Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน ตอนที่ 32 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Kingdom Blade จอมดาบป่วนก๊วนอัศวิน

Ch.32 - เจอเรื่องวุ่น...อีกแล้ว


ดาบที่32 : เจอเรื่องวุ่นๆ...อีกแล้ว!

 

            แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดสุ้มหน้าต่างแยงเขาตาทำให้ดวงตาของคาร์นี่ย์พร่าปรือ เด็กหนุ่มงอนิ้วขยี้ตาก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสของสายตาให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง สายตาปะทะกับร่างที่นอนข้างๆก่อนยกมือเกาหัวยิ้มแหยๆ เขาไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนเลยว่ากลอเรียจะย่องมามุดโปงเขาแบบนี้

            “กลอเรียๆ”

            เขาเรียกพลางเขย่าร่างเจ้าของชื่อไปพลาง ไม่นานเธอก็ลืมตาตื่นขึ้นแล้วส่งเสียงงึมๆงำๆฟังไม่ได้ศัพท์ออกมา

            “อุ้มหนูหน่อยสิพี่คาร์นี่ย์” กลอเรียว่าแล้วชูแขนทั้งสองข้างมาทางเขา

            เด็กหนุ่มหันหลังให้เธอใช้แขนเกาะคอก่อนจะแบกร่างนั้นออกมาจากห้องนอน เขาลอบสังเกตเห็ยว่ากลอเรียนั้นมักจะทำสายตาโหดๆในทุกๆครั้งที่เขาเดินผ่านผู้ชาย ดูเหมือนว่าความแข็งกร้าวนั้นจะยังมีกับผู้ชายคนอื่นๆอยู่

            “อรุณสวัสดิ์จ้ะน้องคาร์น”

            “อรุณสวัสดิ์คร๊าบบบ ตื่นเช้าจังเลยนะครับพี่อันนา”

            มารีนอันนายิ้มแล้วยกอาหารที่พึ่งทำเสร็จมาให้เขากับกลอเรียกินที่โต๊ะ เสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังๆภายในบ้านส่งให้คาร์นี่ย์ต้องเลิกคิ้วขึ้นมอไปทางต้นเสียง ร่างบางของสาวผมขาวร่าวกับหิมะพุ่งเข้ามาโผกอดเขาเฉกเช่นปกติ เขายกนิ้วขึ้นมาดีดหน้าผากของไอน์ซาโม่ก่อนจะดุ

            สาวมังกรหัวเราะร่าแล้วลอบคว้าแฮมในจานของเขาไปกินชิ้นหนึ่ง นั่นทำให้เธอถูกดีดมะกอกเต็มหน้าผากอีกครั้ง หญิงสาวหัวเราะร่าก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเด็กหนุ่ม

            “อารมณ์ดีผิดปกตินะวันนี้ มีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นรึไง?” คาร์นี่ย์ทักหลังจากที่สังเกตเห็นสีหน้าของไอน์ซาโม่

            “นิดหน่อยแหละ แต่ไม่บอกหรอกนะว่าเรื่องอะไร” ไอน์ซาโม่ขยิบตาให้ก่อนฮัมเพลง

            คาร์นี่ย์ส่ายหัวขำ เขาชะงักไปเมื่อเห็นหน้าของกลอเรียที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม มือขยับไปหยิบทิชชู่ก่อนจะเอื้อมไปเช็ดปากคนเด็กกว่าที่กินอาหารเช้าเลอะเทอะเต็มแก้มราวกับเด็กๆ

            “คุณไอน์คะ ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท ช่วยขยับตัวออกห่างจากแฟนของดิฉันซักหน่อยจะได้ไหมคะ”

            สิ้นเสียงกล่าวก็มีร่างหนึ่งแทรกเข้ามาระหว่างคาร์นี่ย์กับไอน์ซาโม่

            “นิดๆหน่อยๆก็ไม่ได้เหรอ ใจร้ายจังเลยนะ” ไอน์ซาโม่เอานิ้วชี้แตะปากพลางยิ้มยั่ว

            “อ่านปากของโพลิน่าดีๆนะคะ ไม่-ได้-เด็ด-ขาด”

            “เอ่อ โทษทีนะ ฉันต้องเตรียมตัวไปทำงานก่อนน่ะ แหะๆๆๆ” คาร์นี่ย์พูดแล้วขยับกายทีละนิดเพื่อให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุ มือของแฟนสาวคว้าหมับเอาไว้แล้วยิ้มให้กับเขา “อึ๋ย…”

            “วันนี้ว่างพอดี เดี๋ยวจะขอตามไปด้วยก็แล้วกันนะคะ”

            “ก๊าบป๋ม”

            ว่าจบก็รีบกระโจนร่างหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย

            โพลิน่าเดินไปหยิบนมที่ตู้เย็นมาดื่มก่อนชำเลืองสายตามองไอน์ซาโม่ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าถูกมองอยู่ อัศวินสาวลอบถอนหายใจก่อนจะเริ่มพูด

            “ฉันไม่ชอบใจเวลาเห็นไอน์อยู่ใกล้ๆเขา”

            “นั่นเขาเรียกว่าหึงจ้ะ”

