[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 55 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.55 - เงาสะท้อน


จากซ้าย อาคัว อิรีส มอนโด ขวาสุดชิกิ


 

ตอนที่ 55 เงาสะท้อน

 

ก็อย่างที่ทุกคนคาดเดาไว้ โทโมเอะวางแผนไว้ว่าจะชวน เผ่ายักษ์ป่า [Forest Ogre]  เข้ามาสู่ อโซระ [Asora] แต่ตัวผมไม่เห็นด้วย

 

ตอนนี้คนที่มีพลังนั่นอาจจะมีแค่คนเดียวก็จริง แต่ว่าหลังจากรับพวกนั้นเข้ามาในอโซระแล้ว และได้เกี่ยวข้องกับโทโมเอะกับมินิโทโมเอะแล้ว ผมรู้สึกได้ว่า พวกยักษ์ป่าจะปลุกพลังนั่นขึ้นมาทีละตัวทีละตัว

<หมายถึงพลังป่าลงทัณฑ์ที่เปลี่ยนคนเป็นต้นไม้>

 

ถ้าพวกคุณจะเรียกผมว่าเป็นพวกแมวขี้กลัว [Scaredy-cat] ล่ะก็ถูกต้องตามนั้นเลย ผมไม่ได้มีเหตุผลอะไรเบื้องหลังหรอก

 

พวกยักษ์ป่าก็เหมือนเผ่าที่แล้ว พวกเค้ายินดีและไม่มีปัญหาที่จะมาที่อโซระ (พูดง่ายๆว่าพวกนั้นยอมรับมันในฐานะแดนศักดิ์สิทธิ์ของโทโมเอะ)

 

เพราะถ้าว่ากันตามหลักเหตุผลแล้วก็ไม่ได้มีฝ่ายไหนเสียเปรียบ

 

แม้ว่าพวกนั้นจะมองว่าผมเป็นไอ้เด็กบ้าน่าสงสัยใส่หน้ากาก กระนั้นตัวโทโมเอะเองก็ยังเป็น มังกรชั้นสูงที่เจ้าพวกนั้นเป็นหนี้บุญคุณอยู่อยู่ดี แถมมังกรตัวนั้นเป็นคนชักชวนให้เจ้าพวกนั้นมาเองด้วย

 

อย่ามาล้อเล่นน่ะเฮ้ย!

 

ผมโคตรกลัวไอ้พลัง ป่าลงทัณฑ์ บ้านี่เลย! กลัวจากใจจริงๆนะเฮ้ย!

 

โรคคำสาปที่ผมได้เห็นกับตาที่บ้านของ แรมแบรนด์ซัง ในตอนนั้นผมรู้สึกกลัวแต่กระนั้น ตัวผมเองก็มีความรู้สึกโกรธผสมลงไปในอารมณ์ต่างๆนั้นด้วย ตอนนั้นตัวผมเลยไม่ได้กลัวหนักเท่าตอนนี้

 

ไอ้เจ้า ป่าลงทัณฑ์ บ้านี่ มันไม่ทำให้ผมรู้สึกอย่างอื่นนอกจากหวาดกลัวเลย อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่สามารถรักษามันได้ รึไม่ก็การที่ผมไม่มีความรู้สึกอย่างอื่นอาจจะเป็นเพราะผมไม่รู้จักคนที่โดนคำสาปนี้ แต่ที่แน่ๆส่วนนึงเป็นเพราะว่าผมเห็นตอนที่มันกำลังถูกใช้

<เห็นคนกำลังค่อยๆกลายเป็นต้นไม้>

 

ผมไม่ได้คิดอะไรทำนองว่า “ยกโทษให้ไม่ได้!” แต่มันทำให้ผมหวาดเสียวไปจนถึงกระดูกสันหลัง ราวกับถูกราดน้ำเย็นๆให้ไหลไปทั่วแผ่นหลัง ความรู้สึกที่ผมเองก็บรรยายไม่ถูกมันส่งผลไปทั่วร่างกายของผมเลย

 

