เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 108 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.108 - การลงมือของหลิงเยวี่ย


ตอนที่ 108 การลงมือของหลิงเยวี่ย

 

 

“ บรึม “

 

ทั่วทั้งห้องโอสถนี้ ก็ได้เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมา และยอดฝีมือที่อยู่รอบด้านแต่ละคนก็ได้สีหน้าเปลี่ยนแปลงอย่างมากแล้วถอยรนไปทางด้านหลัง ไม่ว่าจะเป็นเหลียนคายหยู่หรือเยี่ยจง เด็กน้อยทั้งสองคนนี้ก็นับว่าได้ทำจนเกินไปหลายส่วน ระดับพลังขั้นก่อเกิดทั้งเก้าขั้น ถึงกับสามารถที่จะปลดปล่อยพลังออกมาเช่นนี้ได้เชียวหรือ อีกทั้งยังใช้ทักษะยุทธ์ได้ถึงขั้นนี้ เด็กน้อยทั้งสองนี้ก็ช่างร้ายกาจเหลือเกิน

 

ยิ่งเป็นเยี่ยจง เหลียนคายหยู่ยังดีอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ว่าจากชื่อเสียงของเยี่ยจง ที่เป็นถึงคุณชายควางโซวแห่งสี่คุณชายใหญ่ที่มีชื่อเสียงขจรขจาย นับได้ว่าแทบจะไม่ต่างอันใดจากเศษฝุ่น

 

การระเบิดพลังอันมหาศาลในครั้งนี้ ได้ทำลายบรรยากาศที่มีอยู่ไปเกือบครึ่ง ท่ามกลางของห้องโอสถที่มีตัวยาชั้นดีอยู่ก็ได้ถูกระเบิดออกมาในตอนนี้

 

“ ชิ ——”

 

เงาร่างทั้งสองสายก็ได้ปะทุดีดออกไปในเวลาเดียวกัน จนท้ายที่สุดก็กระทบลงสู่พื้นดินในเวลาเดียวกัน เยี่ยจงถอยหลังไปหลายก้าวแล้วจึงได้ค่อยหยุดร่างลงไปในที่สุด และเหลียนคายหยู่ก็ได้ย่ำเท้าจมลงสู่พื้นลึกจนเป็นทางสายยาวออกไป

ประกายแต่ละสายที่มองมา ราวกับว่าตอนนี้กำลังสาดประกายเจิดจ้าออกมา เพียงแค่มองไปยังฉากเบื้องหน้า ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่ายังมิอาจที่จะทราบผลแพ้ชนะได้

 

“ เยี่ยจงผู้นั้น ถึงกับสามารถที่ต้านทานกระบวนท่าของเหลียนคายหยู่ได้ด้วยงั้นหรือ ? “

 

ยังมีคนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ทราบถึงพลังฝีมือของเยี่ยจงอย่างแน่ชัด ตอนนี้ภายในใจของแต่ละคนก็ได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเกาะกุมไว้อยู่ นามเยี่ยจงที่ไม่ค่อยจะได้ยินมาก่อนนี้ ช่างร้ายกาจเสียจริง ถึงกับมีพลังเกินคาดเดาราวครับปีศาจก็มีปาน

 

ต้องทราบว่า หลายปีมานี้ชื่อเสียงของคุณชายควางโซวนั้นถือได้ว่าส่องประกายจนถึงขีดสุด โดยส่วนมากแล้วผู้คนก็เคยได้ยินได้ฟังกันมาก่อน ต่างก็ทราบถึงลักษณะนิสัยความชอบของเขา ในตอนที่ออกกระบวนท่าแรกนั้นเอง ก็จะจัดการสังหารคู่ต่อสู้ทันที แต่ก็คิดไม่ถึงว่า พลังฝีมือเช่นเขา ยังถูกเยี่ยจงต้านทานเอาไว้ได้

 

เยี่ยจงผู้นี้ เป็นผู้ที่มีพลังฝีมือเพียงแค่ขั้นก่อเกิดระดับที่หกเท่านั้น

 