            “นะ แน่นอนสิ! มันก็ต้องมีหึงกันบ้างอยู่แล้วล่ะค่ะ” โพลิน่าว่าจบก็รีบหลับหูหลับตายกนมขึ้นมาดื่มโดยไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงใดๆอีก เพราะรู้ว่างานนี้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ “จริงๆเลยนะ ทั้งๆที่ไอน์เองก็ดูดีมากแท้ๆ ทำไมถึงไม่คิดมองผู้ชายคนอื่นบ้างเลยนะ”

            “โอ๊ะโอว พูดแบบนั้นออกมารู้ไหมว่าฉันไม่ชอบใจเลยนะ ถ้าเกิดฉันบอกเธอว่าให้มองหนุ่มๆคนอื่นนอกจากคาร์น เธอจะทำรึเปล่าล่ะ?”

            “ไม่อย่างแน่นอน” โพลิน่าว่าก่อนถอนหายใจอย่างปลงๆ “เข้าใจแล้ว แต่ฉันจะไม่ยกเขาให้หรอกนะ ขึ้นไปรอบนคานทองซะเถอะ แบร่ๆๆๆ”

            โพลิน่าแลบลิ้นใส่แต่ก็ถูกไอน์ซาโม่บุกเข้าจู่โจมประชิดตัว หางของสาวมังกรเริ่มเล่นซุกซน

            “เมื่อกี๊เธอพูดว่าฉันดูดีมากใช่ไหมน้า… ฉันเองก็คิดเหมือนกันแหะ ว่าทั้งๆที่ฉันดูดีทำไมคาร์นถึงไม่สนใจฉันเลยนะ” ไอน์ซาโม่กระซิบ ตอนนี้นอกจากหางแล้วมือไม้ของเธอเองก็เริ่มซุกซน “เพราะหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มๆของเธองั้นเหรอ ดวงตาหวานๆนี้รึเปล่า? หรือว่าขนาดอก… เอ๋…”

            “อ๊าย! อะ เอามือออกเดี๋ยวนี้เลยนะคะไอน์”

            ไอน์ซาโม่ไม่ยอมปล่อย เธอก้มมองอกตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเพราะความไม่ชอบใจ

            “ขี้โกง ซ่อนรูปอ้ะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!”

            พรูดดดด!!!

            เฟราสถึงกับเผลอพ่นน้ำอัดลมออกจากปากเมื่อบังเอิญเดินเข้ามาเห็นสองสาวที่กำลังเล่นอะไรพิเรนทร์ๆกันอยู่ในครัว ใบหน้าหยิ่งยะโสเหลือบมองปฏิกิริยาของไรดันกับไมกัสที่ยืนอยู่ข้างๆ ในขณะที่โพลิน่าตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นใบหน้าของเธอแดงก่ำ ส่วนไอน์ซาโม่นั้นไม่ได้สนใจโลกหรือคนที่พึ่งเข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย

            “เบี้ยนแน่นอน” ไมกัสพูดขึ้นแล้วยืนกอดอกตีหน้านิ่งมองภาพตรงหน้า

            “ลิลลี่บานสะพรั่งแล้วจริงๆสินะ ฉันคงจะต้องพาคาร์นไปเหล่สาวๆที่อื่นเพื่อเยียวยาบาดแผลจิตใจซักหน่อยแล้ว” ไรดีนกล่าวหน้านิ่งแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            “หึ ห้ามเด็ดขาด เดี๋ยวฉันนี่แหละจะเป็นเจ้าสาวของพี่คาร์นี่ย์แทนพี่โพลิน่าเอง” กลอเรียบอกแล้วส่งแววตามหาโหดให้กับไรดีน

            แปะ!

            ซองขนมช็อคโกแลตหมีหล่นลงไปที่พื้น คาร์นี่ย์ยืนอ้าปากหวอทำหน้าช็อคๆเลือดกำเดาไหลออกมาเป็นทาง

            ‘พะ พลังโจมตีช่างรุนแรงยิ่งนัก’

            กรี๊ดดดดด!!!

            เพี๊ยะ!

 

            “งื้ออออ ฉันขอโทษ”

            โพลิน่าร่ำร้องพลางเอามือแตะไปที่แก้มๆของเด็กหนุ่มที่แดงเป็นรอยมือ คาร์นี่ย์ดันมือนั้นลงก่อนแกล้งทำเป็นงอนๆไม่ตอบคำ อัศวินสาวทำท่าทางรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม นั่นทำให้คาร์นี่ย์เผลอหลุดยิ้มออกมา

            “ไม่ต้องขอโทษเพราะฉันไม่ได้งอนตั้งแต่แรกแล้วครับสุดสวย”

            “ตาบ้านี่! หลอกกันเหรอเนี่ย?”