ในตอนแรกที่ผมเดินทางมายังที่แห่งนี้ ผมยังคิดจริงจังเกี่ยวกับเรื่องงี่เง่าแบบ ยอมรับข้อเสนอของชั้นซะ! แต่ตอนนี้อารมณ์พวกนั้นได้บินหายไปอย่างสิ้นเชิง แบบว่าบินออกไปจากหัวเลย แถมพลังนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหาอีกตอนที่เรากลับออกไปแล้ว

 

ผมคงไม่สามารถยอมรับพวกยักษ์ป่าได้อย่างเต็มใจแล้วพูดออกมาว่า “ ปล่อยมันแล้วก้าวต่อไป! ” [Now, go a head]

 

เพราะงั้นผมถึงพูดถึงพื้นที่ๆพวกยักษ์ป่าอาศัยอยู่และบาเรียที่โทโมเอะสร้างขึ้น แล้วก็เบี่ยงประเด็นการสนธนาไปยังทิศทางอื่น มันไม่จำเป็นจะต้องมีสกิลในการพูดอะไรเพราะว่าฝั่งเราถือไพ่เหนือกว่า [Held the priority]

 

เพราะคนที่ตัดสินใจจะรับพวกนี้เข้ามาหรือไม่คือฝั่งเรา  เสียงร้องของนกกระเรียน* [The cranes cry] สามารถอธิบายทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

<หมายถึง คำตัดสิ้นสุดท้ายอยู่ที่เรา ปล.ผมไม่แน่ใจว่าหมายถึงนกกระเรียนหรือรถเครนครับบอกตามตรง>

 

โทโมเอะมีความกระตือรือร้นที่จะอยากได้พวกนั้นเข้ากลุ่มเพราะว่าพวกนั้น มีการตอบสนองที่ว่องไว และความสามารถในการต่อสู้ อีกทั้งยังมีรูปร่างที่คล้ายคลึงกับพวกฮิวแมน [Hyuman] ถึงแม้ว่าผมจะลองบอกกับโทโมเอะให้ลองคิดดูให้ดีเรื่องการรับพวกนี้เข้ามาดูแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลใดๆ

 

เช่นเดียวกับมิโอะ แม้ว่าส่วนตัวแล้วเธอจะไม่ชอบพวกนั้นนัก แต่เป็นเพราะพวกยักษ์ป่ามีความรู้เกี่ยวกับการจัดการ พวกพืชไม้ต่างๆ ทำให้เธอเห็นด้วยกับการที่จะย้ายพวกนี้เข้ามา ดูเหมือนมิโอะเองยังตกใจกับท่าทีแข็งกระด้างในตอนที่ผมคุยกับพวกนั้น

 

แน่นอน ไม่ใช่ว่าผมจะปฎิเสธทุกสิ่งทุกอย่างนะ แต่ถ้าทุกอย่างยังเป็นแบบนี้ต่อไป* จะต้องเกิดการต่อสู้ระหว่าง ซึเงะกับคนพวกนี้อย่างแน่นอน และแน่นอนว่าจะต้องมีคนตายอย่างมากมาย

<*พวกยักษ์ป่ายังอยู่ที่ี่นี่ต่อและยังจับคนมาทำต้นไม้ต่อ>

 

ผมรู้เป็นอย่างดีว่าการที่ผมคัดค้านการนำยักษ์ป่าเข้ากลุ่มเป็นเพราะว่าความกลัวของผม เพราะแบบนั้นผมจึงอยากให้มีการเจรจา สัญญา และ หาข้อสรุปที่ยอมรับได้

 

อย่างแรกเลย แน่นอนว่า เราจะให้โทโมเอะสร้างบาเรียใหม่ ผมไม่อยากให้พวกนี้อยู่ในพื้นที่อันตรายแบบนี้

<เพราะไม่ไกลจากเท่าไหร่เมืองซึเงะ>

 

แน่นอนว่าผมจะปิดล้อมพื้นที่ๆ ดอกแอมโบรเซีย (Ambrosia) ปรากฎขึ้นตามธรรมชาติซะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตราบใดที่ผู้คนไม่เข้ามายังที่นี่ ความฝันที่จะร่ำรวยอย่างรวดเร็วใน เวสแลนด์ (WasteLand) ก็จะเพิ่มขึ้นที่ละเล็กทีละน้อย แน่นอนว่าความเพ้อฝันนั้นไม่ส่งผลอะไรกับเรา

