ตอนที่ 45"> [นิยายแปล]Isekai no Meikyuu Toshi de Chiyu Mahoutsukai Yattemasu ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล]Isekai no Meikyuu Toshi de Chiyu Mahoutsukai Yattemasu

Ch.45 - ผนังกับรูรูกะ


ตอนที่ 45 ผนังกับรูรูกะ

พอเดินตามทางที่เจ้าของมังกรบอกมาให้ ผ่านไปสักครู่หนึ่งพวกเราก็มาถึงถนนใหญ่
ในหลายนาทีให้หลังพวกเราก็มาถึงร้านขายอุปกรณ์เวทย์ที่ให้รูรูกะพามา
ตอนนี้พวกเราอยู่ในร้านที่มีอุปกรณ์เวทย์มากมายตั้งระเกะระกะเรียงรายกันอยู่ภายในร้าน

เรื่องรูรูกะเคยมาที่ร้านขายอุปกรณ์เวทย์ร้านนี้ คงไม่ได้โกหกสินะ ดูเหมือนว่าจะมองอุปกรณ์เวทย์อย่างสนุกสนานเลยละ
หลังจากนั้นไม่นาน ไม่รู้ว่าหาของที่เป็นเป้าหมายได้หรือไง เลยถือของที่เหมือนกับอุปกรณ์เวทย์ส่งมาให้

「ชิกิดูสิ อุปกรณ์เวทย์นี่มันสุดยอดไปเลยอ้ะ!เพียงแค่ใส่พลังเวทย์เข้าไปก็ได้ห้องน้ำเวทมนตร์ออกมาแล้วอ้ะ!」

「ห้องน้ำเวทมนตร์?」

ไหงเป็นห้องน้ำเวทมนตร์ว่ะเนี่ย
ถึงจะคิดสงสัยไปแว่บหนึ่ง แต่พอรูรูกะใส่พลังเวทย์เข้าไป  ห้องน้ำที่รู้สึกเหมือนกับห้องน้ำที่มีในสถานที่ก่อสร้างก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า

「ราคามันก็……อุวะ 500,000 เซนีเหรอ แต่ถึงมันจะแพงไปสักหน่อย ถ้าเป็นชิกิก็สามารถซื้อได้ละนะ!มันมีความสะดวกสบายในระดับหนึ่งเลยนะ ตอนใช้สำรวจดันเจี้ยนเนี่ย เน้เน้ ไม่ซื้อเหรอ?」

ห๋า ให้ซื้อส้วมราคา 500,000 เซนีเนี่ยนะ
ดูยังไงมันก็เป็นแค่ห้องน้ำทั่วไปชัด ๆ เลยนี่หว่า

แล้วพอลองเปิดประตูออก ข้างในก็เป็นพื้นที่ประมาณครึ่งเสื้อทาทามิ เป็นห้องน้ำแบบญี่ปุ่นที่มีแท่นไว้ให้นั่งอันนึง
มันเป็นห้องน้ำเวทมนตร์แถวไหนฟ้ะเนี่ย
แล้วทำไมถึงทำออกมาเป็นห้องน้ำแบบล้าง (tn: ห้องน้ำที่มีที่นั่งกับอ่างใส่น้ำและล้างก้น) ละเนี่ย

「อ๊ะ ไม่แน่นะว่า ในห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เชื่อมต่อกับเขตแดนหรือพื้นที่อะไรสักอย่างหรือเปล่า?」

ถ้าอย่างนั้น ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมมันแพง ถึงงั้นมันก็ดูเหมือนสะดวกสบายในระดับหนึ่งอยู่หรอก
ไม่สิ แต่ไม่ว่าจะเป็นเขตปลอดภัยเท่าไหร่ ยังไงก็ตาม ขณะหยุดพักในการสำรวจดันเจี้ยนในตอนที่หยุดพักแยกตัวออกไปเพียงแค่สองคนกับยูเอล มันจะเป็นยังไงกันนะ
รู้สึกอยากให้ลดราคาให้จังแฮะ

「อุอื้ม ไม่ใช่อย่างนั้นนะ อ๊ะ ชิกิ อย่าเหยียบพลาดละ เกิดเหยียบพลาดหล่นไปจะหายไปเลยนะ」

เหมือนได้ยินคำพูดอันตรายแผ่ซ่านออกมายังไงก็ไม่รู้วุ้ย

「เจ้าห้องน้ำนี่ ของที่หล่นลงไปก็จะหายไปที่ไหนสักแห่งด้วยพลังเวทย์น่ะ ประสิทธิภาพของมันไม่ได้มีเพียงเท่านั้นนะ อย่างพออยู่ในดันเจี้ยน เราไม่สามารถทำให้น้ำไหลไปที่อื่นใช่ไหมละ สะดวกสบายใช่ไหมล๊า!」

「รีบเอาไปเก็บเลย」

มันก็สะดวกสบายอยู่
แต่ถึงจะสะดวกยังไง แต่เพราะอย่างนั้นเนี่ย 500,000 เซนีมันเป็นไปไม่ได้หรอกเฟ้ย แล้วยังไอ้ที่หล่นไปไหนก็ไม่รู้อีก
แต่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะซื้อจริง ๆ สินะ ถึงรูรูกะจะออกอาการเสียดายหน่อย ๆ ขึ้นก็เถอะ แต่ก็ยอมเอาอุปกรณ์เวทย์อันตรายนั่นกลับไปวางไว้ที่เดิม

เอาเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปใส่ใจกับอุปกรณ์เวทย์แบบนั้นเลยนี่น่า
ของที่ผมหาเนี่ยเป็นอุปกรณ์เวทย์ที่จะใช้เพิ่มพลังเวทย์ต่างหากละ
ถือโอกาสนั้นใช้สกิลมองทะลุแล้วก็ตาทิพย์ เป็นจุดที่ใช้ในการหาอุปกรณ์เวทย์ที่อยากจะได้ดีกว่าแฮะ
แต่ต้องอย่าพูดไปเด็ดขาดว่าจะเอาไปให้ใครใช้

แล้วขณะที่คิดเรื่องแบบนั้น ผมก็เห็นอุปกรณ์เวทย์……ที่หาในที่สุด

「แน่นอนว่าพวกนายจะได้รับความสะดวกสบายมากเลยนะ……อะเร๊ะ ชิกิมองอะไรอยู่น่ะ?」

ถ้าหากจะถามว่ามองหาอะไรอยู่เหรอ มันก็คืออุปกรณ์เวทย์ที่จะเพิ่มปริมาณพลังเวทย์ตามที่ผมกำลังมองหาอยู่ยังไงละ
อุปกรณ์เวทย์นั่นอยู่ในรูปแบบของแหวน แล้วผมก็มองเห็นศูนย์หลายตัวที่ถูกเขียนไว้บนป้ายราคาด้วย
ศูนย์นี่มันมี หนึ่งตัว สองตัว สามตัว สี่ตัว ห้าตัว หกตัว เจ็ดตัว
ว่าแล้วเชียว ผมนับศูนย์หลายตัวพวกนี้ไม่ผิดจริง ๆ ด้วย

จำนวนเงินที่ถูกเขียนติดไว้ที่ป้ายราคาคือ……10,000,000เซนี
หากเป็นเงินเยนญี่ปุ่นก็ 100,000,000 เยน

แล้วในกระเป๋าตังค์ของผมเนี่ย เต็มที่ก็มีแค่ 2,500,000 เซนีเองนะเฟ้ย
ทั้ง ๆ ที่ได้รับเงินรางวัลมาเยอะแยะจากคฤหาสน์เจ้าเมือง แต่ก็ยังมีไม่ถึงราคาอุปกรณ์เวทย์นี่เลยอ้ะ

……เดี๋ยวก่อน ไอ้อุปกรณ์เวทย์นี่มันไม่น่าจะแพงขนาดนั้นเลยนี่หว่า
ถ้าบอกว่าแพงขนาดไหนงั้นเหรอ มันเป็นจำนวนเงินที่พอจะซื้อบ้านได้หลายหลังเลยน่ะสิ
ถึงจะมองหาอุปกรณ์เวทย์ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันแต่ถูกลงมาหน่อยแล้วก็เถอะ แต่สำหรับไอ้อุปกรณ์เวทย์ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มปริมาณพลังเวทย์แล้วเนี่ย ดูเหมือนว่าเจ้าอุปกรณ์เวทย์ราคา 10,000,000 เซนีนี่จะราคาต่ำสุดแล้ว

แพงเป็นบ้าเลยว่ะครับ

「อุวะ ชิกิ อยากได้อุปกรณ์เวทย์แหวนนี่เหรอ? 10,000,000 เซนีเหรอ……เจ้านี่น่ะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ยังไงก็ต้องยอมตัดใจละมั้ง?」

ดูเหมือนตัดใจซะคงจะดีกว่า
ไม่สิ แต่ว่า ถ้าตัดใจจากเจ้านี่ละก็ ก็ไม่สามารถแก้ไขความทุกข์ใจของเอลีสได้เลยนะสิ
ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่ซื้อเจ้าอุปกรณ์เวทย์นี่ละก็ วิธีที่จะยกระดับความสามารถเวทย์รักษาของเอลีสได้ในอนาคตก็นึกไม่ออกแล้วด้วย

เข้าตาจนแล้วเหรอเนี่ย

ว่าแต่ทำไมเจ้านี่มันถึงแพงขนาดนี้ฟ้ะ
ทั้ง ๆ ที่เป็นแค่เพียงอุปกรณ์เวทย์เพิ่มปริมาณพลังเวทย์แท้ ๆ ทำไมมันถึงมีราคาถึง 10,000,000 เซนีได้ฟ้ะเนี่ย……

……ไม่สิ มันเรื่องง่าย ๆ ไม่ใช่เหรอ

อุปกรณ์เวทย์นี่ บางทีคงจะเป็นอุปกรณ์เวทย์ที่มีไว้ให้ผู้ใช้เวทย์รักษาที่ใช้ได้เพียงแค่ฮีลสามารถใช้ไฮฮีลได้ พอคิดอย่างนั้นแล้ว การตั้งราคาอย่างนี้ไว้ก็สมเหตุสมผลแล้วละ

ราคาค่ารักษาของฮีลตามท้องตลาดก็คือประมาณ 400 เซนี ส่วนเวทย์รักษาที่ใช้รักษาแขนขาที่ขาดได้อย่างไฮฮีลเพียงแค่หนึ่งครั้งก็ประมาณ 50,000 เซนีแล้ว
เพียงแค่สามารถใช้ไฮฮีลได้ รายได้ของผู้ใช้เวทย์รักษาในหนึ่งวันก็ก้าวกระโดดแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็จะสามารถหารายได้ระดับนี้ไปชั่วชีวิตเลยด้วย
ถ้าหากผู้ใช้เวทย์รักษาอย่างเอลีสหาอุปกรณ์เวทย์นี่มาไว้ในครอบครองได้ละก็ รายได้ต่อปีจะเพิ่มขึ้นพรวด ๆ เลยละ

