Aforne Passive ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Aforne Passive

Ch.9 - Gift


             “หวัดดี   เซเรีย”

             เซเรียดูตกใจเล็กน้อยตอนผมทักทายเธอ เธอมองมาที่ผม แล้วมองผ่านผมไปข้างหลัง แน่นอนว่าเป็นเรนียที่อยู่หลังผม ก่อนที่จะวางมีดเล่มนั้นแล้วเดินตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว

             “นะ...นายก็มาซื้อของหรอ”

             “อื้อ.....ก็ใช่อ่ะนะ เธอดีแล้วหรอ”

             “อืม สบายดีแล้วล่ะ แต่นายไม่เป็นไรแล้วสินะ อยู่ๆก็สลบไปเป็นห่วงแทบแย่”

             ทำไมชอบย้ำเรื่องนี้กันจังเนี่ยยยยยย ก็อยากจะพูดแบบนั้น แต่ก็คงต้องเก็บไว้ในใจ

             “เห.....เป็นห่วงขนาดนั้นเลยหรอ หรือว่าจริงๆแล้วมากกว่าเพื่......”

              “ไม่ใช่ๆๆๆๆ เรเนีย อย่าพูดเพ้อเจ้อน่า!!!”

             “จริงรึเปล่าน้า”          

             “…..จริงสิ”

             “ถ้างั้น......ชั้น.....ได้สินะ”

            เซเรียกับเรเนีย ซุบซิบอะไรกันเบาๆอยู่พักนึง ก่อนที่อยู่ๆเรเนียจะเดินตรงเข้ามาควงแขนผมแบบไม่ทันตั้งตัว

             “อะอะอะอะอะอะอะ อยู่ๆทำอะไรของเธอเนี่ย!!”

            “ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา เมื่อกี้นายยังกดชั้นจนล้มลงกับพื้นเลย”

            “บะบะบ้าแล้ว!! ชั้นแค่เดินชนเฉยๆเองนะ!!!”

            “ล้-อ-เ-ล่-น-น่-า”

            เรเนียทำท่าทีเล่นทีจริงก่อนจะปล่อยแขนผมแล้วเดินไปหาเซเรียซึ่งตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อคงจะตกใจมากที่อยู่ๆน้องสาวของตัวเองทำอะไรแบบนี้

            “เซ..เซเรีย”

            “หะ...เอ้อ มีอะไรหรอแลนเซีย”

            “เปล่า เห็นยืนนิ่งไปเลยเรียกดูน่ะ”

            “ล้อเล่นแรงไปสินะชั้นเนี่ย ขอโทษทีน้า เซเรีย”

            “มะ ไม่เห็นเป็นไรนี่อย่าใส่ใจเลยนะ ชั้นไม่ได้คิดอะไรซะหน่อย!!”

            ดูเธอคิดเยอะสุดแล้วละเซเรีย นิ่งไปซะขนาดนั้น ถึงจะไม่ได้รังเกียจก็เถอะที่อยู่ๆมีสาวน่ารักๆมาควงแขน หลังจากที่เซเรียกลับมาเป็นปกติแล้ว ก็พากันไปเลือกซื้อขอต่อตามปกติ แต่ผมรู้สึกเหมือนว่า เธอจะจับตาดูเรเนียเป็นพิเศษยังไงไม่รู้สิ คงจะหวงน้องสาวน่าดู

             ระหว่างที่เดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย ผมก็ไปเจอกับของบางอย่างเข้า เป็นโลหะทรงกลมขนาดเท่าฝ่ามือ วางอยู่ในกล่องใบเล็กๆ ข้างๆกล่องมีกระดาษแปะไว้เขียนว่าสินค้ามีตำหนิผมหยิบมันขึ้นมาดูก็สงสัยว่ามันคืออะไร และใช้งานยังไง จึงไปลองถ้ามเจ้าของร้านดู ซึ่งก็ได้คำตอบมาว่ามันคือ ลูกแก้วทำนาย ซึ่งผลิตผิดพลาดโดยทำผงเหล็กที่จะใช้ผลิตดาบเวทย์มนต์หกใส่ตอนที่หลอมลูกแก้ว จึงออกมาเป็นสีเงินๆ พอจะใช้งานลูกแก้วเพื่อใช้ทำนาย มันก็จะกลายเป็นของเหลวไปซะดื้อๆก่อนที่จะลงไปกองที่พื้นแล้วกลับเป็นทรงกลมเช่นเดิม ผมเห็นว่ามันประหลาดดีเลยขอลองใช้ดูหน่อย ซึ่งเจ้าของร้านก็ไม่ได้ว่าอะไร

             “นั่นมันลูกแก้วทำนายนี่นา ทำไมสีแปลกๆอย่างนั้นล่ะ แลนเซีย”

             “เห็นเค้าบอกว่าเป็นความผิดพลาดระหว่างการผลิตน่ะ เธอใช้มันเป็นไหมอ่ะเซเรีย”

             “ก่อนอื่นเลย นายต้องถือมันไว้แล้วยื่นมือมาข้างหน้านิดนึง ทีนี้นายก็แค่ส่งพลังไปที่ลูกแก้ว มันจะทำนายบางอย่างที่นายอยากรู้ให้ แต่โอกาสถูกมีแค่ 10% เท่านั้นแหละนะ อ๊ะ....ขอโทษที”

            เซเรียอธิบายไปพร้อมจับมือผมให้ทำท่าทางตามที่เธอบอก ก่อนที่จะขอโทษด้วยอาการเขินเล็กน้อย

                   “เอามานี่สิ ชั้นใช้ให้ดู”

              ผมส่งลูกแก้วให้กับเซเรีย  แล้วเธอก็เริ่มใช้งานให้ผมดู เธอยกมือขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า ‘พรุ่งนี้อากาศจะสดใสไหม?’ ลูกแก้วก็เปล่งแสงขึ้นมาทันที โดยมีภาพออกมาจางๆ ก่อนที่มันจะละลายกลายเป็นของเหลว แล้วหลุดออกจากมือของเซเรียลงสู่พื้น และเริ่มรวมตัวเป็นก้อนกลมๆอีกครั้ง

                 “.......รู้สึกหยะแหยงไงไม่รู้สิ”

              “เหมือนที่เจ้าของร้านบอกเลยแฮะ ของชั้นลองบ้างสิ”

              ผมหยิบมันขึ้นมาลองบ้าง ผมยื่นมืออกมาข้างหน้าเล็กน้อยพยายามเค้นพลังเวทย์ส่งไปที่ลูกแก้วแล้วถามเล่นๆว่า ‘ผมจะซื้ออะไรในร้านนี้ดี’ ลูกแก้วเริ่มเปล่งแสงและมีภาพออกมาลางๆ ก่อนที่จะละลายไปเหมือนเดิม แต่คราวนี้แปลก มันไม่หล่นลงพื้น แต่กลับค้างอยู่ที่มือผม ก่อนที่สักพักมันจะรวมตัวกัน แต่ไม่ได้เป็นวัตถุทรงกลมเหมือนตอนแรก แต่มันกลับกลายเป็นมีดเล่มเล็กๆไปเลย เซเรียตกใจมาก ก่อนที่จะเข้ามาขอดู พอเธอหยิบไปจากมือผม มันก็ละลายแล้วกลายเป็นลูกกลมๆเหมือนเดิม

               “ลองดูอีกทีซิ แลนเซีย”

              “อ่ะ โอ้! วันนี้ชั้นจะซื้ออะไรในร้านนี้ดี...”