            ว่าจบเธอก็ตีแขนเขาเต็มแรงจนร่างของคาร์นี่ย์สะบัดไปตามแรงที่มหาศาล เขาหัวเราะแห้งๆก่อนแกล้งลูบหัวโพลิน่าเล่น เธอกอดอกแน่นแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้จนเด็กหนุ่มลอบขำอยู่เงียบๆ

            “เอาล่ะๆ น่าจะเป็นที่นี่แหละ” คาร์นี่ย์หันไปบอกแล้วหยุดเดิน เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเป้แล้วหยิบกระดาษที่เกรนิตี้ให้ไว้กับเขา ก่อนพยักหน้าด้วยสีหน้าท่าทางที่มั่นใจ เขาเอื้อมไปคว้ามือโพลิน่าเอาไว้ “เข้าไปกันเถอะ”

            สิ้นคำก็ลากร่างอัศวินสาวให้วิ่งตามเข้าไปที่ทางเข้าของตึกกระจกสูงที่มีอาคารเป็นรูปทรงกระบอก บนอาคาร์มีอักษรขนาดยักษ์เป็นคำว่า GOGO ที่เป็นชื่อของบริษัทนี้นั่นเอง

            เมื่อเข้ามาด้านในก็รีบขยับกายตรงไปที่เคาน์เตอร์อย่างเงอะๆงะๆเพราะไม่เคยมาสถานที่แบบนี้มาก่อน โพลิน่ารู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของคาร์นี่ย์จึงคว้ากระดาษในมือของเขาแล้วเริ่มเอ่ยปากคุยกับพนักงานต้อนรับ

            “รบกวนหน่อยค่ะ”

            “ได้สิคะ” พนักงานสาวยิ้มให้อัศวินสาวอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะมีท่าทีตกใจ “ว้าย ท่านโพลิน่านี่นา”

            “ใช่ค่ะ ดิฉันจะขอสอบถามว่าห้องสตูดิโอที่ระบุในกระดาษใบนี้อยู่ที่ชั้นไหนเหรอคะ”

            โพลิน่ายื่นกระดาษงานไปให้พนักงานสาว อีกฝ่ายรับมันไปด้วยมือที่สั่นเทา สายตาคู่นั้นกวาดมองข้อมูลบนกระดาษก่อนสะดุ้งเฮือกอีกครั้งแล้วชะเง้อมองไปด้านหลังอัศวินสูงสุดซึ่งมีเด็กหนุ่มที่กำลังกวาดตามองไปรอบๆด้วยท่าทางตื่นเต้นราวกับเด็กบ้านนอกเข้ากรุงยังไงยังงั้น

            “ท่านคาร์นี่ย์ลำดับสามก็มาด้วย! เอ้อ… ขออภัยค่ะที่เสียมารยาท” พนักงานสาวเหมือนรู้ตัวว่าสติไม่อยู่ที่งานจึงรีบปรับสีหน้าท่าทางพลางยิ้มให้อัศวินสาว “ชั้นหกสิบสามค่ะ ขึ้นลิฟต์ตัวกลางก็จะไปถึงได้ทันที พอเดินออกจากลิฟต์ไปก็ให้เลี้ยวซ้ายแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอกับห้องสตูดิโอได้ไม่ยากค่ะ”

            “ขอบคุณจ้ะ” โพลิน่ากล่าวขอบคุณก่อนเหลือบมองบางสิ่งที่อีกฝ่ายเลื่อนมาให้ มันเป็นรูปถ่ายขนาดเล็กของเธอนั่นเอง มือเอื้อมไปหยิบปากกาเขียนข้อความเล็กน้อยก็เซ็นลายเซ็นให้ “ไปก่อนนะจ๊ะ”

            “ค่ะ ถ้ายังไงหลังเสร็จงานแล้วรบกวนช่วยบอกท่านคาร์นี่ย์ให้หน่อย…” ว่าไม่ทันจบก็กรอกตาไปมา “น้องสาวของดิฉันปลื้มเขามากๆ เลยกะว่าจะขอถ่ายรูปกับเขาไปอวดน่ะค่ะ”

            “ได้อยู่แล้วจ้ะ เอาไว้ก่อนกลับจะแวะมานะจ๊ะ”

            อัศวินสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มใจดี ร่างบางหันควับพร้อมคว้ามือลากแฟนหนุ่มให้ไปที่ลิฟต์พร้อมกับตัวเองทันที

            ติ๊ง

            เสียงลิฟต์ดังเตือนก่อนจะอ้าเปิดออก เด็กวัยรุ่นทั้งสองคนก้าวขาออกมาจากลิฟต์เพื่อตรงไปตามทางที่พนักงานได้บอกเอาไว้ และในที่สุดพวกเขาก็มายืนจังก้าอยู่หน้าห้องที่มีป้ายขนาดเบ้อเริ่มเทิ่มเขียนบอกว่า ‘Lemon Studio’

            หลังจากที่เดินเข้าไปในห้องสตูดิโอแล้วทั้งคู่ก็ได้พบว่าตอนนี้คนในสตูดิโอกำลังวุ่นวายกันเสียยกใหญ่ ชายมาดเซอร์คนหนึ่งสังเกตเห็นพวกเขาจึงเดินตรงเข้ามาแล้วยิ้มทักทาย

            “ผมคาร์นี่ย์ครับ มาตามที่ได้นัดเอาไว้”

            “ฉันชื่อสก๊อตเชอร์ เป็นคนเขียนเรื่องร้องขอให้คุณมาเองแหละ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณคาร์นี่ย์ตกลงรับงานนี้”

            ว่าจบก็ยื่นมือส่งมาให้คาร์นี่ย์ เด็กหนุ่มยิ้มแล้วเอื้อมมือไปจับก่อนโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการให้เกียรติคนที่อาวุโสกว่า

            “ผมเองไม่มั่นใจว่าจะทำงานนี้ออกมาได้ดีรึเปล่า แต่จะให้ความร่วมมือเต็มที่ครับ” คาร์นี่ย์กล่าวจบก็เอื้อมมือไปคว้าไหล่แฟนสาวแล้วขยับให้เธอมายืนข้างๆ “คือว่าผมมีคนตามมาด้วยคนนึง คงไม่มีปัญญาใช่ไหมครับ?”