เพียงแค่เรื่องง่าย ๆ เองนี่หว่า
เพราะอยากจะยกความสามารถของเวทย์รักษาโดยใช้อุปกรณ์เวทย์นี่ เลยมีคนที่คิดเรื่องแบบนั้นเหมือนกันกับผมอยู่มากมาย

「ชิกิเองก็มีพลังเวทย์อยู่เยอะไม่ใช่เหรอ ถึงไม่มีเจ้าอุปกรณ์เวทย์นั่นก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่! ยะยะยังต้องการจะได้เจ้าอุปกรณ์เวทย์นั่นขนาดนั้นเลยเหรอ? โฮร่า เจ้านั่นน่ะมีประสิทธิภาพแค่นิดหน่อยเอง เอากำไลใช้ลดพลังโจมตีถึงตายได้ไม่ดีกว่าเหรอ」

「อ่า ไม่ใช่หรอก ผมไม่ได้จะใช้เจ้านี่เองหรอกนะ ว่าจะหาอุปกรณ์เวทย์ให้เอลีสใส่น่ะ……」

「คะคะคะคุณเอลีส……?」

เกือบจะพูดจนจบแล้ว แล้วก็รู้ตัวซะก่อน
เฮ้ยบ้าจริง……เผลอพูดออกไปซะแล้วเว้ย

จะว่าไป กำไลที่รูรูกะถืออยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นกำไลแบบเดียวกับที่ผมและยูเอลใส่อยู่หรอกเหรอ
พอส่งสายตาไปที่กำไล กำไลนั่นก็ลื่นตกจากมือของรูรูกะ
แล้วเสียงของกำไลตกแกร๊งก็ดังขึ้น

「……จะหาแหวนราคา 10,000,000 เซนีให้คุณเอลีส?ตะตะตะตะตั้งใจอย่างนั้นกับคุณเอลีสสินะ……」

รูรูกะบ่นพึมพัมแล้วหน้าซีดไปเลย
ฉิบหอยแล้ว

「ฮะฮะเฮ้ย รูรูกะ……?」

「……ที่ว่าเป็นชู้นั่น……มันเป็นอย่างนี้เอง มันเป็นอย่างนี้เองสินะ」

รู้สึกว่าจะเข้าใจผิดไปเรียบร้อยแล้วเว้ยเฮ้ย
หลังจากนั้น รูรูกะก็ถอยไปข้างหลัง หนึ่งก้าว สองก้าว
รูรูกะกัดริมฝีปากราวกับเจ็บใจอะไรสักอย่างอยู่ แล้วมองมาทางผมด้วยร่างที่สั่นเทาฟุรุฟุรุ
ชัดเจนเลยว่าไอ้ลักษณะแบบนี้น่ะมันไม่ใช่เรื่องทั่ว ๆ ไปแน่

「อุ่ก……!」

แล้วพอรูรูกะสบตากับผม เธอก็วิ่งออกไปนอกร้านราวกับจะหนีอะไรสักอย่าง

เข้าใจผิดแล้วคร้าบบบบบบบบบบ
เข้าใจผิดไปแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยย

มันไม่ใช่แหวนหมั้นนะคร้าบบบบบบบบบ
ผมน่ะเพียงแค่อยากจะแก้ปัญหาเรื่องเวทย์รักษาให้เอลีสต่างหากละคร้าบบบบบบบบบ
แต่ตั้งใจจะพูดอย่างนั้นแต่รูรูกะก็ออกไปข้างนอกร้านแล้ว

ก่อนอื่นต้องรีบไล่ตามรูรูกะที่วิ่งหนีไปให้ได้

บางทีคงพอจะแก้ความเข้าใจผิดในตอนนี้ได้ แต่รูรูกะตามปกติจะไปอยู่ที่ไหนนั้น ผมไม่รู้เลยเนี่ยสิ
ถ้ารอแอคชั่นจากฝั่งโน้นมาเอง หลังจากวันนี้ คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว ความเป็นไปได้มีสูงมากเลยทีเดียวละ

ยิ่งไปกว่านั้น การตอบสนองในตอนนี้เนี่ยไม่ผิดแน่ รู้สึกได้เลยว่ามันจะทำให้ความรู้สึกดี ๆ มันพลิกกลับไป
จริง ๆ ผมก็รู้อยู่
ไม่งั้นคงไม่รีบไล่ตามมาถึงที่นี่หรอก

พอออกไปข้างนอกร้าน ผมก็เห็นรูรูกะกำลังจะวิ่งเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ ที่แยกออกไปจากถนนใหญ่
แล้วก่อนจะเลี้ยวเข้าไปตามทาง รูรูกะหันหน้ามามองทางนี้เพียงเล็กน้อย
ดูเหมือนเรื่องที่ไล่ตามมาเนี่ยจะรู้ตัวแล้วสินะ

แต่การไล่ตามเด็กสาวที่วิ่งหนีออกไป มันเหมือนกับเป็นละครวัยรุ่นยังไงก็ไม่รู้สิเนี่ย
ไม่สิ เพียงแค่ทำหน้าอย่างนั้นแล้วผมก็เหมือนทำอาชญากรรมอยู่เลยน่ะสิเนี่ย ว่าแต่ตอนนี้มันเป็นละครวัยรุ่นหรือไงฟร้าาาาาาาาาาาาาา

ขณะที่คิดเรื่องไร้สาระอย่างนั้นอยู่ในหัว ผมก็ไล่ตามรูรูกะไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันไม่ต้องใช้เวลามากมายขนาดนั้น ผมก็น่าจะไล่ตามไปทัน
นั่นใช่ไหมละ
ความจริงอยากจะให้ไล่ตามไปให้ทัน เธอเลยวิ่งไปช้า ๆ บางทีคงจะไปในที่มืด ๆ เพื่อรอผมละมั้ง


……ไม่สิ
เหมือนจะไม่ใช่แฮะ

「ทำไมถึงทำอย่างนี้นะ เธอน่ะ」

「ไม่ฟังค่ะ」

ปลายทางของตรอกที่เลี้ยวเข้าไปนั่นเป็นทางตัน แล้วรูรูกะก็อยู่ตรงนั้นแน่ ๆ 
แต่จากที่ผมเห็น ในบ้านร้างของตรอกด้านหลัง มีเพียงร่างกายส่วนร่างของรูรูกะห้อยลงมาจากหน้าต่างเล็ก ๆ นั่นเท่านั้น

มันเป็นสถานการณ์แบบไหนกันนะ ลองคิดตามแพ๊พ

ที่รูรูกะหนีจากผม ปลายทางของทางเดินที่เลี้ยวเข้าไปนั้นเป็นทางตันไม่มีที่ให้หนีแล้วนะ
แต่ถึงสถานการณ์จะเป็นแบบนี้ เธอก็ยังพยายามจะหนีไปจากผมอยู่ดี
แล้วพอมองไปทางรูรูกะ ก็เห็นเธออยู่ตรงหน้าต่างเล็ก ๆ ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ในบ้านร้างที่ไม่ได้ถูกใช้เป็นเวลานานนั่น
หลังจากที่เข้าไปในบ้านแล้ว เธอคงคิดหาทางสลัดผมด้วยการหนีออกไปจากทางเข้าออกอื่นสินะ

แต่……ร่างกายส่วนล่างของรูรูกะกลับห้อยลงมาจากวงกบของประตูหน้าต่าง
ขณะที่พยายามขยับขาเผยิบผยาบอยู่ สภาพนั้นน่ะดูเหมือนกำลังพยายามจะดิ้นให้หลุดออกไปยังไงก็ไม่รู้สิ
ผลลัพท์ที่ได้ก็คือไม่สำเร็จน่ะ เอวมันติดอยู่ที่หน้าต่างจนไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย

วงกบหน้าต่างเล็ก ๆ ดูเหมือนจะสูงไปหน่อย ตอนที่รูรูกะใส่แรงเพื่อจะให้หลุดไป ขาก็ลอยอยู่กลางอากาศ จนสั่นปุระปุระไปเลยเนี่ยสิ มันชวนให้หัวเราะยังไงก็ไม่รู้

「……เหมือนจะชอบติดอยู่อย่างนั้นนะ?」

「ไม่ต้องมาพูดเลยย๊ะ」

บางทีคงจะรีบร้อนหนีมาจนลืมนึกถึงขนาดความใหญ่ของหน้าต่างละมั้ง
รูรูกะติดแน่นอยู่ตรงวงกบหน้าต่างตรงบริเวณเอวพอดิบพอดีเลยละ ดูเหมือนจะขยับหลุดออกไปไม่ได้สินะ

「……เอาเถอะ เคลื่อนไหวไม่ได้แล้วก็พอดีเลย ฟังผมพูดไปทั้งอย่างนั้นเลยละกัน เรื่องของอาเรียน่ะเป็นการเข้าใจผิด ตั้งแต่แรกแล้วที่ผมในตอนนี้ก็ไม่ได้จะหมั้นกับใคร แล้วนั่นน่ะอาเรียก็กระโดดเข้ามาในเรื่องราวพอดี เท่านั้นเอง」

「ยะยะหยุดนะ!อย่ามาอธิบายอะไรในสถานการณ์แบบนี้สิย๊ะ! แล้วที่พูดมาเนี่ย โฮร่า ไม่ได้เห็นหน้าดี ๆ เลยนี่น่า……」

ถึงพูดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ก็เห็นเพียงก้นของเธอแค่นั้นนะ

เอาเถอะ แน่นอนมันอาจจะกลับกันไปสักหน่อยนึง
แต่ก่อนอื่นก็คงต้องช่วยรูรูกะลงมาก่อนสินะ

「เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว รอหน่อยนะ」

ก่อนอื่นก็ลองดึงออกมาก่อน

「จะจะจะเจ็บนะชิกิ!ยะยะยะอย่าดึงออกไปทั้งอย่างนั้นสิ!……ใช่แล้วดันเข้ามาอีกสิ! โธ่ ดันมันเข้าไปข้างในอ้ะ ช่วยใส่ใจหน่อยสิย๊ะ!」

ตอนนี้บอกให้ดันเข้าไปอีกแน่ะ
ดันไปทั้งอย่างนี้มันจะดีแล้วเหรอ
จะให้ดันคนที่เอวติดอยู่ที่หน้าต่างเข้าไปเนี่ย จะต้องไปดันตรงไหนดีว่ะเนี่ย
แน่นอนว่าตึกที่ตั้งเป็นแนวฉากแบบนี้ จุดที่จำเป็นสำหรับดันให้เอวลอยขึ้นไปได้
สรุปก็คือ [b]ก้น[/b] สินะ

「ที่นี่ได้ไหม?」

「เห? จับที่ไหนกันย๊ะเนี่ย……?อ๊ะ……!」

ไม่ต้องคิดให้มากความ ผมจึงลองใช้มือทั้งสองข้างดันไปทันที
จริง ๆ ก็ไม่อยากทำเรื่องแบบนี้หรอกนะ แต่เพราะต้องดันรูรูกะลงไปจากหน้าต่างให้ได้น่ะ
ไม่งั้นก็ดันให้ลงไปไม่ได้หรอก

「เดี๋ยะ ชิกิ……อ๊าง……ยะ อย่…… ไม่ได้น๊า! อย่าดันเข้ามาอย่างนั้นสิ! ถอยออกไปก่อน!」

แต่เพียงแค่ดันเข้าไปหน่อย รูรูกะก็พูดอย่างนั้นทันที แล้วตีขาไปมาจนโดนผม
โชคไม่ดีเลยเว้ยเฮ้ย

แต่สัมผัสในตอนที่ลองดันไปหน่อยเมื่อกี้ รู้สึกได้ถึงเนื้ออันนุ่มนิ่มได้ขึ้นมาทันทีเลยอ้ะ……ไม่ใช่สิ ไม่ใช่จะมาคิดเรื่องแบบนั้นนะ
นั่นน่ะมันติดอย่างสมบูรณ์แบบเลยไม่ใช่หรือไงกัน
ถึงจะดัน ถึงจะดึงออกมายังไง จะทำยังไงดีเนี่ย
ถ้าช่วยกันดึงหลายคน บางทีอาจจะดึงออกมาได้ก็ได้ แต่ว่าในกรณีนั้น รูรูกะเองก็คงจะเจ็บมากเลยละ
แต่ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็คงต้องติดแหงกอยู่ดีอ้ะ

「ไม่สิ ที่นี่มีผมคนเดียวเป็นไปไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวผมไปลองเรียกใครมาช่วยดูนะ」

ถ้าจะทำอะไรสักอย่างละก็ คงต้องมีเครื่องมือช่างละ ผมคนเดียวเองก็มีขีดจำกัดนา
คงจะต้องปล่อยเธอทิ้งเอาไว้อย่างนั้นสักพัก

「ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน ชิกิ!ขอร้องละ อย่าปล่อยฉันเอาไว้ในตรอกเล็ก ๆ แบบนี้โดยเคลื่อนไหวไม่ได้สิ!……หะหากว่าตอนที่ฉันอยู่คนเดียว ถ้าเกิดว่ามีผู้ชายผ่านมา ก็จะจะจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการน่ะเส่ะ……!」

ผมได้ยินเสียงของรูรูกะที่เหมือนกับจะหยุดผมอย่างไม่คิดชีวิตเลย
ความซีเรียสที่มีในตอนที่วิ่งหนีออกมาจากร้านขายอุปกรณ์เวทย์เนี่ย มันหายไปไหนหมดแล้วฟ้ะ
ตอนนี้เหมือนเห็นก้นพูดได้เลยแฮะ

「ว่าแล้วเชียวว่าต้องดึงออกไป……ไม่สิ แต่ว่า…………นั่นไงละ เสื้อไง!ลองดึงเสื้อสิ!」

รูรูกะดูเหมือนอยากจะหลุดออกไปให้ได้นะ แต่จะไปแตะก้นก็ไม่ชอบอีก
วิธีที่จะใช้ดึงเสื้อผ้าแทนเนี่ยอาจจะดีกว่าดันที่ก้นก็ได้ละมั้ง

「งั้นก็ช่วยไม่ได้ละนะ」

แต่จะให้ดึงเสื้อผ้าเนี่ย จะดึงยังไงดีละ
ไม่สิ ตัวเลือกไม่มีอยู่เลยสักอย่างนี่หว่า
แล้วส่วนบนของร่างกายก็อยู่ฝั่งโน้นของกำแพงด้วยสิ สำหรับส่วนล่างก็มีเพียงกางเกงขาสั้นด้วย
หรือต้องดึงเจ้านี่กันนะ
ผมเลยเอามือไปจับที่กางเกงขาสั้นที่รูรูกะสวมอยู่

「ผะผะผะผมไม่ได้จับเกินจำเป็นนะ」

ถึงคิดว่าตั้งใจจะดึงโดยจับที่กางเกงขาสั้นไว้ แต่ก็ต้องเตือนรูรูกะก่อนสักหน่อย

「เข้าใจแล้วละ」

ช่วยไม่ได้ งั้นลองจับที่กระเป๋าของกางเกงขาสั้นแล้วลองดึงแรง ๆ ดูสิ


…………อ๊ะ นี่น่ะไม่ได้นี่หว่า


ดูเหมือนกางเกงขาสั้นจะหลุดมากกว่าจะทำให้รูรูกะหลุดออกมาจากวงกบหน้าต่างอีกนะเนี่ย
ก็อย่างที่ว่ามา ถ้าดึงไปอีกก็อาจจะหลุดไปครึ่งหนึ่งเลยก็ได้เอาน่ะสิ
ถึงงั้นก็ลองดึงไปทั้งอย่างนี้ก็ได้มั้ง แต่ผมไม่อาจจะดึงกางเกงในเพียงชิ้นเดียวของรูรูกะได้จริง ๆ หรอกนะ
……ไม่อาจดึงได้จริง ๆ เหรอ?

「ดะดะดะเดี๋ยว ชิกิ!มะมะมะมันจะหลุดแล้วนะ!」

รูรูกะเองพอรู้สึกเหมือนกับว่ากางเกงจะหลุด เธอก็ดีดขาตุ๊บตั๊บ ๆ ขึ้นมาทันที
โดนเตะเข้าไปอีกทีหนึ่งนี่ก็แทบจะทนไม่ได้อยู่แล้วนะ
คงต้องถอยห่างออกไปสักหน่อย

「ก็เธอบอกให้ฉันดึงออกมาไม่ใช่หรือไง……」

แต่ว่าแล้วเชียว ดึงรูรูกะออกมาทั้งอย่างนี้มันยากจริง ๆ
อ่า ใช่แล้วละ
ถ้าแตะถูกตรง ๆ ก็ไม่ชอบสินะ ถ้าจะถูกดึงตรงเอวลงมาเนี่ยยังไงก็ต้องมีอะไรอย่างผ้าขนหนูผืนใหญ่ไว้บังละนะ
ถ้าเป็นผ้าขนหนูละก็ ผมเอาใส่ไว้ในไอเทมบ๊อกซ์พอดีเลย

แล้วพอคิดอะไรแบบนั้น――

เธอเตะสะเปะสะปะต่อไปราวกับตั้งใจจะเตะผมเลยอ้ะ
ด้วยพละกำลังที่มหาศาลอย่างนั้น เพียงแปปเดียว กางเกงขาสั้นของรูรูกะที่ถูกถอดออกไปหล่นดังแปะ

แล้วพอเธอได้ยินเสียงกางเกงขาสั้นหล่นลงพื้นดังแปะ

ความเคลื่อนไหวของขารูรูกะที่อาละวาดอยู่ก็หยุดกึกทันที

「……」

แล้วพวกเราก็นิ่งเงียบไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง

พอมองไม่เห็นหน้าอย่างนี้แล้วนิ่งเงียบไป ตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่ารูรูกะมีสีหน้าแบบไหนน่ะ
ไม่แน่นะว่า อาจจะกำลังโกรธอยู่ก็ได้
กรณีอย่างนี้ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นดีไหมนะ หรือค่อย ๆ สวมกางเกงให้ใหม่ดี ทำยังไงดีหว่า

……พอกำลังคิดว่าจะทำยังไงต่อไปนั้น ขาของรูรูกะก็สั่นปุรุปุรุขึ้นมา

「อะอะอะอึก……บะบะบะแบบนี้มัน อึก……」

ร้องไห้ออกมาซะแล้วอ้ะ

「ดะดะเดี๋ยวก่อน อย่าร้องนะ!ทนหน่อยสิ!จะดึงออกมาทันทีแล้ว!」

ร้องไห้แบบนี้มันขี้โกงนี่น่า
ฮือ น่าสงสารจริง ๆ ด้วยสิเนี่ย ต้องมาติดอยู่อย่างนั้น
ถึงรู้สึกน่าเสียดายอยู่ที่ไม่ได้มองนาน แต่ผมก็รีบปิดส่วนสำคัญตรงเอวของรูรูกะไว้ด้วยผ้าขนหนูที่หยิบออกมาจากไอเทมบ๊อกซ์ทันที
หลังจากนั้น ผมก็ลองดึงออกมาเต็มแรงเลยละ

「จะจะเจ็บนะ!ชิกิ มันเจ็บนะ เจ็บนะ!」

แบบนี้มันติดแบบสมบูรณ์แบบเลยนี่หว่า ไม่มีวี่แววว่าจะหลุดออกมาได้เลยสักนิด
แต่ถ้าลองดึงเร็ว ๆ ในชั่วขณะหนึ่งละก็ คงจะทำให้รูรูกะไม่พอใจแบบสุด ๆ ไม่ผิดแน่นอน

จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี ในสถานการณ์แบบนี้ ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลยงั้นเหรอ……

นั่นสิ
มีไอ้นั่นอยู่ในไอเทมบ๊อกซ์อยู่นี่น่า

ปล่อยมือห่างออกไปจากรูรูกะสักพัก หยิบเอา[b]เจ้านั่น[/b]ออกมา
จากนั้นก็ใช้อุปกรณ์เวทย์ปืนฉีดให้ฉีดน้ำอุ่นพอดี ๆ หลอมละลาย[b]เจ้านั่น[/b]ขึ้นมาใช้งาน
แล้วสไลม์โลชั่นก็เสร็จสมบูรณ์
[b]เจ้านั่น[/b]ที่พูดถึงก็คือสไลม์เยลลี่นั่นไง

แล้วผมก็ชโลมสไลม์โลชั่นเข้าตรงบริเวณเอวของรูรูกะที่ห้อยไว้ตรงวงกบหน้าต่างทั้งหมดจนเสร็จ

「เอ๊ ชิกิ จะจะจะทำอะไรน่ะ!?ทำไมมันถึงรู้สึกลื่น ๆ ละเนี่ย!จะจะจะทำอะไรกับฉันที่ขยับไม่ได้ละเนี่ย!?ชิกิ!? เน้ ชิกิ!」

รูรูกะร้องตะโกนเสียงดังเพราะได้รับสัมผัสกับบางอย่างอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าได้เห็นประสิทธิภาพของเจ้าสิ่งนี้ ก็จะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง
ไว้ใจได้เลยจริง ๆ สไลม์เยลลี่ของผมเนี่ย

เพราะสไลม์เยลลี่ได้ซึมซาบเข้าไปให้เอวของรูรูกะลื่น ๆ แล้ว ผมก็ออกแรงดึงรูรูกะด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด
และแล้ว――

――แน่นจริง
ถึงงั้นแต่ก็ยังสามารถได้ยินเสียงนั้นได้ ในที่สุดรูรูกะก็หลุดออกมาจากวงกบหน้าต่างได้อย่างง่ายดาย

「โย๊ช!หลุดแล้ว!」

เพียงแค่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรูรูกะเท่านั้นละ ถึงได้น้ำตารินหน่อย ๆ แบบนั้น เธอนั่งนิ่งไม่ยอมขยับไปไหนทั้งนั้นด้วยสีหน้าแบบมึนงง
หลังจากนั้น พอเวลาผ่านไปนิดหน่อย ก็เริ่มตรวจสอบร่างกายของตัวเอง

「โล่งอกไปที ออกมาได้แล้ว ทั้งหมดเนี่ย ต้องขอบคุณความใส่ใจของผมเลยนะ」

รูรูกะมองกางเกงขาสั้นที่หล่นอยู่บนพื้น กับเสื้อผ้าของตัวเองที่เหนียวเหนอะหนะไปด้วยสไลม์โลชั่น

「อื้ม ขอบใจนะ……แต่ว่ายังไม่หายสงสัยเลยอ้ะ……」

พอรูรูกะพูดอย่างนั้น ไม่รู้ว่าดีใจหรือว่าโกรธกันละนั่น เป็นสีหน้ายุ่งยากซับซ้อนเป็นอย่างมากทีเดียว
……ครั้งนี้สามารถพูดกับรูรูกะได้ทั้งที่ยังเคลื่อนไหวได้อยู่ คงเป็นเพราะอยากจะขอบคุณแต่โดยดีตามที่ทำอยู่เสมอละมั้ง หรือเพราะสงสัยเรื่องสไลม์เยลลี่กันนะ

หลังจากนั้น รูรูกะก็ลุกขึ้น
ดูเหมือนเผลอแปปเดียวก็ใส่กางเกงขาสั้นลงไปในผ้าขนหนูแล้วแฮะ

「อุวะ เหนอะหนะอ้ะ……」

「ช่วยไม่ได้นี่น่า ไม่มีวิธีอื่นแล้วด้วยอ้ะ」

「กะกะก็เข้าใจอยู่หรอก กะกะก็เข้าใจอยู่หรอกนะ……แต่ถ้าจำไม่ผิด ไอ้ลื่น ๆ นี่มันอะไรน่ะ? ทำไมชิกิถึงมีของแบบนั้นอยู่ละเนี่ย?」

จู่ ๆ รูรูกะก็ถามขึ้นมา

「อ่า นะนะนั่นไง ผมแทบจะไม่แข็งแกร่งแล้วก็ต่อสู้ไม่ได้ด้วยใช่ไหมละ? มันเป็นของที่ใช้ช่วยเพื่อถ่วงเวลาโดยใช้โปรยไปตามพื้นให้หนีจากมอนสเตอร์ได้ไงละ」

ที่พูดไปน่ะไม่ใช่เรื่องโกหกนะ แค่บอกไม่หมดเท่านั้นเอง

「เห ดูเหมือนจะสะดวกดีนะ ตอนฉันถูกล้อมเองก็หนีเป็นส่วนใหญ่เลยละ ช่วยบอกหน่อยสิว่ามันขายที่ไหนอ้ะ」

「นะนะนั่นน่ะยังต้องตอนนี้ก็ได้มั้ง ยิ่งไปกว่านั้น กลับไปที่ร้านเมื่อกี้ก่อนดีไหม บางทีอาจจะมีอุปกรณ์เวทย์ดี ๆ อยู่ก็ได้」

ขณะที่กำลังพูดแบบนั้น พวกเราทั้งสองก็เดินกลับมาตามทางเดิม
ถึงจะคิดว่าทำไมรูรูกะต้องวิ่งหนีออกมาจากร้านขายอุปกรณ์เวทย์อยู่ก็เถอะ แต่ยังไงก็ต้องแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดให้ได้
แล้วก็อยากจะรู้ว่าทำไมรูรูกะต้องหนีออกมาด้วย แต่วันนี้รูรูกะดูเหวี่ยง ๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ
พอคิดจะแก้เรื่องเข้าใจผิดแล้ว ก็เลยว่าจะลองพูดให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่เดินไปด้วยคิดอะไรแบบนั้นไปด้วยอยู่นั่นเอง

「เรื่องของคุณเอลีสเมื่อกี้ ……จะไม่แต่งงาน จริง ๆ เหรอ?」

เธอปล่อยคำถามอย่างนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
รูรูกะถามเรื่องแบบนั้นออกมา

「นั่นก็จริง แต่ว่า……」

「งั้นเหรอ」

ขณะที่เดินไปผมก็ตั้งใจจะพูดออกไปอยู่หรอกนะ แต่ถูกดึงแขนเสื้อเอาไว้ซะก่อน
พอหันกลับไปอีกที รูรูกะก็ก้มหน้านิ่งอยู่ตรงนั้น

「ฉัน ยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย อย่ากลับไปที่ถนนใหญ่นะ」

เรื่องที่พูดออกมามันก็ใช่อยู่หรอก
แน่นอนว่า คงไม่สามารถให้เกิดเรื่องที่ว่าเด็กสาวปรากฏตัวออกไปนอกถนนใหญ่โดยมีสไลม์เยลลี่เหนอะหนะเต็มตัวได้หรอกน่า
แต่นี่น่ะเป็นปัญหาอย่างหนึ่งเลยนะ
ทำไมถึงเป็นปัญหาน่ะเหรอ ตอนนี้ ตึกที่อยู่ข้างหน้าพวกผมเนี่ยสิเป็นปัญหาเลยละ

สถานที่ที่รูรูกะดึงเสื้อผมให้หยุดนั้น
……สถานที่ตรงหน้า เป็นโรงแรมที่มีอ่างอาบน้ำอยู่ด้วย

ที่ว่าเป็นโรงแรมที่มีอ่างอาบน้ำอยู่ด้วยเนี่ย ส่วนใหญ่ก็มีไว้ทำ[b]เรื่องแบบนั้น[/b]กันทั้งนั้นนั่นละ
หากเป็นคู่รักหนุ่มสาวเข้าไปด้วยกัน ก็จะมีเรื่องที่ให้ทำเพียงอย่างนั้นอย่างเดียว

「ชะชะใช่แล้ว มันเหนอะหนะ ก็เลยอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะ」

「……อื้ม จะออกไปถนนใหญ่ทั้งอย่างนี้ก็ไม่ได้ด้วยสิ」

นี่น่ะเป็นความตั้งใจแบบไหนกันละ
ไม่สิ ไม่ถึงกับต้องคิดเลยหรอก สถานการณ์นี้มันตัดสินใจกันไปแล้ว

แต่มันจะดีเหรอ
รู้สึกว่ามันปัจจุบันทันด่วนยังไงก็ไม่รู้
ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมรูรูกะถึงได้มีความรู้สึกที่ดี ๆ กับผมกันละเนี่ย ถึงงั้นก็ไม่อยากถามเรื่องสำคัญออกไปในตอนนี้

คงไม่ใช่ผมเข้าใจผิดหรอกนะ
นี่น่ะมันดีแล้วใช่ไหม
ยังไงก็ต้องไม่ให้ยูเอลรู้เรื่องนี้เด็ดขาด

ระหว่างที่ผมกำลังตัดสินใจอย่างแข็งขันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนนี้ ผมก็มองเห็นใบหูของรูรูกะที่ย้อมไปด้วยสีแดงเล็กน้อย
ใบหน้าที่ก้มหน้าลึกลงไปนั่นไม่สามารถลอบสังเกตการณ์ได้เลยละ แต่รู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรงอยู่

……นี่น่ะไม่ต้องตัดสินเลยว่าเป็นสถานการณ์อะไร
นี่น่ะเป็นมื้ออาหารที่ยื่นมาอยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริง
เป็นช่วงเวลาแห่งการชี้ขาด
แล้วในพริบตานั้นเอง――

「อ่า โรงแรมของเราเต็มแล้วน่ะครับ ขอโทษด้วยครับ กรุณาหาโรงแรมอื่นด้วย……เออ ยังไงตอนนี้ก็เป็นช่วงเทศกาลด้วย ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่โรงแรมอื่นจะว่างไหม」

――พนักงานที่เดินออกมาจากร้านโดยบังเอิญ ออกมาบอกพวกผมที่อยู่ตรงหน้าโรงแรม

……

ถ้าจำไม่ผิดมันก็ใช่อยู่หรอก
ลืมไปซะสนิทเลย
ตอนนี้อยู่ในช่วงงานเทศกาลนี่หว่า แทบทุกโรงแรมน่ะเต็มไปเกือบหมดแล้ว

พอมองไปทางรูรูกะ รูรูกะเองก็มองมาทางผมเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
รู้สึกได้เป็นอย่างดรเลยว่าในตาที่กลมแป๋วนั่นสั่นไหวอย่างปั่นป่วนโกลาหลเลยละ
หลังจากนั้น เพราะเข้าใจสถานการณ์นี้แล้วหรือเปล่านะ ใบหน้าของรูรูกะถึงได้แดงขึ้น แดงขึ้น 
ใบหน้าที่แดงตั้งแต่แรกแล้วก็กลายเป็นสีแดงเหมือนอย่างกับแอปเปิ้ลเลยทีเดียวเชียว

……นี่คงอายแล้วสินะ

「……มะมะมะมะไม่ใช่นะ……นะนะนะนะนี่น่ะแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้นเองจริง ๆ เป็นพะพะพะพะพะเพราะอย่างนั้นเท่านั้นละーーー!!!」

แล้วพอเธอตะโกนแปดหลอดออกมารูรูกะก็วิ่งไปทางไหนอีกครั้ง
เร็วกว่าวิ่งหนีออกมาจากร้านขายอุปกรณ์เวทย์เมื่อกี้เท่าตัวเลยทีเดียวละ
มันเป็นการวิ่งสุดฝีเท้าอย่างไม่ผิดแน่นอน
จริง ๆ อย่างนี้แม้แต่นักผจญภัยด้วยกันหรือแม้แต่ผมเองก็ไล่ตามไม่ทันหรอก

「อ้ะ ขอโทษด้วยครับ ที่ทำให้รู้สึกไม่ดีไปแล้ว?」

พนักงานของโรงแรมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มละไม
ทำไปแล้วคร้าบลวกเพ่
ลวกเพ่ทำเจ๊งไปแล้วละคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ

「……」

ผมอึ้งมองไปทางตรอกรูรูกะที่หนีหาย

ควรจะทำยังไงดีฟ้ะเนี่ย

ตอนเจอกันอีกครั้ง ผมควรจะทำหน้ายังไงกับเธอดี




NEKOPOST.NET