เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 316 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.316 - การต่อสู้ของสุดยอดรุ่นเยาว์


ตอนที่        316             การต่อสู้ของสุดยอดรุ่นเยาว์

 

 

“ ตูม “

 

ง้าวไท่หยางบนมือขององค์ชายสิบสาม,ประกายคมกล้าสีทองก็พุ่งออกมาด้วยพลังหมื่นชั่ง เวลาเดียวกันก็ได้มีเงามายาวิหคทองกวาดเข้าไปอยู่บนคมง้าวเป็นสาย บนด้ามจับง้าวไท่หยาง องค์ชายสิบสามก็ได้ก้าวออกมา มุ่งหน้าเข้าสังหารเข้าไป เตรียมพร้อมที่จะเด็ดชีวิตของเยี่ยจงลงภายในการจู่โจมนี้

 

เยี่ยจงลืมตาขึ้นมาอย่างเย็นชา เขาจ้องมองไปยังองค์ชายสิบสามที่กำลังเข้ามาใกล้ทางด้านหน้าอย่างชัดเจน พลิกทั้งสองขึ้นเปลี่ยนแปลงรอยตราอย่างช้าๆ แล้วก็เตรียมตัวที่จะใช้ออกมาด้วยตราผนึกนภาขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาที่คับขันเช่นนี้ หมายที่จะฆ่าสังหารเยี่ยจงลง

 

องค์ชายสิบสามพุ่งร่างเข้ามา เพียงแต่ว่า ทันทีที่ได้เข้าใกล้ยังเยี่ยจง เขาก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นมาช้าๆ ร่างกายราวกับตัดสินใจที่จะถอยหลังออกไปครึ่งก้าว ประกายตาที่จดจ้องไปที่เยี่ยจงก็ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความระแวดระวัง

 

“ ท่านเยี่ยจง ถ้าสังหารเจ้าลงไปเช่นนี้ เกรงว่าคงจะไม่ยุติธรรมต่อเจ้าหรอกมั่ง ? พวกเรามาประลองกันอีกครั้งดีไหม ? ”องค์ชายสิบสามเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มชั่วร้าย เอ่ยปากขึ้นเสียงเบา ทว่าเขาก็มิได้เข้าใกล้กันแต่อย่างไร เพียงแต่รักษาระยะห่างส่วนหนึ่งเอาไว้

 

“ กลัวแล้วก็บอกมาตรงๆ จะกล่าววาจาไร้สาระมากมายไปทำไมกัน ” เยี่ยจงยิ้มอย่างเยือกเย็น  จากนั้นเขาก็พลิกมือขึ้น กระบี่ดำปรากฏขึ้นบริเวณใจกลางฝ่ามือ วินาทีนั้น  ความเกลียดชังของกระบี่ดำก็ได้ทะยานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

กระบี่ดำถูกยกขึ้นมาอย่างช้าๆ องค์ชายสิบสามแทงออกเข้าไปท่ามกลางอากาศ เยี่ยจงสีหน้าเย็นเยียบอย่างมาก เขามิอาจที่จะไม่ยอมรับเขาได้ คู่ต่อสู้ของตนเองในครั้งนี้ถือได้ว่าแข็งแกร่งอย่างมาก พลังทำลายของเนตรปราณฟ้าถือได้ว่าอยู่นอกเหนือความคาดเดาของตนเองไปมากแล้ว หากมิใช่ตนเองพอมีฝีมืออยู่บ้างแล้วละก็ วันนี้อย่างน้อยเขาถ้าถูกสังหารลงก็ยังมิอาจทราบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

 

องค์ชายสิบสามก็เคร่งเครียดอยู่ภายในใจ มองออกว่าเยี่ยจงในตอนนี้ยังคงเก็บงำพลังในการต่อสู้เอาไว้ ควรทราบว่า  มีอยู่หลายครั้งที่องค์ชายสิบสามทราบถึงเรื่องที่เคยทำลายยอดฝีมือขั้นก่อเหิดระดับที่แปดขอบเขตชั้นฟ้าอยู่หลายครั้ง   แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเยี่ยจงกลับมีการตอบสนองที่มากเกินกว่าที่จะคาดคิดเอาไว้มาก ได้แต่เพียงบอกว่าความสามารถของเขาแข็งแกร่งได้จนถึงระดับที่ยากจะคาดเดาเอาไว้ได้

 

“ การจะทราบถึงผลแพ้ชนะของเด็กน้อยทั้งนี้ ดูเหมือนว่าคงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างถึงที่สุดแล้ว ” ราชารัฐกู่กวอที่อยู่ทางด้านหลังก็ได้สาดเป็นประกายสว่างขึ้นมา สองสุดยอดรุ่นเยาว์นี้ต่างก็ไม่มีสักคนที่ปกติธรรมดา พลังฝีมือของเขาถือได้ว่าแข็งแกร่งได้จนน่าตื่นตกใจ  ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในจุดสูงสุดต่างก็ถามตนเอง หากว่าเปลี่ยนเป็นให้เขาลงมือ อย่างมากก็คงไม่อาจที่จะกดดันสุดยอดรุ่นเยาว์ทั้งสองคนนี้ได้ เพระว่าในตอนนี้ เขาถ้าถูกจำกัดพลังของขอบเขตเอาไว้เช่นเดียวกัน ขอเพียงสามารถใช้ออกได้เพียงขั้นก่อเกิดทั้งเก้าได้เท่านั้น 

 

รวมไปทั้งเหล่าผู้อัจฉริยะและผู้มีพรสวรรค์เหล่านั้นทั้งหลาย  ตอนนี้สีหน้าแต่ละคนก็ปั้นยากขึ้นมา ทั้งยังมีสีหน้าที่ปั้นยากและเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา  เท่าที่ตนเองทราบเรื่องของเยี่ยจง ก็ยังถือได้ว่ายังอยู่ในระดับที่ล้าหลังองค์ชายสิบสามอยู่บ้าง,ภายในใจเหมือนกับได้เพิ่มไร้การรับรู้ขึ้นมาชนิดหนึ่ง จนทำให้จิตใจภายใต้วิทยายุทธ์ของ เขา เกือบที่จะถูกทำลายเพราะการต่อสู้เช่นนี้

 

“ ดูไปเถอะ นอกจากเยี่ยจงจะสามารถฟื้นฟูพลังจากอาการบาดเจ็บได้ มิเช่นนั้นต่อให้เขามีพลังฝีมือมากมายเพียงไร ท้ายที่สุดก็คงจะต้องถูกองค์ชายสิบสามสังหารลง ” มีคนถอนหายใจออกมา ส่งเสียงออกมาอีกครั้ง

 

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ทันใดนั้นก็ได้เกิดอาการตื่นตะลึฝ  เพราะว่าเยี่ยจงในตอนนี้ก็ได้ค่อยๆขึ้นมายังบนเวทีประลองอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ได้นำโอสถปราณเม็ดหนึ่งกลืนลงไป วินาทีนั้น ก็พบว่าโลหิตที่อยู่บนร่างกายนั้น อาการบาดเจ็บที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงก็ได้ฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดร็ว  ถึงแม้จะไม่ถึงระดับขั้นขององค์ชายสิบสามได้ แต่ว่าก็ตื่นตกใจในเวลาเดียวกัน

 

“ นี้สมควรที่จะเป็นโอสถพู่เจี่ย(แดนสามัญ)ของลัทธิแดนลับแล นางถือได้ว่ามือเติบอย่างยิ่ง ” นางเซียนชิงหญิงได้ตกใจขึ้นมา จ้องมองไปยังทางด้านของโหยวเหลียนที่อยู่ในระยะทางที่ไม่ห่างไกลมากนัก ในขณะนั้นเอง สายตาของโหยวเหลียนก็ได้กวาดมองกลับไปเช่นเดียวกัน

 

 

หนึ่งนั้นคือหญิงลี้ลับแห่งแดนปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์  หนึ่งนั้นคือเทพสาวผู้สืบทอดแห่งแดนลับแล ทั้งสองคนต่างก็ถือได้ว่างดงามทรงเสน่ห์ ในที่สุดตอนนี้ก็ได้สบตามองกัน พวกนางต่างก็มองเข้าไปภายในดวงตาของอีกฝ่าย จนพบเห็นประกายตลาดอยู่ชนิดหนึ่ง

 

 “ เอ๊ะ ——นั้นมิใช่พี่ชิงหญิงหรอกหรือ ? ได้รับทราบจากคำเล่าขานว่ามีความมดงามนี้ วันนี้ได้พบถึงกับอยู่เหนือกว่าคำเล่าลือ แม้แต่น้องสาวอย่างข้าก็ยังใจเต้นไม่หยุด ไม่แปลกใจเลยที่มียอดอัจฉริยะแห่งยุคมากมายในดินแดนซีฮวง  เพียงเพื่อพบพานพี่สาวท่านถึงกับยินยอมกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง หลั่งโลหิตเพื่อกระทำแทน ” โหยวเหลียนหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงได้ดังลอดลงไปยังท่ามกลางภายในสนาม ราวกับจงใจที่จะให้ผู้คนทั้งหมดได้ยิน และทันทีที่ได้ยินเสียงเหล่านี้ ชายหนุ่มไม่น้อยต่างก็ขยับร่างกายขึ้นมา ละสายตามองไปอย่างรวดเร็ว จนมองไปถึงร่างของนางเซียนชิงหญิง จากนั้นก็มีผู้คนไม่น้อยต่างก็เผยให้เห็นถึงสีหน้าที่ทั้งหลงใหลและปลาบปลื้มออกมา

 

ควรทราบว่า นางเซียนชิงหญิงงดงามมาแต่กำเนิด  อีกทั้งยังเป็นผู้สืบทอดแห่งแดนปราชญ์ ไม่ทราบว่าเป็นนางในดวงใจของเหล่าชายหนุ่มน้อยใหญ่มากน้อยเพียงไหน เมื่อครู่เขาก็ถูกการต่อสู้ของเยี่ยจงและองค์ชายสิบสามดึงดูดจึงมิได้สังเกตเห็นการมาถึงนางเซียนชิงหญิง แต่ว่าในตอนนี้  แต่ละคนที่อยู่ทางด้านข้างต่างก็เผยให้เห็นสีหน้าที่คล้ายดั่งหัวสุกร

 

“ พี่โหยวเหลียนพูดเล่นไปแล้ว หากว่านับตามอายุมากล่าว  คาดว่าข้าเองก็คงจะต้องเรียนขานท่านว่าพี่สาวจึงจะถูกต้องสิ ? ” นางเซียนชิงหญิงขมวดคิ้วขึ้นช้าๆ เอ่ยขึ้นมาเสียงเบา น้ำเสียงดุจดั่งนกยวนยางขับกล่อมออกมา ดุนดั่งไข่มุกเล็กใหฐ่ตกลงบนถาดหยก เป็นที่เสนาะหูอย่างยิ่ง “ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพูดถึงเสน่ห์ ข้ามีที่ไหนกันที่ทรงเสน่ห์ดึงดูดทั่วหล้าเทียบเท่ากับพี่โหยวเหลียนได้กัน พี่สาวอย่างท่านก็อย่าได้รังแกน้องสาวไป ดีหรือไม่ ? ”

 

หลังจากที่เงียบงัน ผู้คนไม่น้อยต่างจ้องมองไปที่เคลื่อนไหว ไปจนถึงร่างของโหยวเหลียนที่เหยียบอยู่บนบัวสีดำอย่างรวดเร็ว ในขณะนี้  ร่างของผู้คนมากมายต่างก็เกิดอาการแข็งทื่อไปทั้งตัวเช่นเดียวกัน ภายในดวงตาก็ได้เกิดความชิงชังขึ้นปรากฏ

 

หญิงสาวทั้งสองคนที่ทรงเสน่ห์ คนหนึ่งเป็นผู้สืบทอดของแดนเทพ ดุจดั่งนางเซียนจากหอจันทราก็มิปาน ทำให้ผู้คนตกอยู่ความหลงใหล  อีกคนนั้นเป็นดั่งจิตที่บริสุทธิ์แห่งพงไพรก็มิปาน เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดอันลี้ลับ ทำให้ผู้คนอดที่จะคิดถึงความซับซ้อนตลอดมาของนางเอาไว้ไม่ได้ และด้วยใบหน้าอันแสนงดงามเช่นนี้แล้วละ  ทางด้านของทั้งสองคนก็เหมือนดั่งห้วงคำนึงของทั้งสี่ฤดู โดดเด่นป็นส่วนๆ ยากที่จะแบ่งแยกออกมาได้