<ตรงจุดนี้ผมไม่แน่ใจว่าแปลผิดไหมเพราะว่ามันน่าจะความฝันที่จะรวยลดลงทีล่ะน้อยมากกว่า>

 

หัวข้อต่อไปคือ ดูเหมือนว่าพวกยักษ์ป่าไม่อยากที่จะสูญเสียความสัมพันธ์กับเรา ว่ากันตามตรงผมค่อนข้างชอบวิธีการใช้ชีวิตอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับป่าไม้ของพวกเค้าด้วยซ้ำ

 

แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบเลยคือไอ้ ป่าลงทัณฑ์ แต่ดูเหมือนพลังที่ว่าจะถูกปิดกันจากบรรพบุรุษ และเป็นพลังที่พวกนั้นภูมิใจ ซับซ้อนซะไม่มี

<เหมือนกับคนที่ใช้ได้คือคนที่เจ๋งจริงๆอะไรแบบนั้น>

 

ก็เหมือนกับที่โทโมเอะบอกไป พวกยักษ์ป่ามีความสามารถในการต่อสู้สูง และยังมีหน้าตาคล้ายกับฮิวแมนอีกด้วย เพราะงั้นผมเลยคิดว่าพวกนี้จะเป็นประโยชน์กับการจัดการงานภายในบริษัท

 

ต่อให้ว่าผมพยายามที่จะหาทางรักษา ป่าลงทัณฑ์ การผูกสัมพันธ์กับพวกนี้ไว้ก็เป็นเรื่องที่ดีกว่าตัดสัมพันธ์ไปเลย

 

เหมือนกับการที่มิโอะได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ถ้าพวกนี้ย้ายมายังอโซระ ผมมั่นใจว่าพวกนี้จะสร้างประโยชน์อย่างมากให้กับผู้อยู่อาศัย เพราะว่าในอโซระในตอนนี้ไม่มีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับป่าไม้เลย

 

ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับพวกนี้เลย

เพราะแบบนั้นผมถึงได้…

……..

….

 

“...โอเค..เอาตามนั้นแล้วกัน”

 

หลังจากงานตอนรับในตอนแรกจบลง เราบอกลาพวกยักษ์ป่าก่อนและกลับสู่ อโซระ

 

ในท้ายที่สุด พวกยักษ์ป่าสรุปจะเข้าร่วมกับเราทั้งในส่วนของอโซระ และในส่วนของบริษัท โดยที่ยังไม่ได้ย้ายทั้งหมู่บ้านเข้ามา

 

ด้วยการเข้าร่วมนี้จะทำให้พวกเค้ามีความปลอดภัยในการซื้อขาย และนอกจากนี้พวกเค้ายังมีงานมากขึ้นอีก

หรือพูดให้เห็นภาพก็คือเราจะสอนเค้าเกี่ยวกับการดูแลกิจการก่อนจากนั้นค่อยมอบงานที่ได้พูดคุยกับผู้คนให้

แล้วก็ยังสามารถทำงานเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลได้ด้วย ใช่ ถ้ามองผ่านๆพวกเค้าก็เหมือนกับพวกนินจา [Shinobi] นั้นแหละ

 

ยังไงก็ตามผมไม่อยากคิดเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์มากนัก และก็พยายามเว้นระยะห่างจากพวกเค้าด้วย เพราะแบบนี้นแหละผมถึงได้รำคาญกับการตื้อจะเอาให้ได้ของโทโมเอะ

 

เอาจริงๆแล้วผมค่อนข้างตกใจหลังจากรู้ว่า สำหรับเธอแล้ว ตัวโทโมเอะนั้นอยากได้พวกยักษ์ป่าเพราะเธอมองพวกนั้นราวกับเป็นพวก กลุ่มอิงะกับโคงะ [Iga Koga]

<กลุ่มนินจาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น>

 

แถมเธอยังพยายามแถด้วยน้ำเสียงแปลกๆ พร้อมกับอ้างเรื่องผลประโยชน์สำหรับบริษัท และการเปลี่ยนแปลงรากฐานของการใช้ชีวิตของพวกเค้าให้มีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย

 

นั่นทำให้ผมดูปัญญาอ่อนไปเลยที่มานั่งจริงจังเรื่องการพยายามยอมรับพวกเค้าเข้ามา

 

