เพื่อนสนิทผมเป็นเลสเบี้ยน ตอนที่ 87 | Nekopost.net 
NEKOPOST

เพื่อนสนิทผมเป็นเลสเบี้ยน

Ch.87 - ฉากสีดำและสิ่งที่ต้องทำ


87#ฉากสีดำและสิ่งที่ต้องทำ

 

 

นัยยะแอบแฝง…..

 

ถ้าให้สรุปและเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ มักหมายถึงความในของการกระทำ,คำพูด,ท่าทางหรือแม้กระทั่งการกระพริบขยิบตาเป็นต้น

 

คงจะเคยได้ยินมาบ้างสินะกับคำว่า[การกระทำสำคัญกว่าคำพูด]ถึงมันจะแทบไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึงเลยก็เถอะ......

 

โดยรวมนัยยะก็ประมาณนั้นแหละความจริงนัยยะก็แปลว่าแอบแฝงอยู่แล้วแต่เพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆเลยเอาทั้งสองคำมารวมกันซะ

 

ซึ่งก็แล้วแต่บริบทในประโยคอีกที.......

 

ใช่แล้ว

 

ทำไมผมต้องกล่าวถึงนัยยะหรือความในแอบแฝงน่ะเหรอนั้นก็เพราะจะได้มาตีความการกระทำและสิ่งต่างๆของสองสาวที่มาหาผมที่โรงแรมไง

 

เหลี๊ยงตันกับยัยสมิท

 

ถ้าให้พูดกันตรงๆ

 

ยัยสองคนนี้มาหาผมทำไม

 

ก็ใช่ที่เคยกล่าวถึงเหตุผลไปแล้วว่าทำไมทั้งสองถึงมาแต่ในครั้งนี้ผมจะพูดถึงนัยยะแฝงความในอย่างที่เกริ่นไปข้างต้น

 

โยนคำถามว่าทำไมพวกเธอถึงหาผมพบไป.....ทั้งๆที่ตูค่อนข้างมั่นใจแล้วแท้ๆว่าคงไม่มีใครหาเจอหรอก.......หมดกันความค่อนข้างมั่นใจ

 

ไม่สิ

 

แทนที่จะถามว่ามาหาทำไม ต้องถามว่าในเมื่อพบแล้วทำไมถึงยังปล่อยผมไปล่ะ อุตส่าห์มาหาถึงในห้องในโรงแรมที่ผมใช้ซ่อนตัวแต่แค่ยืนคุยกันไม่กี่สิบนาทีก็กลับเนี่ยนะ?

 

ถ้าเอาตัวผมกลับไปพวกเธอคงได้ผลงานบานแท้ๆ

 

ก็ใช่ที่ผมเผลอตัวหลุดโวยวายไปกับบทสนทนานิดหน่อยก็จริงแต่แค่นั้นไม่ทำให้ยัยตัวอันตรายอย่างสมิทเลิกราทั้งๆที่สามารถจับผมได้หรอก

 

มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ......

 

ช่างหัวยัยเหลี๊ยงตันไปยัยสมองน้อยนั้นอย่าว่าแต่ความในแอบแฝงเลยตูมั่นใจเลยว่าวันนี้ยัยตันลืมใส่บรามา......รู้ได้ไงอันนี้ขอเงียบไว้

 

ถ้าสัญชาตญาณของผมยังไม่พังหรือผิดเพี้ยน

 

ไอ้รอยยิ้มสยองที่เคยส่งให้ผมก่อนกลับนั้นแหละน่าคิดที่สุด

 

แต่พักไว้ก่อนเอาเรื่องแรกๆที่ควรตีความอย่างการที่ยัยสมิททำไมต้องมาเผลอตัวแสดงอารมณ์อย่างการที่โมโหเรื่องที่ผมไประเบิดโน้นนี่ด้วย

 

ถึงจะไม่ได้รู้จักยัยสมิทมากแต่ยัยนั่นน่ะมีกลิ่นอายของเอเจ้นท์แบบเต็มสูบซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบผมว่าต่อให้มีเด็กถูกเป่าสมองกระจุยตรงหน้าคิ้วยัยนั่นก็คงไม่กระดิกสักนิดหรอก

 

และนี่อะไรแค่อาจจะไม่ได้เงินเดือนสามารถทำให้ยัยนี้เป็นเดือดเป็นร้อนจนถึงต้องควักปืนมาจ่อผมเลยงั้นเหรอ?

 

ไม่

 

ไอ้เปลือกนอกที่สามารถตบตาคนทั่วไปได้แบบนั้นจะมาใช้กับตูเนี่ยนะ?

