[นิยายแปล] DESTRUCTION FLAG OTOME ตอนที่ 15.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] DESTRUCTION FLAG OTOME

Ch.15.1 - side story 1 ทำงานในฐานะหัวหน้าคนสวนตระกูลแคลส์


Side story 1 – ทำงานในฐานะหัวหน้าคนสวนตระกูลแคลส์

 

 

ฉัน มีชื่อว่า ทอม เวสลีย์ จนถึงตอนนี้ก็ทำงานรับใช้ตระกูลแคลส์ในฐานะของหัวหน้าคนสวนมาเป็นเวลานานแล้ว

 

 

ฉันเกิดมาในฐานะชาวบ้านผู้ยากไร้ในหมู่บ้านอันห่างไกล พอโตขึ้นมานิดหน่อยก็ออกไปหางานทำ ตั้งแต่ตอนนั้นก็ใช้ชีวิตร่อนเร่ไปในที่ต่าง ๆ ตามแต่ที่ชีวิตจะพาไป ฉันเป็นคนพูดไม่เก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หน้าตาก็พื้น ๆ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ทำงานกับคนอื่นไม่ค่อยได้ เพราะงั้นฉันจึงมักจะทำงานไปเงียบ ๆ อยู่คนเดียว

 

 

พอเข้าวัยหนุ่ม เนื่องจากมีความถนัดในการใช้พวกเครื่องไม้เครื่องมือ แล้วก็เป็นพวกมือเย็น ก่อนที่จะรู้ตัวก็ได้กลายมาเป็นคนสวนไปซะแล้ว ฉันเริ่มทำงานให้กับพ่อค้าที่ร่ำรวย กับ พวกขุนนาง

 

ถึงในฐานะคนสวนแล้วจะมีฝีมือการทำงานดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นการพูดคุยกับคนอื่นก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ก็เลยทำให้ลำบากในการหารายได้อยู่เสมอ หลาย ๆ ครั้งผู้ว่าจ้างก็มักจะหาข้ออ้างมาไล่ฉันออก ไม่ก็หักเงินค่าจ้าง แต่ถึงงั้นฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

 

 

ในช่วงเวลาแบบนั้น คน ๆ นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าฉันเป็นครั้งแรก

 

“คนที่ดูแลสวนนี้คือนายงั้นเหรอ?”

 

 

ขณะที่ฉันกำลังทำงานอยู่ในสวนของขุนนางคนหนึ่ง ตอนที่กำลังทำงานอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงของชายรูปงามที่อายุน่าจะพอ ๆ กับฉัน จากทางด้านข้าง ดูจากชุดที่เจ้าตัวสวมใส่ ก็เข้าใจได้ว่าคงเป็นคนมีฐานะสูงไม่เบา ฉันจึงทำความเคารพออกไป แต่ทว่า...

 

 

“ไม่ต้องหรอก แล้วตกลงว่านายเป็นคนที่ดูแลสวนนี้ใช่ไหม?”

 

“...ครับ”

 

 

ก่อนหน้านี้ฉันกำลังทำงานอย่างตั้งหน้าตั้งตาอยู่เงียบ ๆ เหมือนเคยนี่นา ฉันพยักหน้าตอบรับกลับไปโดยที่สงสัยว่าตัวเองไปทำท่าทีอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า ดวงตาสีฟ้าจางของชายหนุ่มเป็นประกายขึ้นทันที

 

 

 

“ทุกครั้งที่มาที่นี่ ก็มักจะเห็นสภาพสวนที่ดูไม่ได้ของที่นี่ตลอดเลย แต่จู่ ๆ สวนก็เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือซะงั้น นายน่ะมีพรสวรรค์มากเลยนะเนี่ย!”

 

 

“...ขะ ขอบคุณมากครับ...”

 

 

 

เพราะเจ้าตัวมองมาที่ฉันอย่างตรงไปตรงมา ฉันก็เลยออกจะสับสนอยู่สักหน่อย

 

“ว่าแต่ว่า นายน่ะเป็นคนสวนของที่นี่เหรอ?”

 

“...เปล่าครับ แค่ถูกจ้างมา”

 

“แล้ว ตอนนี้ทำงานอยู่ที่อื่นหรือเปล่า?”

 

“...เปล่า ไม่ได้ทำงานที่ไหนครับ”

 

 

เพราะคุยกับคนอื่นไม่ค่อยเก่ง ก็เลยหารายได้ลำบาก เพราะงั้นก็เลยไม่ค่อยได้อยู่ที่เดิมนาน ๆ แล้วฉันก็เริ่มจะชินกับชีวิตที่ต้องเปลี่ยนอาชีพบ่อย ๆ แบบนี้แล้วด้วย

 

 

“ถ้างั้นก็มาเป็นคนสวน แล้วก็ผู้ติดตามของฉันก็แล้วกันนะ”

 

เจ้าตัวพูดมาอย่างนั้นพร้อมดวงตาเป็นประกาย แล้วดยุคหนุ่มก็ลากตัวพาฉันไปยังคฤหาสน์ของเจ้าตัว แล้วก็บังเอิญว่าเขาก็คือผู้นำตระกูลรุ่นก่อน –ดยุค แคลส์ นั่นเอง