                ลูกแก้วเหล็กละลายลงอีกครั้ง ก่อนที่จะรวมตัวกันใหม่ คราวนี้มันกลับเป็นถุงมือรูปร่างประหลาด

                “…....ลูกแก้วนี่มันผิดพลาดจากใช้ทำนายกลายเป็นอาวุธเลยหรอนั่น”

               “อืม.......ชั้นเอาเจ้านี่แหละมันน่าจะเหมาะกับชั้นดีเลยล่ะ”

               “มันจะดีจริงๆหรอ.......ชั้นว่ามันแบบว่า....เอ่อ...ช่างเถอะนะ”

                 ผมเดินไปหาเจ้าของร้าน แล้วบอกว่าจะซื้อเจ้าลูกแก้วนี้ ‘เจ้าของร้านก็บอกว่า มันเป็นของเสียนะ แน่ใจแล้วหรอ’ ผมก็ยืนยันว่าจะซื้อแน่นอน เจ้าของร้านมองหน้าผมซักพักก็หยิบเครื่องประดับมาให้ผม 4 ชิ้น เป็น กำไล 2 อัน แหวน 1 อัน และตุ้มหู 1 ข้าง โดยบอกกับผมว่าขายของมีตำหนิมันจะเสียจรรยาบันพ่อค้า เลยแถมให้ผมเพื่อให้สมราคา เรเนียที่หายไปพักนึงในที่สุดก็กลับมาพร้อมกับคันธนู....คันใหญ่

                 “เธอจะใช้เจ้านี่จริงๆหรอ เรเนีย”

                 “อื้ม ชั้นชอบแบบนี้แหละ มันใช้งานได้หลากหลายดีนะ”

                  ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพราะผมไม่เคยยิงธนูมาก่อนเลยออกความเห็นมากไม่ได้ หลังจากที่ เรเนียกับเซเรียซื้อของเสร็จแล้วก็ขอตัวกลับก่อน เพราะมีธุระต้องไปทำต่อที่อื่นอีก ขณะที่พวกเธอกำลังจะเดินไป ผมก็คิดอะไรได้พอดี

                 “เดี๋ยวก่อนสิ!”

                  “มีอะไรหรอ แลนเซีย”

                   “คือว่า.....เอ้านี่”

                  ผมยื่นกำไลไปให้เซเรีย กับ เรเนีย คนละอัน เพื่อเป็นของขวัญแสดงความยินดีที่ได้รู้จักกัน ซึ่งพวกเธอก็รับไป พร้อมกับขอบคุณ ก่อนที่เซเรียจะเดินตามเรเนียไป ผมหยุดเธอไว้อีกครั้งพร้อมกับมอบตุ้มหูเธออีกชิ้น

                   “อันนี้ชั้นให้เธอละกัน เป็นคำขอบคุณที่ช่วยชั้นในการทดสอบสุดท้ายน่ะ”

                   “………ชั้นรับมันไว้ได้หรอ”

                  “อื้ม ชั้นคิดไว้ซักพักแล้วล่ะว่าจะตอบแทนยังไงดี ถึงมันจะเป็นของเล็กน้อยก็เถอะ ช่วยรับมันไว้เถอะนะ”

                   “อื้ม ขอบคุณมากนะ ชั้นจะเก็บมันไว้อย่างดีเลย”

                   เซเรียพูดขึ้นพลางหันมายิ้มให้ผม เหมือนความรู้สึกแรกที่ผมได้เจอเธอเลยแฮะ ดีจริงๆที่ได้รู้จักกัน จากนั้นเธอก็รีบเดินไปหาเรเนีย ที่หยุดรออยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก

                 “ดูเหมือนจะเนื้อหอมน่าดูเลยนะคะ แลนเซีย”

                  “อ๊ะ....พรีเมล่าจัง”

                  “ทิ้งชั้นกับพี่มาจีบสาวเลยหรอค่ะเนี่ย”

                  “เอ๋......ไม่ใช่ซะหน่อย นั่นเซเรียไง ที่ช่วยชั้นตอนทดสอบรอบสุดท้ายน่ะ”

              ดูเหมือนเธอโกรธๆนิดนึงแฮะ เพราะเราหายไปนานรึเปล่าหว่า จากนั้น พราเมทก็มาได้จังหวะพอดี ทำให้พรีเมล่าดูเหมือนจะเย็นลง แต่ท่าทางพราเมทดูรีบแปลกๆ ก่อนที่ผมจะได้ถามอะไร พราเมทก็พูดขึ้นว่า ‘ขอโทษทีนะ แลนเซียขอฝากนายพาพรีเมล่ากลับไปก่อนได้ไหม พอดีมีธุระนิดหน่อยน่ะ’ พร้อมกับชี้ไปที่คนกลุ่มนึง ซึ่งยิ้มแล้วก็โบกมือให้ผม ท่าทางจะเป็นเพื่อนที่รู้จักกันที่นี่ ผมเลยรับปากว่าจะพาพรีเมล่าไปส่งให้ ซึ่งเธอตอนนี้ดูเหมือนจะอารมณ์เย็นขึ้นแล้ว ผมจึงพาเธอเดินออกจากร้านเพื่อที่จะกลับไปที่หอพัก

                    “แล้ว สุดท้ายซื้ออะไรมาหรอ พรีเมล่าจัง?”

                   “ไม่บอกหรอกค่ะ”

                    “หวา....ยังโกรธอยู่อีกหรอ”

                    “ไม่ได้โกรธค่ะ”

                    “…….ขอโทษทีนะ อย่าโกรธ กันเลยนะ”

                     “แลนเซียนี่ หัวช้ากว่าที่คิดเยอะเลยนะคะ”

                    “เอ๋?”

                    “ไม่มีอะไรค่ะ อย่าใส่ใจเลยค่ะ”

                    “จริงสิ ตอนอยู่ในร้านเห็นเธอบอกว่าอยากได้ของอะไรเล็กๆสินะ เอานี่ไปสิ”

                  ผมส่งแหวนที่เหลืออีกอัน ที่พ่อค้าให้มา ให้พรีเมล่า ดูเธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันมาพูดกับผม

                      “……ให้แหวนกับชั้นแบบนี้มัน.....”

                      “มีอะไรหรอ? ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า”                

                      “ให้โดยที่ไม่ได้คิดอะไรสินะคะ…….”

                     พรีเมล่าพูดพลางถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่นแต่ว่านะ....

                      “ไม่ได้ไม่คิดอะไรซักหน่อย เธอน่ะก็เหมือนคนสำคัญสำหรับชั้นเลยนะ เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็ก ทั้งน้องสาว ทั้งครอบครัว เพราะงั้นเลยอยากจะให้อะไรตอบแทนน่ะ รับปเถอะนะ”

                    ผมจับมือพรีเมลาขึ้นมาแล้วสวมแหวนให้ทันที เนื่องจากอยู่ด้วยกันมานาน ผมรู้ว่านิสัยเธอถ้าปฏิเสธแล้วล่ะก็ไม่มีทางรับแน่นอน ผมจึงต้องชิงลงมือซะก่อน

                      “อะ....ละ....ละ....แลนเซีย ข้างที่สวมแหวนนี่มัน”

                     “ถ้าเธอไม่ชอบจะทิ้งไปก็ได้นะพรีเมล่าจัง”

                     “ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วล่ะค่ะ!!”

                     “เอ๋?”

                    พรีเมล่าพูดจาตะกุกตะกักแบบแปลกๆ ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาดูแหวนที่ผมสวมให้ ผมทำอะไรให้เธอไม่ชอบรึเปล่านะ หรือว่าเธอไม่ชอบสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายกันนะ พรีเมล่านิ่งไปอยู่พักนึงก่อนนที่จะเงยหนายขึ้นมาหาผม

                      “……..ไม่มีอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะ แลนเซีย”

                  เธอยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ดูสดใสมีความสุข ถ้าเธอชอบมันละก็ผมก็ดีใจนะ ถือเป็นของขวัญที่ช่วยเหลือผมตลอดเวลาที่ผ่านมาแล้วกันนะ ถึงจะเล็กน้อยและเป็นของแถมก็เถอะ หลังจากนั้นพรีเมล่าก็ไม่พูดอะไรอีกเลยจนถึงหอพัก แล้วขอตัวกลับไปที่ห้องทันที แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้โกรธแล้วล่ะนะ เอาล่ะ กลับไปที่ห้องบ้างดีกว่า




NEKOPOST.NET