            “เอ้อ โอ้นี่ใช่… ท่านโพลิน่าสินะครับนี่” สก๊อตเชอร์รีบโค้งตัวทำความเคารพ

            “อย่าก้มหัวแบบนี้สิคะ ดิฉันเองอายุน้อยกว่าคุณมาก การที่คุณมาก้มหัวให้แบบนี้ทำให้รู้สึกไม่ดีอย่างยิ่งเลยค่ะ” โพลิน่าพูดแล้วโค้งตัวกลับไป

            “ผมเคารพความเป็นอัศวินในตัวคุณไม่ใช่วัยของคุณครับ” สก๊อตเชอร์ว่าก่อนยิ้ม จากนั้นก็หันไปสั่งการคนในสตูดิโอเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้ากลับมาคุยกับคาร์นี่ย์ต่อ “งานนี้ไม่ยากครับ การเป็นนายแบบไม่ยากเท่าไร ถ้าติดขัดตรงไหนเดี๋ยวผมจะช่วยแก้ไขให้เองนะครับ”

            ฟังไม่ผิดหรอก งานนี้ที่เขารับมาคือการมาเป็นนายแบบถ่ายรูป รูปของเขาจะถูกนำไปใช้เพื่อทำป้ายและโปสเตอร์โฆษณาให้กับรถรุ่นใหม่ที่ GOGO ผลิตขึ้น ที่ตัวเขาตกปากรับงานนี้ไปนั้นเหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเงิน ส่วนอีกเหตุผลก็คือ…

            “อ้าว มาแล้วๆพระเอกของงานนี้” แบล็คโบนเดินเข้ามาตบไหล่ “ดีใจจริงๆที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง คนที่เหมาะจะมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถรุ่นใหม่ที่ฉันคิดค้นขึ้นนี่ คงไม่มีใครแล้วล่ะนอกจากกลุ่มพวกเธอที่เคยใช้รถของฉันมาก่อน”

            “ฮ่ะๆๆๆ พูดเกินไปแล้วครับคุณแบล็คโบน แล้ววันนี้เชอร์เบ็ทไปไหนซะล่ะครับ” คาร์นี่ย์หันซ้ายหันขวาเพื่อหาช่างสาวที่มักจะแวะมาดูแลและตรวจสอบรถให้กับพวกเขา

            “เจ้าตัวแสบแว๊บไปเป็นคุณหมออาสาเมื่อวานนี้นี่เอง คงไม่อยู่ในจักรวรรดิไปซักพักใหญ่ๆ ช่วงนี้ฉันจะแวะไปจัดการดูแลตรวจสอบรถของพวกเธอแทนเจ้าตัวแสบก็แล้วกันนะ”

            “ครับ” คาร์นี่ย์รับคำอย่างเกรงอกเกรงใจ ก่อนจะหันไปมองแฟนสาวที่สะกิดไหล่เขาอยู่ยิกๆ “มีอะไรเหรอโพลิน่า”

            “ไอน์ๆๆ” โพลิน่าว่าพลางชี้

            คาร์นี่ย์มองไปตามนิ้วก่อนสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นสาวมังกรเดินอยู่ในสตูดิโอ เขากรอกตาไปมาก่อนจะนึกออกว่าเมื่อเช้าไอน์ซาโม่ดูอารมณ์ดีกว่าปกติ เขาเริ่มจะรู้แล้วล่ะว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ ถ้าลางสังหรณ์ของเขาไม่ผิดล่ะก็นะ

            “คุณสก๊อตเชอร์ครับ” คาร์นี่ย์เรียกก่อนชี้ไปที่ไอน์ซาโม่ “เอ่อ นั่น…”

            “ไอน์ซาโม่เป็นพรีเซนเตอร์ร่วมกับคุณไงครับ ผมอยากจะเจาะตลาดทั้งเพศหญิงและเพศชาย ก็เลยขอดึงตัวเธอมาเป็นางแบบด้วยอีกคนหนึ่ง นี่ๆคุณจางหลิง มาพาคุณคาร์นี่ย์ไปแต่งหน้าทำผมได้แล้ว แล้วก็ฝากดูแลท่านโพลิน่าด้วยล่ะ”

            สาวตาตี่รูปร่างท้วมรีบวิ่งมายืนยิ้มให้กับคาร์นี่ย์ เธอผายมือไปทางห้องๆหนึ่งที่อยู่ภายในสตูดิโอ คาร์นี่ย์พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินเข้าไปที่ห้องนั้นอย่างว่าง่าย ก่อนประตูห้องจะปิดลงเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองไอน์ซาโม่

