[นิยายแปล] DESTRUCTION FLAG OTOME ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] DESTRUCTION FLAG OTOME

Ch.13 - เปลี่ยนวิธีดวล


 

หลังจากนั้นมา เจ้าชายอลันก็จะมาหาแล้วเอาแต่พูดว่า “มาเจอกันหน่อย!” แล้วทางฉันก็มักจะชนะแบบขาดลอยอยู่ทุกครั้ง กลายเป็นว่าเจ้าตัวมาที่คฤหาสน์เป็นประจำ พร้อมบอกว่า “มาดวลกันเถอะ!” แล้ววันเวลาแห่งความพ่ายแพ้ของเจ้าชายอลันก็ยังคงดำเนินต่อไป

 

ผลก็คือ เพราะเจ้าตัวมาเยี่ยมเยียนบ่อย ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราก็เลยไม่ได้ย่ำแย่อีกต่อไป แล้วพวกเราก็ได้กลายเป็นเพื่อนกัน ระหว่างพักเบรคการดวล พวกเราก็มักจะมานั่งดื่มชาด้วยกัน

 

ยิ่งไปกว่านั้น พักหลัง ๆ มานี้ เจ้าชายอลันก็ดูร่าเริง และ ดูเหมือนจะมีความสุขดีแม้ว่าเจ้าตัวจะเอาแต่แพ้อยู่ตลอดก็เถอะ สงสัยฉันคงแค่คิดไปเองละมั้ง 

 

ด้วยเหตุนี้ เพราะอะไรก็ไม่รู้พวกเราก็เข้ากันได้ดี...

 

 

แต่ทว่า วันนั้นก็มาถึง...

 

“จาเร็ด!? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่!?”

 

เจ้าชายจาเร็ด กับ เจ้าชายอลัน ได้มาพบกันโดยบังเอิญที่สวนของตระกูลแคลส์ เพราะเจ้าชายจาเร็ดจะมาที่นี่ทุก ๆ 3 วัน ส่วนเจ้าชายอลันก็อาทิตย์ละครั้ง ก็เลยไม่น่าแปลกที่ทั้งคู่จะเจอกันในที่สุด แมรี่ที่มาเยี่ยมบ่อยกว่าเจ้าชายอลัน ประมาณ 2 ครั้งต่ออาทิตย์ก็ได้พบกับเจ้าชายจาเร็ดแล้วด้วย

 

 

อีกอย่างหนึ่ง ฉันก็ได้คุยกับเจ้าชายจาเร็ดเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าชายอลันมาหาบ่อย ๆ เพื่อท้าดวลกับฉัน แต่ถึงงั้นก็เถอะ ฉันก็ไม่เคยบอกเจ้าชายอลันเลยว่าเจ้าชายจาเร็ดจะมาที่นี่ทุก ๆ 3 วัน ฉันนึกว่าเจ้าตัวจะรู้อยู่แล้วซะอีกว่าฉันเป็นคู่หมั้นของเจ้าชายจาเร็ด แต่ทว่า...

 

เจ้าชายอลันดูมีท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าชายจาเร็ด แต่ก็ดูเหมือนจะลังเลที่จะไปยุ่งเกี่ยวด้วย

 

ด้วยเหตุนั้น เพราะการที่พี่น้องทั้งสองคนไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ทั้งคู่จึงไม่รู้กำหนดการของกันและกัน แล้วก็ลงเอยด้วยการมาเจอกันโดยบังเอิญที่คฤหาสน์ของฉันในวันนี้

 

 

“พูดอะไรแปลก ๆ นะ ก็ที่นี่เป็นคฤหาสน์ของคู่หมั้นทางนี้ การจะมาที่นี่ก็ไม่เห็นจะใช่เรื่องแปลกอะไรนี่”

 

 

จาเร็ดพูดออกไปพร้อมรอยยิ้ม อยู่จริงอยู่ มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่หรอก แต่ว่าการที่มาหาทุก ๆ 3 วันเนี่ย มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ...หรือว่า การทำแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของที่นี่กันนะ?

 

“...ยังไงก็ช่าง เพราะวันนี้ฉันมาเพื่อดวลกับคาตารินะ อย่ามายุ่งล่ะ!”

 

 

เจ้าชายอลันดูไม่กระตือรือร้นเหมือนเคย ท่าทีอวดดีตามปกติที่เคยมีหายไปไหนหมดแล้วล่ะนั่น พอเห็นท่าทีแปลก ๆ ของ เจ้าชายอลัน เจ้าชายจาเร็ดผู้หลักแหลมก็ยิ้มออกมาราวกับจะรู้ว่าเจ้าชายอลันพยายามแสร้งทำเป็นเก่ง

 

 

“เรื่องการดวลนั่นน่ะ ได้ยินมาว่านายไม่เคยชนะเลยสักครั้งเลยสินะ? ยอมแพ้ไปซะจะไม่ดีกว่าเหรอ?”