 

“ หากว่าสามารถนำสาวลี้ลับแห่งแดนปราชศักดิ์สิทธิ์ลัเทพหญิงแห่งลัทธิแดนลี้ลับเข้าตำหนักได้ ดื่มด่ำกับความสุขแล้วละก็ ต่อให้มีตำแหน่งราชาแห่งรัฐกู่กวออยู่ตรงหน้าให้ข้าเป็น ข้าก็ยังไม่มีความสนใจ ”มีคนที่หน้าเหมือนดั่งหมู(ตือป้วยก่าย) อดที่จะเอ่ยปากขึ้นมามิได้

 

คำพูดของเขาเมื่อได้กล่าวจบ ก็เหมือนมีสายตาที่เป็นดั่งคมดาบมากมายนับไม่ถ้วยกวาดมองเข้ามา  ทอดลงจนถึงตัวของเขา  จนทำให้ทั่วร่างของเขาราวกับถูกคมดาบเฉือดเฉือนก็มิปาน ยากที่จะทนทานรับได้เต็มสิบส่วน。

 

“ เจ้าหนู อย่าได้เอาแต่พูดเรื่องเพ้อฝันเลย นางเซียนทั้งสองท่านไม่ว่าจะเป็นคนใดที่ปรากฏตัวขึ้นมาก็ตาม แต่เจ้ามีคุณสมบัติใดที่จะกล่าวออกมาเช่นนี้กัน ? เจ้าหาที่ตายงั้นหรือ ? ”

 

“ บรึม ——”

 

เด็กหนุ่มที่พึ่งเอ่ยขึ้นมาก็ได้ถูกผู้คนจ้องมองจนใบหน้าแดงฉาน   แต่ว่าทันใดนั้นเอง ยอดหอคอยสงครามก็ได้เกิดเสียงที่ดังสนั่นขึ้นมาอีกครั้ง จนทำให้ผู้คนทั้งหมดในวินาทีนั้นต่างก็ละสายตาหันมองกลับไป สายตามากมายนับไม่ถ้วนต่างก็มองไปยังยอดหอคอยสงคราม

 

“ นี้ ? เกิดอะไรขึ้นอีกงั้นหรือ ? ” ผู้คนไม่น้อยต่างก็แตกตื่น แม้แต่นางเซียนผู้ปรากฏตัวขึ้นมาทั้งสองคน ต่างก็ต้องละสายตามองไป จ้องมองไปยังท่ามกลางอากาศในเวลาเดียวกัน ภายในดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีความลี้ลับอย่างเจิดจรัส เกี่ยวกับการต่อสู้เช่นนี้ เขาต่างก็คิดที่จะดูถึงผลลัพธ์

 

ในขณะเดียวกัน ยอดหอคอยสงคราม ทั้งสองคนก็ได้สบตามองกันอย่างเงียบเชียบ เวลาเดียวกันก็ได้ก้าวออกมา

 

“ ถี่ ——”

 

กระบี่ดำในมือของ เยี่ยจงก็ได้สาดออก ดุจดั่งเกิดหลุมกระบี่สีดำปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน แทงออกไปทางด้านหน้า คมกระบี่คมกล้าทั้งหมดก็ได้รวมตัวกัน คมกระบี่ทั้งหมดก่อรวมกันของจักวาลแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นมาก็มิปาน

 

“ กระบี่ด้ามนี้ไม่ธรรมดาเลย ถึงกับสามารถมีพลังได้ถึงเพียงนี้ สมควรที่จะต้องมาจากสุสานกระบี่แล้ว ไม่แน่อาจจะยอดเยี่ยมกว่าสิ่งที่ข้าได้มาอยู่หลายด้วยเสียด้วยซ้ำ ” บริเวณห่างไกล ก็ได้มีเงาร่างสายหนึ่งเดินเข้ามายังพื้นที่ว่างเปล่า เขาสวมไว้ด้วยชุดรัดรูปสีเทา ร่างกายไม่ถือว่าสูงใหญ่ ใบหน้าดูธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง แต่ดวงตาของเขากลับทอเป็นประกายสุกใสดุจดั่งดวงดาวท่ามกลางแสงจันทร์ก็มิปาน คล้ายดั่งหุบเหวที่ไม่อาจเห็นก้นได้ ทั้งยังมีพลังที่เรียกได้ว่ามีอยู่นับไม่ถ้วน