            ‘ถึงว่า อารมณ์ดีผิดปกติตั้งแต่เช้า’

            คิดจบก็ถอนหายใจออกมา เขาเปิดม้วนกระดาษที่เกรนิตี้ให้มาแล้วยิ้มแหยๆเมื่อเห็นว่ามีตัวอักษรลางๆต่อจากข้อความที่เขาคิดว่าเป้นข้อความสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นมาก่อนเพราะมันจางมากจนเหมือนไม่เคยมีอยู่ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วเพ่งสายตาเพื่ออ่านประโยคนั้น ซึ่งพอเรียบเรียงให้ครบถ้วนแล้วก็ได้เป็นประโยคเต็มใจความว่า

            กระผมคือสก๊อตเชอร์หัวหน้าฝ่ายงานออกแบบและประชาสัมพันธ์ของบริษัทGOGO ขอยื่นข้อเสนอให้คุณคาร์นี่ย์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับมอเตอร์ไบค์รุ่นล่าสุดของทางบริษัท GOGO ซึ่งมีค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 3,000 เหรียญทอง โดยทำงานร่วมกันทีมงานคุณภาพของเลม่อนสตูดิโอและคุณไอน์ซาโม่

            ซึ่งตรงที่เขียนว่า และคุณไอน์ซาโม่ นั่นแหละที่มันจางหายไปจนแทบจะมองไม่เห็น ในหัวเขานึกย้อนไปถึงตัวต้นเหตุ สาวแกะเจ้าของนามว่าเกรนิตี้คงจะเป็นผู้ลงมือกระทำการนี้ด้วยตนเองเป็นแน่แท้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะค่าตอบแทนที่สูงลิ่วซึ่งทำให้เขาตาโตแล้วรีบโทรมาคอนเฟิร์มรับงานอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวก็มาอยู่หน้างานเสียแล้ว เรื่องที่จะขอยกเลิกงานในตอนนี้นั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

            คาร์นี่ย์ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยเรื่องที่จะทำงานกับไอน์ซาโม่ แต่ที่เขาแคร์ก็คือความรู้สึกของโพลิน่า เธอต้องไม่ชอบใจแน่ๆที่เขาต้องทำงานใกล้ชิดกับไอน์ซาโม่

            “ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่งาน ไม่มีอะไรแย่ๆหรอกจ้ะ ฉันไม่คิดมากหรอก”

            โพลิน่าพูดขึ้นเพราะรู้ว่าคาร์นี่ย์ลอบมองเธออยู่ด้วยสายตาที่เป็นห่วง

            “จริงนะ?” คาร์นี่ย์ถามพลางจ้องตาอีกฝ่ายนิ่ง โพลิน่าพยักหน้าอย่างเขินๆ เขายิ้มและขยับปากไปใกล้ๆหู “ฉันรักเธอแค่คนเดียวนะ”

            “คนบ้า! ไปจัดการเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองได้แล้ว ไม่เห็นเหรอว่าคุณจางหลิงรออยู่น่ะ”

            “คร๊าบๆๆหม่าม๊า” คาร์นี่ย์รับคำพลางหัวเราะขำท่าทางเขินอายของแฟนสาว

            ร่างสูงขยับตัวขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจก ผู้หญิงที่ชื่อจางหลิงใช้มือจับๆและสัมผัสที่ผมของเขาด้วยท่าทางพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มลงมือหยิบอุปกรณ์ออกเมื่อเพื่อเริ่มทำผมให้เจ้าตัวแสบ

 

            ไรดีนเดินเล่นอยู่ในตัวเมืองไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย ข้างกายคือเจ้าหมาป่าที่กำลังเป็นเป้าสายตาของผู้คนเพราะท่าทางที่เชื่องและน่ารักๆของมัน เมื่อเห็นเจ้าของหมาป่าตัวนี้ผู้คนต่างก็พากันซุบซิบแล้วมองมาทางเขา เรื่องนี้เป็นอะไรที่เริ่มชินแล้วสำหรับไรดีน การเป็นเจ็ดดาบดารานั้นค่อนข้างเป็นจุดสนใจของผู้คนโดยเฉพาะ…

            “ว้าย ตายแล้วหล่อล่ำมากเลยฮ่ะ”

            ไรดีนเหลือมองทางกลุ่มสาวประเภทสองที่กำลังส่งสายตาหวาบหวามมาทางเขา ดวงตาสีทองที่นิ่งเรียบนั้นเบือนหนี ขาทั้งสองข้างเดินสับด้วยความเร็วที่เพิ่มมากกว่าปกติถึงสองเท่าเพื่อให้พ้นจากสถานการณ์แปลกประหลาดที่เขาทำใจให้ชินไม่ลงสักที

            เขาแวะร้านขนมเพื่อที่จะซื้อดับเบิลบอลรสโปรดติดกระเป๋าเอาไว้แต่ก็ต้องนิ่งอึ้งไปเมื่อได้พบกับหญิงสาวที่กำลังโกยขนมอยู่เต็มไม้เต็มมือ ในปากของเธอยังอมอมยิ้มค้างเอาไว้อยู่ อีกฝ่ายเองก็นิ่งอึ้งทำตัวแข็งโป๊กเป็นก้อนหินไปแล้วเช่นกัน

            “เอ่อ… อลิซเหรอ?”