 

 

เพราะเหตุผลบางอย่างเจ้าชายจาเร็ดพูดแบบนั้นออกมาด้วยสายตาอันเย็นชา ปกติเขามักจะอ้อมค้อมกับฉันเสมอ...แต่การที่พูดตรง ๆ แบบนั้นมัน...ฉันมองไปที่เจ้าชายอลันอย่างลนลาน เพราะกลัวว่าเจ้าตัวจะทำสีหน้าโกรธจัดจนจะระเบิดหรือเปล่า...

 

 

แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ได้โกรธซะงั้น...แทนที่กลับมีสีหน้าที่ดูขมขื่นเอามาก ๆ

 

“...มะ ไม่!! การดวลมันยังไม่จบสักหน่อย! ถึงเป็นฉันก็ทำได้เหมือนกัน! ถึงเป็นฉัน....ถึงจะเป็นฉัน...”

 

 

ขณะที่พยายามตะโกนออกมาอย่างสุดความสามารถ แต่น้ำเสียงของเจ้าชายอลันกลับฟังดูเจ็บปวดอย่างน่าประหลาด

 

เฮ้อ ดูเหมือนเจ้าชายอลันจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากภาพสะท้อนของเจ้าชายจาเร็ด ที่สวนของตระกูลแคลส์ตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันยากจะอธิบาย

 

 

อุก อึดอัดซะมัด...รู้สึกเหมือนตัวเองก็มีส่วนในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน...บรรยากาศแบบนี้มันจะอึดอัดเกินไปแล้วนะ โอเค มาเปลี่ยนหัวข้อคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อยดีกว่า

 

 

“...เอ่อ เจ้าชายอลัน ถ้าไม่ว่าอะไรละก็ มาเปลี่ยนวิธีดวลกันเอาไหม? ถ้าขืนเอาแต่ปีนต้นไม้มากไป ท่านแม่คงต้องรู้เข้าสักวันแน่ แล้วฉันก็คงโดนดุแหงเลย”

 

 

พูดตามจริง แค่การที่ป่านนี้ท่านแม่ยังไม่รู้เรื่องนี่ก็เรียกได้ว่าปาฏิหาริย์แล้ว แต่ฉันมีลางสังหรณ์แย่ ๆ อยู่ อีกอย่าง ไม่ใช่แค่ท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้ฉันปีนต้นไม้ แต่ถ้าโดนรู้เข้าว่าแม้แต่เจ้าชายก็ปีนต้นไม้กับเขาด้วยละก็ ฟ้าคงผ่าก็ลงมาที่ฉันแน่ ทุกครั้งที่เจ้าชายอลันมาหา น้องชายที่พึ่งพาได้ของฉันก็จะคอยกันท่านแม่เอาไว้ให้ทุกครั้ง เพราะงั้นแหละท่านแม่คงจะเริ่มสงสัยแล้วล่ะว่าน่ามีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้น ถ้าขืนไม่เปลี่ยนวิธีดวลตอนนี้ล่ะก็ มีหวังแย่แน่ ๆ

 

“...ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็...งั้น อยากจะแข่งอะไรกันล่ะ?”

 

“...อืมม~~”

 

ในที่สุดเจ้าชายอลันก็หันความสนใจมาทางฉัน บรรยากาศอึดอัดเมื่อก่อนหน้านี้ก็คลายลงเล็กน้อย ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณมากค่า

 

แต่ว่า คนที่ต้องมาพูดเรื่องเปลี่ยนวิธีดวลดันมาเป็นฉันเองซะได้นะ....

 

พูดตามตรง เวทมนตร์ของฉันน่ะเห่ยสุด ๆ เรื่องการเรียนก็อยู่ในระดับเฉลี่ย เพราะงั้นแหละก็เลยไม่มีหัวข้อการแข่งอะไรดี ๆให้ฉันเลือก หรือว่าบางที ฉันน่าจะอ่อนข้อให้เจ้าชายอลันชนะสักครั้งเจ้าตัวจะได้พอใจ แต่แบบนั้นมันคงรู้สึกแย่น่าดู

 

 

ขณะที่ฉันทำเสียง “อื่ม อื่ม~” ขบคิดอยู่นั้น คนรับใช้ของเจ้าชายอลันก็เอ่ยปากขึ้น

 

“เอ่อ เอาเป็นเกมกระดานดีไหมคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องต้องบาดเจ็บด้วย?”

