[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 256 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.256 - ตอนที่ 256


256.


หลังนั่งสมาธิซาเซ็นเสร็จ ยังพอมีเวลาก่อนการฝึกตนใต้น้ำตกจะเริ่ม เราจึงไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน
 
ใกล้ๆ วัดมีร้านโซบะน่าอร่อยอยู่หลายร้าน แต่ท่านฟุยุโกะเสนอว่าอยากทานอาหารเจของทางวัด เราจึงทานกันที่นั่น มีน้ำแกงหนึ่งผักห้า หรูหรากว่าที่คิดนะ อุหวา เต้าหู้งาดูน่ากินจัง 
 
นี่เป็นเพียงการหาประสบการณ์ในการฝึกตน จึงไม่มีการตักเตือนอย่างเข้มงวด แต่ความจริงแล้วดูเหมือนจะมีกฎว่าให้รับประทานโดยไม่ส่งเสียง พวกเราจึงนั่งทานกันเงียบๆ โดยละเว้นการพูดคุยจ้อกแจ้ก  อุ กินหัวผักกาดดองไม่ให้ส่งเสียงเนี่ยยากสุดๆ ที่จงใจเสริ์ฟหัวผักกาดดองที่ส่งเสียงกรุบกรับเวลาเคี้ยวได้ง่ายเนี่ยคือบททดสอบไปยังเหล่าผู้ฝึกตนหรือเปล่านะ หรือว่าตรงนี้ควรจะกลืนๆ ลงไปเลยโดยไม่เคี้ยวจึงจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง 
ฉันใช้ท่าไม้ตาย รอจังหวะนกร้องเคี้ยวสามทีแล้วกลืนลงคอไปได้สำเร็จ หวังว่าคงไม่กลายเป็นอาหารไม่ย่อยไปหรอกนะ... 
 
พอเสร็จสิ้นมื้ออาหารได้พักซักครู่ ก็ถึงเวลาฝึกตนใต้น้ำตกที่ท่านฟุยุโกะรอคอยล่ะ
ผู้เข้าร่วมการฝึกต้องสวมใส่ชุดขาวที่ทางวัดนำมาให้ยืมทับลงบนเสื้อวอร์มหรือชุดว่ายน้ำของตัวเอง อื~ม เข้าร่วมการฝึกตนใต้น้ำตกแต่ใส่ชุดว่ายน้ำอย่างหนาป้องกันความหนาวเย็นอย่างรัดกุมทั้งตัวเนี่ยแปลกดีจัง 
 
"พอสวมชุดขาวนี้ ก็รู้สึกสำรวมขึ้นทันตาเลยค่ะ"
 
เอ้า ถ้าเจ้าตัวเขาพอใจก็โอเคละนะ 
ฉันเสนอว่าจะรับฝากสัมภาระของทั้งสองคนไว้เอง คุณอิโคมะปฎิเสธไปด้วยความเกรงใจ แต่รับฝากคนนึงแล้วจะรับอีกคนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า พอกลับขึ้นจากน้ำตกแล้วก็คงมีของต้องหยิบฉวยใช้ทันทีอย่างพวกผ้าขนหนูหรือกระจกใช่มั้ย รู้สึกเหมือนเป็นผู้จัดการชมรมกีฬาเลย 
 
ทั้งสองคนเข้าร่วมกลุ่มกับผู้ฝึกตนท่านอื่นๆ เดินไปทางน้ำตก ฉันเลยเดินไปบนสะพานที่จะมองเห็นแอ่งน้ำตกได้ชัดๆ มีคนผ่านไปมาหยุดยืนดูอยู่เป็นระยะๆ ด้วย ก็คนที่มาฝึกตนที่น้ำตกออกจะหาดูยากนี่นา 
 
"อ้าว ข้าวของเยอะแยะเลย ของคนที่บ้านเหรอจ๊ะ" 
 
ระหว่างเฝ้าดูทั้งสองคนจากด้านบน คุณป้าที่กำลังเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ เช่นเดียวกับฉันที่หอบสัมภาระของสามคนก็เข้ามาชวนคุย สงสัยว่าหอบของพะรุงพะรังแบบนี้คงดูสะดุดตาละมั้ง 
 
"เปล่าค่ะ นี่เป็น..."
"โดนน้ำตกซัดสาดก็ลำบาก แต่คุณแม่ที่ต้องเฝ้าสัมภาระคอยลูกๆ ก็ลำบากเหมือนกันเนอะ"
"คุณแม่?" 
 