ยังไงก็ตามพวกเรายังอยู่ในระหว่างการมิตติ้งพูดคุย ผมควรที่จะพยายามบอกถึงความตั้งใจของเราในช่วงระหว่างการมิตติ้งนี้

 

ผมค่อนข้างตกใจที่ตัวผมค่อนข้างจริงจังกับเรื่องนี้ ซึ่งการเจรจาเป็นไปด้วยดีและจบไปอย่างสงบไม่มีข้อแย้งใดๆ หลังจากนั้นพวกเราจึงเดินทางไปยังอโซระโดยไม่ต้องปิดบังใดๆ และตัดสินใจที่จะพาพวกยักษ์ป่าเดินทัวร์ดูรอบๆพื้นที่

 

หลังจากนั้นเราก็เปิดรับพวกเค้าที่อยากจะย้ายเข้ามายังอโซระ แต่ยังไงก็ต้องเราต้องจำกัดจำนวน เพราะถ้าย้ายเข้ามาทั้งหมด แผนการที่คิดไว้ในข้างต้นก็ไม่มีความหมาย ผมจึงต้องดักเอาไว้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

 

เพราะผมรับรู้ได้ว่า โทโมเอะพยายามที่จะลากทั้งหมดมา แต่หลังจากดักทางความคิดของเธอได้ มันก็โคตรจะง่ายที่จะพูดดักคอเธอไว้ก่อน

 

“โทโมเอะ โชกุนน่ะจะเอานินจาที่เจ๋งที่สุดไว้ข้างกายเท่านั้น!” (มาโกโตะ)

 

ด้วยเพียงประโยคเดียวก็ทำให้เธอ K.O ยอมรับได้ในทันที

ในขณะที่พวกเค้าเดินดูรอบๆ กลุ่มผู้พักอาศัยอื่นๆก็อธิบายเกี่ยวกับพื้นแต่ละส่วนของอโซระซึ่งมี มินิโทโมเอะ [Tomoe-mini] เป็นผู้นำและมีเอม่าซัง [Ema-san] เป็นผู้ช่วย

 

พวกยักษ์ป่าหลายๆคนสามารถพูดภาษากลางได้ ทำให้ปัญหาเรื่องภาษาสามารถแก้ไขได้ในตัวมันเอง

...ในตอนนี้ภาษากลางก็คงกลายเป็นภาษาหลักไปในที่สุด ผมต้องมานั่งเรียนวิธีออกเสียงนั่นด้วยในอนาคตสินะ มันไม่มีวิธีอื่นที่ผมจะทำได้แล้วเรอะ?  ผมไม่อยากจะไปก้มหัวให้กับแมลงนั่นซะด้วย ไม่มีวิธีที่จะสามารถเจรจาและได้รับพรนั่นมารึไงนะ...

 

ถ้าเกิดเป็นภาษาญี่ปุ่นล่ะก็ มันจะง่ายมาเลยทีเดียว แต่ว่าถ้าลองคิดถึงพวกรายละเอียด ข่าวสาร ข้อมูลสำคัญๆ มันก็จะดีแค่สำหรับคนที่เข้าใจภาษาเท่านั้น ไม่มีทางเลือกแฮะ..

 

ท่าทางผมจะต้องพึ่งการพูดคุยผ่านทางการเขียนไปก่อนตอนที่เดินทางไปยัง เมืองแห่งการศึกษา [Academy Town] แล้วผมยังต้องให้ผู้ติดตามสักคนเดินทางไปด้วยอีกต่างหาก ไม่มีทางที่ผมจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย… ผมแค่อยากมีช่วงเวลาเงียบๆอยู่คนเดียวบ้าง หรือช่วงเวลาที่ผมสามารถนั่งเนียนไปกับกลุ่มคนที่อายุใกล้เคียงกันแค่นั้นเอง

 

ลองคิดดูว่ามีมิโอะกับโทโมเอะ ข้างๆตลอดเวลาตัวผมคงกลายสภาพเป็นอะไรที่ไม่ต่างจากตุ๊กตาที่ถูกพาก์ษเสียง เสียง4ระดับกับเสียง1ระดับ ไม่ต้องคิดเลยว่าคนรอบข้างจะมองด้วยสายตายังไง