 

ยอมรับเลยว่าเกือบลืมคิดไปเหมือนกันแต่ผมมาสะกิดใจไอ้ตรงที่ยัยนั่นพูดออกมาว่า[ถึงใจฉันน่ะเชียร์ให้นายรีบๆลากไอ้ตระกูลเสาหลักนั้นลงนรกให้จบๆไปซะแต่อย่าลืมสิว่าการกระทำของนายในครั้งนี้น่ะไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากความสะใจของนายล้วนๆ]

 

ทำไมต้องลงทุนพูดเรื่องที่รู้ทั้งรู้อยู่แล้วแถมตั้งยาวเหยียดแบบนี้ด้วย?

 

สำหรับเจ้าหน้าที่หรือเอเจ้นท์ระดับเธอแล้วมันเป็นการแสดงอารมณ์เกินความจำเป็น ........เกินไปด้วยซ้ำ และใครว่าไม่ได้ประโยชน์ก็ไอ้คนที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้มันก็เธอไงยัยสมิท!

 

นี่เธอลืมการตกลงที่บอกให้ตูไปจัดการไอ้หน่วยงานต่างประเทศแล้วเรอะ?

 

ไม่

 

ยัยนั้นจงใจพูดเพื่อให้ผมตีความ

 

เพื่ออะไร?

 

ตอนแรกก็ไม่แน่ใจแต่หลังจากที่ได้เห็นรอยยิ้มสยองที่เธอส่งปิดท้ายนั้นแหละถึงกล้าฟันธง

 

จะว่าไปก็ลืมเหตุผลอีกข้อที่ทำให้ผมต้องมาคิดเรื่องความหมายแอบแฝงนี้สินะ มีอยู่ช่วงนึงในประโยคไหนอันนี้จำกันเอาเองยัยสมิทจงใจเรียกชื่อผมพร้อมเว้นช่วงไปนิดนึงแล้วจึงกล่าวว่า[ช่วยคิดดีๆอีกทีเถอะ]

 

กลับมาที่เพื่ออะไร นั้นก็เพื่อบอกให้ผมรู้ว่าสถานการณ์ในหน่วยงานของประเทศนี้อยู่ในช่วงต่ำสุดและที่จงใจกล่าวถึงพี่หมอนั้นก็เพราะอยากให้ผมระเบิดอารมณ์เพื่อกลบเกลื้อนอะไรบางอย่างหรือลองใจผมซึ่งเธอก็คงสมหวังไปเรียบร้อยแล้ว

 

ความจริง.......ยังมีอีกหลายส่วนที่น่าคิดอีกหลายอย่างเช่นปืนที่ยัยนั้นหยิบมาจ่อผมตั้งแต่แรกๆ

 

การหยิบปืนขึ้นมาจ่อหรือหยิบขึ้นมาขู่นั้นหมายถึงการแสดงจุดยืนว่ามีอำนาจ

 

หรือก็คือยัยสมิทกำลังจะบอกว่าเธอน่ะสามารถฆ่าผมเมื่อไหร่ก็ได้เท่าที่อยากทำหรือ........ถ้าให้ตีความสิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมดกับการแสดงของเธอและมีหลายครั้งที่เธอพูดถึงจุดจบและกล่าวถึงรัฐหรือก็คือหน่วยงานสรุป......เธอกำลังบอกผมโดยการเอาปืนจ่อว่ามีคำสั่งจับตายผม.......

 

นอกจากปืนจะแสดงถึงอำนาจแล้วยังหมายถึงความตายและการไล่ล่าเช่นกัน เปรียบเทียบจากการที่เมื่อต้นทศวรรษ 1900 กว่าๆ นายพรานหรือชนชั้นสูงในประเทศผู้ดีนิยมชมชอบการล่าสัตว์โดยการใช้ปืนซึ่งในสมัยนั้นสัญลักษณ์ปืนหมายถึงการล่าและการฆ่า

 

เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกันสมิทคงจะสื่อว่า

 

[ตอนนี้หน่วยงานในประเทศกำลังอ่อนแอ ถึงจะเสี่ยงกับหน่วยงานต่างประเทศแทนแต่ถ้าเธอจะเคลื่อนไหวก็ต้องเป็นตอนนี้เท่านั้น]

 

[ไอ้ตระกูลเสาหลักเฮงซวยนั้นกำลังตื่นตัวจนต้องไปขอร้องให้หลายๆฝ่ายจับตายนายแน่นอนรวมถึงหน่วยงานต่างประเทศขี้เผือกที่อ้างว่าจะมาสอบสวนแต่เพื่อมาไล่จับนายนั้นด้วยระวังตัวไว้]

