เพื่อนสนิทผมเป็นเลสเบี้ยน ตอนที่ 73 | Nekopost.net 
NEKOPOST

เพื่อนสนิทผมเป็นเลสเบี้ยน

Ch.73 - สิ่งที่ไม่รู้


73#สิ่งที่ไม่รู้

 

 

หลังเลิกงานในวันเดียวกัน

 

ผมที่ตั้งมั่นแล้วว่าอยากซื้อรถสักคันด้วยเหตุผลที่เคยพูดไปแล้วอย่างเช่น ไม่อยากให้ลีพส์ตากลม โดนแดดเลียผิว บลาๆ จึงใช้ช่วงเวลาก่อนจะไปรับคุณเพื่อนสุดเลิฟแวะไปที่โชว์รูมรถแถวๆนั้นดู

 

ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อหรอกนะแค่จะไปถามราคาอะไรเผื่อไว้ก่อน

 

เมื่อเดินเข้าไปผมก็ได้รับการตอนรับอย่างเกือบดีจากพนักงานชาย......อ้าว~

 

“นี่นาย.....คุณวัตสันที่เรียนรุ่นเดียวกันนี่?!”

 

“อะ.......เสียงแบบนี่หน้าแบบนั้น.......อะ....อะ.....ไอ้ตัวซวย!!! ไปไกลๆเลยนะออกไปเดี๋ยวนี่!!!”

 

“โหดร้ายจัง พวกเราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะทำเป็นรังเกียจกันไปได้”

 

“ชั้นต่างหากที่ควรบ่นว่าโหดร้ายน่ะไอ้ตัวซวยบัดซบ!! เพราะแกทำให้ชั้นต้องโดนไล่ออกจากบริษัทใหญ่เงินเดินเกือบแสน เพราะแกทำให้ฉันโดนไล่ออกจากธนาคารที่เป็นที่ทำงานแห่งที่สอง แม่งเอ๊ย~!!! ชั้นไม่ยอมไปหลงร่วมหัวจมท้ายกับแกอีกแล้วออกไปเลย ออกไปซร๊า~!!!!!”

 

แฮะๆ

 

ครับ

 

ก็อย่างที่นายวัตสันกล่าวไป ความจริงวัตสันก็ไม่ใช่ชื่อจริงๆของชายหน้าตาเกือบดีติดเเอ๊คเล็กน้อยคนนี้หรอกครับ.....ช่างเรื่องชื่อจริงๆเขาไปเถอะเพราะยังไงผมก็ติดเรียกเขาว่านายวัตสันไปเสียแล้ว

 

ถ้าให้ไอ้คนอคติแบบผมประเมินนายวัตสันไม่ใช่คนดีครับ เป็นพวกเห็นแก่ตัว ขี้ตกใจ ปอดแหกระยะสอง แต่เขามีดีคือตรงที่เมื่อถึงเวลาวิกฤตจริงๆวัตสันจะกลายเป็นคนกล้าหาญหรือพวกแนวพระเอกคนอึดตายยาก

 

ถ้าให้เล่าถึงวีรกรรมทั้งหมดที่พวกเราลุยด้วยกันมาก็คงเยอะยาว งั้นตัดน้ำเอาเนื้อๆคัดพิเศษเลยก็แล้วกัน

 

ถ้านับและเล่าตามที่วัตสันพูดก็คงต้องเริ่มจากบริษัทใหญ่ที่นายวัตสันเคยอยู่

 

พอดีน่ะนะตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมพึ่งจบใหม่ๆ

 

เลยไปขอสมัครเป็นพนักงานบริษัทใหญ่นี่ดู แต่เขาดันไม่รับผมน่ะสิ

 

ไอ้ไม่รับไม่ว่า ไอ้ดูถูกว่าผมเป็นพวกไร้หัวนอนปลายเท้าปลายไม่รู้จักเจียมตัวยังไม่รู้สึกอะไร แต่มาพูดจาต่ำๆกับยัยข้าวตูคงยอมไม่ได้ว่ะ

 

และก็ดันโชคดีดูเหมือนบริษัทใหญ่แห่งนี้จะชอบทำการค้าผิดกฎหมายผมเลยเอาข้อมูลมาตีแผ่ว่าง่ายๆก็แฉพวกแม่งซะเลย