 

“แต่นายน้อย.. การมีความสามารถสุดยอดกับสถานะที่ผิดปกติ มันไม่น่าจะเป็นอะไรที่นายน้อยจะมานั่งเป็นกังวลนะ เหตุใดนายน้อยจึงต้องมานั่งกังวลกับเรื่องพวกนี้ด้วย? ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย” (โทโมเอะ)

โทโมเอะนี่เอง จะว่าไปมันก็ถูกของเธอล่ะนะ…


 

ในที่แห่งนี้ ณ ปัจจุบัน  มีคนเพียง 4 คน ในบ้านของผมภายในอโซระ ภายในห้องของผมเอง คือ ห้องชั่วคราวน่ะนะ… แต่ว่ามันก็ค่อนข้างใหญ่เลยรู้ไหม ห้องนี้ก็โอเคแล้วถ้าเกิดว่าเค้าไม่สร้างห้องให้ผมใหม่นะ

 

ผมกำลังอธิบายเหตุผลของความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในงานเลี้ยงอีกครั้ง ตัวผม โทโมเอะ มิโอะ และอีกคนนึงซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่

 

“แม้ว่าตัวผมจะไม่เข้าใจนะ จังหวะที่พวกนั้นอธิบายทุกอย่างให้ฟังว่า ทุกๆอย่างในป่าจริงๆแล้วคือ ฮิวแมน กับ เดมิ-ฮิวแมน มันทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลังโคตรๆ ” (มาโกโตะ)

 

“อืม...” (โทโมเอะ)

“ฉันต้องขอโทษจริงๆค่ะนายน้อย ที่ตัวฉันไม่ได้รู้สึกตัวถึงเรื่องนั้นเลย” (มิโอะ)

 

ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่ในทางจิตวิทยาแล้วผมค่อนข้างรู้สึกแย่ เพราะการกระทำต่างๆ โทโมเอะผงักหัวและฟังเรื่องราวของผมด้วยใบหน้าครุ่นคิด ส่วน มิโอะก็ขอโทษด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเธอไม่รู้สึกเลยว่า ผมรู้สึกแย่...ยังไงก็ตาม มันไม่ใช่ความผิดของมิโอะอยู่แล้ว

 

“ขอโทษที..” (มาโกโตะ)

“นายน้อย! มันไม่ใช่เรื่องที่นายน้อยจะต้องมาขอโทษเลย” (โทโมเอะ)

“ใช่แล้ว-เดส” (มิโอะ)

“ถ้าอย่างงั้น เราหยุดแผนเรื่องการปลุกพลังของพวกยักษ์ป่าไว้ก่อน แล้วก็ชายคนนั้นมาบังคับให้หมอนั่นให้ความร่วมมือและจัดการควบคุมมันกันเถอะ..” (โทโมเอะ)

 

ผมไม่รู้ว่ามันจะง่ายในแบบที่ว่าทุกอย่างจบลงด้วยคำพูดรึเปล่า แต่ดูเหมือนว่าโทโมเอะจะมีแผนบางอย่าง ฝากให้เธอจัดการก็แล้วกัน เพราะ ไม่ว่าผมจะพยายามแค่ไหน ดูเหมือนว่าผมจะไม่สามารถรับมือกับสกิลนั้นได้...

 

อ่า~... ยังไงก็แล้วแต่ ดูเหมือนว่าเพราะเราหยุดเรื่องแผนปลุกพลังเอาไว้ก่อนได้แล้ว หรือเพราะผมเล่าเรื่องความเครียดทุกอย่างออกมา มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก...

 

สำหรับตอนนี้….เดินทางกลับไปที่ซึเงะกันเถอะ…

เอะ….ทำไมผมรู้สึกเหมือน...ลืมอะไรบางอย่างไป…..อะไรหว่า...อืม….?

 

ถูกโจมตีโดยยักษ์ป่า2คนในป่าของดอกแอมโบรเซีย  ในระหว่างที่หยุดมิโอะและยับยั้งการโจมตีของพวกนั้นได้ หลังจากนั้นก็เข้าไปที่หมู่บ้านแล้วก็เจออาจารย์ที่น่าขยะแขยง หลังจากงานเลี้ยงจบลง ลิช [Lich] ก็ออกมาจากปากของหมอนั่น...ใช่ แล้วก็มียักษ์ป่าคนนึงตาย…

ไม่ใช่สิ!... ลิชไงล่ะ... ลิช!

ไม่เดี๋ยวนะ...มีบางอย่างพลาดไป… ไม่ใช่ว่าผมตกหล่นอะไรไป แต่ดูเหมือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเหตุการ์ณต่างๆจะเกิดขึ้น...

อืม….

!!

ผมนึกออกแล้ว ในระหว่างที่เรากำลังถูกยักษ์ป่าโจมตีและผมกำลังกอดมิโอะเอาไว้ เกือบลืมไปเลย..!

ไม่ดีเลย...ใจเย็นๆไว้สิ…

เอาล่ะ...หลังจากผมนั่งคิด หลังจากเราเดินทางออกจากซึเงะ มันเกิดเรื่องหลายๆอย่างขึ้นมาก เกี่ยวกับสามหน่อ แล้วก็จังหวะที่จับมือกับอาจารย์กล้ามนั่น แล้วก็ลิชนั่น ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง ผมก็เลยทิ้งมันไว้แบบนั้น จากนั้นทุกอย่างก็จบลง พวกยักษ์ป่าด้วย บางทีผมอาจจะช่วยเธอได้…

 

ตอนที่ผมลดการ์ดของตัวเองลง ความคิดผมก็เหมือนกับถูกบล็อกโดยอะไรสักอย่าง… แล้วผมก็ไม่สามารถสงบใจได้เลย… ในความกังวลไม่จบสิ้น ผมรู้สึกได้ถึงความต้องการทางเพศ [Sexual desire] ในช่วงเวลานั้นเนี่ยนะ ตอนที่ผมอยู่ในเวสแลนด์ ผมไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้เลย

 

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องน่าตกใจขนาดไหน เพียงเพราะว่ามีสาวงามมากมาย เพียงเพราะมีหญิงสาวบางคนมาสนใจผม มันทำให้ผมมาจบลงตรงที่ความรู้สึกเสียใจนี่...

แม้ว่าผมจะสามารถก้าวไปข้างหน้าด้วยความฮึดสู้แบบบ้าๆ มันไม่ได้หมายความว่าผมจะก้าวต่อไปทั้งๆที่มีความรู้สึกแบบนี้ได้

นึกถึงตอนที่ถูกเทด้วยน้ำเย็นใส่ที่หลุงตอนที่เราได้จับกับต้นไม้ที่ป่าลงทัณฑ์

หึ๋ย… ใจเย็นไว้..ยังไงก็ตาม เราควรที่จะจบมันทั้งหมดได้แล้ว!...

 

ผมไม่รู้ว่าผมจะรักษาตัวเองได้เร็วแค่ไหน แต่ผมอยู่ในโลกที่ผมไม่มีทางรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต ผมจะต้องไม่ลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

 

“เกิดอะไรขึ้นกับสามเกลอพวกนั้นเหรอ?” (มาโกโตะ)

“โอ๋...ไม่ใช่ว่าเราจะจัดการเรื่องนี้ก่อนเหรอ” (โทโมเอะ)

 

คนที่4ที่อยู่ในห้องนี้ โทโมเอะชี้ไปยังลิชซัง [Lich-san] ด้วยคางของเธอบางที่อาจจะเป็นเพราะว่ามันใส่ชุดผ้าคลุมที่เหมือนกับบาทหลวงก็เถอะ.. ( แม้ว่าผมจะพูดว่า ‘บาทหลวง’ แต่ว่าชุดของมันสีดำแถมยังทำให้รู้สึกลางไม่ดีอีกแล้วก็ยังเย็บไปด้วยลายสีทองที่ดูซับซ้อนอีก ) แต่ชุดของมันถูกสร้างขึ้นด้วยพลังเวทย์มนตร์ ในตัวกระดูกก็ดูเหมือนไม่ได้ว่างเปล่า ภายในร่องตามีแสงสว่างสีแดง มันทำให้ผมรู้ว่าเค้าตื่นอยู่…

 

หลังจากที่ผมให้โทโมเอะจัดการ (ทำทีว่าจัดการ) ผมพาเค้ากลับมายังอโซระก่อน และส่งเค้ามายังห้องของผม แน่นอนว่าผมจำกัดการขยับตัวของเค้าให้อยู่ภายในตึกนี้ และบังคับให้เค้าอยู่ในสภาพนอนนิ่ง

ดูเหมือนว่าเค้าไม่ได้ทำอะไรและไม่ได้มีส่วนร่วมในการสนทนาด้วยเช่นกัน เค้านิ่งเงียบ มันทำให้รู้สึกน่าขนลุก แต่ลักษณะเฉพาะของเค้ากลับไม่ทำให้ผมรู้สึกอันตรายเลย ปล่อยให้เค้าเป็นอิสระตอนนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมั้ง

 

“ไม่ล่ะ หลังจากที่ผมคิดดูแล้ว ผมยังไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนั้นเลย โทโมเอะ?” (มาโกโตะ)

“แน่นอน พวกนั้นได้รับการต้อนรับจากเมืองม่านหมอก 3คนนั้นตกใจในช่วงแรกๆ แต่เช้าวันถัดไปพวกนั้นก็กินอาหารเช้าตามปกติ ตอนนี้พวกอ๊อคกับดวอฟน่าจะคอยดูแลอยู่..” (โทโมเอะ)

“...เออะ?” (มาโกโตะ)

“มีอะไรเหรอผิดปกติเหรอ?” (โทโมเอะ)

“พวกนั้นยังอยู่เหรอ ตอนนี้เนี่ยนะ?” (มาโกโตะ)

“ใช่..” (โทโมเอะ)

 

แบบนี้ไม่แย่เหรอ

ผมแยกพวกนั้นออกมาในระหว่างที่สู้อยู่กับยักษ์ป่านะรู้ไหม?

มันจะไม่แย่เรอะ ถ้าเกิดว่าพวกนั้นหนีออกมาแล้วไปเจอเข้ากับพวกยักษ์ป่าที่กำลังเดินทัวร์อยู่ตอนนี้?

 

“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดว่าพวกนั้นไปเจอเข้ากับยักษ์ป่าแล้วเกิดตีกันล่ะ?!” (มาโกโตะ)

“อย่าห่วงไปเลย เพื่อที่จะทำให้มั่นใจว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ข้าแยกพวกเค้าออกมาแล้ว ข้าให้คนพวกนั้นอยู่ที่ห้องทำงานของพวกเอลดวอฟ และข้าจะให้พวกนั้นกลับในวันพรุ่งนี้  ป่าพวกนั้นข้าทำให้มันไม่สามารถเข้าออกได้และไม่สามารถมองเห็นได้ไว้แล้ว ดังนั้นโยนพวกนั้นเข้าไปยังคอขวดนั่นแหละดี” (โทโมเอะ)

 

เธอได้บอกต่อว่า ในเมื่อพวกนั้นเป็นนักผจญภัย พวกเค้าก็น่าจะมีโอกาสได้รับอาวุธดีๆ โทโมเอะยังพูดต่อว่า

“พวกยักษ์ป่าดูจะให้ความสนใจในด้านการป้องกันดอกแอมโบรเซียมากกว่าการที่จะมานั่งเห็นบาเรียที่ข้าวางไว้”

 

ห้องทำงานของพวกดวอฟจริงแล้วแยกออกจากที่อื่นๆ ถ้าเกิดว่าพวกนั้นต้องการออกจากพื้นที่ตรงนั้น แน่นอนว่าต้องมีใครสักคนเห็น ด้วยเหตุนั้นเองไม่มีทางเลยที่พวกยักษ์ป่าจะมาเจอตัวพวกนั้นได้

ให้อาวุธพวกนั้นงั้นเหรอ เฮ้อ.. ไหงผมรู้สึกว่าเพราะว่าสามเกลอพวกนั้นแท้ๆทำให้เราต้องมานั่งเจอเรื่องปวดหัวมากมายในตอนนี้นะ

หนึ่งในสามคนนั้น ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็นคนที่ทำให้โทโมเอะกับมิโอะเกือบจะระเบิดลงใส่ผม แต่เหมือนจะจำได้ว่าไม่ใช่ผมทรงนี้นี่นะ รึอาจจะไม่ใช่คนเดียวกัน…

อืม…

จริงๆก็ยังมีบางอย่างที่เหมือนผมจะรู้สึกไม่โอเคกับมันแต่…

เอาเถอะ ก็อย่างที่โทโมเอะว่า ถ้าเกิดพวกนั้นได้รับอาวุธชั้นดี แม้ว่าจะโดนโยนลงที่ทางเข้าเวสแลนด์ พวกนั้นก็น่าจะมีพลังพอที่จะเอาตัวรอดได้ ก็ขอให้พวกนั้นทำตัวให้เหมาะสมจากนี้ไปก็แล้วกัน เพราะถ้าไม่ ครั้งหน้ายัยพวกนั้นทำอะไรบ้าๆล่ะก็คงต้องตายแน่นอน นอกจากนี้ตรงคอขวดที่่ว่า ถ้าไม่มีคำสั่งก็ไม่สามารถกลับออกไปยังซึเงะได้  หนทางก็คับแคบและยังมีหลายทางแยก นอกจากนี้ก็ยังมีคนที่ยังคอยเพ่งเล็งอีก ถ้าเกิดหมดแรงเท่าไหร่ ก็ไปได้แค่นั้นแหละ ของจากเอลดวอฟ เป็นอาวุธชั้นยอดนี่นะ เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับของขวัญอำลาแล้วล่ะ

 

อาวุธ… อาวุธ...หืม… ผมรู้สึกเหมือนกับได้ยินคำว่าคุณภาพอาวุธที่ไหนมาก่อน

ไอ้ภาพไม่คุ้นที่ผุดขึ้นมานี่...ไลม์! ไลม์ลาเต้!

ผมบอกเค้าไว้นี่นะว่าจะให้อาวุธเพื่อชดเชยอันที่พังไป ชายผู้สามารถไปถึงเลเวลนั้นได้ด้วยความสามารถของตัวเอง และยังมีความสามารถที่เฉียบคมอีกด้วย จะว่าไปหมอนั่นก็ผ่านช่วงเวลาแย่ๆเพราะโทโมเอะแถมยังถูกมิโอะขโมยตังอีก จำได้แล้ว จำได้แล้ว...

 

ไหนจะยังมีเรื่องอาวุธของผมที่กำลังอยู่ในช่วงการสร้างอีก ดังนั้นผมคงต้องไปหาเอลดวอฟก่อนจะกลับไปที่ซึเงะ

อืม...ผมว่าจะทำตัวสบายๆหลังจากปลดปล่อยความเครียดออกไปแล้วแต่..

ยังมีอะไรต้องทำมากมายเหลือเกิน!!

 

“ถ้างั้นผมฝาก3คนนั้นให้เธอจัดการละกันนะโทโมเอะ ยังไงผมก็ไปเจอพวกนั้นไม่ได้อยู่แล้ว” (มาโกโตะ)

“เข้าใจแล้ว!” (โทโมเอะ)

“เอาล่ะ จบไปหลายเรื่องอยู่ หลังจากนี้ก็เหลือแค่พูดคุยกับลิชตัวนี้นี่นิดเท่านั้นเอง” (มาโกโตะ)

“ดูท่าทางน่าสนใจ แถมข้าก็มีอะไรบางอย่างที่ข้าอยากจะทดลองด้วยเช่นกัน ดังนั้นข้าเองก็ขออยู่ด้วย” (โทโมเอะ)

“ยังมีเรื่องของไอ้กล้ามบ้ากามนั่นอีก แล้วก็ไม่มีทางที่ฉันจะให้พวกคุณสองคนอยู่ตามลำพังหรอกเดส!” (มิโอะ)

 

เอ่อ…? จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีอะไรอันตรายดังนั้นแล้วพวกเธอสองคนน่าจะกลับไปทำธุระของเธอที่อโซระให้เรียบร้อยมากกว่านะ...มิโอะ เหลือแต่กระดูกขนาดนี้การที่จะทำมิดีมิร้ายผมได้มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วรู้ไหม?

เอาเถอะ.. อยากทำอะไรก็ทำ!

ตอนนี้ มาสัมภาษณ์นายกระดูกคนนี้กันดีกว่า




NEKOPOST.NET