“ ดูเหมือนว่า ความสามารถของเจ้าจะไม่ได้ร้ายกาจอยากเช่นปากของเจ้าเลยนะ “ เยี่ยจงสะบัดมือไปมาอย่างช้าๆ เสียงของความอุ่นลอยออกมา ราวกับต้านทานกระบวนท่าที่ใช้พลังทั้งหมดของเหลียนคายหยู่เอาไว้ได้ เหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายดายเรื่องหนึ่งก็มิปาน จากนั้นเขาก็ได้หันกายไป ก็ได้มุ่งหน้าไปยังจุดที่ตั้งของกลิงเสียวซาอยู่ จากนั้นก็ได้ใช้มือคว้าออกคราหนึ่ง ค่ายกลหยกพิษสังหารนี้ เยี่ยจงนับว่ามีวิธีจัดการอยู่หลายส่วน ยังไงผวะเขาก็ไม่คิดอยากที่จะให้หลิงเสียวซาคงอยู่ในที่แห่งนั้น ให้ผู้คนด่อมๆมองๆ

 

“ ซวบ “

 

ในเวลาเดียวกันกับที่ร่างกายของเยี่ยจงพุ่งออกไป ยอดฝีมือมากมายที่มองดูอยู่ก็ได้หันกายไปในเวลาเดียวกัน และหยุดลงไปยังร่างของเหลียนคายหยู่ เมื่อครู่ที่เขาเอ่ยปากกล่าวออกมาข่มเหงผู้อื่นและแย่งชิงสิ่งของ ตอนนี้ผู้คนมากมายก็ต้องการที่จะดู ว่าในรอบต่อไปเขาได้เตรียมที่จะลงมืออย่างไร

 

เหลียนคายหยู่ในตอนนี้ รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าก็ได้หดหายกลับไปโดยส่วนใหญ่แล้ว นัยน์ตาของเขาได้เคลื่อนไหวเป็นสีแดงเพลิงอย่างลึกล้ำ ทำให้ใบหน้าของเขาที่ความจริงที่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามีหลายส่วนที่น่าหวาดกลัวอยู่หลายส่วนอยู่แล้ว

 

“ ร้ายกาจไม่ร้ายกาจ เจ้าไปลองไปทดสอบดูสักหลายคราก็คงจะทราบ “

 

เสียงที่ค่อยๆดังออกมาจากเหลียนคายหยู่นั้นเยียบเย็นอย่างไร้ที่เปรียบ เสียงของเขานั้นได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด

 

และเมื่อพบเห็นว่าเหลียนคายหยู่เป็นเช่นนี้ หัวใจของยอดฝีมือที่อยู่ท่ามกลางห้องโอสถแห่งนี้ก็แทบจะกระเด็นกระดอนออกมา เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าแม้แต่เหลียนคายหยู่ก็ยังถูกเยี่ยจงก่อกวนได้

 

“ ดูเหมือน วันนี้หากไม่สังหารเจ้าในที่แห่งนี้ เยี่ยจงเจ้าคงไม่คิดว่าตนเองจะเป็นบุคคลที่เก่งกาจไปหรอกนะ “

 

“ เปรี้ยง “

 

ในช่วงที่กำลังสิ้นเสียงของเหลียนคายหยู่ ในเวลาเดียวกันกับที่เสียงได้สิ้นสุดลง เขาก็ได้ขยับร่างกายปานกำลังปะทุออกไป เลือดในกายเดือดขึ้นไปทั่วทั้งร่าง แรงกดดันของความแข็งแกร่งได้แผ่ออกมาเป็นสาย ทำให้ผู้ที่มองดูอยู่ต้องสูดหายใจเข้าออกอยู่หลายครา

 

“ ฉ่า “

 

ร่างกายที่ได้ดีดตัวออกไปในทันที เหลียนคายหย่ำได้ตะปบเข้าอีกครา เพียงแต่ว่าการโจมตีในครั้งนี้เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

หลังจากที่ได้รับรู้ความเคลื่อนไหวของเหลียนคายหยู่ ในตาของเยี่ยจงปกคลุมไปด้วยรังสีการฆ่าฟัน พร้อมที่จะลงมือ

 

ทว่าทันทีที่เขาหันกายกลับมา ก็ได้เห็นเงาร่างสายหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา

 

