Apocalypse Project ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Apocalypse Project

Ch.7 - Heaven Punisher ผู้ลงทัณฑ์จากสวรรค์


Heaven Punisher
ผู้ลงทัณฑ์จากสวรรค์
   ผมหยุดอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อลายแทบเขียวสลับส้มที่พบได้ทั่วไปก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน ทันทีที่ประตูร้านเลื่อนออกลมเย็นๆจากเครื่องปรับอากาศภายในร้านก็ปะทะเข้ามาทำให้อาการร้อนจากที่เดินมาเมื่อครู่แทบจะหายเป็นปริดทิ้ง ขณะนี้เวลา 22.00น. ผมออกมาเดินเล่นคนเดียวเพราะซิกกับดยุกคงมีเรื่องให้คุยกับวัลลพและพลอยอีกเยอะผมฟังมันจนเบื่อแล้วแต่มีดยุกอยู่ผมว่ามาริกาคงซักถามอีกเยอะ ผมมันจ้อไม่เก่งเหมือนซิกเลยทำได้แค่นั่งเฉยแต่ว่าล่ะน่ะต้องฟังเรื่องที่เราอยู่แล้วถึงสองครั้งในเวลาสองวันมันก็มีเบื่อกันมั่งล่ะแต่ที่น่ารำคาญที่สุดคงเป็นซิกตอนได้ยินผมบอกว่าอยากออกมาเดินข้างนอก ทำสีหน้าอย่างกับผมเป็นพวกประหยัดพลังงานไม่เคยออกไปข้างนอกงั้นแหละ
   ผมเดินตรงไปยังส่วนในสุดของร้านเพื่อหาซื้อนำ้อัดลมซักขวดมาดื่มแก้กระหาย ในระหว่างที่ผมกำลังมองหาเครื่องดื่มยี่ห้อประจำนั้นเองที่สายตาของผมสะดุดกับใครบางคนที่ยืนเลือกเครื่องดื่มอยู่ข้างๆ ผมสีขาว เสื้อเชิตพับแขนเสื้อสีฟ้าไม่มีลาย โซ่ที่คล้องกับหูกางเกงยีนต์หลวมๆ มองเผินๆก็ดูเป็นคนง่ายๆแต่สายตาของเขาซ่อนความดุร้ายเอาไว้ มันต่างกับตาขวางๆของผมที่แค่ทำให้คนรอบข้างไม่อยากเข้าใกล้ แต่สายตาของนายคนนี้กับโหดเหี้ยมกว่านั้น ทั้งที่ดูแล้วน่าจะรุ่นเดียวกับผมเพียงแต่ส่วนสูงมากกว่านิดหน่อย แต่ราวกับเขาเคยฆ่าคนมาแล้วงั้นแหละ นั้นแหละที่ผมไม่ไว้ใจเขาเพราะเขาเองก็มองมาที่ผมด้วยสายตาแบบนั้นเหมือนกัน
   "นี่นาย!คนเมื่อตอนกลางวันนี่"
   "หา?"
   จะว่าไปหมอนี่มันคนที่เจอเมื่อตอนสายของวันนี้นี่ คนที่ยืนพิงกำแพงในตอนนั้น
   "แล้วแฟนนายไม่มาด้วยเหรอ"
   "แฟน?"
   "ก็เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ใส่ชุดสีลูกท้อน่ะ"
   เฮ้ย!จุ่ๆมากล่าวหากันแบบนี้ได้ไง พวกเรายังไม่สนิทกันเลยน่ะแล้วอีกอย่างผมก็รู้จักกับมาริกาแค่สองวันเท่านั้นเอง
   "ล่อเล่นๆเด็กคนนั้นดูจะสนิทกับคนที่ใส่ชุดดำมากกว่า"
   คงหมายถึงซิก! หมอนี่พยายามชวนคุยที่จะกลบเกลื่อนแต่ความรู้สึกของผมบอกว่าหมอนี้ยังไงซะก็ไม่ควรยุ่งด้วย ผมนิ่งเงียบไม่ตอบและพูดคุยและหันไปหยิบนำ้อัดลมจังหวะเดียวกับที่หมอนั้นคว้านำ้ผลไม้ ผมรีบผละออกจากหมอนั้นให้เร็วที่สุดเพราะความไม่ไว้ใจและไม่คุ้นชินอีกประการคือผมอาจเป็นที่สนใจของ'ฆาตกรโรคจิต'อยู่ก็ได้
   ทันทีที่พนักงานร้านสะดวกซื้อเก็บตังค์แล้วยื่นถุงพลาสติกลายเลขเจ็ดสีเขียวที่มีนำ้อัดลมของผมมาให้ ผมก็รีบออกมาจากร้านสะดวกซื้อทันที แล้วเดินไปเรื่อยๆจนถึงสวนสาธารณะ ผมหยุดแล้วหาที่นั่งพักเพื่อดื่มนำ้อัดลมที่ซื้อมา หลังจากดื่มไปได้ครึ่งขวดผมได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆของใครบางคนจากด้านหลังพร้อมกับอากาศที่เย็นลง ผมเปลี่ยนสีนัยต์ตาเป็นสีส้มแล้วตวัดดาบไปข้างหลังแต่ทันใดนั้นเองก็มีของแข็งบางอย่างปะทะเข้ากับดาบของผมอย่างจัง
  "ดูเหมือนนายจะมีปัญหาด้านความไว้ใจคนน่ะ"
   นายผมขาวคนนั้นปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าผม
   "นี่นาย!ตามฉันมาทำไม"
   "เปล่าหรอก!ฉันแค่เดินมาเรื่อยๆที่จริงฉันออกจากร้านหลังนายอีกน่ะ"
   ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเลยหันหลังกลับและในจังหวะที่กำลังจะเก็บดาบเข้าฝักนั้นเอง เร็วเท่าฟ้าผ่าที่จู่ๆก็มีโซ่เส้นหนึ่งมามัดเข้าที่คอของผมแต่เพราะผมยังไม่ได้เก็บดาบลงฝักและผมไม่ได้คลายพลังซะทีเดียวผมเลยใช้ดาบกั้นระหว่างโซ่กับหลอดลมแต่แรงที่ใช้ดึงโซ่นั้นแรงมาก
   "นายเนี่ยพกดาบตลอดเวลาเลยสิน่ะ! จากการแต่งตัวของนายคงไม่ใช่พวกแฟนตาซีแน่ๆแถมนั้นยังเป็นดาบจริงอีก...รึนายจะเป็น'พวกมีอำนาจ'กันน่ะ"
   ถึงจะรู้สึกว่ามันโอเวอร์ไปบ้างแต่ผมเคยเห็นดาบเล่มนี้ฟับท่อนเหล็กขาดมาแล้วแต่ว่าโซ่เส้นนี้กลับแข็งมากจนฟันไม่เข้า แถมผมเองยังใช้พลังไม่ได้เพราะขีดจำกัดที่ผมจะเคลื่อนไหวไม่ได้แต่ยังไงผมก็ไม่เข้าใจที่เขาเข้ามาทำร้ายผมแบบนี้รึหมอนี่จะเป็นพวกโรคจิตจริงๆ
   ผมใช้ขาซ้ายเข้าเกี่ยวกับขาของเขาแล้วตวัดขาตัวเองอย่างแรงจนเขาเสียสูญ ผมอาศัยจังหวะนั้นสะบัดโซ่ออกจากคอเป็นจังหวะเดียวกับที่นายผมขาวตั้งสูญแล้วสะบัดโซ่ใส่เสาเหล็กที่มุมสวนสาธารณะจนโซ่พันกับเสาจนตึงแล้วดึงจนเสาหลุดหลังจากนั้นก็สะบัดเสาเหล็กใส่ผม
  ผมตวัดดาบสะบั้นท่อเหล็กจนขาดเป็นสองท่อน นานแล้วที่ไม่ได้ตวัดดาบแรงขนาดนี้ แรงปะทะเล่นเอามือสั่นไปราวสองวินาทีก่อนที่จะเห็นสีห้าสนใจของหมอนั้น
  "โห!ถึงกับขาดเลยแฮะดาบสองคมที่ทำได้ขนาดนี้ในโลกนี้คงมีแค่'กราม'เท่านั้นล่ะมั้ง"
  "กราม?ดาบในนิทานนอร์สน่ะเหรอ"
  "อืม...รูปร่างเรียบง่ายกว่าที่คิดแฮะ"
  "มันจะเป็นอะไรฉันไม่รู้หรอกน่ะแต่ถ้านายยังไม่เลิกล่ะก็คู่หูฉันเล่มนี้ไม่ปล่อยนายแน่"
พูดตรงๆผมไม่เคยเจอคนที่อันตรายขนาดนี้มาก่อนทั้งแรงทั้งอาวุธรวมถึงจิตสังหารนี้อีกเป็นการจับคู่ที่เลวร้ายสุดๆ ผมไม่มีทางเลือก นอกจากพยายามอ่านการเคลื่อนไหวล่วงหน้าเพื่อให้ตนได้เปรียบ
  "สีตาแบบนั้นรึว่า..."