 

 

ก็จริง ถ้าเป็นเกมกระดาน คงไม่ต้องห่วงเรื่องต้องบาดเจ็บ แล้วก็ไม่มีความต่างเรื่งเพศมาตัดสินด้วย...แต่ว่านะ ในชาติที่แล้วน่ะ ฉันไม่ถนัดพวกเกมส์ไพ่ กับ โอเทลโล่เอาซะเลย เกมส์ที่เป็นที่นิยมที่นี่ก็คือหมากรุก แต่ไอ้ฉันน่ะยิ่งห่วยกับเกมส์นี่ยิ่งกว่าอันที่ว่ามาเสียอีก ก็ไม่ใช่ว่าฉันเล่นไม่เป็นหรอก แต่ถ้าต้องแพ้นี่คงรู้สึกไม่ดีแหง

 

พอเห็นสีหน้ายุ่งยากของฉัน คนรับใช้ก็รู้ว่าที่เสนอมาคงใช้ไม่ได้

 

 

“ถ้างั้นก็ เล่นเครื่องดนตรีเป็นไงครับ? คนที่แสดงได้ดีกว่าก็เป็นฝ่ายชนะ”

 

คนรับใช้อีกคนเสนอไอเดียใหม่ขึ้นมา เครื่องดนตรีเหรอ...อนึ่ง การเล่นเครื่องดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฐานะของขุนนาง เพราะฉะนั้น ฉันเองก็ได้รับการเสี้ยมสอนเกี่ยวกับการเล่นเปียโน และ ไวโอลิน ตั้งแต่ยังเด็ก ในชาติที่แล้วน่ะ ฉันเคยเป่าขลุ่ยกับ เล่นเปียโนมาก่อน แต่ก็ไม่เคยแสดงจริงเลยสักครั้ง ตอนนี้เองก็เล่นเปียโนได้นิดหน่อยเอง ส่วนไวโอลินน่ะ...โชคร้ายหน่อย ที่มันไม่ใช่สำหรับฉันน่ะ

 

“ถ้าเปียโนละก็พอได้อยู่”

 

ฉันตอบออกไปอย่างร่าเริง เจ้าชายอลันเองก็เห็นด้วย

 

ด้วยเหตุนั้นเอง การดวลก็เปลี่ยนจากปีนต้นไม้ เป็นการแสดงเปียโนแทน

 

จู่ ๆ ก็กลายเป็นการดวลที่สมกับเป็นขุนนางซะแล้ว ถึงท่านแม่จะรู้เข้า สายฟ้าก็คงไม่ฟาดลงมาที่ฉันแล้วล่ะ

 

ข้าง ๆ ฉันกำลังทำสีหน้าโล่งอกอยู่นั้น เหล่าคนรับใช้ของเจ้าชายอลันก็มีสีหน้าดีใจแสดงออกประมาณว่า “ในที่สุดการปีนต้นไม้ก็จบลงเสียที วิเศษที่สุด” อะไรทำนองนั้น ไอเดียของคนรับใช้ที่เสนอเรื่องการแข่งเกมกระดาษกับแข่งขันดนตรีก็ได้รับคำสมว่า “ยอดมาก” จากเหล่าคนรับใช้คนอื่น ๆ

 

ด้วยเหตุนั้น ทุกคนจึงย้ายสถานที่ไปยังห้องเปียโนด้วยสีหน้าโล่งใจ

 

 

เปียโนของตระกูลแคลส์นั้นมีขนาดใหญ่โต สมกับที่เป็นเครื่องดนตรีของดยุค ให้ความรู้สึกไฮคลาสมากกว่าตัวที่มีในห้องเรียนดนตรีของโลกเมื่อชาติก่อนตั้งไม่รู้กี่เท่า ผู้ตัดสินการแสดงของพวกเราก็คือเหล่าคนรับใช้ของเจ้าชายอลัน และ เหล่าคนรับใช้ของฉัน นอกจากนั้นเราก็ขอให้เจ้าชายจาเร็ดเป็นคนตัดสินด้วยเหมือนกัน แล้วก็เป็นอันตกลงว่าฉันจะเป็นคนเริ่มแสดงก่อน ตามด้วยเจ้าชายอลัน

 

ฉันเดินไปที่เปียโนแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ ในชาติที่แล้วน่ะฉันเล่นเป็นแต่เพลงเหยียบแมว* แต่ตอนนี้ถ้าเป็นเพลงสำหรับให้เด็กไว้ใช้ฝึกฉันก็พอจะเล่นได้ ถึงจะเล่นผิดไปหลายคีย์ แต่ฉันก็คิดว่าตัวเองเล่นได้ไม่เลวเลยละนะ เจ้าชายจาเร็ดทำสีหน้าตกตะลึง พูดออกมาว่า “คาตารินะเล่นเปียโนได้ด้วย!?” ไอ้นั่นมันใช่คำชมหรือเปล่านะ?

 

 

*Neko Funjatta (ねこふんじゃった?, I Stepped on the Cat) เพลงเปียโนพื้นฐานที่มักจะถูกสอนตอนหัดเล่น หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ Der Flohwalzer ส่วนทำนองเป็นยังไงนั้นก็ตามนี้ครับ  http://www.youtube.com/watch?v=2yWR4qS2vM0

 

 