            “แง้”

อลิซร้องแล้วรีบแอบซ่อนขนมไว้ด้านหลัง ซึ่งเป็นการพยายามทำตัวเนียนๆที่ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย

“ช่วยถือไหม?”

“ไม่ต้องยุ่งน่า” อลิซเบือนสายตาไปอีกทางแล้วเอาขนมที่กำลังแอบด้านหลังออกมา “ห้ามบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาดเลยนะ”

            “หึ ทำไมต้องกังวลว่าฉันจะเอาไปบอกใครด้วยล่ะ คนแบบฉันเป็นพวกชอบพูดมากงั้นเหรอ?” ไรดีแสยะยิ้มแล้วเดินไปหยิบดับเบิลบอลรสนมสามกล่องไปคิดเงิน

            อลิซยังยืนนิ่งเงียบอยู่จนกระทั่งไรดีนคิดเงินค่าขนมเสร็จก็ตั้งท่าจะเดินออกจากร้านไป เธอรีบดึงชายเสื้อแจ็คเก็ทของอีกฝ่ายเอาไว้ จากนั้นก็รีบวิ่งไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์ก่อนจะวกกลับมาหาไรดีนที่ยืนรออยู่

            “นายกำลังจะไปไหนน่ะ?”

            “ก็แค่เดินเล่นเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะไปไหนหรอก” ไรดีนตอบ

            “ไปด้วยคนได้ไหม ตอนนี้ฉันว่างน่ะ”

            ไรดีนพยักหน้ารับ อลิซจึงเดินออกจากร้านขนมมาพร้อมกับเขา แคนีสดูจะชอบอลิซเป็นพิเศษ เขาสังเกตได้ตั้งแต่วันที่กลับมาจากภารกิจแล้วว่าหมาป่าของเขามักจะเข้าไปคลอเคลียและหยอกล้ออลิซอยู่เป็นประจำ ซึ่งเรื่องแบบนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นแม้จะกับคาร์นี่ย์ ไอน์ซาโม่ หรือแม้แต่เกรนิตี้เองก็ตาม

            ปังๆๆๆ!

            “เสียงนี่มัน” อลิซโพล่งขึ้น

            “เสียงปืน” ไรดีนตอบก่อนมองหาทิศทางที่มาของเสียง เมื่อจับทิศทางได้ก็พลิกตัวออกวิ่ง “ตามฉันมาสิ”

            เสียงไซเรนดังมาแต่ไกลทำให้เขาเริ่มแน่ใจว่าเสียงปืนที่เขาได้ยินเป็นการก่อการร้ายหรือทำอะไรสักอย่าง

            เงาสามร่างวิ่งฝ่าผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาอย่างรวดเร็ว ไรดีนกระโดดไต่ขึ้นไปบนตัวบ้านและเริ่มวิ่งข้ามอาคารต่างๆ เสียงรถยนต์เริ่มใกล้เข้ามาทุกทีๆ จนในที่สุดเขาก็ได้เห็นมอเตอร์ไบค์ราวๆเจ็ดคันกำลังถูกรถตำรวจไล่หลังอยู่เป็นสิบ มีการยิงต่อสู้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ นั่นทำให้ผู้คนวิ่งหาที่หลบซ่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย

            “ขณะนี้มีการไล่จับโจรปล้นธนาคาร ขอให้ประชาชนทุกๆท่านหาที่หลบซ่อนเพื่อความปลอดภัยด้วยค่ะ” เสียงประกาศแจ้งเตือนดังขึ้นผ่านลำโพงที่ติดอยู่ทั่วเมือง

            “อลิซ ไวขึ้นกว่านี้ได้ไหม?”

            “ได้สิ”

            สิ้นคำตอบเขาก็เร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมถึงเท่าตัว ไรดีนกระโดดไปอีกฝากเพื่อหวังไปดักหน้าพวกโจรปล้นธนาคาร อลิซวิ่งไล่ตามเขาไม่ห่าง มาซามุเนะถูกดึงออกมาจากฝักเมื่อเห็นว่าเป้าหมายกำลังเลี้ยงรถมาทางถนนที่อยู่ในระยะที่เขาสามารถเข้าถึงตัวได้

            “แคนีสเอาเลย”

            ไรดีนพูดกับหมาป่า มันครางเหมียวอย่างแข็งขันแล้วพุ่งตัวไปด้านล่างเพื่อจู่โจม เด็กหนุ่มผมทองกระโดดลงตามไปติดๆ

            ตึง!

            ร่างของไรดีนกระแทกมอเตอร์ไบค์คันหนึ่งของพวกโจรจนเซ เขารีบดีดตัวออกจากรถคันนั้นเพื่อไปอยู่ที่รถอีกคันใกล้ๆก่อนที่รถคันแรกจะเสียหลักล้ม ด้ามดาบถูกอัดกระแทกใส่ปลายคางทันทีที่ไรดีนเข้าถึงตัวโจรปล้นธนาคารคนที่สอง สันดาปวาดใส่เต็มก้านคอเพื่อความแน่ใจ เขาคว้าคอเสื้อแล้วโยนร่างนั้นออกไปก่อนจะสวมรอยขับรถไล่ตามพวกที่เหลืออยู่

            “อลิซและไรดีน ลำดับที่5และลำดับที่1จากเจ็ดดาบดาราค่ะ” อลิซที่ไม่รู้ว่าคว้ามอเตอร์ไบค์ใครมาขับร้องบอกกับเจ้าหน้าที่รักษาความสงบสุขในเมืองก่อนโชว์แหวนอัญมณีสีเขียวขึ้นมาแสดงตัว “ช่วยสนับสนุนและกันประชาชนบริสุทธิ์ออกจากเส้นทางด้วยนะคะ”

            “รับทราบ พวกเราจะทำการสนับสนุนท่านอลิซและท่านไรดีนอย่างเต็มกำลัง” เสียงตอบรับดังมาจากลำโพงรถยนต์

            ไรดีนยังคงไล่ตามหลังโจรปล้นธนาคารอย่างบ้าคลั่ง แล้วการติดต่อก็มีเข้ามาผ่านนาฬิกาไฮเทค ซึ่งเขาจำได้ว่าหมายเลขที่ติดต่อเป็นเลขไอดีของกรมรักษาความสงสุขของเมือง เขาจึงรับสายโดยที่ไม่ลังเล

            “คุณไรดีน กระผมชื่อมีรองค์หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมครับ” เสียงพูดคุยดังมาจากชายหนุ่มที่อยู่ในจอซึ่งเป็นภาพที่ฉายด้วยนาฬิกาของเขา

            “อืม”

            “เห็นตึกกระจกทรงกระบอกไกลๆนั้นไหมครับ”

            ไรดีนเงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นตึกที่ว่าอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเท่าไรนัก เขาพยักหน้าให้เป็นเชิงบอกอีกฝ่ายว่า เขาเห็นแล้ว

            “ช่วยต้อนพวกโจรปล้นธนาคารให้ไปทางนั้นหน่อยครับ กระผมและลูกน้องจะได้สกัดจับตัวเจ้าพวกนั้นได้”

            “ได้เลย เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”

            ไรดีนกล่าวจบหน้าจอพูดคุยก็ดับวูบไปแล้วแผนที่ของโปรแกรมนำทางก็ดีดขึ้นมาแทนที่เพื่อช่วยบอกเส้นทางที่จะไปทางตึกกระจกทรงกระบอกสูงลิบลิ่วที่เขาเห็นอยู่ไกลๆซึ่งบนตึกนั้นมีกอักษรติดอยู่เป็นคำว่า GOGO

            ทางด้านคาร์นี่ย์และโพลิน่า

            พวกเขาขยับกายย้ายร่างมาถ่ายรูปอยู่ที่หน้าบริษัท ซึ่งคาร์นี่ย์ตอนนี้อยู่ในท่ายืนพิงรถรุ่นใหม่(ที่ไม่ต่างจากรุ่นที่เขาขับอยู่เท่าไรนัก)ของบริษัทGOGO เสียงประกาศแจ้งเตือนที่ดังเมื่อไม่นานมานี้ทำให้เขาต้องหันหน้าไปมองทางเสียงไซเรนที่ได้ดังมาแต่ไกลอย่างกังวล ทว่าสก๊อตเชอร์ยังยืนยันที่จะทำงานนี้ต่อไป

            “คุณคาร์นี่ย์ครับ รบกวนช่วยหันหน้าไปสบตากับคุณไอน์ซาโม่นิดนึงได้ไหมครับ”

            สก๊อตเชอร์ร้องบอก คาร์นี่ย์มองไปทางโพลิน่าที่แยกเขี้ยวออกมาเล็กน้อยก่อนจะทำตามที่อีกฝ่ายบอก เขาหันหน้าไปทางร่างบางก่อนก้มหน้ามองด้วยมาดนิ่งๆขรึมๆ

            “นั่นแหละครับ อย่าเกร็งครับ ยิ้มๆทำตัวสบายๆ อยากให้ลองจินตนาการว่าตอนนี้ตัวเองเป็นผู้ชายที่หล่อและดูดีที่สุดนะครับ”

            ‘ไอความคิดหลงตัวเองแบบนั้นใครมันจะไปกล้าคิด… ฉันหล่อที่สุดงั้นเหรอ… เอิ่ม…’

            คาร์นี่ย์ยิ้มมุมปากอย่างดูดีจนเหมือนผู้ชายที่มีความทระนงและมั่นใจในตัวเองสูง นั่นดูจะทำให้สก๊อตเชอร์พอใจและรัวชัตเตอร์เป็นชุด แต่แล้วคาร์นี่ย์ต้องชะงักไปเพราะไอน์กำลังทำท่าเขินๆแถมยังยิ้มหวานให้เขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด ใบหน้าเนียนใสของเธอกำลังขยับใกล้เขามามากขึ้นรึเปล่านะ?

            “อ๊ากกก ฟินค่า!!!”

