปยังอีกดินแดนก็มิปาน

 

ระหว่างนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้นมา ก้าวข้ามไปยังสรวงสวรรค์อันไกลโพน เส้นผมพลิวไหวไปตามสายลม อักขระโบราณในตอนนี้ผสานเข้าไปยังภายในร่างกายของเขาในทุกๆอนุของผิวหนัง แสงสีทองเป็นสายก็ได้แผ่กระจายตัวออกไป

 

ในตอนนี้ เยี่ยจงก็ได้เดือดพล่านขึ้นมา ลุกไหม้ขึ้นมา เข้าสู่ความกระจ่าง จนบรรลุเป็นที่สำเร็จ !

 

พลังอันมหาศาลทั้งหมดในตอนนี้ของเขาก็ได้ปะทุขึ้นมา สภาวะของเขาในตอนนี้ ถือได้ว่าอยู่จุดที่แข็งแกร่งที่สุดของพลังขั้นก่อเกิดแล้ว

 

“ โครม —— ”

 

ดุจดั่งสายฟ้าฟาดลงมาก็มิปาน ที่ได้ดังขึ้นมาจากภายในร่างกายของเยี่ยจง และจากนั้นราวกับผ่านไปหลายวินาที สิ่งที่แสดงขึ้นมาอยู่บนร่างของเขาก็ได้ค่อยๆเลือนรางหายไป ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความเป็นจริง

 

แต่ว่า ในขณะนี้เอง กระนั้นร่างกายของเยี่ยจงก็ได้ค่อยๆที่จะบรรลุขึ้นมาอย่างช้าๆ จากนั้นก็ได้ปรากฏขึ้นบริเวณใจกลางของตำหนักแห่งนี้

 

“ เจ้าล้มเหลวอย่างงั้นหรือ ? ” ซูหยี่เอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย นางไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ยังคงไม่เข้าใจ

 

“ ไม่ เขาทำสำเร็จแล้ว ! ” ภายในดวงตาที่ยากจะพบเห็นแววตาของความยินดีของหลิงเยว่ก็ได้ทอเป็นประกายขึ้นมา

 

“ นี้ก็คือ พลังขั้นก่อเกิดระดับที่เก้า ขอบเขตกายเนื้อไม่สูญสลาย ! ” อันหงเจินถอนหายใจออกมา

 

มิได้เป็นไปดั่งที่คาดคิดเอาไว้ดั่งเช่นในตำนาน ทั้งยังมิได้มีความยากเย็นต่างๆนาๆที่เป็นไปดั่งเช่นตำนาน เพราะว่าเรื่องที่น่าหวาดกลัวที่สุดก็คือ เส้นทางที่เยี่ยจงได้ผ่านเข้ามา ตอนนี้ เขาที่เป็นเหมือนดั่งเขื่อนน้ำที่พึ่งจะสร้างเสร็จ จึงได้ก้าวข้ามมายังเส้นทางนี้ได้อย่างที่คิดเอาไว้

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในครั้งนี้เขามิได้หยิบยืมพลังจากภายในเข้าช่วย อีกทั้งยังเพียงแต่พึ่งพาพลังแห่งความบริสุทธิ์จนมาถึงขั้นนี้ได้ สามารถกล่าวได้ว่านับเป็นบุคคลแรกนับตั้งแต่โบราณกาลมาที่สามารถทำได้

 

“ กึง—— ”

 

ระหว่างฟ้าดินเอง ทันใดนั้นก็ได้เกิดเสียงดังของบทสวดดังขึ้นมา อักขระสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางตำหนักแห่งนี้ อักขระทุกๆตัวเหล่านี้กลับไม่มีความเหมือนกันแม้สักตัวเดียว เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันต์ของความเก่าแก่ ต่อให้มีความแข็งแกร่งอย่างอันหงเจิน เพียงแค่มองเข้าไปเพียงคราเดียว ต่างก็รู้สึกได้ว่าจิตใจของตนเองถูกปิดกั้นไปหลายส่วน

 

“ ซวบซวบซวบ —— ”

 

อักขระเหล่านี้นั้นมีไอของเซียนอยู่ในตัว ทั้งลี้ลับวุ่นวายสุดยั้งคาด รวมตัวกันเข้าไปยังภายในร่างกายของเยี่ยจงอย่างรวดเร็ว ทุกๆครั้งที่ได้เข้าไป ก็ได้ทำให้ร่างกายของเยี่ยจงขยับเคลื่อนไหวขึ้นเล็กน้อย จนเมื่อถึงช่วงเวลาสุดท้าย บรรยากาศอันน่าตกใจในตอนนี้ก็ได้แผ่กระขายออกมาจากภายในร่างของเยี่ยจง เขาในตอนนี้ ดุจดั่งเป็นยอดยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งยุคก็มิปาน อีกทั้งยังมีท่าทางที่เกรียงไกร !