ต่อมาก็เป็นตาเจ้าชายอลันเล่นเปียโน เพื่อความยุติธรรมเจ้าตัวจึงเล่นเพลงเดียวกันกับฉัน แต่ทว่าทั้งที่น่าจะเป็นเพลงเดียวกัน....แต่ว่าเสียงที่เล่นออกมานั้นให้น้ำเสียงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เริ่มจากฉัน คนอื่น ๆ เองก็กลั้นหายใจอย่างลืมตัวไปตาม ๆ กัน การแสดงของเจ้าชายอลันมันน่าทึ่งถึงขนาดนั้นเลยล่ะ ฉันถึงกับหลงใหลในการแสดงนั้น นึกว่าจะเป็นแค่เจ้าชายจอมอวดดีเสียอีก แต่น่าตกใจจริง ๆ ที่ได้รู้ว่าเจ้าตัวมีพรสวรรค์แบบนี้อยู่ด้วย หลังจากนั้น พอการแสดงของเจ้าชายอลันจบลง เสียงปรบมือที่ไม่ได้ยินในการแสดงของฉันก็ดังสนั่นขึ้นภายในห้อง

 

 

“การแสดงเมื่อนี้ยอดเลยเจ้าชายอลัน สุดยอดไปเลย!”

 

ฉันพูดออกไปตามที่คิด พูดตามตรง ถึงจะไม่รู้เกี่ยวกับดนตรีมากนัก แต่การแสดงเมื่อกี้ก็นับได้ว่าโชคดีจริง ๆ ที่ได้มาได้เห็น แต่ทว่า เจ้าชายอลันกลับมีสีหน้าฝืด ๆ

 

 

“ไม่ใช่เรื่องดีเด่อะไรหรอก”

 

“ไม่ใช่ซะที่ไหนกันล่ะ เป็นพรสวรรค์ที่สุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอนั่นน่ะ?”

 

“...ของพรรณ์นั้นเรียกว่าพรสวรรค์ไม่ได้หรอก”

 

 

ไม่รู้เพราะอะไร ยิ่งฉันพูดชมมากเท่าไหร่ สีหน้าของเจ้าตัวก็ยิ่งฝืดขึ้นมากเท่านั้น แล้วจากนั้น—

 

“ก็อย่างที่คาตารินะพูด เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ นั่นล่ะ”

 

 

เจ้าชายจาเร็ดพูดชมเรื่องการแสดงเหมือนที่ฉันพูด

 

 

“...ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ เนี่ยนะ!?”

 

อลันตะคอกออกมา สีหน้าของเขาดูขมขื่นยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก

 

“เลิกพูดจาแสแสร้งชมฉันเสียที ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยแท้ ๆ ! คงสนุกมากสินะที่มาล้อฉันเล่นเพราะทำอะไรก็ไม่ได้ดีเหมือนนายแบบนี้น่ะ!”

 

เจ้าชายอลันตะคอกออกมา จากนั้นเจ้าตัวก็วิ่งออกไปจากห้องราวกับว่าหนีจากอะไรสักอย่างที่กำลังไล่ตาม

 

มันเรื่องอะไรกันละเนี่ย...ตอนที่วิ่งออกไปอย่างว่องเมื่อตะกี้ มันอย่างกับว่าเจ้าตัวกำลังวิ่งหนีตัวอะไรสักอย่างเลยจริง ๆ อย่างงั้นแหละ

 

 

พอขึงตามองดูเหล่าคนรับใช้ที่ยืนนิ่งกันอยู่นั้น ฉันก็วิ่งไล่ตามเจ้าชายอลันที่เหมือนกับเป็นนางเอกจากโชวโจมังงะไป

 

 

เป็นจริงดั่งที่เขาว่า ถ้าใครจะมองหาที่แอบ เจ้าตัวก็มักจะมองหาสถานที่ที่ตัวเองคุ้นเคย เจ้าชายอลันตอนนี้นั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ที่พวกเราใช้แข่งปีนต้นไม้กันบ่อย ๆ พอฉันขยับเข้ามาใกล้ เจ้าชายอลันก็ยื่นหน้าออกมาให้เห็นเล็กน้อย หลังกจากที่เห็นว่าเป็นฉัน เจ้าตัวก็ก้มตัวลงไปอีก

 

 

“...เธอก็มาหัวเราะเยาะฉันด้วยงั้นเหรอ?”

 

“หา?

 

เจ้าชายอลันพูดพึมพำออกมา แต่ฉันไม่เข้าใจไอ้ที่เจ้าตัวพูดเลยจริง ๆ มันหมายความว่าไงกันน่ะ? คิดว่าฉันมาเพื่อหัวเราะเยาะเจ้าตัว? ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าหัวเราะเยาะเลยนี่นา

 

“...คงมาหัวเราะเยอะที่ฉันเล่นเปียโนได้แค่นิดหน่อยละสิ”

 

“...บอกว่าเล่นได้แค่นิดหน่อยงั้นเหรอ...ไอ้นั่นน่ะฉันไม่คิดว่ามันไม่ได้อยู่ในระดับแค่นิดหน่อยแล้วนะ...นั่นน่ะมันเป็นพรสวรรค์ที่ยอดไปเลยต่างหากล่ะ”

 