 

และบริเวณทางด้านหลังเขา ก็ได้มียอดอัจฉริยะเยาว์สี่คนติดตามอยู่ ต่างก็ถือได้ว่าเป็นขุนศึกของเขา

 

“ เขาก็มาแล้ว ”

 

ในตอนที่คนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมาในทันที ชิงหญิงและโหยวเหลียนทั้งสองคนก็ได้ละสายตาหันกลับไปมองในเวลาเดียวกัน ทอดลงไปยังร่างของผู้ที่มาถึง และภายในสายตาของพวกนางต่างก็ได้ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่าผู้ที่มาถึงถือได้ว่าลี้ลับสุดยั้งคาด แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัว นับตั้งแต่ที่สมรภูมิฮวงกู่เปิดขึ้น ก็ได้กดดันตระกูลต่างๆไปนับไม่ถ้วน กดดันจนไปกันไม่ได้กับอัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์มากมาย เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า เขาถึงกับมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ด้วย

 

“ เป็นคนผู้นั้น ” อัจฉริยะแห่งเผ่าพันธุ์ส่วนหนึ่งต่างก็ตรวจสอบพบ ละสายตามองไป จากนั้นทั่วทั้งร่างกายก็ได้เกิดอาการสั่นเทาขึ้นมา คนผู้นี้น่าหวาดกลัวจนเกินไป ภายใต้ในความทรงจำที่ยังหลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของเขา  ก็ได้ทำให้เขาสั่นเทาขึ้นมา แทบจะไม่มีความกล้าที่จะต่อกรด้วยได้

 

“ ดูกันให้ดีๆละ การต่อสู้ของสุดยอดรุ่นเยาว์ ที่หาได้ดูได้ยาก ” ผู้ที่มากล่าวเสียงเบา ราวกับสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ซ้อนอยู่ภายในคำพูดของเขาก็มิปาน ผู้คนทั้งหมดต่างก็ละสายตามองกลับไปในตอนนี้ กลับไปมองทางด้านยอดหอคอยสงครามอีกครั้ง

 

ยอดหอคอยสงคราม กระบี่นี้ของเยี่ยจงก็ได้ใช้ออกดุจดั่งท้องมหาสมุทรก็มิปาน แต่ละหลุมดำก็ได้พุ่งออกไปในทันที ฆ่าสังหารไปทางด้านหน้า สามารถที่จะใช้กระบี่ออกมาได้จนถึงขั้นนี้ เรียกได้ว่าช่างน่าตกตระหนกอย่างถึงที่สุด

 

ในขณะนี้เอง กระบี่นี้ก็ได้ก่อรวมไปด้วยแรงกดดันจนหาที่เปรียบไม่ได้ เห็นได้ชัดว่า เยี่ยจงก็ได้ยกกระบี่ดำก็ได้พวยพุ่งขึ้นรังสีความเกลียดชังขึ้นฟ้า ก่อรวมความน่าหวาดกลัวขึ้นมาจนถึงระดับสูงสุดระดับหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า นี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในไพ่ตายอีกใบของเยี่ยจง ที่เป็นสิ่งที่ใช้ไว้สังหาร น่าหวาดกลัวสุดเปรียบปาน

 

สีหน้าองค์ชายสิบสามเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง  กระบวนท่าเช่นนี้ที่ไร้หนทางในการหลบเลี่ยง  ในขณะนี้ ง้าวไท่หยางในมือของเขาก็ได้ตวัดออกไปช้าๆ วินาทีนั้นก็ได้สาดประกายแสงคมกล้าสีทองออกมานับไม่ถ้วน กลายเป็นแสงจากดวงตะวันขนาดสีทองลูกหนึ่ง พุ่งออกไปทางด้านหน้า

 

“ ตูมตูมตูม ——”

 

การโจมตีอันน่ากลัวของทั้งสองฝ่ายก็ได้เข้าปะทะกัน วินาทีนั้นก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวนับไม่ถ้วนออกมานับไม่ถ้วน แหวกอากาศหมุนวนไปเป็นสาย

 

“ ดวงเนตรฟ้าดิน ”

 

องค์ชายสิบสามพุ่งออกไปอีกครั้ง ตอนนี้ ง้าวไท่หยางของเขาไม่อาจที่จะหยุดยั้งการโจมตีอันมากมายของเยี่ยจงได้ ไม่อาจที่จะไม่ควบคุมเนตรปราณฟ้าได้ จนเบิกเนตรออกมาอีกครั้ง หมายจะสังหารเยี่ยจงลง

 

“ เคร้ง ”

 

เยี่ยจงเปลี่ยนรอยตราที่มือซ้าย ตราผนึกฟ้าก็ได้ก่อตัวรวมกันออกไป มุ่งหน้าเข้าปะทะสังหารไปทางด้านหน้า ตราผนึกมากมายนับไม่ถ้วนก็ได้ก่อรวมอยู่บริเวณใจกลางฝ่ามือ มุ่งหน้าฟาดฝ่ามือออกไป หมายที่จะกระแทกเข้ากับพลังเนตราปราณฟ้าขององค์ชายสิบสาม

 

“ โครม ——”

 

เสียงดังสนั่นดังลอดออกมา ดวงเนตรฟ้าดินในตอนนี้ก็ได้ถูกทำลายลง เพราะว่าองค์ชายสิบสามยังต้องแบ่งสมาธิไปควบคุมง้าวไท่หยาง ดวงเนตรฟ้าดินถือได้ว่ากินพลังอย่างมหาศาล

 

“ ผัวะ —— ”

 

วินาทีนั้นต่อมา ผนึกฝ่ามือของเยี่ยจงก็ได้เข้าสู่บริเวณหน้าอกขององค์ชายสิบสามองค์ชายสิบสาม เขากระอักโลหิตพร้อมกัน ร่างกายก็ได้ลอยกระเด็นออกไป กระแทกลงสู่บนพื้นอย่างรุนแรง

 

“ตราผนึกนภาที่ดีกระบวนท่าหนึ่ง ถือได้ว่ายอดเยี่ยมไม่น้อยเลย ตอนนี้ข้ามีความปรารถนาอย่างยิ่ง  เมื่อตราผนึกนภานี้ตกมาอยู่ในมือข้า จะมีพาลานุภาพได้ถึงระดับใด ” องค์ชายสิบสามพูดด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ ทั่วทั้งร่างกายบนล่างก็ได้เต็มเปี่ยมด้วยพลังวิหคทองคำ กลายเป็นตัวอักขระลอยไหลเวียนไปมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ได้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พุ่งเข้าสังหารออกไปอีกครั้ง

 

“ เจ้าต้องการตราผนึกนภา ข้าก็ให้เจ้า ” เยี่ยจงร้องชิอย่างเย็นเยียบ พลิกเปลี่ยนรอยตราทั้งสองมือคราหนึ่ง มือหนึ่งชี้ไปที่นภา  มือหนึ่งชี้ไปที่พสุธา มุ่งกดทับไปทางด้านหน้า

.

.

.

.

.

กลุ่มลับ ติดต่อได้หลังไมค์ครับ กลุ่มละ 80ตอน/กลุ่ม/100บาทครับ
โปรโมชั่น เข้ากลุ่ม 4/5/6/7/9 ราคา 550
กลุ่ม4 https://goo.gl/ESwaou ตอนที่ 291-370
กลุ่ม5 https://goo.gl/ekcF7V ตอนที่ 371-450
กลุ่ม6 https://goo.gl/4rqw89 ตอนที่ 451-530
กลุ่ม7 https://goo.gl/qrQ7GA ตอนที่ 531-610

กลุ่ม8 https://goo.gl/Uzqf2x ตอนที่ 611-690

กลุ่ม9 https://goo.gl/1jPZtn ตอนที่ 691-770     ล่าสุด707 Update 07/07/18

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ INBOX ในเพจเลยครับ

https://www.facebook.com/ZuiQiangWuShen/

 




NEKOPOST.NET