“ ศิษย์น้อง เจ้าไปจัดการเก็บกวาดหลิงเสียวซาเสียดีกว่า เด็กน้อยผู้นี้ข้าจะเป็นคนต่อกรเอง “ หลิงเยวี่ยพลิกทั้งสองมือไคว่กันเบาๆ จากนั้นก็ดึงรั้งคราหนึ่ง ยันต์วิญญาณนับสิบก็ได้ถูกซ้อนทับกันเป็นชั้นๆปรากฏอยู่บริเวณใจกลางฝ่ามือ และจากนั้นนางก็ได้ดีดออกไป ยันต์วิญญาณซ้อนทับ ราวกับประกายสีแดงเข้มก็มิปานปะทุออกเมื่อเข้าปะทะ ความรุนแรงอย่างถึงที่สุดนี้ได้ออกมาตามแรงลมที่พัดออกมาจากการเข้าปะทะ

 

“ เปรี้ยง “

 

เสียงทุ่มต่ำได้ดังขึ้นมาทันใด ในช่วงเวลาที่สายลมอันบ้าคลั่งได้วนไปถึงบริเวณที่หลิงเยวี่ยอยู่ บนร่างของนางปรากฏความเคลื่อนไหวไร้สภาพสายหนึ่ง แล้วก็ต้านทานสายลมอันบ้าคลั่งนับไม่ถ้วนเอาไว้ได้

 

เมื่อเห็นฉากเบื้องหน้า เยี่ยจงก็พยักหน้าไปมา พลังฝีมือของหลิงเยวี่ยนับได้ว่าไม่เป็นรอง ในข้อนี้เค้าก็ได้ทดสอบด้วยตนเองตั้งแต่แรกแล้ว ถึงแม้จะไม่ทราบถึงวิชายุทธ์ที่ใช้เป็นอย่างไร แต่ว่ากับสายวิชายันต์ที่ฝึกปรือนี้ ก็เพียงพอที่จะต้านรับยอดฝีมือที่มีพลังขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดได้

 

“ หลิงเยวี่ย ดูเหมือนพวกเจ้าลัทธิแห่งดวงดาวคงต้องการที่จะมีปัญหากับสำนักจ้าวหวังของข้าเช่นนั้นหรือ ? ทว่าเยี่ยจงเจ้าก็ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง ? ถึงกลับเข้าไปหลบด้านหลังของแม่นางเหล่านี้ ? “

 

เหลียนคายหยู่เหม่อมองการลงมือของหลิงเยวี่ย ท่ามกลางนัยน์ตาที่ทอเป็นประกายตื่นตกใจนี้ จากนั้นก็อดไม่ได้ที่เอ่ยปากกล่าวด้วยคำพูดดูถูกต่างๆนาๆ ชื่อเสียงของหลิงเยวี่ยนั้นถือได้ว่าโด่งดัง ทักษะด้านการใช้ยันต์ พลิกแพลงหลากหลาย แม้แต่เหลียนคายหยู่ก็คิดว่าตนเองจะใช่คู่ต่อสู้ของนางหรือไม่

 

หลิงเยวี่ยเงียบงันไร้คำพูด นัยน์ตาทอเป็นประกายไม่มีความเปลี่ยนแปลง นางเพียงแค่หัวเราะคิดคำหนึ่ง เสียงที่ดังราวกับนกยวนยางร้องออกมา

 

“ ศิษย์พี่เหลียน ข้าความจริงไม่คิดที่จะลงมือต่อท่าน แต่ว่ายังไงซะข้าก็ต้องทำหน้าที่ของศิษย์พี่ด้วย มิอาจที่จะมองดูท่านรังแกศิษย์น้องเล็กของข้าได้อย่างหน้าตาเฉยหรอกนะ ? “

 

“ ไม่รู้จะประมาณตน “

 

นัยน์ตาของเหลียนคายหยู่ทอเป็นประกายออกมา ในวันนี้ได้ใช้ไม้ตายออกไปสามครั้งก็ถูกต้านทานได้ทั้งสิ้น ในตอนนี้ก็ทำให้เขาแทบคลั่งภายในใจ หากว่าเป็นการพบปะกันตามปกติกับกลิงเยวี่ย เขาก็ถือเป็นพวกที่รักถนอมบุปผาอย่างหลิงเยวี่ยอยู่หลายส่วน แต่ว่าน้ำใจที่เขามีให้ในวันนี้กลับถูกทิ้งอย่างไม่ใยดี

 

“ ตูม “

 