ตอนที่เจ้าชายอลันแสดงการเล่นเปียโนที่ยอดเยี่ยมนั่นออกมา ฉันละนึกว่าเจ้าตัวจะทำท่าทีอวดเบ่งเหมือนเคยซะอีก แต่ดันมาทำตัวถ่อมตัวแบบนี้ซะได้ ถ้าเทียบกับการแสดงของฉันแล้ว มันก็เหมือนกับบอกว่าการแสดงที่ธรรมดาของฉันมันเห่ยซะไม่มีน่ะสิ

 

 

“ก็แค่คำพูดประจบสอพอ ยังไงฉันมันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่ ยังไงก็ได้แต่เป็นที่สองรองจากจาเร็ดอยู่แล้วนี่”

 

ฉันนึกว่าเขาจะเป็นเจ้าชายจอมอวดดี แต่ที่จริงกลับเป็นคนที่คิดแต่ในแง่ลบซะได้

 

 

“...ใช่คำพูดประจบสอพอซะที่ไหนกัน...เจ้าชายอลัน ทำไมไม่เชื่อมั่นในตัวเองมากกว่านี้ซะหน่อยล่ะ?”

 

 

“ตั้งแต่เกิด ฉันก็โดนเอาไปเปรียบเทียบกับจาเร็ดตลอด ไม่เคยชนะหมอนั่นเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม จาเร็ดเอาส่วนดี ๆ ไปหมดตั้งแต่เกิดแล้ว ส่วนฉันก็ได้รับมาแค่ของเหลือ แล้วจะให้ฉันมั่นใจได้ยังไงล่ะ?”

 

 

โอ้ เข้าใจล่ะ จะว่าไปแล้ว นี่ก็เป็นเรื่องที่เช็ตติ้งไว้ในเกมนี่นะ ตั้งแต่เกิด เจ้าชายอลันมักจะถูกเอาไปเปรียบเทียบกับเจ้าชายจาเร็ด แล้วก็ไม่เคยชนะเลยสักครั้ง ไม่ว่าเจ้าตัวจะพยายามหนักสักแค่ไหน เจ้าชายจาเร็ดก็มักจะชนะเขาด้วยท่าทีสบาย ๆ อยู่ร่ำไป

 

 

ก็แน่ละว่าถ้าไปตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น การจะทำให้เจ้าตัวมีความมั่นใจในตัวเองนี่คงไม่ใช่เรื่องง่าย

 

ขนาดในเกม แม้แต่แมรี่ที่แสนจะอ่อนโยน และ น่ารักก็ยังไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าตัวได้เลย

 

 

แต่เจ้าชายอลันน่ะไม่ได้ด้อยความสามารถซะหน่อย ในเกมน่ะ เกรดที่โรงเรียนของเจ้าตัวน่ะติดระดับท็อปของห้อง ก็แค่ว่าพี่ชายของเขามันเหนือมนุษย์เกินไปหน่อยเท่านั้นเอง แล้วอีกอย่างการแสดงเปียโนเมื่อกี้ก็เป็นการแสดงที่ประทับใจจริง ๆ เจ้าชายอลันอาจจะมีพรสวรรค์ในการเล่นดนตรีก็ได้ ขนาดในเกมเองก็ยังมีฉากเด่น ๆ ที่เจ้าชายอลันเล่นไวโอลีนให้นางเอกฟัง ฉันคิดว่าบางทีเจ้าตัวอาจจะมีพรสวรรค์ด้านดนตรีมากกว่าเจ้าชายจาเร็ดเสียอีก เพราะงั้นแหละ—

 

“...ฉันว่ามันเป็นปัญหาเรื่องความถนัดล่ะนะ”

 

“...หมายความว่ายังไง”

 

 

อุก พูดไปซะแล้วสิ ตอนนี้โดนเจ้าชายอลันจ้องใหญ่เลย

 

“ก็ เอ่อ...เจ้าชายจาเร็ดเองก็มีเรื่องที่ถนัดกับไม่ถนัด เพราะงั้นเจ้าชายอลันเองก็ต้องมีเรื่องที่ตัวเองถนัดเหมือนกัน การที่คนเราจะมีเรื่องที่ถนัดกว่าคนอื่นมันก็เป็นเรื่องปกติแหละ”

 

ถึงจะลุกลี้ลุกลนไปสักหน่อย แต่ก็ดูเหมือนจะอธิบายออกไปได้

 

 

“ถนัด กับ ไม่ถนัด งั้นเหรอ....ถ้างั้น มีเรื่องที่จาเร็ดไม่ถนัดงั้นเหรอ? ฉันไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนเลย”

 

 

ก็จริงอยู่ ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่อัจฉริยะอย่างเจ้าชายจาเร็ดจะไม่ถนัด เก่งทั้งเรื่องวิชาดาบ หัวก็ดี ตอนที่มาเยี่ยมฉันก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ...แล้วยังช่วยฉันเก็บเกี่ยวพืชผักในไร่อีกต่างหาก ที่น่าเจ็บใจคือทำได้ดีกว่าฉันซะอีกเนี่ยสิ

 

ไม่มีอะไรที่เจ้าชายจาเร็ดทำไม่ได้ เพราะงั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรที่ไม่ถนัด นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคิดในตอนแรก แต่ทว่า....

 

“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่า ฉันรู้นะว่าเจ้าชายจาเร็ดไม่ถูกกับอะไร!”

 

 “!?”

 

ฉันหัวเราะออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัว

 

อันที่จริงมันก็เมื่อไม่นานมานี้เองแหละ ที่รู้เข้าว่าเจ้าชายจาเร็ดไม่ถูกกับอะไร หรือจะพูดว่า เป็นการค้นพบครั้งใหญ่เลยก็ได้

 

 

 

ทั้งที่ตอนแรกเจ้าชายจาเร็ดเหมือนจะเป็นเจ้าชายผู้สมบูรณ์แบบที่ไร้จุดอ่อนใด ๆ แต่ทว่า พอเวลาผ่านไป ตอนที่กำลังเก็บเกี่ยวพืชผลในสวนไร่อยู่นั้นเอง ฉันก็ได้รู้เข้าเพราะการมาพบปะของพวกเรากลายเป็นอะไรคล้ายกับการพบปะพูดคุยกันของเหล่าคุณนายข้างบ้าน

 

 

“จุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ด ก็คือ...”

 

“ก็คือ...?”

 

 

พอเห็นเจ้าชายอลันรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ฉันยิ้มแสยะออกมาอย่างมารร้าย

 

 

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อประมาณไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้ วันนั้น ทั้งเจ้าชายจาเร็ด กับ แมรี่ได้มาเยี่ยมที่คฤหาสน์ ส่วนฉันก็กำลังเก็บเกี่ยวผักเพื่อจะเอามาแบ่งให้ทุกคน เจ้าชายจาเร็ดก็เสนอว่าจะช่วยด้วย แมรี่ กับ คีธเองก็ลงมาช่วยด้วยเหมือนกัน ตอนนั้นเองก็มีอะไรบางอย่างเลื้อยผ่านเท้าของฉันไป แล้วตรงไปทางแมรี่ ฉันก็คิดขึ้นว่า “โอ๊ะ ตกใจหมด”

 

 

แต่รู้ตัวอีกที เจ้าชายจาเร็ดที่อยู่ข้างๆเมื่อตะกี้ก็วิ่งออกไปอยู่ห่าง ๆ ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ปกติเจ้าตัวจะดูใจเย็น และ นิ่งสงบ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเจ้าตัว แล้วฉันก็ได้รู้ตัว หรือว่านี่จะเป็นจุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ด

 

 

ขณะที่ฉันแสยะยิ้มให้เจ้าชายอลัน ฉันก็เหลือบไปเห็นเจ้าชายจาเร็ดกำลังเดินตามหาพวกเราอยู่ เพราะการที่ไม่เห็นพวกเรากลับไปสักพักแล้ว โอกาสล่ะ ก็คิดว่าบางทีมันอาจจะเป็นจุดอ่อนของเจ้าตัวอยู่หรอก แต่ว่ามาลองกันสักหน่อยละกันเพื่อให้แน่ใจ

 

 

ด้วยเหตุนั้นเอง ฉันก็เอามือล้วงเอาสิ่งที่เก็บเอาไว้ในกระเป๋ากระโปรงออกมา รอโอกาสจะใช้เจ้าสิ่งนี้ตั้งนานแล้ว ฉันบอกให้เจ้าชายอลันไปซ่อนอยู่ข้างหลังต้นไม้เพื่อจะได้แอบดูปฏิกิริยาของเจ้าชายจาเร็ด

 

จากนั้นพอเจ้าชายจาเร็ดเดินเข้ามาใกล้ฉันก็ขว้าง “เจ้าสิ่งนั้น” ออกไป

 

“ว๊ากกกก!?”

 

พอจู่ ๆ “เจ้าสิ่งนั้น” ปรากฏขึ้นมาต่อหน้า เจ้าชายจาเร็ดก็ส่งเสียงร้องดังลั่นออกมา

 

สีหน้าของเจ้าตัวดูกระสับกระส่าย และ หวาดกลัว ไม่เหลือเค้าของสีหน้านิ่งเยือกเย็นตามปกติ

 

“ไม่ผิดแล้วล่ะ”

 

ฉันพูดพึมพำออกมาใต้ร่มไม้

 

“เป็นไง บอกแล้วใช่ไหมถ้าคอยดูตรงนี้ก็จะได้เห็นจุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ด ตอนนี้ก็เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ?”

 

เพราะตอนแรกเจ้าชายอลันทำหน้าเหมือนจะไม่เชื่อฉัน ตอนนี้ฉันก็เลยค่อนข้างจะยืดอกภูมิใจในตัวเองไม่น้อย

 

“งูยังไงล่ะ”

 

“งู!?”

 

“ถึงจะบอกว่างูก็เถอะ แต่ก็เป็นแค่ของปลอมน่ะ จะเอางูจริง ๆ พกไว้ในกระเป๋ากระโปรงไปไหนมาไหนด้วยได้ที่ซะไหนล่ะ”

 

“....ไม่ใช่แล้ว ปัญหามันใช่เรื่องที่เอางูเก็บไว้ในกระเป๋ากระโปรงซะที่ไหนเล่า...เอ่อ ทำไมจู่ ๆ เธอถึงได้โยนมันไปอย่างนั้น?”

 

“ก็ เพื่อแสดงให้เห็นจุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ดไง”

 

“จุดอ่อนของเขาคือ...งูเนี่ยนะ!?”

 

“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็ยังสงสัยอยู่ แต่ดูจากปฏิกิริยาเมื่อตะกี้ของเจ้าตัวแล้วก็ยืนยันได้แล้วล่ะ จุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ดจะต้องเป็นงูอย่างแน่นอน”

 

 

ฉันพูดออกมาเสียงดังฟังชัด นี่มันการค้นพบครั้งใหญ่เลยนะ ในที่สุดก็หารูโหว่ในเกราะป้องกันอันสมบูรณ์แบบของเจ้าชายจาเร็ดได้แล้ว

 

 

อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง งูปลอมที่ฉันโยนไปเป็นของที่ฉันสร้างขึ้นมาจากกระดาษแหละ เตรียมเอาไว้เพื่อการทดลองหาจุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ด ถึงจะดูไม่ค่อยเหมือนของจริงเท่าไหร่นัก แต่ผลที่ได้ก็นับว่าเป็นที่น่าพอใจ

 

“จุดอ่อนของหมอนั่นคืองูเนี่ยนะ....ไม่สิ ท่าทีของเจ้าตัวก็ดูกลัวมากจริง ๆ...นึกว่าเรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเป็นไปได้แท้ ๆ ...แต่ดันเป็นงูเนี่ยนะ...ไม่สิ ก็เจ้าตัวมีสีหน้าตกใจกลัวซะขนาดนั้น...”

 

 

เพราะเหตุผลบางอย่างเจ้าชายอลันก็เริ่มบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่สักพักหนึ่ง ส่วนฉันก็กระโดดโลดเต้นขึ้นลงเพราะความดีใจอยู่ข้างๆเขา ฉันค้นพบจุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ดแล้ว ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน—สิ่งนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ฉันต้องเจอกับจุดจบแบบหายนะ

 

ขณะที่กระโดดโลดเต้นดีใจอยู่นั้น ฉันก็ไม่ได้ทันรู้สึกตัวเลยถึงร่าเงาแห่งความมืดที่ขยับเข้ามาหาจากด้านหลัง

 

“คาตารินะ ดูดีอกดีใจยกใหญ่เลยนะ มีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นงั้นเหรอ หืม?”

 

“!?”

 

 

พอหันไปดูทางด้านหลัง ก็เห็นเจ้าชายจาเร็ดยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้ม เจ้าตัวถืองูของเล่นของฉันไว้ในมือ ขณะที่ส่งยิ้มมาให้ แต่ทว่าดวงตาของเจ้าตัวไม่ได้หัวเราะด้วยเลยสักนิด

 

“...จะ-เจ้าชายจาเร็ด”

 

“เรารึอุตส่าห์เป็นห่วงเพราะทั้งสองคนหายไปนาน แต่นี่มันอะไรกันล่ะ หือ?”

 

พอพูดอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยื่นงูของเล่นออกมาต่อหน้าฉัน

 

“เอ่อ...คือ...แบบว่า”

 

 

ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ใช้คำพูดบีบบังคับใด ๆ แต่ทว่า ฉันก็เริ่มผวาแล้ว ไม่น้า~ ฉันก็แค่คิดจะลองโยนไปดูแบบไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่ดันไปทำให้เจ้าตัวโกรธกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก แล้วก็ทั้งที่ไม่น่าจะเห็นว่าฉันเป็นคนโยนเจ้าสิ่งนี้ใส่ แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะเชื่อสนิทใจว่าฉันเป็นตัวการ ทำไมอ่ะ?

 

 

“คาตารินะ จะอายุได้ 9 ขวบ เมื่อเดือนที่แล้วนี้เองสินะ?”

 

“คะ...ค่ะ”

 

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า บุตรสาว วัย 9 ขวบ ของดยุค จะมาขว้างของเล่นใส่คู่หมั้นของตัวเองแบบนี้น่ะ คิดว่างั้นไหม?”

 

“...เอ่อ”

 

รอยยิ้มของเจ้าชายจาเร็ดดูทะมึนขึ้นเรื่อย ๆ ...น่ากลัวอ่า ไม่จริงน่า หรือว่าฉันจะถูกเนรเทศแบบนี้ เพราะโทษฐานที่ “โยนงูของเล่นใส่เจ้าชาย...”

 

“จะว่าไปแล้ว วันนี้ยังไม่เห็นดัชเชส แคลส์เลยนะ ท่านหญิงกำลังทำอะไรอยู่กันนะ?”