 

ภาพที่เกิดขึ้นนี้ถือได้ว่าน่าตระหนกจนเกินไป หากไม่ใช่ว่าตอนนี้อยู่ในส่วนลึกของชั้นใต้ดิน เป็นดั่งตำหนักที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้แห่งหนึ่งในลัทธิแห่งดวงดาวแล้วละก็ เกรงว่า ภาพที่พุ่งขึ้นมาชนิดนี้ คงจะทำให้ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนเกิดความเคลื่อนไหวขึ้น

 

สักพัก จนกระทั่งภาพเหล่านี้เลือนรางไป ร่างกายของเยี่ยจงก็ได้ค่อยๆกลับมายังทางด้านบนของแท่นศิลา บรรยากาศอันทะเยอทะยานนับไม่ถ้วนของเขาทั้งหมดก็ได้ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ยิ่งทำให้เขาเป็นดุจดั่งผู้คนโดยทั่วไปที่ฝึกปรือตามปกติก็มิปาน ทำให้ผู้คนเกิดความหวั่นไหว เพราะว่าเมื่อเทียบกับพลังอันแข็งแกร่งของทั้งสองชนิด คงทำให้ผู้คนยากที่จะเชื่อได้ลง

 

“ เจ้าทำสำเร็จแล้ว ! ” ร่างกายของอันหงเจินก็ได้หายวับไปในตอนนี้ พยักหน้าแล้วกล่าวออกมาต่อเยี่ยจง

 

เยี่ยจงไม่ได้ลุกขึ้นมา เขาเพียงแต่ใช้สายตามองไปบริเวณทางด้านหลังอย่างครุ่นคิด แล้วจึงค่อยกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา : ” ท่านจ้าวลัทธิ ข้าทราบว่าเพื่อที่จะทำการปกป้องข้า ลัทธิแห่งดวงดาวกลับต้องมาเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ แต่ว่า ทุกอย่างก็จะผ่านไปเอง นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าจะเริ่มทะลวงเข้าสู่พลังยุทธ์ขั้นก่อฟ้าขอบเขตพลังปราณ …… ท่านให้พวกเขาต่างก็จากไปเถอะ เรื่องที่ข้าจะทำต่อจากนี้ไป หากว่าต้องมาพบเจอ คงไม่ดีต่อพวกเขาอย่างแน่นอน ”

 

อันหงเจินพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาก็ได้โยนแหวนจักรวาลหลายวงในมือเข้ามา กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย : ” ด้านในนี้เป็นสมบัติที่เก็บเอาไว้นับพันปีของลัทธิแห่งดวงดาว หากว่าเจ้าต้องการ ก็นำมันออกมาใช้เสีย ลัทธิแห่งดวงดาวนับพันปีถึงจะสามารถมีสุดยอดฝีมือรุ่นเยาว์เช่นเจ้าผู้หนึ่งเกิดขึ้นมาได้ ถือได้ว่าไม่เลวเลย ! ”

 

หลังจากที่สิ้นเสียง ร่างกายของอันหงเจินหายวับไป จนก่อเกิดเงาร่างสี่สายลอยคว้างออกไป ในครั้งนี้ก็ได้หายออกไปจากท่ามกลางตำหนักโบราณ

 

เยี่ยจงครุ่นคิด เขาทราบว่าเยี่ยถงและพวกต่างก็เป็นห่วงตนเอง แต่ว่าเขายิ่งทราบได้ว่า ตนเองนั้นมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากแล้ว เรื่องที่ตนเองได้รับคัมภีร์กฎแห่งสวรรค์ ช้าเร็วก็คงจะเป็นตัวจุดชนวนความเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ถึงแม้จะยังไม่มีผลกระทบ เพียงแต่ว่าขุมกำลังเหล่านี้ก็ยังทราบถึงที่มาที่ไปของตนเองเท่านั้น และยังต้องรอคอยให้พวกเขาทำการตรวจสอบเรื่องราวจนกระจ่างชัด ถ้าเกิดลัทธิแห่งดวงดาวถูกลากดึงเข้ามาด้วย คงจะน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดแล้ว ในตอนก่อนหน้านี้ ตนเองยังจำเป็นที่จะต้องเพิ่มระดับพลังฝีมือให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่เช่นนั้นแล้ว อย่าว่าแต่ปกป้องคนใกล้ชิดของตนเองเลย แม้แต่การคุ้มครองตัวเองก็ยังมิอาจที่จะทำได้

 

“ เสี่ยวหลุน ปกป้องข้าด้วย ! ”

 

จากนั้นก็ได้ส่งเสียงแผ่วเบาดังขึ้น เยี่ยจงพลิกมือคราหนึ่ง คัมภีร์กฎแห่งสวรรค์ก็ได้ปรากฏขึ้นมายังใจกลางฝ่ามือของเขา ด้านในที่เป็นดั่งกระดูกที่เป็นดั่งหยาดน้ำบริสุทธิ์ชิ้นนี้ที่ด้านในได้มีการไหลเวียนของอักขระมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งยังเต็มไปด้วยความเก่าแก่อันลี้ลับ จนทำให้ผู้คนเกิดความหวั่นไหวได้

 

เยี่ยจงถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ แล้วก็ได้นำคัมภีร์กฎแห่งสวรรค์มาไว้อยู่บริเวณใจกลางฝ่ามือ เปิดอ่านออกมาอย่างระมัดระวัง

 

ตัวอักขระเก่าแก่อันวุ่นวายเหล่านี้ถือได้ว่ามีขนาดที่เล็กเป็นอย่างมาก ดุจดั่งเม็ดฝุ่นก็มิปาน แต่ว่าด้านบนของทุกๆตัวอักขระ ต่างก็เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เอาไว้อยู่ อีกทั้งภายในอักขระเพียงตัวเดียว ที่ภายในยังถึงกับมีความหมายไม่น้อยรวมเอาไว้อยู่ด้วย

 

เยี่ยจงเปิดอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน นับตั้งแต่เริ่ม เขาก็มิอาจที่จะเข้าใจได้ แต่ว่าเมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไป บนใบหน้าของเขาก็ได้ปรากฏความหวั่นไหวขึ้นมาทีละน้อย

 

ภายในคัมภีร์กฎแห่งสวรรค์นี้ นับตั้งแต่ได้เข้ามาอยู่ในมือ ก็ได้กล่าวถึงที่มาถึงความเป็นมาของวิทยายุทธ์ อธิบายถึงสิ่งที่มีความเกี่ยวพันวิทยายุทธ์ในตัวอักขระ ในเวลาเดียวกันก็ได้บรรยายถึงความลี้ลับและความเกี่ยวพันธ์กันระหว่างทักษะปราณ ทักษะเซียน มนต์ตราเทพ และพลังเทวะ ในเวลาเดียวกัน ยังได้อธิบายถึงเผ่าพันธุ์อันยิ่งใหญ่แต่ละฝ่าย พลังปราณที่มีความแข็งแกร่งมาจากความอ่อนโทรมแต่ละชนิด

 

กล่าวได้ว่า ภายในคัมภีร์กฎแห่งสวรรค์นี้ได้รวมไว้ด้วยบันทึกเรื่องราวมานับหมื่นลักขณา ที่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างถึงที่สุด ในเวลาเดียวกันราวกับว่าเยี่ยจงได้สัมผัสถึงได้ว่า ยังมีส่วนหนึ่งที่เป็นเคล็ดวิชาพลังลมปราณ รวมทั้งเมื่อเทียบกับวิชาพลังลมปราณกระบี่หกสุสานของตนเอง เคล็ดวิชาของสำนักตนเมื่อชาติก่อน รวมไปถึงเคล็ดวิชาการฝึกปรือของเผ่ากิเลน ยังถือได้ว่าน่าหวาดกลัวมากกว่าอยู่หลายส่วน

 

เพราะว่า การฝึกปรือเคล็ดพลังลมปราณเก่าแก่นี้ ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงที่เข้าใจได้ง่าย แต่ว่าการชี้แนะถึงความเป็นมาของวิทยายุทธ์นี้ หากว่าใช้ออกมาเพื่อทะลวงพลัง กล่าวในมุมมองของแต่ละฝ่าย ต่างก็ถือได้ว่าเป็นวิชาที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งกล่าวได้ว่า เป็นการฝึกปรือของเคล็ดวิชาที่ถูกบันทึกไว้อย่างด้านในนี้ ที่เป็นถึงวิชาแห่งการเริ่มต้นระหว่างฟ้าดินนี้

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์(INBOX FANPAGE) ครับ

80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 4/5/6/7/9/10 ราคา 600
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610

กลุ่ม8 https://goo.gl/Uzqf2x ตอนที่ 611-690

กลุ่ม9 https://goo.gl/1jPZtn ตอนที่ 691-770

กลุ่ม10 https://goo.gl/L8awva ตอนที่ 771-850 ล่าสุด 796 26/80ตอน

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET