NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.210 - รังสีแห่งความตายบนเกาะหลิงเต่า


ตอนที่ 210 รังสีแห่งความตายบนเกาะหลิงเต่า “ ฮูม “ ใต้ท้องฟ้าผืนน้ำ ก็ได้เสียงดังขึ้นมาทันทีบนเหนือผิวทะเลในตอนนี้ ภายใต้เสียงได้ออกมาจากฟองอากาศ จนเสียงดังแผ่กระจายออกมา จนทำให้ทั่วทั้งผืนทะเลได้ก่อเกิดรอยแตกแยกออกมาเป็นสาย แล้วน้ำสายนี้ก็ได้มุ่งหน้าตรงดิ่งเข้ามายังใต้แพไผ่ลำนี้ จนทำให้ทั่วทั้งแพไผ่ลอยกระเด็นออกไปไกล ทันใดนั้นพลังปราณก็ได้ปรากฏประกายแสงแวววาบขึ้น เกือบที่จะถูกทำลายไปในทันที “ นี้เป็นสิ่งมีชีวิตใดกัน “ สีหน้าของบี๊กู่ปั้นยากขึ้นมา สีหน้าได้กลายเป็นขาวซีด ทว่าสายน้ำสายนี้เกือบที่จะทำให้สมบัติปราณของเขาแตกสลายได้ ก็เพียงพอที่จะทราบได้ว่าสิ่งมีชีวิตนี้แข็งแกร่งเพียงใด “ ถอย “ ทันใดนั้นเหยียนหยูก็ได้ส่งเสียงขึ้น สีหน้าปรากฏความตื่นตกใจขึ้นมาทันที อีกทั้งในเวลาเดียวกัน ผู้คนทั้งหมดต่างก็รู้สึกหนาวสั่นจนถึงกระดูก แต่ละคนก็ได้ใช้ออกด้วยไพ่ตายที่ตนมือออกมา ทันใดนั้นถอยจากแพไผ่ไปในทันที “ ก๊ง “ อีกทางด้านหนึ่งก็ได้มีฮูเจรี่ยว(สัตว์ประหลาดจีนมีลำตัวและหัวเป็นปลาส่วนหางคล้ายงู)สะบัดหางกวาดเข้ามา แล้วก็ได้มุ่งหน้ามาทางด้านของแพไผ่ จนทำให้แพไผ่แตกกระจายไปในทันที ในขณะที่ถอยไปได้เพียงครึ่งทางท่ามกลางอากาศบี้กู่ก็ได้กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง สีหน้าดุร้ายอย่างถึงที่สุด “ นี้มันฮูเจรี่ยว ลงมือพร้อมกัน “ ทันใดนั้นสีหน้าของเยี่ยจงก็ได้เปลี่ยนไป ส่งเสียงดังเฮ้อคำหนึ่ง กระบี่คงหมิงท่ามกลางฝ่ามือก็ได้แผ่รังสีกวาดออกไปในทันที เพื่อที่จะต้านรับสัตว์ประหลาดคลั่งกลางทะเลแห่งนี้ หลังจากที่เงียบงัน สีหน้าของยอดฝีมือคนอื่นๆก็ได้เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง แต่ว่าทุกผู้คนต่างก็ได้เตรียมลงมือต่อ เข้าปะทะโจมตีเป็นสายออกไป “ ก๊งก๊งก๊ง “ ทักษะยุทธ์และสมบัติปราณได้ส่งเสียงแตกร้าวออกมาไม่หยุดยั้ง จนทำให้ทั่วทั้งผืนทะเลเกิดการระเบิดขึ้น ไม่นานนัก ก็ได้มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาสู่ท้องฟ้า ปรากฏสู่เบื้องหน้าสายตาของทุกผู้คน สัตว์เลื้อยคลานตัวนี้ มีกรงเล็บทั้งหมดสี่ข้าง หางสัตว์เลื้อยคลานมีลักษณะเรียวยาว แต่ทว่าบริเวณศีรษะกลับเป็นเหมือนดั่งพยัคฆ์ เป็นเหมือนสิ่งที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคยมีชื่อเสียงในโบราณกาลนามว่าฮูเจรี่ยว ทันทีที่จดจำออกว่าเป็นสิ่งที่มีชื่อเรียกว่าฮูเจรี่ยว มีผู้คนไม่น้อยที่ต่างก็ขนลุกขนพองขึ้นมา สิ่งนี้ที่เป็นถึงสัตว์ประหลาดอันมีชื่อเสียงในครั้งโบราณกาล แน่นอนว่าย่อมยากที่จะต่อกรได้ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าสายตานี้ถึงกับปรากฏตัวอยู่ภายในสมรภูมิฮวงกู่แห่งนี้ ทั้งยังถูกกดดันพลังด้วยขอบเขตของดินแดนแห่งนี้ แต่ทว่าก็ยังถือได้ว่ามีความน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง เรีกยได้ว่ามีพลังที่เทียบเท่ากับผู้มีพลังฝีมือขอบเขตขั้นก่อเกิดขั้นที่เก้าเลยก็ว่าได้ และพลังฝีมือเช่นนี้ เมื่อกล่าวโดยผู้คนมากมายภายในที่แห่งนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ยากจะพบพานได้ “ ก๊ง “ ฮูเจรี่ยวคำรามก้อง ในครั้งนี้กลับพบว่ามันได้อ้าปากขนาดใหญ่ของมัน วินาทีนั้นก็ได้พบกับคลื่นน้ำสีน้ำพุ่งออกมา มึ่งหน้าไปยังหลุมน้ำวนที่มีผู้คนมากมายอยู่ “ อา “ ด้านบนผิวทะเลก่อเกิดความวุ่นวายขึ้น ผู้คนทั้งหมดต่างก็ได้ใช้สมบัติปราณเพื่อคุ้มครองร่าง มีอยู่หลายคนที่มีปฏิกิริยาเชื่องช้าก็ได้ถูกซัดลงสู่หลุมน้ำวน ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงกรี๊ดร้องออกมาจากภายในผิวทะเล หลังจากนั้นก็สูญหายไปไม่พบอะไรอีก “ ถอยถอยถอย “ ท่ามกลางความวุ่นวาย ได้มีเสียงคนตะโกนขึ้นมา วินาทีนั้น ผู้คนมากมายต่างก็ได้ใช้ออกมาด้วยไพ่ตายของตนเองอีกครั้ง แล้วก็ถอยไปบริเวณทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว เยี่ยจงกำลังจะใช้ออกด้วยชิ้นส่วนมายา แต่ว่าในช่วงเวลาทันใดนั้นเอง ฮูเจรี่ยวนั้นก็ได้หันกายคราหนึ่ง ไม่ทราบว่าว่าตั้งใจหรือไม่ หางเรียวยาวของมันก็ได้กวาดเข้ามา จนทำให้เยี่ยจงรู้สึกขนลุกขนพอง “ อย่าได้ถอยรนลงสู่ท่ามกลางทะเล “ ในตอนนี้เยี่ยจงได้ขนลุกหนาวสั่นจนถึงกระดูก กระทั่งเขาเองก็ไม่ทราบได้ว่าสถานกาณ์ต่อไปจากการลงสู่ทะเลเป็นเช่นไร แต่ว่าเมื่อได้พบเห็นยอดฝีมือทั้งหมดที่ได้ลงสู่ท่ามกลางทะเลต่างก็ไม่โผล่แม้แต่ศีรษะขึ้นมา ก็ทราบได้ว่าคงต้องอันตรายอย่างไรที่เปรียบแน่นอน “ อย่าได้ลงสู่ทะเล นั้นทำได้เพียง ....... “ เยี่ยจงสีหน้าปั้นยากขึ้นมา แล้วก็ขยับกายคราหนึ่ง ได้แต่เพียงกัดฟันมั่งหน้าทะลวงไปยังบริเวณอีกส่วนหนึ่งของเกาะหลิงเต่า เกาะหลิงเต่านี้ได้เต็มไปด้วยความประหลาด ราวกับว่ามิได้มีแต่เพียงฮูเจรี่ยวเท่านั้น เมื่อได้พบว่าเยี่ยจงได้พุ่งเข้าไปยังบนเกาะหลิงเต่า ฮูเจรี่ยวก็ได้สะบัดหางอีกครั้ง แล้วก็ได้กวาดออกไปอีกทางด้านหนึ่ง “ ซูม “ มีผู้โชคร้ายอยู่หลายคนที่มีปฏิกิริยากลับมาได้ไม่ทัน ก็ได้ถูกหางของฮูเจรี่ยวกระแทกตกลงสู่ท้องทะเล หลงเหลือไว้แต่เพียงฟองอากาศหลายฟองเท่านั้น “ เพล้งเพล้งเพล้ง “ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ สมบัติปราณคุ้มกายของยอดฝีมือต่างก็ได้ถูกโจมตีไม่หยุด แล้วก็ได้ถูกทำลายจนกลายเป็นปุ๋ยผง และทางด้านยอดฝีมือที่ได้ตกลงสู่กลางทะเลเหล่านี้ ก็ได้สาบสูญจนไม่อาจที่จะพบเจอได้ เหยียนหยูและพวกที่ที่ได้เห็นฉากการต่อสู้อันน่ากลัวนี้ ก็ได้ถอยรนไปเร็วยิ่งกว่าเดิม ในตอนนี้ คนเหล่านี้ต่างก็คิดที่จะเก็บออมพลัง และก็ได้ลอยออกไปยังบริเวณที่สูงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะกล่าวเช่นนั้น การควบคุมสมบัติปราณเพื่อขึ้นสู่ท้องฟ้า ถือได้ว่าต้องสูญเสียพลังไปเป็นอย่างมาก แต่ว่าเมื่อเทียบกับถ้าต้องตายในที่แห่งนี้ก็ยังถือว่าดีกว่ามากแล้ว “ ฮูม “ ฮูเจรี่ยวราวกับสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนชนิดหนึ่ง มันกลับมิได้ไล่ฆ่าสังหารเหล่ายอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหล่านั้น เพียงแต่เคลื่อนไหคราหนึ่ง ก็ได้ดำดิ่งลงสู่ทะเล วินาทีนั้นสายลมก็ได้กลับมาสงบดั่งเดิม ราวกับว่ามิได้มีการปรากฏตัวของฮูเจรี่ยวออกมามาก่อนก็มิปาน หลังจากที่ผ่านไปเนินนาน ผู้คนมากมายท่ามกลางอากาศที่สูงก็ไม่อาจที่จะทานทนได้อีก คนเหล่านี้ก็ได้ค่อยๆที่จะร่วงลงสู่บริเวณชายหาด ในตอนนี้พวกเราก็ได้รวมตัวกันอยู่บนกระดานหมากรุกของเหยียนหยูอีกครั้ง ทุกผู้คนต่างก็เกิดอาการหดหู่ขึ้นมาหลายส่วน หากว่ามิใช่ว่าพวกเขานั้นมาจากกู่กวอและไทกู่หลิงซาน ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังฝีมือหรือว่าจะเป็นทางด้านจิตใจที่มีความแข็งแกร่งสูงล้ำแล้วละก็ เกรงว่าในตอนนี้คงจะต้องทานทนกันไว้ไม่ไหว และร่างแตกกระจายไปในที่สุด ผู้คนทั้งหมดที่ยืนอยู่ด้านบนแผ่นกระดานหมากรุกต่างก็เกิดความลังเลขึ้น หลังจากที่ได้ผ่านไปเนิ่นนานก็ได้ควักยาปราณโอสถปราณออกมารักษา เพื่อที่จะรักษาตนเองกลับคืนมา “ ฮูเจรี่ยวตัวนั้นมิสมควรที่จะปรากฏออกมาเลย ทว่าคนผู้นั้นที่เรียกว่าเยี่ยจงกระไรนั้น เหมือนกับว่าได้ขึ้นสู่เกาะหลิงเต่าแล้ว ทำอย่างไรกันดี ? “ เด็กหนุ่มผมสีเงินไป่หยู่ในตอนนี้ได้เอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้าขาวซีด การแสดงออกของเยี่ยจงตลอดทางมานี้ก็ถือได้ว่าดี อีกทั้งยังมีพลังการต่อสู้ที่สูง ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยปากขึ้นมา “ ยังทำอย่างไรได้อีกกัน ? เด็กน้อยผู้นั้นในเมื่อได้เข้าสู่เกาะหลิงเต่าไปแล้ว เช่นนั้นเขาก็มีแต่เส้นทางแห่งความตายสายเดียวแล้ว “ เสวี่ยซินหัวเราะอย่างเย็นชา เขานั้นต้องการที่จะให้เยี่ยจงตายตั้งแต่แรกแล้ว ในตอนนี้ในเมื่อเยี่ยจงตายไปแล้ว เช่นนั้นก็ถือได้ว่าประหยัดเรี่ยวแรงของเขาได้อีกเล็กน้อย เหยียนหยูจ้องมองเยี่ยจงที่ได้ขึ้นไปยังเกาะหลิงเต่า บนเกาะหลิงเต่าในตอนนี้ที่ได้ปกคลุมด้วยหมอกควันเป็นสายอยู่ตั้งแต่แรก จนทำให้มองเข้าไปได้อย่างไม่ชัดเจน การร่วมมือของทั้งคณะในครั้งนี้ก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น อีกทั้งถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะมีความสัมพันธ์กันในระดับที่จำเป็นที่จะต้องช่วยให้ได้ ดังนั้นในตอนนี้ หลังจากที่ได้จ้องมองไปยังบริเวณทางด้านหน้า เหยียนหยูก็ได้ตอบกลับมาเสียงดัง “ นั้นคงเป็นเพราะตัวเขาเองมีโชคไม่เพียงพอ อีกทั้งยังไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ใด พวกเจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อเขาเพียงคนเดียว ไปกันเถอะ “ กล่าวจบ เหยียนหยูก็ได้โบกมือคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้เคลื่อนไหวกระดานหมากลุก ออกไปจากฝั่งทะเลอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่า เกราะหลิงเต่าเหล่านี้ พวกเขาต่างก็ก่อเกิดความหวาดเกรงอยู่หลายส่วน …… ด้านบนเกาะหลิงเต่า ในตอนนี้สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้ปั้นยากนั่งสมาธิอยู่บนพื้นด้านบน ทั่วทั้งสี่ทิศดูแล้วเหมือนดั่งทิวทัศบนหุบเขาเซียนก็มิปาน ในตอนนี้กลับมิได้มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับเขา เขาเพียงสัมผัสได้ว่า ราวกับว่าทั่วทั้งสี่ทิศได้มีพลังอันแปลกประหลาดเข้ามาสู่ร่างกายของเขา จนทำให้ร่างกายของเขารู้สึกอ่อนเพลีย ได้แต่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ รังสีการฆ่าฟันชนิดหนึ่งได้แผ่คลุมอย่างหนาแน่น ทางด้านบริเวณของห้องในตึกอารามแห่งหนึ่ง ในตอนนี้ถ้าหากมองออกไปก็ราวกับเป็นเหมือนดั่งหุบเขาเซียน แต่ว่ากลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆปรากฏในพื้นที่แห่งนี้ “ ที่แท้เป็นสิ่งของอันใดกัน “ ในตอนนี้เยี่ยจงได้ใช้ฟันกัดไปที่ริมฝีปาก เพื่อที่จะฝืนตนเองให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไป เมื่อครั้งที่เขายังอยู่ภายในดินแดนซานเชียนเซินเจี่ย พบเจอสิ่งต่างๆมากมาย หากว่าต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ในที่แห่งนี้แล้วละก็ เช่นนั้นคงจะต้องเสียหน้าไปมากอยู่หายส่วน พลังกระบี่หกสุสานได้ไหลเวียนไปตามร่างกายของเยี่ยจงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ได้มีการใช้ออกด้วยพลังกระบี่หกสุสาน บรรยากาศทั่วทั้งสี่ด้านก็ได้เปลี่ยนแปลงขึ้นมาอย่างดุดันหลายส่วน เยี่ยจงเปลี่ยนสีหน้าคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้ส่งเสียง “อี๊” ขึ้นมาเบาๆ ทันใดนั้นต่อมา เขาก็ได้กำทั้งสองมือ พลังกระบี่ตราประทับก็ได้ปรากฏขึ้นอยู่บริเวณใจกลางฝ่ามือ และทันทีที่ปรากฏของพลังกระบี่ตราประทับ ก็ได้ก่อเกิดพลังไอสีดำทึบขึ้นมาเป็นสาย จนกระทั่งปกคลุมไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านอย่างช้าๆ จากนั้นก็ได้กลับคืนสู่ท่ามกลางของพลังกระบี่ตราประทับ จนทำให้พลังกระบี่ตราประทับปรากฏสีที่เข้มข้นมากกว่าเดิมขึ้นมา “ นี้คือ ........ “ สีหน้าของเยี่ยจงประหลาดขึ้นมา ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้เคลื่อนไหวกระบี่ตราประทับอย่างรวดเร็ว และจากนั้นเขาก็ได้ตกใจขึ้น เขาในตอนนี้ถึงกับสามารถที่จะใช้พลังกระบี่ตราประทับซ้อนทับได้จนถึงชั้นที่สิบห้าแล้ว อีกทั้ง พลังกระบี่ตราประทับชั้นที่สิบห้าในตอนนี้ราวกับกำลังดูดซับพลังความพลังคลั่งของรังสีสีดำทึบภายในบรรยากาศทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน จนทำให้เยี่ยจงรับรู้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่า พลังอำนาจของพลังกระบี่ตราประทับนี้ ราวกับเริ่มเกินกว่าที่จะเป็นทักษะยุทธ์ขั้นวิญญาณระดับกลางไปแล้ว อีกเพียงแค่เล็กน้อยก็มีพลังเทียบเท่ากับทักษะยุทธ์ระดับเสมือนเซียนแล้วไป “ หรือว่า รังสีแห่งความตายนี้จะเป็นรังสีแห่งความตายพลัง(เทพมาร)กัน ? “ เยี่ยจงปรากฏสีหน้าแปลกประหลาดขึ้น เมื่อกล่าวถึงเทพแห่งความตาย กล่าวกับว่าเป็นถึงหนึ่งในธาตุทั้งหกสายแห่งพลังฟ้าดิน เยี่ยจงเริ่มครุ่นคิดนึกถึงพลังกระบี่หกสุสานของตนเอง ว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพลังฟ้าดินทั้งหกสาย อีกทั้งพลังกระบี่ตราประทับเทพมารยังมีความเกี่ยวข้องกับวิชาลมปราณหกกระบี่สุสานกันอย่างลี้ลับ หากมองในลักษณะนี้แล้วละก็ จึงน่าจะเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่า ตนเองจะได้ฝึกปรือพลังกระบี่ตราประทับ ยังถึงกลับสามารถที่จะดูดซับพลังแห่งความตายเทพมาร จนทำให้ร่าง กายของตนเองแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกอ่อนล้าบนร่างของเยี่ยจงได้เลือนหายไป ราวกับว่าพลังกระบี่หกสุสานกลับมีความสามารถดูดรังสีแห่งความตายของพลังแห่งเทพมารเหล่านี้ได้อย่างไม่ตั้งใจ ทว่าเยี่ยจงกลับมิได้แข็งขืนหรือควบคุมพลังกระบี่หกสุสานในการหล่อหลอมรังสีแห่งความตายพลังเทพมารเหล่านี้ อีกทั้งยังสามารถที่จะรวบรั้งพลังเหล่านี้เข้ากับพลังกระบี่ตราประทับได้แทนอีกด้วย หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน บรรยากาศรังสีแห่งความตายทั่วทั้งสี่ทิศก็ได้หายไปอย่างสะอาดหมดจด อีกทั้งในเวลานั้น เหล่าตึกรามบ้านช่องและอารามเหล่านี้ต่างก็ได้กลับกลายเป็นเต็มไปด้วยเม็ดทรายสีขาว จนท้ายที่สุด ทั่วทั้งเกาะเล็กๆนี้ก็ได้กลายเป็นหาดทราย หายไปในทันที เยี่ยจงชักชิ้นส่วนมายาออกมา แล้วก็ได้ใช้ร่างกายเหยียบอยู่ด้านบนชิ้นส่วนมายา เหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์อยู่หลายส่วน คิดไม่ถึงว่าผลลับจะออกมาในลักษณะเช่นนี้ นอกจากนั้น การมีอยู่ของเกาะหลิงเต่าเหล่านี้ ต่างก็คงเป็นเพราะเหล่ารังสีแห่งความตายพลังเทพมาร เยี่ยจงจ้องมองไปด้วยความแปลกใจ แล้วก็ได้หยุดลงบนเกาะหลิงเต่าที่เหลืออีกหลายเกาะ ทว่าหลังจากที่ได้เกิดความลังเลอยู่นาน เขากลับมิได้ทำการตรวจสอบเกาะหลิงเต่าหลังจากที่ได้เข้าไป เกาะหลิงเต่าเหล่านี้เต็มไปด้วยความลี้ลับ ใช่ว่าทุกๆเกาะหลิงเต่านั้นจะเกิดจะการรังสีแห่งความตายพลังเทพมาร หากว่าเป็นเช่นนั้นแล้วละก็ เยี่ยจงยังไม่รู้จะที่ตายขึ้นไปยังเกาะเพื่อทดสอบอีก สงสัยคงจะหาที่ตายจริงๆแล้ว ในที่สุด เมื่อครู่หากมิใช่ว่าเยี่ยจงมีความบังเอิญที่ได้ฝึกปรือพลังปราณกระบี่หกสุสาน อีกทั้งหากมิใช่เพราะฝึกฝนพลังกระบี่ตราประทับแล้วละก็ เกรงใจเยี่ยจงในตอนนี้คงจะมีสภาพเดียวกับเหล่าวิญญาณปราณที่อยู่บนเรือปราณลำนั้นก็มิปาน ต้องตายทั้งที่ยังมิทราบสาเหตุ หลังจากที่ได้ตะเวนอยู่ในสถานที่แห่งนี้อยู่สักครู่ เยี่ยจงก็ได้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา รังสีแห่งความตายพลังเทพมารเหล่านี้แม้จะมิได้มีจำนวนมาก แต่ว่า เพียงแค่รังสีแห่งความตายพลังเทพมารเพียงชั้นเดียว ก็ยังถึงกับทำให้ทั่วทั้งเกาะหลิงเต่าและชายหาดกลายเป็นสภาพเช่นนี้ได้ มีเพียงแค่รังสีแห่งความตายพลังเทพมารสาบสูญไปจึงจะสลายหายไป พลังฝีมือเช่นนี้เรียกได้ว่าเกินกว่าที่จะคาดคิดเอาไว้มากอยู่หลายส่วนแล้ว เมื่อได้ครุ่นคิดลึกเข้าไปอีก เยี่ยจงก็ยิ่งรู้สึกว่า การเปิดทางเข้าสู่สมรภูมิฮวงกู่ในครั้งนี้ วาสนาเพียงสายเดียวที่ล้ำลือกัน ย่อมต้องมิใช่ธรรมดาง่ายดายอย่างถึงที่สุด เพียงแต่ว่าการลงทุนเช่นนี้พอที่จะมองเห็นถึงผลประโยชน์ได้ถึงหนึ่งถึงสองอย่างแล้ว ทว่า หลังจากที่ได้ล่วงรู้ความลับของรังสีแห่งความตายพลังเทพมารแล้ว เยี่ยจงก็เริ่มที่จะมีความหาญกล้าบ้าบิ่นมากขึ้นอีกอย่างหนึ่ง เขาเริ่มไหลเวียนพลังกระบี่ตราประทับขึ้น แล้วก็ควบคุมจนก่อรวมอยู่ทั่วทั้งร่างกายของตนเอง จากนั้นร่างกายของเขาก็ได้ลงสู่ท่ามกลางทะเลโลหิต แล้วก็ได้ค่อยๆมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆสู่ส่วนลึกลงไปอย่างช้าๆ . . . . สนใจเข้ากลุ่มลับ ติดที่ได้ที่แฟนเพจเลยครับ ตอนนี้มีถึงกลุ่ม 6 แล้วครับผม




NEKOPOST.NET