  หมอนั้นแสยะยิ้มราวกับพอใจอะไรบางอย่าง
   "เอาเถอะ...ยังไงเราทั้งคู่ก็สูสีกันอยู่ดี คนนึงมีดาบที่ผ่าได้กระทั้งทั่งตีเหล็ก ส่วนฉันเองก็'โซ่ตรวนที่ใช่ล่ามเทพเจ้าเกรฟนีร์'ต่างฝ่ายต่างก็มีเทวสมบัติทั้งคู่ต่อให้สู้กันมากกว่านี้ก็คงไม่ได้อะไร"
  "ช่างคิดดีนี่แต่มั่นใจเหรอว่าเราสูสีกันน่ะ"
  "จะบอกว่านายได้เปรียบกว่ารึไง"
  "ไม่หรอก...แต่ก็ไม่คิดว่าเราจะสูสีกับหรอกน่ะ"
  "ที่นี่คนน้อย...ก็ดีนี่ฉันเองก็อยากอาละวาดให้เต็มที่เหมือนกัน"
  ทันที่ที่พูดจบอากาศรอบข้างก็เย็นลงถนัดแต่กลับสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากพื้นดินราวกับอากาศก่อนเกิดพายุ ทันใดนั้นเองที่โซ่ของเขาพุ่งเข้ามาหาผม ผมกระโจนหลบแล้วพยามมองการเคลือนไหวต่อไปของเขาแต่...ผมมองไม่เห็นมัน
   พลังของผมคือการอ่านการเคลื่นไหวล่วงหน้าจากการเคลื่อนไหวและความคิดในปัจจุบัน แทนที่จะเรียกว่า'อ่าน'ต้องบอกว่า'เห็น'น่าจะถูกกว่าแต่ในกรณีที่เป็นการจู่โจมแบบไม่คิดอะไรผมมองเห็นได้จากการเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียว แต่ในกรณีนี้ผมมองไม่เห็นราวกับสู้กับคนตาบอดที่จู่โจมสุ่มสี่สุ่มห้าโดยมองไม่เห็นศตรูยังดีที่พอเห็นบ้างเป็นบางครั้ง ผมพยายามหาโอกาศโต้คืนโดยหลบการเหวี่ยวของโซ่ไปพร้อมกันและเมื่อเข้าใกล้ได้ระดับหนึ่ง ผมก็เหยียบท่อนไม่ผุข้างทางดังกร็อป...ทันใดนั้นเองที่หมอนั้นหันมาทางผม
  "เจอตัวแล้ว!"
   ชั่วแล่นเดียวราวกระพริบตาที่เขาเหวี่ยงโมามัดที่ข้อมือของผม ในทันทีทันใดที่โซ่พันที่ข้อมือซ้ายของผมร่างกายทั่วร่างก็รู้สึกเจ็บปวดราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงเล่นงานอยู่
  "อ...อ้ากกกก"
  ผมร้องออกมาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ผมทรุดลงเพราะกระแสไฟฟ้าบั่นทอนกำลังของผมไปมากพอดีกับที่หมอนั้นเดินเข้ามาใกล้ผม ตอนนั้นเองที่ผมเห็นแสงสีฟ้าคู่หนึ่งตรงตาของเขา...ให้ตายสิผ่านมาแค่สองวันก็เจอผู้มีพลังถึงสี่คนเชียวเหรอนี่รู้สึกมันจะบังเอิญเกินไปราวกับใครบางคนวางแผนเอาไว้ให้พวกเรามาเจอกัน
   หมอนั้นสะบัดโซ่ที่ข้อมือของผมอย่างแรงแล้วแสงสีฟ้าที่ตาก็ค่อยๆวูบหายไป
  "เฮ้อ!มองเห็นซะที แบบนี้ฉันก็ชนะนายแล้วสิน่ะ"
  "ยังไม่แน่ซะหน่อย"
  "ครั้งต่อไปที่ใช้ฉันอาจะเห็นนายก็ได้"
  "ใครสนล่ะ...ฉันเองก็มีแผนการรับมือกับนายเหมือนกันแหละ"
   ผมจับด้ามดาบให้มั่นเพื่อที่จะสวนกลับ แต่ในจังหวะนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงที่คุ้นหู
   "ชินนนน!"
  เป็นเสียงซิกที่ตะโกนขึ้น พวกเราหันไปมองต้นเสียงก็เห็นดยุก ซิก มาริกา พลอยและวัลลพ ทุกคนมากันทำไมตอนนี้เนี่ย
   "ทุกคนอันตราย"
  ผมตะโกนสุดเสียงเพื่อให้ทุกคนระวัง ท่าทีของวัลลพเองก็ดูตะลึงตอนที่เห็นผมกับหมอนั้น
   "นายมัน..."
   หมอนั้นผละจากผมเข้าหากลุ่มของผมทำให้ทุกคนแตกตื่น ดยุกคว้ามาริกาไว้จนล้มทั้งคู่ วัลลพก็ดึงพลอยออกจนเซที่เหลืออยู่คือซิกที่ประจันหน้ากับหมอนั้นตรงๆ ผมพยายามลุกขึ้นแล้ววิ่งไปตรงนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เหมอนั้นเอื้อมมือเข้าหาซิก  ผมง้างดาบในมือขึ้นสุดหวังฟันจากข้างหลัง
   "อาศิระ...ในที่สุดฉันก็หานายเจอ"
   ผมหยุดชะงักเมื่อหมอนั้นเข้าโผกอดซิกเหมือนเป็นคนที่ตามหามานานทุกสายตาแม้แต่ตัวซิกเองก็ดูอึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นเองเหมือนกัน
  "เอ๋...ซิกนี่คนรู้จักนายเหรอ"
   ซิกเปลี่ยนสีหน้าจากตกใจมาเป็นสีหน้าร่าเริงเหมือนทุกที
  "แฮะๆโทษทีน่ะนายตัวโตแต่ว่า...นายเป็นใครกัน"
  หมอนั้นที่กอดซิกทั้งนำ้ตารีบผละตนออกแล้วจบไหล่ทั้งสองข้างของซิกราวกับต้องการให้แน่ใจ
  "นี่นายจำฉันไม่ได้รึไง"
  "ขอโทษทีน่ะแต่ว่าฉันไม่รู้จักนายจริงๆ"
  สีหน้านายผมขาวดูสลดลงราวกับพยายามนึกอะไรบางอย่างก่อนที่จะเอื่อมมือกุมขมับของตนแล้วร้องตะโกนออกมา
  "อ...อ้าาาาาาาาา"
 แล้วหมอนั้นก็สลบไป
                               *
  พวกเราช่ายกันพาหมอนี่กลับมารังกระต่ายโดยที่วัลลพจับมือเขาไพล่หลังแล้วเอากุญแจมือใส่วัลลพเล่าว่าหมอนี้คือคนที่เขาตามหามาตลอดสองปีเพราะหมอนี่ไล่กำจัดผู้มีอิทธิพลมืดอย่างไม่ลังเลด้วยตัวคนเดียวเป็นคนที่อันตรายมาก ที่จริงผมเองก็พอรู้มาบ้างล่ะแต่ที่ผมสนใจจริงๆคือหมอนี่ดูจะรู้จักกับซิกมาก่อนแต่หมอนั้นก็ยืนยันว่าเขาไม่เคยเจอกับคนคนนี้จริงๆ สักพักหมอนี่ก็ฟื้นขึ้นมาแล้วสะดุ้งตัวขึ้นอย่างแรงจนมาริกากับพลอยตกใจกอดกันแน่นแล้วร้องกรี้ดออกมาอย่างดัง
  "ที่นี่คือ..."
  "ที่นี่คือฐานลับของพวกเราเอง ฉันซิก คนที่นายสู้ด้วยเมื่อกี้นี้ชิน หัวหน้ากลุ่มดยุก เบอร์สี่มาริกากับเบอร์ห้าพลอย ที่นั้งพังเฮดโฟนนั้นเบอร์หกวัลลพ
  หมอนั้นมองมาที่วัลลพอย่างเอื่อยๆแล้วยิ้มที่มุมปาก
  "นายเองสินะ...คนที่พยายามวิ่งตามฉันมาตลอดสองปี แล้วก็น่ะไอ้นี้...เอาฉันไม่อยู่หรอก"
  หมอนั้นชูแขนขึ้นพร้อมกุณแจมือที่บิดงอผิดรูปจนพัง
  ผมกำดาบในมือแน่นในขณะที่คนอื่นเองก็ดูตื่นตัวเช่นกันแม้แต่ดยุก
  "ไม่ต้องตกใจฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นกับพวกนายตอนนี้หรอก ว่าแต่นายเหอะอาสิระหายไปไหนมาตั้งหลายปี"
  "โห้ยๆนายน่ะดูจะรู้จักกับซิกดีจังเลยน่ะ ว่าแต่ซิกนั้นชื่อจริงนายเหรอ"
  "เอ๋! ชื่อซิกนี่ไม่ใช่ชื่อจริงเหรอค่ะ"
  "ก็ตอนที่มาหมอนั้นบอกว่าชื่อ'ซิเกิร์ด'ฟังแล้วมันแปลกๆเลยเรียกสั้นๆว่าซิกอ่ะน่ะ"
  ผมกับมาริการัวใส่กันจนซิกหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด หมอนั้นคงพยายามหาทางเปลี่ยนเรื่องอยู่แน่ๆ นานได้เอาคืนซิกแบบนี้ก็รู้สึกสะใจอยู่เหมือนกัน
   "อ...เอ่อ! ดูเหมือนนายจะรู้จักฉันจริงๆน่ะแหละแต่ฉันไม่รู้จักนายจริงๆช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่านายเป็นใคร"
  "ลืมกันได้สิน่าทั้งที่เมื่อก่อนเราเคยสนิทกันมากแท้ๆ...ฉันมีชื่อว่า'เรจิน'นายพอจำได้ไหม"
พอเอ่ยชื่อออกมาสีหน้าซิกก็ดูช็อกกับสิ่งที่ได้ยินอย่างมาก
  "ฉันยอมรับน่ะว่าฉันเคยเรียกชื่อนั้นกับเพื่อนสนิทของฉันจริงแต่...เธอคนนั้นน่ะ'ตาย'ไปแล้วล่ะ"
  "งั้นเหรอ!...เสียใจด้วย"
   พูดจบสีหน้าของซิกก็ดูสลดลงไม่ร่าเริงเหมื่อนเก่า เธอ...คงเป็นผู้หญิงละมั้งมิน่าพลังของซิกถึงเป็น'ความตาย'    ดยุกเคยบอกว่าดูเหมือนพลังของพวกเราจะได้มาจากการปฏิเสธอะไรบางอย่างในชีวิตอย่างรุนแรงอย่างผมเคยถูกกลุ่มเพื่อนที่สนิทที่สุดทำร้ายเกือบตายผมเลยปฏิเสธความใว้ใจจากคนรอบข้าง พูดตรงๆผมเองก็ยังไม่ไว้ใจดยุกกับซิกร้อยเปอร์เซนต์หรอกน่ะถึงจะอยู่ด้วยกันมาสามปีแล้วก็ตาม ซิกเองก็คงปฏิเสธความตายจากอะไรบางอย่างในอดีตสิน่ะ
  "อันที่จริงฉันเองก็ไม่คิดว่านี่เป็นความทรงจำของฉันหรอกน่ะ"
  "ไม่ใช่ความทรงจำของนายงั้นเหรอ?"
  "อือ!ฉันน่ะจำอาศิระได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันจนถึงครั้งสุดท้ายที่พบแต่ความทรงจำก่อนห้านั้นน่ะไม่มีเลยฉันเลยพยายามตามหานายมาตลอด ในความทรงจำเราดูจะพูกพันธ์กันมากๆแต่เมื่อกี้ฉันไม่รู้สึกพูกพันธ์มากขนาดนั้นเพราะงั้นฉันฉันถึงตามหานายมาตลอดตั้งแต่วันที่ฉันออกมาจากห้องทดลอง"
   "ห้องทดลอง?"
  "อ่า!เมื่อสามปีก่อนฉันตื่นขึ้มมาในห้องทดลองแห่งหนึ่งแล้ว'ชายคนนั้น'บอกกับฉันว่ายังมีคนที่เหมือนกันกับฉันอยู่อีกฉนั้นจงตามหาพวกเขาในนามของกลุ่มGenesis"
  "งั้นนายก็รู้อยู่แล้วสิว่าพวกเราเป็นใคร"
  "อ่า! ตั้งแต่ตอนเห็นสีตาของนายนะแหละชิน"
  "สามปีก่อนกับคนคนนั้น..."
  ดยุกพืมพำบางอย่างเหมือนพยายามนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนหันมามอนที่เรจินด้วสีหน้าสงสัยปนหวาดๆเล็กน้อย
   "เรจิน นายเป็นใครกันแน่"




NEKOPOST.NET