 

หุ้นในบริษัทใหญ่ตกฮวบ เครดิตต่างๆหายเกลี้ยง เจ๊งนั้นแหละ

 

แต่ที่ทำให้ผมสามารถเอาข้อมูลมาตีแผ่ได้ก็ต้องขอบคุณนายวัตสันจริงๆ ถ้านายวัตสันไม่บอกว่าในบริษัทใหญ่มีพวกแอบกินเล็กกินน้อยผมก็คงไม่รู้ว่าบริษัทนี่กระทำผิดกฎหมาย

 

ถึงบริษัทแม่งจะไม่ผิดยังไงตูก็จะเอาให้ผิดให้ได้นั้นแหละ

 

อุ๊บส์~

 

ดันเผลอพูดอะไรเหมือนผู้นำประเทศหรือไม่ก็พวกคนใหญ่คนโตในกะลาแลนด์ซะได้

 

แย่จริงๆเลยผม

 

ส่วนเหตุการณ์ที่สอง อันนี้ค่อนข้างแอคชั่นนิดนึง

 

ผมที่ยังไม่ได้งานจึงไปลองสมัครที่ธนาคารเจ้าหนึ่งดู ซึ่งก็โชคดีผมพบกับนายวัตสันที่ดันได้งานก่อนผมวันกว่าๆเอง

 

โชคชะตาสินะ~

 

ในขณะที่ผมรอให้เรียกสัมภาษณ์อยู่นั้นจู่ๆก็มีโจรมาปล้นธนาคารล่ะ

 

แน่นอนผมไม่สู้อยู่แล้ว ตูไม่ใช่ฮีโร่สักหน่อยแถมยังตอนนั้นยังติดสัญญาที่ให้ไว้กับยัยข้าวว่าจะไม่ลงมือทำอะไรผมเลยหมอบๆนอนๆทำตัวเป็นกลัวสุดๆไปตามชาวบ้านเขา

 

และนายวัตสันก็ดันอยู่ข้างๆผม นายวัตสันร้องไห้สั้นหงึกๆเลยล่ะ

 

ผมรู้สึกสงสารจับใจ เพราะผมเป็นตัวการทำให้บริษัทที่เขาทำงานเจ๊งเลยต้องมาหางานที่ธนาคารนี่ แถมยังโดนประสบการณ์โจรควงปืนมาปล้นอีก

 

ถ้าเป็นคนปกติเจออะไรไปขนาดนี้คงจิตตกยาวแน่ๆ

 

เพื่อไม่ให้เป็นแบบนั้นผมเลยอยากช่วยนายวัตสัน

 

ผมแกล้งร้องโอดโอยเรียกความสนใจจากเหล่าโจร บ่นว่าปวดท้องหนักอยากเข้าห้องน้ำตอนแรกมันก็บอกให้อดทนแต่ผมแสร้งร้องไห้บอกว่าเป็นโรคอั้นถ่ายไม่ได้ถ้าอั้นมากๆผมอาจจะตายซึ่งตอนแรกมันก็ไม่เชื่อหรอกแต่ผมจัดการโยนไปว่านายวัตสันเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน นายวัตสันเป็นพยานได้แน่นอนทีแรกนายวัตสันงงแตก

 

แต่ด้วยการขยิบตานิดหน่อยเขาก็เออออแต่โดยดี

 

คุณโจรผู้ใจดีพาผมไปเข้าห้องน้ำและผมก็จัดการ ตุ๊บตั๊บ พลางนึกขอโทษยัยข้าวในใจ ลอกคราบคุณโจรผู้ใจแล้วเอาชุดเขามาสวม แย่งปืนมาแล้วกลับไปที่ธนาคาร

 

เมื่อมาถึงผมก็ทำทีเข้าไปใกล้พวกคุณโจรทั้งหลายฟาดให้สลบยิงที่ขาต่างๆนาๆจนพลาดดันเกิดการดวลปืนขึ้นซะงั้น และผมก็เกือบถูกยิงยังดีที่มีนายวัตสันนึกใจกล้าแย่งปืนมายิงไอ้คนที่เล็งปืนมาทางผม