 

ถึงจะถูกดยุค แคลส์ ฉุดลากตัวไประหว่างที่ทำงานงานอย่างไม่เต็มใจก็เถอะ แต่พอได้มาทำงานที่นี่ก็พบว่ามันเป็นสถานที่ที่สามารถทำงานได้อย่างสบายใจมาก

 

เหล่าข้ารับใช้ทุกคนต่างก็เป็นคนดี ในที่สุดฉันก็ได้มีการงานที่มั่นคง แล้วก็ยังมีวันหยุดให้อีกต่างหาก ผู้นำตระกูลที่เป็นคนฉุดลากพาตัวฉันมาก็เป็นมิตร แล้วก็เป็นคนที่เข้าหาได้ง่าย

 

เป็นที่รักของเหล่าข้ารับใช้ แม้แต่กับคนที่คุยกับใครไม่ค่อยเก่งอย่างฉัน หรือ เหล่าคนรับใช้คนอื่น ๆ และแม้ว่าฉันจะเข้ากับคนอื่นได้ยาก ดยุค แคลส์ ก็มักจะเข้ามาคุยด้วยเสมอ แล้วก็ยังมีบ่อยครั้งที่เจ้าตัวปิดบังฐานะแล้วไปเที่ยวเตร่ในเมืองด้วยกันกับฉัน

 

 

เพราะแบบนั้นเอง พวกเราก็ได้กลายเป็นเพื่อนคุยที่ดีต่อกัน พอเป็นแบบนั้นก็ยิ่งไปเที่ยวด้วยกันบ่อยขึ้นไปอีก

 

 

ก่อนที่จะรู้ตัว แม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำของตระกูล และ เป็นถึงดยุค กับคนอย่างฉันก็เป็นแค่ข้ารับใช้ เขาก็ได้เรียกฉันว่า “เพื่อน” ทีแรกฉันน่ะรู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่ในสุดเพราะได้รับอิทธิพลจากท่าทีของเขา ท้ายที่สุดฉันเองก็เรียกเขาว่า “เพื่อน” เหมือนกัน

 

 

เพราะเป็นคนที่คุยกับคนอื่นไม่ค่อยเก่ง ฉันจึงไม่รู้ว่าต้องหาเรื่องอะไรคุยกับคนอื่น เขาน่ะเป็นคนแรกที่เรียกฉันว่า “เพื่อน”

 

 

ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างเพื่อนคนนี้ แล้วก็ทำงานของตัวเองไปอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะรู้ตัวฉันก็ได้กลายมาเป็นหัวหน้าคนสวนไปซะแล้ว

 

 

 

เพื่อนเพียงคนเดียวของฉันได้ด่วนตายจากไปเพราะโรคร้าย

 

 

หลังจากนั้นมาฉันก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างว่างเปล่า เพื่อนที่มักจะส่งเสียงทัก แล้วบอกว่า สวนที่ฉันดูแล “ยอดเยี่ยม” ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว ฉันไม่ได้เข้าไปเที่ยวเตร่ในเมืองที่พวกเรามักจะไปด้วยกันบ่อย ๆ อีกแล้ว

 

 

 อีกไม่นานก็คงจะเป็นตาฉันแล้วมั้งนะ ฉันอยากจะไปในสถานที่ที่เพื่อนของฉันอยู่โดยเร็ว...อยากจะเจอเขาอีกครั้ง...

 

 

ขณะที่คิดแต่เรื่องพวกนี้อยู่ทุก ๆ วัน วันหนึ่งเด็กสาวคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้น

 

“ฉันอยากจะทำไร่ในสวนนี้ค่ะ”

 

 

ท่าทางของเธอ ดวงตาสีฟ้าจางที่เป็นประกายนั่น คล้ายกับวันที่ฉันได้เจอกับเขาครั้งแรกไม่มีผิด

 

แล้วด้วยเหตุนั้นเอง เด็กสาวคนนั้นก็ได้มาเจอฉันทุกวัน

 

“คุณทอม มาอีกแล้วค่า~”

 

 

ก่อนที่จะรู้ตัว เด็กสาวก็มักจะยิ้มให้ฉันราวกับเป็นเพื่อน ถึงในเมืองจะยังมีความทรงจำที่เจ็บปวดอยู่ทุกหนแห่ง ฉันก็ฝืนบังคับตัวเองเข้าไปในเมืองเพื่อหาซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยเธอสร้างงูของเล่นขึ้นมา แล้วก็กลายเป็นว่าการเข้าไปในเมืองมันกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง

 

พอได้ใช้ช่วงเวลาร่วมกับเด็กคนนี้แล้ว ความรู้สึกที่อยากจะไปพบเพื่อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ก็มลายหายไป

 

“ถึง เพื่อนคนสำคัญของฉัน ขอโทษด้วย คิดว่านายคงต้องรอฉันไปอีกสักหน่อยแล้วล่ะ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน พอได้เจอกันอีกครั้งล่ะก็ ฉันจะเอาเรื่องที่น่าสนใจต่าง ๆ ของหลานสาวนายไปเล่าให้ฟังเป็นของฝากก็แล้วกัน”




NEKOPOST.NET