            จางหลิงร้องออกมาก่อนที่บรรดาแฟนคลับของเขากับไอน์ซาโม่ที่แวะมาดูการถ่ายแบบครั้งนี้จะกรี๊ดกร๊าดออกมาอย่างบ้าคลั่ง

            เด็กหนุ่มเกาแก้มอย่างเขินๆก่อนมองไปที่โพลิน่าอย่างวิตกกังวล แฟนสาวของเขากำลังกำหมัดแน่นจนเขารู้สึกเสียวไส้ขึ้นมายังไงชอบกล แต่เขาก็สังเกตโพลิน่าได้ไม่นานมือของไอน์ซาโม่ก็สัมผัสมาที่แก้มแล้วออกแรงดันหน้าของเขาให้หันกลับมาทางเธออีกครั้ง

            “จะทำอะไร!?” คาร์นี่ย์ว่าเสียงกระซิบ

            “ทำงานไง คาร์นเองก็นะ ตอนนี้เธอต้องสนใจฉันมากที่สุดสิ”

            คาร์นี่ย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไอน์ซาโม่ที่แต่งหน้าทำผมเรีบร้อยแล้วดูมีสเน่ห์มากกว่าปกติถึงสิบเท่าตัวเห็นจะได้ แล้วไหนริมฝีปากเล็กๆที่ทาลิปสติกสีแดงจนน่ามองนั่นอีก ดวงตาที่จ้องมองมาที่เขาดูซุกซนกว่าทุกๆครั้งจนทำให้เขาเริ่มอยู่ไม่สุข

            บึ้ม!!!

            พลั่ก!

            ร่างของใครบางคนที่กระเด็นมาแต่ไกลกลิ้งไปตามพื้นหลังจากที่มีเสียงระเบิดดังสนั่น ทีมงานเลม่อนสตูดิโอเองก็เริ่มมีอาการแตกตื่น วอร์ครายถูกเรียกออกมาอยู่ในมือของคาร์นี่ย์โดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีดอกกุหลาบจับจ้องไปที่ร่างที่นอนอยู่ไม่ไกลก่อนเลิกคิ้วขึ้น

            พรวด

            ร่างนั้นดีดตัวขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนหันซ้ายหันขวา แล้วหันหลังกลับมามองคาร์นี่ย์

            “นายเองเหรอคาร์น” ไรดีนพูดขึ้นก่อนโบกมือหย็อยๆ “หวัดดี”

            “มันใช่เวลามาทักทายสบายใจแบบนั้นเหรอฟะ!” คาร์นี่ย์โวยวายขึ้นก่อนถอนหายใจ “เกิดอะไรขึ้น?”

            “ฉันไล่ตามโจรที่ปล้นธนาคารมากับอลิซน่ะสิ แล้วก็พลาดท่าโดนปาระเบิดใส่จนปลิวมาอยู่ตรงนี้นี่แหละ” ไรดีนมองคาร์นี่ย์นิ่งๆ คาร์นี่ย์พยักหน้าให้เล็กน้อยอย่างมีความหมาย “นายดูดีขึ้นมากเลยนี่”

            “ในเวลาแบบนี้ต้องพูดว่าไปตามจับพวกนั้นกันเถอะต่างหากเฟ้ย!!!”

            “พวกเจ้านี่เป็นตลกคาเฟ่กันรึไงนะ” วอร์ครางออกมาก่อนหัวเราะ

            “มาเร็ว” คาร์นี่ย์พูดแล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไบค์รุ่นใหม่ก่อนจะหันไปมองทางสก๊อตเชอร์แล้วขยับสายตาไปมองที่แบล็คโบนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “ขอยืมรถก่อนนะลุง”

            “ลุยเลยเจ้าหนู ไปลากคอพวกมันมาเข้าคุกให้ได้ล่ะ”

            แบล็คโบนฉีกยิ้มตอบก่อนบรรดาแฟนคลับคนอื่นๆจะร้องเชียร์ คาร์นี่ย์ชูนิ้วโป้งให้คนแก่กว่าด้วยท่าทางมั่นใจ

            “ฉันต้องไปก่อนล่ะไอน์ อย่าซนนักล่ะเข้าใจไหม” คาร์นี่ย์หันหน้าไปบอกกับสาวมังกร ก่อนจะหันไปมองทางอัศวินสาว เขายิ้มและขยิบตาให้กับเธอก่อนจะร้องบอก “เดี๋ยวจะรีบกลับมานะจ๊ะสุดสวย”

            “คนบ้า!” โพลิน่าแหวก่อนหลุดหัวเราะพรืด “ระวังตัวนะ”

            “อื้ม” คาร์นี่ย์ร้องบอกแล้วหันกลับไปมองทางไรดีนอีกครั้ง “ชักช้าอยู่ได้ รีบขึ้นมาสักทีสิฟะ”

            “มั่นใจนะว่าจะไม่ให้ฉันขับ” ไรดีนไหวไหล่วืดแล้วเดินมาซ้อนท้ายคู่หู

            “จำไม่ได้รึไง…” คาร์นี่ย์ฉีกยิ้มแล้วสตาร์ทเครื่อง “ว่าใครที่เร็วที่สุดน่ะ!”




NEKOPOST.NET