 

ซึ้งเลยครับ

 

จริงๆไม่ต้องก็ได้ตูคำนวณไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรแบบนี้

 

แต่ก็ขอบใจมากนายวัตสัน

 

หลังจบเรื่องธนาคาร ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกหลายครั้งซึ่งในที่สุดผมก็ได้งานเป็นบริษัทของลุงยัยแพรและดูเหมือนนายวัตสันจะได้งานในโชว์รูมรถแห่งนี้สินะ

 

นายวัตสันที่โวยวายและพยายามไล่ผมในที่สุดก็เงียบลงเพราะมีหัวหน้างานมาต่อว่าที่นายวัตสันเสียมารยาทกับลูกค้าแบบผม

 

ผมบอกไม่เป็นไรพวกเราเพื่อนกันซึ่งนายวัตสันก็รีบปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่เพื่อน

 

ลีพส์ดึงแขนเสื้อผม จึกๆ ถามว่าผมกับนายวัตสันสรุปเป็นอะไรกันแน่คะ

 

ผมตอบและเล่าไปแบบย่อๆว่านายวัตสันคือคนที่เคยช่วยชีวิตพี่ด้วยนะลีพส์ เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็ร้อง”ว้าว”แล้วรีบวิ่งไปก้มหัวขอบคุณนายวัตสันเป็นการใหญ่ทีแรกนายวัตสันก็จะเถียงว่าไม่น่าช่วยไว้เลยแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอรอยยิ้มของลีพส์ที่ส่งไป

 

“กะ.....ก็ ไม่เป็นไร พวกเรา....อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน พี่เต็มใจ น้องไม่ต้องมาขอบคุณแทนไอ้---แทนทูเขาก็ได้”

 

นายวัตสันพูดแบบนั้นพลางเกาหัว........เขินล่ะ

 

แน่นอนรอยยิ้มของลีพส์คือที่สุดเฟ้ย ถ้าเอ็งไม่รู้สึกอะไรเมื่อเจอรอยยิ้มนี้ก็ควรไปพบแพทย์ซะนะ

 

และแล้วผมกับลีพส์ก็เดินพลางถามรายละเอียดกับนายวัตสันถึงราคาและข้อดีข้อเสียของรถยี่ห้อต่างๆ นายวัตสันทีแรกก็ทำหน้าไม่อยากแนะนำผมเลยสักนิดแต่พอลีพส์เอียงคอรอคำตอบจากนายวัตสันเขาจึงยอมพูดแต่โดยดี

 

เดินดูจนครบเวลาก็ล่วงเลยไปราวๆ 20 นาที

 

ซวย.........ยัยข้าวเลิกงานแล้วนี่หว่า

 

ป่านนี้คงยืนกอดอกทำหน้าหงุดหงิดแช่งผมต่างๆนาๆแล้วอยู่แน่ๆ

 

นั่นไง.....ขนลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

รีบไปดีกว่า

 

“ขอบคุณมากนะที่เสียเวลาอธิบายซะตั้งนาน”

 

“เออ ยังไงแกก็เป็นลูกค้านิหว่า”ทีทำไมพูดกะตูถึงใช้น้ำเสียงแบบนี้ครับนายวัตสัน เราคือเพื่อนร่วมชะตากรรมนะเห้ย

 

“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่วัตสัน และลีพส์ขอโทษนะคะที่ถามอะไรไปตั้งเยอะแต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อเลย....งืม.....เหมือนพี่วัตสันเหนื่อยฟรียังไงไม่รู้”

 

“อะ......น้องอย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ พี่รู้สึกไม่ดีนะ ไม่เป็นไรยังไงแค่น้องถามและพี่ได้บริการน้อง พี่ก็รู้สึกคุ้มเงินเดือนแล้วครับ”

 

เห้ยๆ ทำไมมันต่างกันขนาดนี้ฟ่ะ ถึงนายวัตสันจะไม่ได้มองลีพส์แบบมองหญิงสาวก็เถอะ ถึงจะมองลีพส์เป็นเพียงแค่เด็กสาวน่ารักก็เถอะ แต่อย่ามานับลีพส์เป็นน้องสาวเอ็งตามใจชอบนะว้อย

 

เดี๋ยวปั๊ด!

 

“จริงสิไอ้---- ไม่สิ ทู นายกับพี่หมอสนิทกันไม่ใช่เหรอไม่ไปเยี่ยมเธอหน่อยล่ะ”

 

“หือ? ใช่.....แล้วเธอเป็นอะไรล่ะ ชั้นถึงต้องไปเยี่ยมน่ะ”

 

นายวัตสันเลิกคิ้วอุทาน”จริงดิ?”

 

“จริง? ก็หลังจากจบมาชั้นก็ไม่ได้ข่าวสารอะไรเกี่ยวกับพี่หมออีกเลย รู้แต่ว่าพี่แกหมั้นแล้วจากนั้นไม่นานก็ยกเลิกหมั้น แค่นั้นแหละ”

 

นายวัตสันเอามือนวดขมับพึมพำ”เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ”

 

ชักรู้สึกแปลกๆ

 

“นี่ทูฟังนะ.....ไม่สิ ชั้นว่านี่คงจะเป็นความตั้งใจของพี่หมอ เธอคงไม่อยากให้นายรู้ถึงเล่นปิดข่าวจนไอ้----จนทูผู้รอบรู้ทุกสิ่งถึงยังไม่รู้แบบนี้”

 

.......พี่หมอปิดข่าว?

 

ปิดอะไรล่ะ?

 

“เลิกพูดจาวกวนสักทีวัตสัน”

 

นายวัตสันเหล่สายตามายังลีพส์พลางบอกให้เธอปิดหูและปิดตาเอาไว้นะ

 

ลีพส์เมื่อได้ยินดังนั้นก็เงยช้อนใบหน้างุนงงมาทางผม พอจะเข้าใจว่าไม่อยากให้เด็กแบบลีพส์รู้จากสายตาของนายวัตสัน ผมจึงลูบหัวแล้วบอกให้ลีพส์ทำตามที่เขาพูด

 

เด็กสาวคราง”งืม”แต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย

 

นายวัตสันมองลีพส์จนแน่ใจว่าเธอปิดหูปิดตาเป็นที่เรียบร้อยก็ค่อยๆเปิดปากบอกว่า

 

“พี่หมอ.....ท้องได้ 8 เดือนแล้ว.....ส่วนพ่อ......ก็คือไอ้คนที่หมั้นกับเธอ....พอได้เธอ....มันก็ยกเลิกหมั้นแล้วหายหัวไป.....ตระกูลของพี่หมออับอายมากที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนดันกลายเป็นแม่ม่าย....เธอโดนไล่ออกจากตระกูล โดนกลั้นแกล้งต่างๆนาๆจากพวกที่เคยอิจฉาเธอ ครอบครัวเพียงคนเดียวและคนที่คอยปกป้องเธอหลังจากที่โดนไล่ออกจากตระกูลก็คือคุณแม่....แต่ท่านเสียไปแล้วเมื่อราวๆปีก่อน มีข่าวลับๆว่าแม่ของเธอโดนวางยา....พี่หมอโดนตัดค่าครองชีพ......จนทุกวันนี่พี่หมอแทบไม่มีเงินจะกิน.......แถมเพราะอำนาจของตระกูลทำให้เธอโดนไล่ออกจากงาน.........ทู.......ใจเย็นๆก่อน....นายทำ.....หน้าตา....น่ากลัวมากเลยนะ”

 

................

 

ผม.......รู้แล้วล่ะว่าทำไมนายวัตสันถึงให้ลีพส์ปิดหูปิดตา

 

“เออ.......เข้าใจแล้ว”

 

นายวัตสันเผลอก้าวถอยพลางหน้าซีด แต่เขาก็พยายามกัดฟันกดร่างกายที่กำลังสั่นแล้วพูดกับผม

 

“ขะ....เข้าใจก็ทำสิว่ะ ยะ....อยากให้เด็กคนนี้มาเห็นตอนแกหลุดรึไง”

 

.........เออ

////

 

 

 

 

 




NEKOPOST.NET