เพียงแต่ว่า การลงมือในครั้งนี้ยังไม่แม้แต่จะรั้งรอเหลียนคายหยู่ สองมือของหลิงเยวี่ยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ได้เปลี่ยนสัญลักษณ์อันแปลกประหลาดไปมา จากนั้นต่อมา วินาทีนั้นก็ได้พบกับยันต์วิญญาณซ้อนทับออกมาเป็นสาย ลอยคว้างไปทางด้านของเหลียนคายหยู่อย่างรวดเร็ว

 

เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังยันต์วิญญาณซ้อนทับเข้าด้วยกันแล้ว

 

“ เปรี้ยง “

 

เหลียนคายหยู่ใช้ออกด้วยหมัดอันหนักหน่วง และหลิงเยวี่ยก็ได้ใช้ออกด้วยยันต์วิญญาณอย่างรุนแรงเข้าปะทะ วินาทีนั้นเอง ก็ได้มีเสียงของโลหะปะทะกันเป็นสายดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางอากาศ ค่ายกลยันต์ก็ได้ปรากฏขึ้นมาอย่างรุนแรงสายหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ากับพลังฝีมือของเหลียนคายหยู่ ยังมิจำเป็นที่จะต้องใช้ค่ายกลยันติวิญญาณที่สมบูรณ์แบบมากนัก

 

“ จุดอ่อนของผู้ฝึกยันต์วิญญาณอย่างพวกเจ้าก็คือ ถ้าหากไม่มีสิ่งที่เรียกว่ายันต์ผีสางแล้วแล้วก็ พวกเจ้าก็ทำอันใดไม่ได้ “

 

ใบหน้าของเหลียนคายหยู่ได้ปกคลุมไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เสียงหนึ่ง ทันใดนั้นต่อมา เขาก็ได้ปล่อยพลังหมัดที่รุนแรงกว่าเดิม เพียงแต่ว่าในครั้งนี้ได้ใช้ออกด้วยพลังทั่วทั้งร่างที่รวมตัวกันของเขาออกมา ทำให้หมัดของเขาแผ่พุ่งออกมาราวกับดาวตกก็มิปาน เสียงดังออกมาจนผู้คนตกใจ

 

“ ฮูม “

 

สีหน้าของหลิงเยวี่ยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแค่ใช้ออกด้วยมือซ้ายที่เป็นสัญญาลักษณ์ออกมา และจากนั้นก็ดีดนิ้วออกไปคราหนึ่ง วินาทีนั้นชุดกระโปรงสีขาวบนร่างของนางก็ได้เผยให้เห็นยันต์วิญญาณห้าใบออกมา ยันต์วิญญาณค่อยๆหมุนวน ทันใดนั้นก็รวมเข้าด้วยกัน กลับกลายเป็นค่ายกลโล่ป้องกันกระดองเต่า ทันทีที่ตานรับพลังหมัดของเหลียนคายหยู่ก่อนหน้านี้

 

“ เปรี้ยง “

 

เหลียนคายหยู่ได้ใช้ออกด้วยพลังหมัดอันทรงพลังเข้าปะทะกับค่ายกลยันต์ วินาทีนั้น ก็ได้มีพลังอันแปลกประหลาดมากมายปรากฏขึ้นมา จนกระทั่งพลังของเหลียนคายหยู่ถดถอยลงอย่างช่วยไม่ได้

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

หลังจากที่ต้านทานการโจมตีของเหลียนคายหยู่แล้ว นิ้วมือเรียวยาวราวหยกของหลิงเยวี่ย ก็ได้ประกบเข้าด้วยกันกับค่ายกลยันต์ในทันที เปลี่ยนกลับกลายเป็นแสงที่ไหลเวียนมานับไม่ถ้วน พลังสะเทือนฟ้าสะท้านดินได้พุ่งเข้าไปยังบริเวณที่เหลียนคายหยู่อยู่

 

ท่ามกลางแสงที่ส่องสว่างทุกสายนี้ เป็นดั่งการโจมตีของพลังอันมหาศาลเข้าด้วยกัน ตอนนี้แม้แต่พ่นลมหายใจก็ยังทำได้ยาก เพียงพอที่จะทำให้ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่มีพลังในขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดเปลี่ยนสีหน้าได้

 

แต่ว่ากับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากของเหลียนคายหยู่ ทันใดนั้นต่อมา เขาก็ได้ประกบสองมือเข้าด้วยกัน เกราะลายพยัคฆ์ก็ได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างของเขา เห็นได้ชัดว่านับเป็นศาสตราวุธที่ไม่ต่ำกว่าขั้นระดับวิญญาณอย่างแน่นอน

“ ติง ติง ติง “

 

แสงที่ปะทุออกมาราวกับพายุฝนแตกหนอออกมาจากดอกบัวก็มิปานได้กระทบลงสู่เกราะป้องกันนี้ ทำให้เกิดเสียงที่ดังออกมาอย่างไร้ที่เปรียบ และเหลียนคายหยู่ก็ได้เผยสีหน้าปั้นยากถอยหลังไปหลายก้าว บนตัวของเกราะป้องกัน ก็ได้ปรากฏรอยร้าวออกมาเป็นสาย

 

ยอดฝีมือมากมายที่เหม่อมองการต่อสู้ที่สุดยอดเช่นนี้ภายในห้องโอสถแห่งนี้ นัยน์ตาของแต่ละคนก็ได้ปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางสนามที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือชาวยุทธ์มากมาย พวกเขาต่างก็คาดคิดไม่ถึง ว่าการใช้ออกของยันต์วิญญาณออกมานั้น ถึงกับมีการใช้ออกที่แปรเปลี่ยนไปมาเช่นนี้ได้ด้วย และพลังฝีมือของหลิงเยวี่ยผู้นี้ แท้ที่จริงแล้วมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใดกันแน่

 

ในช่วงเวลาการต่อสู้อันดุเดือดของหลิงเยวี่ยและเหลียนคายหยู่ ร่างของเยี่ยจงก็ได้มุ่งหน้าไปยังโต๊ะหยกด้านหน้า เพียงแต่ว่าทั้งสองมือของเขาก็เปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์ต่างๆไม่หยุด หลังจากที่ได้รับยันต์วิญญาณจากหลิงเยวี่ยมา ก็ได้ถูกเขาใช้ออกใบแล้วใบเล่า

 

และทันใดนั้นช่วงหนึ่ง นัยน์ตาของเขาก็ได้สาดเป็นประกายขึ้นมา มือซ้ายก็ได้สว่างวาบออกมาเป็นสาย

 

“ ติง ติง ติง “

 

บริเวณทางด้านหลัง แสงที่สว่างที่กำลังต่อสู้อยู่ก็ได้หยุดลง เกราะป้องกันบนร่างกายของเหลียนคายหยู่ในตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนเป็นรูมากมาย จากนั้นแสงสว่างจากสมุดสีทองก็ได้หายไป กลับกลายเป็นยันต์วิญญาณอีกครา ทว่ายันต์วิญญาณเหล่านี้ในตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนกลับกลายเป็นสูญสลายหายไปอยู่หลายส่วน เห็นได้ชัดว่าท่ามกลางการต่อสู้ของทั้งสองคนคงต้องสูญเสียไปไม่น้อยเลย

 

เหลียนคายหยู่แสดงสีหน้าเย็นเยียบอย่างอาฆาตแค้นที่สุด กับการสูญเสียเกราะศึกชิ้นนี้ ทำให้เขาแสดงสีหน้าที่ปั้นยากอย่างถึงที่สุด ที่เขาต้องการก็คือชัยชนะ จากนั้นก็แย่งชิงหลิงเสียวซา แต่มิใช่ต้องมาต่อกรกับหลิงเยวี่ยในสถานที่เช่นนี้

 

และในตอนที่หลิงเยวี่ยเหม่อมองยันต์วิญญาณเหล่านั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ นัยน์ตาก็ได้ทอประกายลี้ลับขึ้นมา เห็นได้ชัดว่า กับการสูญเสียยันต์วิญญาณชุดนี้ ทำให้นางรู้สึกไม่เต็มใจอย่างมาก สิ่งที่นางจะทำ ก็แทบจะไม่แตกต่างจากการพ่ายแพ้ของเหลียนคายหยู่เลย แต่มิใช่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้กับเขา

 

“ ฮูม “

 

ในเวลาต่อมา หลิงเยวี่ยก็ได้ผสานมือเข้าด้วยกัน วินาทีนั้น ยันต์วิญญาณเกือบร้อยใบก็ได้ลอยออกมาเองจากในเสื้อผ้าของนาง การใช้ออกผสานร่วมอย่างรวดเร็วนี้ ก็ได้ปรากฏเสียงร้องดังออกมาสายหนึ่ง

 

“ กระบี่ยันต์วิญญาณตัดฟ้าดิน “

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET