เพื่อนสนิทผมเป็นเลสเบี้ยน ตอนที่ 88 | Nekopost.net 
NEKOPOST

เพื่อนสนิทผมเป็นเลสเบี้ยน

Ch.88 - ฉากสีดำและส่วนสุดท้าย I


88#ฉากสีดำและส่วนสุดท้าย I

 

 

ตึก..............แตะ........ตึก..............

 

แป่ะ........แหม๊ะ.........แหม๊ะ.....แหม๊ะๆ

 

“อุก........เริ่มหน้ามืดแล้วสิ......”

 

“ช่อดอกไม้สวยดีนี่ กุหลาบงั้นเหรอ”

 

“ตกใจหมด.......พี่ภา............มาทำอะไรตอนกลางดึกตรงทางเดินมืดๆเนี่ย”

 

“อย่าตอบคำถามด้วยคำถามสิ ก็เล่นมีเสียงเดินตึกๆ กับเสียงหยดเลือดดังแหม๊ะๆ แบบนั้นใครเขาจะไปหลับลง..........เรื่องนั้นช่างเถอะ ขอดู[รู]ที่ท้องหน่อยได้ไหม”

 

“นี่น่ะเหรอ?”

 

ทูจับชายเสื้อเลิกมันขึ้นจนเผลอให้เห็น [รู] ตรงหน้าท้องขนาดก้นแก้วน้ำที่มีสก๊อตเทปปิดต่างผ้าพันแผลซึ่งก็แน่นอนมันไม่สามารถอุดเลือดจำนวนมากที่กำลังไหลทะลักออกมาได้มากนักหรอก

 

ถึงรอบข้างตอนนี้จะมืดสลัวแต่ภาก็สามารถเห็นสก๊อตเทปและรูบนท้องของทูได้อย่างชัดเจน

 

ภาขมวดคิ้วถอนหายใจ

 

“โทษที่.........ทางที่เดินผ่านกับกำแพงที่ผมใช้พิงเลอะเลือดหมดเลย”

 

“ใครเขาสนเรื่องแบบนั้นกันเล่าเจ้าบ้า มาทำแผลกับฉันซะ”

 

ภาพยายามจะเดินเข้าไปประคองแต่ทูกลับยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกให้หยุดซะก่อน

 

“ไม่เป็นไร......และที่ผมถือนี่.....เป็นดอกลิลลี่สีขาว ไม่ใช่กุหลาบซะหน่อย”

 

ภาถอนหายใจหนักๆ

 

“........ให้ฉันช่วยประคองไปห้องพี่หมอเถอะ........นายถ่อสังขารมาเพื่อการนั่นนี่”

 

“ไม่เป็นไร........เกรงใจจริงๆ.......เดี๋ยวชุดนอนพี่ภาจะเลอะเลือดผมซะเปล่าๆ จะว่าก็ว่าเถอะนะพี่ภา ครั้งที่แล้วก็ทีนึงล่ะ ผมสงสัยเหลือซะเกินว่าอะไรดลใจให้พี่ใส่ชุดนอนแบบนี้”

 

“ฮึ ถ้ามีแรงขนาดจะมาวิจารณ์ชุดนอนฉันคงไม่ต้องห่วงอะไรมากแล้วล่ะ ส่วนเรื่องเลอะ........ทีนายกับขาลยังไม่เคยนึกรังเกียจยัยผู้หญิงโสมมอย่างฉัน แล้วฉันจะนึกรังเกียจกะอีแค่เลือดของนายรึไง”

 

ทูส่งเสียงในลำคอทีนึงจากนั้นก็เริ่มก้าวเดินต่อด้วยสภาพเริ่มโงนเงน

 

ภาที่เห็นดังนั้นกำลังจะปรี่เข้าไปช่วยพยุงแต่ทูกลับส่ายหน้าพลางบอกว่าสบายมาก พลางเดินพาร่างอันบอบช้ำของตัวเองไปยังห้องและสถานที่ ที่เขาตั้งใจมา

 

ภาส่งเสียงจิจ๊ะพึมพำ”จะทำเป็นเข้มได้อีกซะกี่น้ำนะ”แล้วจึงเดินตามทูไป

 

เดินกันมาได้สักพักทูที่เริ่มรู้สึกอึดอัดกับความมืดที่มีเพียงแสงไฟสีแดงสลัวๆตามหัวมุมจึงเริ่มชวนภาคุย

 

“แล้ว----”

 

“ถ้าจะถามว่าขาลไปไหนอันนี้ขอบอกเลยว่านอน วันนี้มีคนไข้หลายรายที่อาการค่อนข้างหนักก็นะ.......หมอนั้นเลยหลับลึก ส่วนข้าวกับหนูลีพส์ที่ตอนแรกนอนเฝ้าพี่หมอฉันก็ให้ย้ายไปนอนอีกห้องแล้ว เอาจริงๆฉันก็ไม่รู้หรอกว่านายจะมา แต่บังเอิญว่าฉันได้ยินว่านายฝากคำพูดผ่านขาลมาถึงพี่หมอ เลยทำให้มั่นใจว่านายคงจะมาหาเธอเพื่อขอโทษสักวัน”

 

“แสนรู้จริงนะ........ว่าแต่แค่เสียงหยดเลือดกับเสียงเดินผมว่ามันก็ค่อนข้างเบานะ ทำไมพี่ถึงรู้ว่าผมจะเดินมาทางนี้ล่ะ”

 

“คำพูดคำจาน่าต่อยจริงๆ อย่าลืมสิสถานที่แห่งนี้เป็นของใคร......ช่างเถอะๆ ว่าแต่นายน่ะเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมาไปทำเรื่องอะไรร้ายแรงรึเปล่า ล่าสุดที่ได้ยินข่าวคือมีการปิดล้อมพื้นที่เพื่อตามล่าอาชญากร แต่ดันคว้าน้ำเหลวเลยทำให้หลายๆหน่วยงานโดนด่ากันกระจุย....และก็ไม่มีข่าวอะไรอีกเลย......นอกจาก-----”

 

ทูเมื่อได้ฟังก็ทำหน้าแหยเพราะคำพูดของภาดันทำให้เขานึกถึงวิธีที่ทำให้เขารอดมาถึงตอนนี้ได้

 

“ขอล่ะอย่าพูดถึงไอ้การปิดล้อมนั้นได้ม่ะ แค่คิดก็ขนลุกละ”

 

“อ่อเหรอ.....”ภาแอบเหล่ๆรุ่นน้องของเธอด้วยใบหน้าครุ่นคิด’พูดมาแบบนี้ตานี่ต้องปิดบังอะไรน่าสนุกสุดๆไว้อยู่แน่ๆ.....’

 

“อะไรวะครับไอ้น้ำเสียงเหมือนกำลังวางแผนร้ายอยู่นั้นน่ะ แค่มีรูที่ท้องนี่ยังไม่พอใจใช่ไหม”

 

“ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าไปทำแผลกับฉันซะ! แล้วทีนี่นายจะไปขอโทษพี่หมอจะปล้ำเธอจะอะไรเธอก็เรื่องของนายมาเดินโงนเงนมือนึงกุมท้องมือนึงถือช่อดอกไม้อันโตแบบนี้มันใช่เรื่องไหมย่ะ!!”

 

“........ไม่เป็นไรหรอกน่า......เดี๋ยวเดียวก็จบแล้ว”

 

“พูดอย่างงี้หมายความว่ายังไง........นายไม่ได้กะมาคุยกับเธอหรอกรึ พี่หมอไม่สบายใจขนาดไหนรู้ไหม นายก็รู้นี่ว่าอารมณ์ของคนท้องมันแปรปรวน และพี่หมอก็ดันเป็นคนเก็บกดเวลาเธออารมณ์ไม่ดีเวลาเครียดมากๆเธอก็มักจะเก็บเอาไว้คนเดียวซึ่งมันไม่ดีต่อสภาพจิตใจของเธอและเด็กในท้อง รู้บ้างไหมว่าเธอเอาแต่โทษตัวเองว่าเธอน่ะคือต้นเหตุที่ทำให้มีหลายๆคนต้องตาย เธอเอาแต่ทำหน้าแบบว่าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นความผิดของเธอ และที่ทำให้พี่หมอไม่สบายใจที่สุดก็คือนายทู........เธอเป็นห่วงนายมากจนพยายามหนีออกจากโรงพยาบาลตั้งหลายครั้งเพื่อไปตามหานาย นี่ยังดีที่มีข้าวกับหนูลีพส์คอยเฝ้าไม่งั้น......”

 

“เฮ้อ.....ความคิดสมเป็นพี่หมอจริงๆ......เธอคงคิดว่าที่ทำให้ผมก่อเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะรู้ว่าเธอท้อง ก็อีกนั้นแหละนะ....ก็ใช่ที่ผมเคลื่อนไหวเพราะเธอแต่ยัยนั่นดันอ้าแขนรับความผิดทั้งหมดและเอาแต่โทษตัวเองนี่มัน......สมเป็นพี่หมอจริงๆ......แต่ถึงผมจะรู้สึกผิดที่ทำให้พี่หมอต้องคิดอย่างงั้น.......แล้วพี่ภาจะให้ผมมาเยี่ยมเธอพร้อมทำหน้ายิ้มๆโดยที่ไม่ทำอะไรเลยงั้นเหรอ?”

 

“ฮึๆ ฉันก็ไม่ได้จะบอกว่านายทำสิ่งที่ผิดสักหน่อย คนทุกคนย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเอง และถึงนายจะไม่ทำฉันกับขาลก็คิดอยู่ว่าพอพี่หมอคลอดลูกเมื่อไหร่ค่อยไปลากไส้พวกบ้านั้นอยู่แล้ว”

 

“เหรอ....รู้งี้รออีกสักเดือนดีกว่า ไม่น่าเหนื่อยเลยให้ตายสิ”

 

เมื่อสิ้นประโยคทั้งคู่ก็พากันเงียบ ภาส่งยิ้มให้เหมือนบอกว่า”ฉันดีใจนะที่นายยังเอาตัวรอดมาได้”

 

ทูยิ้มรับอย่างอ่อนแรง

 

“ยัยข้าวมาป่วนให้ปวดหัวมากรึเปล่า”

 

ภากอดอกครุ่นคิดขณะเดิน“อือ........ก็ถ้าตัดเรื่องชอบเล่นอะไรแปลกๆกับพี่หมอ ชอบส่งเสียดัง นอนดิ้น กินเยอะ กับทำตัวขี้เกียจไปวันๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร”

 

”มันไม่มีอะไรที่ไหนฟ่ะ!”

 

“ฮิๆ ขอต่อจากประเด็นที่นายพยายามเบี่ยงเบนเมื่อกี้ละนะ แล้วนายเถอะ ช่วงเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปทำอะไรมาบ้าง......ฉันถามอะไรโง่ๆไปสินะ ดูจากสภาพเลือดท่วมของนาย กลิ่นเลือดเหม็นคลุ้งกับข่าวที่ว่าการหายตัวไปอย่างลึกลับของเหล่าบุคคลในตระกูลดังที่เปรียบดังเสาหลักของประเทศ.......”

 

“.......พี่หมอหลับรึยัง”

 

ภาพ่นลมออกจากจมูกแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายกับการที่ทูเบี่ยงประเด็นอีกครั้ง

 

“เข้าไปหาเองสิ นี่นายคงไม่ได้กะมาแค่วางช่อดอกไม้เฉยๆแล้วกลับหรอกนะ”

 

“.......เบื่อพวกรู้มากจริงๆ”

 

“ดันถูกซะด้วย.....ว่าแต่ว่านะเวลาที่ผู้ชายจะมาเยี่ยมผู้หญิงหรือจะเอาช่อดอกไม้มามอบให้เธอเนี่ยปกติต้องแต่งตัวหล่อๆ เนื้อตัวหอมๆสิ แล้วนี่นายอะไรน่ะ สภาพนี่เนี่ยนะจะเข้าไปหาพี่หมอ? ให้เกียรติเธอหน่อยเถอะ ฉันให้ยืมห้องน้ำโดยแลกกับการที่นายต้องให้ฉันทำแผลนะ”

 

“ตื้อ.....จริงนะ ไม่เป็นไร เอาจริงๆผมไม่มีหน้ามาพบเธอหรอก.........แค่อยากมามอบดอกไม้ให้เธอแล้วก็กลับ.......ดันทำอะไรตามใจตัวเองโดยยกเธอมาเป็นเหตุผล ก่อเรื่องไม่ดีมากมาย ฆ่าคน ทรมาน และที่สำคัญดันทำให้หลายๆคนเป็นห่วง ผมว่าผมจะหายตัวไปสักพัก ให้เรื่องมันเงียบลงแล้วค่อย-----” เพี๊ยะ!

 

ภาดึงร่างกายที่โงนเงนเพราะแรงตบของทูที่กำลังจะล้มกลับขึ้นมา

 

“นี่.....แก.......อย่ามาตลกนะ!!! ในเมื่อรู้ว่าทำให้หลายๆคนเป็นห่วงแต่ก็ยังเลือกที่จะหนีโดยทิ้งพี่หมอทิ้งข้าวและหนูลีพส์ที่ขนาดนอนยังละเมอถึงนายได้ลงคองั้นเหรอ? นายกลายเป็นคนไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่!! นี่ยังดีนะที่เป็นฉัน ถ้าเป็นขาลนายโดนซัดปางตายไปแล้ว!! แล้วไหนจะคำพูดที่นายฝากขาลมาถึงพี่หมออีกล่ะ ถึงฉันจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่นายจะทำเป็นลืมต่อคำพูดนั้นรึไง พี่หมอ ข้าว หนูลีพส์รวมถึงพวกฉันน่ะรอให้นายกลับมาตลอดเลยรู้ไหม นายยกพวกเราเป็นคนสำคัญเป็นเพื่อนเป็นสหาย แต่ดูสิ่งที่นายทำกับตัวเองสิ ลากตัวเองเข้าไปในสถานการณ์อันตราย แล้วพอกลับมาก็บาดเจ็บทำหน้าจะเป็นจะตาย........มันไม่รู้สึกดีเลยนะย่ะ.......ทีเวลาอย่างงี้ดันชอบทำตัวโง่ๆหัดมองในมุมกลับบ้างซิ!! เวลานายเห็นพวกเราลำบากนายยังรู้สึกไม่ดีเป็นเดือดเป็นร้อนแทน..........พวกเราก็เหมือนกันนะ!!! เวลาพวกเราเห็นนายเจ็บปวดเห็นนายบาดเจ็บคิดว่าพวกเราไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง!!! ให้ความสำคัญกับตัวเองหน่อยสิไอ้รุ่นน้องบ้านี่!!”

 

“อ๊อย..........เริ่มบ่นเป็นคุณป้าแล้วนะพี่เนี่ย”

 

ผว๊ะ!

 

“ไม่ต้องมาทำสำออยจะล้มเลย ปากดีขนาดนี้นายคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ ห้องนั้นแหละคือห้องพี่หมอ.......เคลียร์กันให้เรียบร้อย รับผิดชอบในคำพูดของตัวเองซะ ฉันจะยืนรออยู่นอกห้องกันเผื่อนายหนีและคงรู้สินะว่าถ้าหนีผลจะเป็นยังไง........ไม่ต้องมาทำหน้าสลดเลย!! ฉันมั่นใจว่ายังไงพี่หมอก็ไม่วันที่จะเกลียดนายหรอก ก็เธอน่ะ-----”

 

“ครับๆ เข้าแล้วๆ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะพี่เนี่ย”

 

 

แอ๊ด........ปึก....

 

อา........เสียงดังจังวุ้ย แค่กะจะมาวางดอกไม้แล้วโกยก็แค่นั้นแท้ๆดันเจอพี่ภาซะได้

 

ซวย........ซวยโคตร

 

ภายในห้องขนาดมาตรฐานสำหรับพักอาศัย การตกแต่งภายในเน้นสีขาวสบายตา พวกเฟอร์นิเจอร์ก็มีเพียงแค่เก้าอี้สำหรับแขกที่จะมาเยี่ยมสองสามตัว โต๊ะ ชั้นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือเชิงจิตวิทยากับการแพทย์ต่างๆ และเตียงขนาดกลางที่มันแลดูใหญ่เกินไปสำหรับพี่หมอร่างเล็กผู้เป็นเจ้าของห้องในขณะนี่

 

หน้าต่างปิดสนิท ผ้าม่านถูกเลิกให้เห็นวิวเพียงเล็กน้อย

 

ไร้แสงไฟจากหลอดนีออนของห้อง มีเพียงแสงจันทร์และแสงจากตัวเมืองไกลลิบๆที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ทำให้ห้องที่ควรมืดสนิทกลับดูสลัวๆ

 

..........แล้ว......

 

ตูควรจะทำยังไงดี

 

เดินเข้าไป”ฮัลโหล ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ โอ้ว~ ดูท้องป่องๆนั้นสิ น่ารักดีนะเนี่ยต๊ะเอง~”

 

งั้นเหรอ.......

 

มีความรู้สึกว่าถ้ากระแดะพูดอย่างงั้นจริงยัยข้าวจะวาร์ปมาข้างหลังแล้วลากตูไปกระทืบแน่ๆ

 

ว่าแต่ว่านะ.........

 

“ทู......รึเปล่า......คะ?”

 

ทำไมคุณเธอถึงตื่นอยู่ล่ะครับ

 

ไม่ใช่ปานนี้พี่หมอควรนอนหลับปุ๋ยไปแล้วไม่ใช่เหรอ

 

พี่หมอคนดีเป็นเด็กอนามัยที่พอสามทุ่มปุ๊บหัวก็จะลงหมอนปั๊บหายไปไหนเนี่ย!

 

…….

 

………..

 

ทำตลกกลบเกลื่อนไปงั้นแหละ

 

แค่ไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไงหลังจากที่พึ่งเชือด.........

 

 

 

พี่หมอเป็นเด็กสาว.......ไม่สิหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีดำยาวหน้าม้า เรือนร่างเล็กราวกับเด็กมัธยมที่ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ดวงตาสีโทนดำคู่นั้นกำลังจ้องมองสำรวจร่างกายผม.......และพอเธอสังเกตว่าเนื้อตัวผมในขณะนี้เต็มไปด้วยเลือดดวงตาของเธอจึงเบิกกว้างเล็กน้อยแล้วไม่ทันไรก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

“ทู!! ที่ท้องเธอเลือดออกมากเลยนี่!!! หมอ!!! พยาบาล!!! ช่วยด้วยค๊า!!!”

 

“อย่าตะโกนเหมือนตัวเองกำลังจะโดนขืนใจสิว้อย!! แล้วไอ้คนที่เรียนจบแพทย์ด้วยคะแนนสูงสุดในประเทศอย่างเธอน่ะจะเรียกหาหมอหาพยาบาลทำซากอะไร!!!”

 

“ตะ....แต่ว่า....เลือดเยอะมากเลยนะคาดคะแนนเอาแผลคงลึกมากต้องแยบแผลไม่งั้นเป็นมะเร็งแน่!!!”

 

“วินิจฉัยโคตรมั่วเลยว้อยครับ!! แล้วมันต้องคาดคะเนกับเย็บแผลต่างหาก!!!”

 

“อุ...งืม~.......คนเรานะน่ะทูเมื่อเวลาตกใจก็จะแสดงอาการแบบนี้แหละ พี่น่ะนะพยายามจะสอนเธอถึงเรื่องนี่ไง เข้าใจนะว่ามันคือการแสดงพี่น่ะไม่ได้ตกใจจนพูดผิดพูดถูกหรือตื่นตระหนกจนวินิจฉัยอาการบาดเจ็บผิดสักหน่อย.....อ๊า~ ไอ้สายตาเหมือนมองพี่ด้วยความเวทนามันมันคืออารายยยย~!! พี่น่ะอายุมากกว่าเธอนะ และตอนนี้ก็มีลูกด้วยนะ กำลังจะเป็นแม่.......คน.........ทู?.......”

 

ไม่รู้เพราะอะไร....ผมถึงต้องเบื้อนหน้าหนี......ปานนี้พึ่งมารู้สึกงั้นเหรอ

 

ผมรู้สึกว่าพี่หมอกำลังยิ้มให้ผม.....ได้โปรดอย่า.....อย่าส่งรอยยิ้มอันสูงค่านั่นให้กับไอ้สวะอย่างผมเลย

 

“ทู......มานี่สิ”

 

“ผม........ไม่ได้หรอกครับ ตัวผมเลอะ เดี๋ยวเตียงพี่จะเปื้อนซะเปล่าๆ”

 

“.............งืม........ทู....ยังจำได้ไหมตอนที่พี่ดื่มเหล้าครั้งแรก ตอนที่มีคนยุว่าพี่น่ะเด็กเกินไปที่จะดื่มเหล้า พี่โมโหเลยลองดื่มดู ยังจำเหตุการณ์หลังจากนั้นได้ไหม”

 

“.......พี่หมอ.....อ้วกแตกเลอะไปหมด รู้สึกว่าแค่จิบเดียวเอง โตแต่อายุจริงๆ”

 

“มะ......ไม่ต้องย้ำน่า! แล้วยังจำได้ไหมว่าใครเป็นคนเช็ดพวกกากอาหารที่พี่สำรอกออกมา ใครเป็นคนอุ้มพี่ที่เลอะอ้วกเหม็นๆไปล้างตัว ใครเป็นคนๆนั้น.......”

 

“.........นายสนที่เป็นรุ่นน้อง”

 

“ใช่~นายสน......เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ อือ.....พี่ว่าพี่ก็จำไม่ผิดนะ เอ่......ตอนนั้นพี่ก็มึนๆซะด้วยหรือจะจำผิดจริงๆ...........อือ.............งืม..........งื๊ม.........เดี๋ยวสิ! ยิ้มอะไรของเธอน่ะทู!! เธอนั้นแหละที่เป็นคนอุ้มพี่ หน๊อย!! มาแกล้งกันซะได้นะ ก็ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร พี่น่ะนะรักงวนสงวนตัวจะตายไม่ยอมให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวง่ายๆหรอก”

 

“กับคนที่เดินเข้าห้องน้ำชายได้หน้าตาเฉยแบบนี้มันรักงวนสงวนตัวตรงไหน”

 

“บะ....บ้าน่า!! ยังจำได้อีกเหรอ ก็ตอนนั้นน่ะนะ พี่น่ะนะ.....อ๊~~~า!!! เธอมันคนนิสัยไม่ดีทู!! ทำไมต้องแกล้งพี่อยู่เรื่อยด้วย เห็นไหม!! ลืมเลยว่าพูดถึงตรงไหน ทวนให้พี่ฟังเลยนะว่าพี่พูดถึงไหนแล้วไม่ต้องมาส่งสายตามองด้วยความเวทนาเลยน๊~~~~~า!!!”

 

“พี่ถามว่าใครเป็นคนอุ้มพี่ครับ”

 

“เธอไงทู.....ที่ไม่เคยนึกรังเกียจตอนที่พี่มีสภาพที่ดูไม่ได้ เธอน่ะนะไม่เคยบ่นเลยไม่แม้แต่จะแสดงสีหน้า พี่ดูออกหมดนั้นแหละว่าใครจริงใจกับพี่บ้าง........ที่พยายามจะสื่อคือ พี่ไม่นึกรังเกียจเธอหรอกนะทู ไม่ว่าเธอจะเลอะจะเปื้อนขนาดไหน พี่น่ะนะจะไม่ทำหน้ารังเกียจหรือเอามือบีบจมูกเด็ดขาด ตัวเธอที่ยอมรับในตัวตนของพี่น่ะ พี่ไม่เคยนึกรังเกียจหรอกนะ”

 

.......ดันใจอ่อนซะได้

 

ผมเดินเข้าไปพร้อมลากเก้าอี้ไปนั่งข้างๆเตียง

 

ผมแอบเหล่ไปยังท้องที่กลมโตจนเกือบเกินขนาดตัวของเธอ

 

“มีรูปอัลตราซาวด์ด้วยนะจะดูไหม”

 

โดนจับได้ว่าแอบมองซะงั้น.....เพราะเสียเลือดหรือเพราะเป็นเธอกันนะผมถึงปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดนี่......

 

“...........ผมไม่กล้า----”

 

“ดูเถอะ!!!.......นะ.......”

 

พี่หมอขยับตัวเลิกผ้าห่มเอื้อมมือไปหยิบแผ่นอะไรบางอย่างคล้ายๆแผ่นฟิล์มขนาดสี่เหยี่ยมที่ภายในมีรูปสีขาวๆจุดๆ ก่อร่างเป็นรูปร่างกายเล็กๆ.........ของเด็กทารก

 

ผมเผลอเม้มปากพึมพำ”ผมไม่มีค่าได้เห็นหรอกครับ” แต่พี่หมอก็ยังพยายามยัดแผ่นฟิล์มนั้นใส่มือที่เลอะเลือดของผม

 

ผมผงะเล็กน้อยพลางบอกขอโทษที่ทำให้มือของพี่หมอเลอะแต่เธอกลับส่ายหัว”พี่บอกไปแล้วไงว่าพี่ไม่นึกรังเกียจเธอหรอก.........ดูสิ........ลูกของพี่เอง”

 

ผมเผลอบีบช่อดอกไม้ที่อยู่ในมืออีกข้างซะแน่นจนมันส่งเสียงกร๊อบแกร๊บด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างซึ่งส่วนมาก ไม่สิ ทั้งหมดนั้นแหละคือความรู้สึกด้านลบ....

 

แต่จนแล้วจนรอดผมก็แพ้ให้กับใบหน้าที่เริ่มเป็นกังวลของพี่หมอ จึงก้มลงไปพินิจพิจารณารูปของเด็กน้อยที่อีกเพียงเดือนก็จะลืมตาดูโลก

 

“โครงหน้า......เหมือนพี่หมอเลยนะครับ...”

 

“ยังชอบพูดอะไรเหมือนรู้ดีตลอดเลยนะ........ดูแค่รูปอัลตราซาวด์ก็รู้ได้เนี่ยจะเก่งเกินไปแล้วนะเธอน่ะ”

 

“ผมขอ-----”

 

“ไม่ พี่ไม่ยกโทษให้.........เรื่องที่เธอทำ เรื่องที่พี่เป็นต้นเหตุหลายๆอย่าง เธอไม่ผิดหรอกพี่ผิดเอง.....เพราะฉะนั้นเธอไม่จำต้องขอโทษ.....พี่ต่างหากที่ควรขอโทษเธอ ถ้าพี่ไม่----”

 

อย่า!!! ได้โปรด.......ได้โปรดอย่า.....อย่ารู้สึกผิดต่อการตัดสินใจของตัวเองในอดีต...........ผมรู้นะว่าทำไมพี่ถึงบอกว่ารักมัน....หมายถึงพ่อของเด็กคนนี้......แต่ไม่ต้องห่วงผมไม่โกรธพี่หรอก มันจำเป็นนี่”

 

ใช่แล้ว

 

เหตุผลที่พี่หมอต้องไปคบกับไอ้ห่ารากที่ผมพึ่งปาดคอและเล่นกับมันด้วยวิธีที่ทรมานที่สุดน่ะคือเหตุผลง่ายๆ

 

ทางฝั่งตระกูลพี่หมอต้องการเชื่อมสัมผัสกับตระกูลของไอ้ห่ารากนั้นมันก็แค่นั้น

 

และพี่หมอก็ถูกยื่นคำขาดว่าให้กลายเป็นเจ้าสาวและต้องกลายเป็นของมันเรื่องมันก็แค่นั้นเอง.....ก็ถ้าเธอไม่ทำตัวเธอกับแม่ของเธอจะต้องพบเจอกับสิ่งไม่ดี ซึ่งในความคิดของพี่หมอคงคิดว่าถ้าเกิดผมรู้เข้าผมก็ต้องช่วยเธอซึ่งก็แน่นอนสำหรับที่ค่อนข้างมีทิฐิกับการถูกช่วยเหลือโดยใครสักคนนั้นมันไม่ใช่เรื่องดี.....

 

เธอจึงยอมทำตามมันก็แค่นั้น

 

หึ

 

ตลกดีนะ

 

นี่ผมโดนรอยยิ้มจอมปลอมกับโดนใบหน้าที่เธอปั้นว่ามีความสุขนักหนาหลอกเพื่อให้ผมไม่เอะใจ

 

ร้ายกาจจริงๆผู้หญิงคนนี้

 

ตูโดนหลอกมาตั้งนาน

 

จะว่าไป จนแล้วจนรอดตูก็ต้องมาเผชิญกับเรื่องแต่งงานอีกจนได้ แต่ก็นะ

 

มันก็แบบนี้แหละ มันก็มีอยู่แค่นี้แหละกับไอ้ประเทศบ้าๆนี่

 

ส่วนผมรู้ได้ยังไงอันนี้ก็ถามจากปากผู้รู้.....จะใครสักอีกก็ไอ้พ่อของลูกพี่หมอไง

 

พี่หมอทำหน้าฝืนๆยิ้มขมๆให้”เธอ.......ฆ่า.......ไปแล้วสินะ”

 

ผมไม่ตอบทำได้เพียงหลบสายตาที่เธอส่งมา

 

ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆของเธอ

 

“ยังไงพี่ก็ขอบคุณเธอไม่ได้จริงๆ เรื่องที่เธอทำมันคือสิ่งที่ผิดอันนี้เธอคงรู้อยู่แล้ว แต่พี่ก็ไม่สามารถโกรธเธอได้เช่นกัน......ยากจังเลยเนอะ จะว่าพี่โง่ก็ได้นะที่โดนทำขนาดนี้แต่ก็ยังนึกห่วงพวกเขา จะดุจะด่าพี่ก็ได้นะที่โกหกเธอ......ต้องทำให้เธอเป็นห่วง ต้องทำให้เธอลำบาก......แต่ว่านะเรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น........พี่น่ะโกรธเธอเรื่องที่ทำให้พี่กับหลายๆคนเป็นห่วงแล้วเรื่องที่เธอบาดเจ็บกลับมา เรื่องนี่แหละที่พี่จะขอโกรธเธอ ยื่นแขนมาซิ!”

 

“เอิ่ม....คงไม่ได้จะหยิก-----จ๊ากกกกกกกก~!!!! เนื้อ!!! เนื้อจะหลุดแล้ว!!!”

 

“นี่แน่ะ!!! ไม่ต้องโวยวายเลย นี่ในโรงพยาบาลนะเงียบๆหน่อยสิ! เสียงดังไม่ได้นะ และรู้ไหมถ้าเธอตายไปจะกี่คนที่ต้องเสียใจ จงสำนึกผิดที่ชอบทำให้ใครหลายๆคนเป็นห่วงซะเถอะ!!! นี่แน๊!!!”

 

“โอ้ยยยยยยย~!!! เจ็บ!!!!  เนื้อจะขาดติดมือแล้วครับ!!! ผมยอมแล้ว ผมของโทษผมจะสำนึกผิด ป๋มจะไม่ทำให้ใครเป็นห่วงอีกแล้ว!!! เพราะงั้นเลิกหยิกเนื้อแขนผมทีเถ๊อะ!!!”

 

ตายๆ ได้ตายจริงๆแน่ ไอ้รูตรงท้องมันก็เจ็บอยู่หรอกแต่ไอ้แขนที่โดนดึงโดนหยิกจากนิ้วเล็กๆของพี่หมอเนี่ยแม่งโคตรของสุดยอดโคตรๆเจ็บยิ่งกว่าอีกว้อย!!!

 

จริงสิตูยอมเสี่ยงตายไปซื้อช่อเด็กไม้ก็เพื่อเวลานี่ไง!!!

 

ผมกัดฟันพยายามฝืนความเจ็บยื่นช่อดอกไม้ที่อยู่ในมืออีกข้างไปยังพี่หมอ

 

“ฮึ อะไร? คิดว่าพี่จะใจอ่อนเพราะดอกไม้นั้นล่ะก็....ทูเธอน่ะคิดผิดแล้ว”

 

“อ๊ากกกก~!!! อูยๆถ้างั้น.......ผมเอาไปทิ้งก็ได้”

 

อย่านะ!! อ๊ะ......อ่ะแฮ่ม อย่า......เสียดายออกเอามาสิ เดี๋ยวพอเช้าพี่จะจัดใส่แจกัน.......โธ่~ ก็ได้ยอมปล่อยก็ได้”

 

แต่อย่างพี่หมอคงถือช่อดอกไม้ที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ไม่ไหวผมจึงวางมันไว้ตรงโต๊ะข้างๆหัวเตียงแทน

 

แต่ว่านะมองกี่ทีก็ไม่เข้าใจพี่หมอตัวเล็กขนาดนี้แต่ท้องกลับบวม.....ใหญ่จนเกือบเกินครึ่งของขนาดตัวเธอได้ยังไงเนี่ย......

 

“อยากลอง.......แตะดูไหม”

 

“ไม่ล่ะครับ ถ้างั้นผมขอตัว----”

 

“นี่......เล่าให้ฟังหน่อยสิ”

 

“........เล่า? เรื่องอะไรครับ”

 

“บาปของเธอ.....บาปของพี่ที่ปล่อยให้เธอก่อเรื่อง.......สิ่งที่เธอทำกับ.........พ่อของเด็กคนนี้ ครอบครัวของเขา ครอบครัวของพี่........เรื่องราวที่เธอต้องเผชิญ เกือบสัปดาห์ที่เธอเงียบหายไปทำอะไรมาบ้าง......ทุกๆสิ่ง......พี่น่ะนะ.....อยากรู้ อยากรู้ว่าพ่อของเด็กคนนี้........จากไปยังไง”

 

……..ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด

 

“ผม.....เล่าไม่ได้”

 

“..........ถ้างั้นพี่ก็คงให้คำตอบเธอไม่ได้เช่นกัน คำถามที่เธอฝากขาลมาถามพี่น่ะ พี่จะไม่ให้คำตอบและหลังจากนั้น.......ก็อย่าติดต่อพี่อีก”

 

“ได้...........งั้นผมจะเอาลูกจากพี่ไป........ส่วนเธอ.....จะเป็นยังไงก็เรื่องของเธอเถอะ”

 

“เอ๋! เดี๋ยวสิ ปกติถ้าพี่พูดน้ำเสียงเข้มๆเพื่อกดดันเธอ เธอจะยอมพี่ไม่ใช่เหรอ เอ่.....ไหนข้าวบอกว่าวิธีนี่ได้ผลไง อุตส่าห์ซ้อมตั้งนานเลยนะ.....”

 

........นั้นไง!!!

 

“.....ห๊ะ......นี่อย่าบอกนะว่าที่พี่กล้าต่อปากต่อคำกับผมเพราะยัยข้าว......”

 

“เอ๊ะ......เปล๊า~!!!ไม่มีอะไรเล๊ย~!!! พี่น่ะนะ----”

 

“ไม่ทันแล้วว้อย!! ยัยข้าวนะยัยข้าว!!”

 

“คิกๆ.....ในที่สุด......ในที่สุดเธอก็สบตาพี่สักที ดีจัง”

 

ได้โปรดอย่ายิ้มแบบนั้น........

 

“ผม......ถึงผมจะหน้าด้าน แต่ผมก็ไม่กล้าขนาดจะเล่าถึงสิ่งเลวร้ายให้พี่ฟังหรอกเพราะงั้น---”

 

“นะ.............คะ..........~”

 

“ใครสอนพี่หมอทำสายตาแบบนี้ว่ะ!! พี่ก็เหมือนกันอย่าไปจำอะไรแปลกๆจากยัยข้าวสิว้อย!!”

 

“นะ..........”

 

“ไม่”

 

“ไม่งั้นพี่ไม่ให้คำตอบต่อคำถามที่เธออยากรู้นะ”

 

“ซ้ำ! อันนี้เล่นไปแล้ว”

 

“พี่น่ะนะอายุมากกว่าเธอนะ เป็นรุ่นพี่เธอนะ เพราะงั้นขอสั่ง----”

 

“กลับล่ะ”

 

“อ๊า~!!! นะคะๆ พี่ขอร้องล่ะ ไม่ว่ามันจะเลวร้ายขนาดไหนพี่ขอสัญญาว่าจะฟัง เพราะพี่คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยังไงพี่ก็อยากรู้ พี่ต้องแบกรับมันเอาไว้เพราะมันคือบาปของพี่ไม่จำเป็นที่เธอต้องแบกไว้ทั้งหมดหรอก นะทู!! ไม่งั้น....ไม่งั้นพี่น่ะ พี่จะ.....ฟ้องข้าวว่าทูแกล้งพี่นะ!!!!”

 

“เอิ่ม.............ผมสมควรกลัวสินะ และผมก็เคยพูดไปแล้วนี่ว่าไม่เคยแกล้งพี่น่ะ”

 

“ไม่จริง เมื่อกี้ยังแกล้งปั่นหัวพี่อยู่เลย กลัวล่ะสิ กลัวสินะ ที่ทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเพราะกำลังกลัวสินะ  อึก พี่น่ะนะ ฮือ แค่ไปฟ้องข้าว อือ ว่าทูแกล้งพี่.......ทูก็จะเล่า.......แง-----อุ๊บส์!

 

“เฮ้อ......ตูละหน่าย พอไม่ได้ดังใจทีไรชอบร้องไห้ทุกที.........”

 

ดีนะอุดปากทัน ไม่งั้นลั่นโรงพยาบาล

 

“อือๆงืมๆอื๊อ!”

 

“ถึงจะฟังไม่รู้เรื่องแต่คงไม่พ้นว่าอยากจะฟังให้ได้สินะ”

 

“อือๆ”

 

“........มันไม่ดีต่อจิตใจของพี่และเด็กในท้องนะ”

 

“อือ......ฮ๊าย~ ปล่อยสักที.....ไม่ว่ายังไงพี่ก็อยากจะรู้ เล่ามาเถอะ ไม่ว่าพี่จะทำสีหน้ายังไงเวลาฟัง พี่จะร้องไห้จะเผลออุทานบอกให้หยุดหรือจะยังไงก็ตามแต่.....อย่าหยุดเล่านะ พี่ขอร้อง.......นะจะให้กราบเลยก็ได้”

 

“.............อย่าๆ พอๆ เฮ้อ.......ก็ได้ รักษาคำพูดที่ว่าจะให้คำตอบผมหลังจากฟังจบด้วยล่ะ”

 

“งื๊ม.....ได้สิ”

 

“และ.....พี่ต้อง.......นั่งตักผม”

 

“อืมได้------ห๊ะ!!!....เอ๊ะ.....อะไรนะ เดี๋ยวๆ เหมือนพี่จะได้ยินไม่ชัด พูดอีกทีซิ!!!”

 

“ผมบอกว่า...นั่งตักผมด้วยไง”

 

“เอ๋!!! อ๊า~!!! เดี๋ยวสิ ไม่เห็นมันจะเกี่ยวกันเลย ทำไมพี่ต้องนั่งตักเธอเวลาเล่าด้วยล่ะ? ทำไมอ่า!!!”

 

“.....งั้นผมไม่เล่า”

 

หึๆเป็นไงเจอแบบนี้เข้าไปคงเลิกล้มแล้วกลับไปนอนแน่ๆ

 

ก็มันจริงไหมล่ะ

 

มันใช่เรื่องไหมที่ต้องมาเล่าอะไรแบบนั้นให้พี่หมอฟังแถมเธอยังท้องอยู่อีก

 

ไม่

 

คิดยังไงก็ไม่สมควร

 

“อุ.......อือ..........ก็......ได้.....”

 

เห็นไหมยังไงก็ต้องตอบปฏิเสธอยู่แล้วก็พี่หมอน่ะ.......

 

ห๊ะ!!

 

เอ่อ.......

 

“อย่าผิดคำพูดล่ะ”

 

เอ่.........

 

“ม่ะ พี่พร้อมแล้ว”

 

..........

 

“จะฟังจริงๆงั้นเหรอมัน---”

 

“ทู นี่ก็ดึกแล้วพี่ไม่อยากพูดซ้ำหรอกนะ”

 

..........

...........

 

“งั้นขอผมทำใจและทำแผลแป็ปนึง เลือดจะหมดตัวล่ะ”

 

“ให้พี่ช่วยนะ~”

 

“คนท้องน่ะรออยู่เฉยๆเลย!”

 

////

 

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้วกับบทพี่หมอ ตอนหน้าจะเป็นช่วงเวลาเกือบอาทิตย์ที่ทูหายไป เขาไปทำอะไรมาบ้าง อันนี้คงเดาไม่ยาก แต่ถ้าใครคิดว่า......

 

พูดมากกว่านี่จะเป็นการสปอย เอาเป็นพบกันตอนต่อไปครับ~

 

หายไปนานอีกแล้วสิผม ไม่ได้ไปติดเกมที่ไหนเลยครับ จริงๆนะ ทำงานอย่างเดียวเลย

 

เชื่อกันเซ่!

 

เช่นเคยมีของมาขออภัยด้วยนะ.......ลืมไปไม่มีนิหว่า

 

 

 




NEKOPOST.NET