 

“...อ่า ตอนนี้ท่านแม่คงกำลังดื่มน้ำชากับคีธอยู่น่ะค่ะ”

 

 

เพราะสับสนกับการที่จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนหัวข้อคุยขึ้นมา ฉันก็เลยตอบออกไปโดยไม่คิด จากนั้น เจ้าชายจาเร็ดก็แสยะยิ้มอย่างมารร้ายออกมา

 

 

“งั้นเหรอ คงต้องไปทักทายท่านหญิงสักหน่อยแล้ว จะได้บอกเรื่องการแข่งปีนต้นไม้กับอลัน แล้วก็เรื่องที่คาตารินะโยนของเล่นใส่เราด้วย”

 

“!?”

 

 

หะ!? ที่คิดจะแก้แค้นเรื่องที่ฉันโยนงูของเล่นใส่โดยการขายฉันให้ท่านแม่งั้นเรอะ! เป็นเจ้าชายจอมซาดิสม์จริง ๆ นั่นแหละ ช่างเป็นคนที่โหดร้ายอะไรแบบนี้

 

แล้วจากนั้น พอเจ้าชายจาเร็ดจอมซาดิสม์ผู้ชั่วร้ายหันหลังกลับและออกเดินเพื่อมุ่งหน้าไปหาท่านแม่ ฉันก็รีบไล่ตามเขาและพยายามอ้อนวอนขอร้องเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ทว่าเจ้าตัวกลับแค่ยิ้มตอบกลับมาเท่านั้น อาา ดันไปทำให้คนที่ไม่สมควรทำให้โกรธ โกรธเข้าซะแล้ว ทางด้านหลังของฉันที่กำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ฉันรู้สึกอย่างกับว่าได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง พอฉันหยุดไล่ตามเจ้าชายจาเร็ด แล้วหันหลังมองกลับไป ก็เห็นเจ้าชายอลันที่ฉันลืมไปเสียสนิทกำลัง—หัวเราะลั่นจนแทบจะทรงตัวยืนเอาไว้ไม่อยู่ ท่าทางที่เจ้าตัวตอนหัวเราะโดยที่เอามือกุมท้องเอาไว้อยู่นั้น ดูตลกจริง ๆ

 

 

เจ้าชายอลัน... นี่กำลังหัวเราะเยาะความโชคร้ายของคนอื่นอยู่งั้นเหรอ....ถึงจะเป็นกรรมตามสนองฉันเองก็เถอะ แต่ว่านะ...ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องของเจ้าชายอลัน ฉันรีบวิ่งไล่ตามเจ้าชายจาเร็ดไป แต่ไม่ว่าจะทำยังไง ฉันก็ไม่อาจจะหยุดยั้งเจ้าชายจาเร็ดที่กำลังโกรธได้

 

 

เขาบอกกับท่านแม่เรื่องที่ฉันปิดบังการแข่งปีนต้นไม้เอาไว้ แล้วก็เรื่องที่โยนงูของเล่นใส่เขา...หลังจากนั้นฉันก็โดนเทศนาไปอีกหลายชั่วโมง

 

แต่ว่าก็ว่านะ เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทั้งหมด แถมฉันยังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ครั้งใหญ่ได้อีก ซึ่งก็คือการค้นพบจุดอ่อนของเจ้าชายจาเร็ดไงล่ะ! ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีที่เจอกับจุดจบแบบหายนะ แล้วจะโดนดาบของเจ้าชายจาเร็ดฟันเข้าให้ ฉันก็จะขว้างงูของเล่นใส่เขา แล้วก็ใช้โอกาสตอนที่เจ้าตัวตกใจรีบเผ่นหนีทันที เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบมาก หืม ฉันนี่ก็ค่อนข้างจะหลักแหลมไม่เบาเลยนะ  เอาเป็นว่าก่อนหน้าที่จะเข้าโรงเรียน จะต้องทำให้งูของเล่นดูสมจริงมากกว่านี้ แล้วก็พกติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา!

 

ด้วยเหตุนี้เอง ฉันก็ได้ค้นพบวิธีอันแสนวิเศษอีกหนึ่งวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบแบบหายนะ

 

อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง หลังจากตอนนั้น เพราะเหตุผลบางอย่างเจ้าชายอลันก็ไม่ได้มาท้าแข่งอะไรกับฉันอีก

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที เจ้าตัวก็ยังมาเยี่ยมฉันบ่อย ๆ โดยที่ไม่ได้มีการดวลอะไรกัน...ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวดูเหมือนจะะเริ่มพบปะพูดคุยเป็นปกติกับเจ้าชายจาเร็ดแล้วด้วย ทำไมกันนะ...

 

 

ถึงจะมีเรื่องที่ติดใจอยู่ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาจะมามัวคิดเกี่ยวกับมันแล้ว! ในกรณีที่สักวันฉันต้องล้มเจ้าชายจาเร็ดลงให้ได้ ฉันจะต้องทำงูของเล่นให้ดูสมจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้




NEKOPOST.NET