 

รอยยิ้มอันสยดสยองที่เธอส่งมาประกอบกับคำพูดประโยคสุดท้ายที่เธอพูดกับผม.......เจาะจงต้องช่วงที่ว่า[เอาสิ ฉันเชื่อ ก็นายรับปากแล้วนี่ ถ้างั้นงานของฉันก็จบแล้ว]

 

คงหมายถึง

 

[เอาสิถ้านายเข้าใจสิ่งที่ฉันจะสื่อซึ่งฉันเชื่อว่านายต้องเข้าใจและเมื่อนายเข้าใจ มันก็เป็นตัวบ่งบอกว่านายจะทำเรื่องนี้ให้มันจบ]

 

อะไรแบบนั้นแน่ๆ

 

ถึงจะค่อนข้างมั่นใจและมีแนวโน้มว่าทั้งหมดที่ผมคิดนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่คิดไปเองหรือมโนดิบล้วนๆ

 

หรืออาจจะเป็นเพราะผมกำลังหาเหตุผลทำให้ตัวเองผิดคำพูดที่รับปากจากยัยสองตัวที่อันตรายในคนละความหมายก็ได้

 

แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นจริงและถึงจะไม่เป็นแบบนั้น หรือผมอาจจะคิดไปเองคนเดียวแต่ยังไงซะผมก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะจบเรื่องห่ารากนี่ด้วยตัวเอง

 

และแน่นอน

 

ต้องด้วยน้ำมือตัวเองเท่านั้น

 

 

หลังจากที่ทั้งสองสาวออกไปผมก็รีบเก็บข้าวของออกจากโรงแรมด้วยความรู้สึกว่าถ้ายัยสองคนนี้เจอผมได้คนอื่นก็ต้องพบเช่นกัน

 

เมื่อโกยอะไรหลายๆอย่างเสร็จผมก็รีบวิ่งออกจากโรงแรม

 

มายืนหลบมุมแอบมองความเป็นไปของโรงแรมที่ผมใช้เป็นที่ซ่อนตัวจนถึงเมื่อครู่

 

ไม่ถึงนาทีที่ผมออกมาก็มีรถตู้สามสี่คันมาจอดตรงหน้าโรงแรม

 

เสี้ยววินาทีที่รถจอดก็มีชายชุดดำสวมชุดเกราะราวหน่วยสวาทครบชุดตั้งแต่หัวจรดเท้าพุ่งตัวออกจากรถตู้กะด้วยสายตาคงประมาร่วม 20 นาย

 

พวกเขาแบ่งกำลังไปอพยพคน ปิดล้อมพื้นที่ดักประตูหลังปิดบันไดและลิฟท์ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 20 วิเท่านั้น

 

บ่งบอกถึงฝีมือของคนในหน่วยและผู้สั่งการได้เป็นอย่างดี

 

และหน่วยที่แบ่งมามากและติดอาวุธหนักที่สุดก็คือหน่วยที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องของผม ไม่สิต้องอดีตห้องที่ผมใช้หลบซ่อนต่างหาก

 

ไม่แม้แต่จะส่งเสียงให้มอบตัว หน่วยที่ยืนอยู่หน้าอดีตห้องผมของในโรงแรมก็กราดยิงด้วยปืนกลเก็บเสียงถึงจะบอกเก็บเสียงแต่ขนาดผมยืนหลบดูอยู่ด้านล่างยังได้ยินเสียงข้าวของแตกกระจายกับกระสุนที่ไปกระดอนกับกำแพงแบบถนัดหู

 

ตูโดนสั่งจับตายจริงๆด้วยว่ะ

 

ถึงจะแอบหลบมุมแต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกพบตัวผมจึงทำเนียนเดินออกจากบริเวณนั้น

 

อ๊ะ........

 

.......ชิ

 

นี่ไม่ได้ปิดล้อมแค่โรงแรมแต่เล่นปิดพื้นที่โดยรอบเลยงั้นเหรอ

 

ทำอะไรโฉ่งฉ่างดีจังนะพวกเอ็ง

 

ไม่อยากมาเสียเวลาดวลปืนหรือต้องกลายเป็นตัวร้ายหนังบู้ที่โดนไล่ล่าไล่ถล่มจนเมืองพังไปเป็นแถบๆหรอกนะ

 

ถึงจะเสียใจที่หนึ่งในเซฟเฮ้าส์อย่างไอ้อดีตห้องที่ตอนนี้โดนถล่มด้วยกระสุนนับร้อยๆแต่ผมก็ต้องผ่านไปให้ได้.......

 

ที่คิดอะไรไร้สาระเพราะกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะใช้สิ่งที่เรียนมาจากไอ้นกดีไหม......

 

……

..

……..

…..

….

 

........เอาว่ะ!

 

ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ก็เคยบอกไปตั้งบ่อย........แถมไม่มีทางเลือกด้วยสิ…….

 

หยิบของหลายๆอย่างจากในกระเป๋า

 

เอามาสวมหัว……….

 

เปิดกล่องเครื่องสำอาง.....

 

เอ่อ.....

 

ความจริงกะจะวัดดวงไปในเส้นทางที่อีกฝ่ายอาจไม่รู้

 

แต่เมื่อผมเห็นว่าผู้สั่งการของไอ้หน่วยนั้นเก่งพอสมควรจึงต้องคิดลบไว้ก่อน

 

ถ้าเผลอตัวคิดว่าข้าเจ๋งสุดข้าแน่ที่สุดไม่มีอะไรทำข้าได้เมื่อไหร่.......จะพลาดอย่างที่ผมเคยพลาดในอดีต.....ไม่ได้เด็ดขาด.......

 

.......จะเสี่ยงไม่ได้..........ถ้าพลาดก็ตาย

 

ความจริงจะโทรหาผู้รับผิดชอบและให้แม่งเปิดเส้นทางเลยก็ได้แต่......มันจะกลายเป็นเรื่องที่ใหญ่ยิ่งกว่านี้

 

และที่สำคัญของสำคัญ........สิ่งที่มี.....น่ะคือสิ่งที่เมื่อใช้แล้วมีวันหมดไป ต้องถนอมเอาไว้ใช้ในเวลาสำคัญจริงๆ............ไม่ใช่กำลังนึกเสียใจที่ดันลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องหรือบ้านที่พวกผมกับยัยข้าวและลีพส์อยู่หรอกนะ…….

 

จริงๆนะว้อย!

 

แม่ง......เพราะไอ้สิ่งที่เรียกว่าลืมแท้ๆตูต้องมาทำอะไรแบบนี้........

 

ฮือ.........

 

.........เอาล่ะเรียบร้อย

 

เมื่อจัดการตัวเองในมุมมืดเสร็จเรียบร้อยผมก็เดินไปยังจุดที่มีแต่คนแต่งตัวเหมือนหน่วยสวาท

ยืนถือปืนปิดล้อมพื้นที่อยู่ทันที

 

ทำอย่างงี้พรุ่งนี้พวกเอ็งออกข่าวทุกช่องนี้ ผู้คนแตกตื่นไปหมดเลยนะเฮ้ย.......ก็เล่นมาถือปืนกลางเมืองปิดพื้นที่แถมยังสาดกระสุนยิงถล่มห้องพักในโรงแรมซะยับอีก

 

“Excuse me Mrs.-----Oh!.......ไม่สิ ขอประทานโทษครับคุณผู้หญิง ผมเป็นคนของหน่วยงานรัฐได้รับมอบหมายให้ปิดล้อมพื้นที่กันไม่ให้มีคนออกหรือเข้า คุณผู้หญิงได้โปรดรอสักครู่นะครับอีกไม่กี่นาทีทุกอย่างก็เป็นปกติ-----”

 

ฮือๆ กระซิกๆ”

 

“Oh no! คุณผู้หญิงร้องไห้ทำไมครับ ไม่ต้องกลัวผมนะครับถึงผมจะถือปืนแต่ผมอยู่ฝ่ายเดียวกับประชาชนอย่างคุณไม่ต้องห่วงอีกเดี๋ยวเรื่องก็จบแล้----”

 

“คุณแม่ของฉันป่วยหนักค่ะ!! ท่านกำลังรอให้ฉันพบเป็นครั้งสุดท้ายแต่พวกคุณ.....พวกคุณ!!! แง~!!! ฉันเสียใจค่ะเพราะต้องเอาแต่ทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลาดูท่าน.....เพราะงั้น.....เพราะงั้น!! อย่างน้อยฉันขอไปพบท่านเป็นครั้งสุดท้ายเถอะค่ะ!! ขอร้องล่ะ!!!”

 

“……..Oh my goodness!!! เฮ้ย!! รีบๆเปิดเอาที่กั้นบ้าพวกนี้ออกไปเร็ว!!! คุณผู้หญิงท่านนี้มีเรื่องด่วนที่ต้องออกจากพื้นที่!!!”

 

“แต่ลูกพี่ครับหัวหน้าสั่งเอาไว้ว่า----”อันนี้ที่จริงเป็นภาษาอังกฤษแต่แปลให้แล้ว

 

“คุณแม่ของเธอกำลังป่วยหนัก นี่พวกแกใจดำจนไม่ให้เธอไปพบหน้าผู้เป็นมารดาเป็นครั้งสุดท้ายเลยงั้นเรอะ?! ลืมที่หัวหน้าครูฝึกสั่งไว้แล้วรึไง!!!! พวกเราคือนักรบ!! เป็นนักรบอย่างเดียวไม่ได้พวกเรายังต้องเป็นอะไรอีก!!!”

 

สุภาพบุรุษ!!!!!”

 

“จะยืนโง่ทำบ้าอะไรรีบๆเปิดทางให้คุณผู้หญิงท่านนี้เร็วเข้า!!”

 

“โรงพยาบาลที่คุณแม่ของเธออยู่ทีไหน!!! ไปเอารถมาเร็ว!!!”

 

“รีบๆติดต่อสั่งไอ้พวกอ่อนปวกเปียกในประเทศนี้ให้เปิดทางไฟเขียวตลอดสายเร็วคุณผู้หญิงต้องไปพบคุณแม่ของเธอ!!!”

 

“ลูกพี่ครับ!!!”

 

“อะไรอีกว่ะ เร็วๆสิเวลาไม่เคยรอใครนะ!!”

 

“คุณผู้หญิงท่านนั้นวิ่งไปโน้นแล้วครับ!!!”

 

“ห๊า~!!! โธ่เอ้ย! ก็เพราะพวกแกเอาแต่ชักช้าไงดูซิเธอวิ่งหน้าตั้งไปโน้นเลยเห็นไหม จบงานนี้เมื่อไหร่ข้าจะฟ้องหัวหน้าครูฝึก!!!”

 

 


 

 

................

 

กราบเลยครับ

 

จะให้ไปปล้นธนาคาร เปิดการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือจะเอาบิ๊กไบค์ไปชนทั้งที่อายุไม่ถึง 18 อะไรก็แล้วแต่เถอะ

 

มุกน่ะมุก.....ขอตลกสักนิด......ช่างแม่ง!

 

แต่ได้โปรด!!!

 

ได้โปรดลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไปให้หมด

 

และเหยียบไว้อย่างให้ใครรู้เป็นอันขาดนะครับ!!!

 

.......เรื่องที่ผม.....

 

ตะ.....ตะๆ.......แต่ง.....

 

อ๊ากกกกกก~!!!!!!

 

แต่งหญิงไงโว้ยยยยยย~!!!!!

 

ตูจะไปฆ่าไอ้คนที่เคยพูดว่าชีวิตคนเรามักมีทางเลือกเสมอ!!!

 

แม่งเอ้ย!!!

 

สลัดผักใส่มายองเนส!!!!

 

ไอ้วิกบ้านี้ก็ทำออกมาซะเหมือนเกิ๊น!!

 

ไอ้เทคนิคการแต่งหน้าที่เรียนมาจากไอ้นกก็ได้ผลเกิ๊น!!!

 

นมปลอมที่ขนาดยัดใส่เสื้อยืดธรรมดาโดยไม่ได้แต่งอะไรมากก็ยังดูเหมือนจริงนี้ก็อย่าให้รู้นะว่าใครทำ!!!

 

ขนาดตูสวมเสื้อยืดกางเกงยืนพวกแม่งยังดูไม่ออกว่าตูเป็นผู้ชาย.......จะว่ามันโง่หรือต้องขอบคุณเทคนิคการดัดเสียงและการกระแดะเป็นผู้หญิงดี........

 

........อยากร้องไห้

 

นี่ตูต้องดัดเสียงบีบน้ำตาเลยเหรอเนี่ย......ต้องไปทำหน้าตาน่าสงสารต้องส่งสายตาวิ๊งๆใส่ไอ้พวกฝรั่งในเครื่องแบบนั่น........

 

อา........

 

สายตาที่พวกแม่งมองตูเป็นหญิงสาวผู้น่าสงสารแลดูน่ารักแม่งฝั่งใจเลยว้อยยยยยยยยย~!!!

 

ติดตาเลย!!!

 

ขนลุกไปหมดแล้วโว้ยยยยยยย!!!

 

ตอนแรกวันนี้กะจะไปไล่เชือดไอ้พวกตระกูลห่านั้นนะ......

 

แต่ไม่ไหวแล้วว่ะ........

 

เข้าใจอารมณ์คนจิตตกก็วันนี้แหละ ไม่สิตูก็พึ่งผ่านมานิหว่าไอ้อาการจิตตกเนี่ย......

 

เฮ้อ.......

 

อยากตายจัง

 

////

ทูจังจ๊ะ~





NEKOPOST.NET