คุณแม่นี่คืออะไรคะ
ฉันทำความเข้าใจสิ่งที่พูดมาไม่ได้ในทันที
...เอ๋?! หรือว่าฉันจะถูกมองว่าเป็นคุณแม่ที่มีลูกแล้วเหรอ!?

"...ฉันไม่มีลูกนะคะ แค่เฝ้าของให้เพื่อนแค่นั้นเองค่ะ..."
"เอ๋!?" 

พอแก้ความเข้าใจผิดด้วยเสียงสั่นๆ คุณป้าก็ทำหน้าเสียแต่ยังฝืนหัวเราะกลบเกลื่อนว่า "อ้าว ตายแล้ว ขอโทษด้วยนะจ๊า~" แล้วเผ่นหนีไปกับเพื่อนฝูงคุณป้าที่มาด้วยกัน 

"ทำอะไรของคุณน่ะ คุณนาคาโนะ ทางโน้นยังเป็นเด็กผู้หญิงสาวๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ น่าสงสารออก"
"ก็แหม เห็นกางร่มกันแดดท่าทางสงบนิ่งเยือกเย็นออก"
"ท่าทางแบบนั้นคงแค่ยี่สิบนิดๆ เองละมั้ง ไปหาว่าเด็กสาวๆ แบบนั้นเป็นคุณแม่เนี่ยนะ"
"จริงด้วย คุณนาคาโนะ ไม่ดีเลยนะ" 

ฉันเป็นเด็กสาวม.ปลายนะคะ... ยังเป็นผู้เยาว์อยู่เลยนะคะ....
โดนหาว่าเป็นคุณแม่มีลูกแล้วทั้งที่ยังเป็นสาวม.ปลายใสๆ อยู่เลยเนี่ย แปลว่าฉันหน้าแก่เหรอ!? ดูเหมือนมีครอบครัวแล้วเลยเหรอ!? เห็นว่ามาฝึกตนที่วัดแต่งตัวตามสบายมากนักจะไม่ดีก็เลยสวมกระโปรงพลีทยาวที่เหมาะแก่การนั่งสมาธิและคุกเข่า แต่งกายสุภาพเรียบร้อยแบบนี้คือเลือกผิดสินะ?! อะไรกันเนี่ย ที่อ่านหนังสือแฟชั่นเอาเป็นเอาตายมาดูจะไม่ได้บังเกิดผลอะไรเลย หรือว่าสาเหตุที่แท้จริงคือ...ใบหน้าล้าสมัยของฉัน? 
 
โดนเหล่าคุณป้าฉีกหน้าเหวอะ รู้สึกเหมือนสายตาของคนสัญจรไปมาและคนที่มามุงดูการฝึกจะมองมาด้วยสายตาเวทนา ฉันร้อนตัวจนหน้าแดงฉานเหมือนไฟลุกอายจนพูดไม่ออก แต่เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองก็ต้องวางท่าเหมือนไม่ได้ใส่ใจ ยังไม่ถึงตาพวกท่านฟุยุโกะอีกเหรอ~ อา~ อากาศดีจังเลย อ้าว มือถือสั่นนี่นา มีเมล์มาหรือเปล่านะ ฉันเช็คเมล์บ็อกซ์ที่ไม่มีเมล์ใหม่ส่งมาแม้แต่ฉบับเดียว แสร้งวางท่าทำเป็นอ่านเมล์
...ไหว้ล่ะ ทั้งสองคนรีบกลับมาเร็วๆ เถ้อ
 
ท่านฟุยุโกะลงน้ำไปโดยมีพี่เลี้ยงคอยประกบ น้ำตกสาดแรงเชียว เป็นอะไรหรือเปล่านะ พอเข้าไปใต้น้ำตก ร่างกายของท่านฟุยุโกะก็เซไปด้วยแรงอัดของสายน้ำอย่างที่เป็นห่วง แต่พอเริ่มจะประคองตัวได้ ก็ควักลูกประคำที่ว่าได้มาใหม่ขึ้นประนมมือ แม้จะโดนสายน้ำซัดสาดอยู่แค่ไม่กี่นาที แต่พอมีพี่เลี้ยงมาพาออกจากน้ำตกไปก็ถึงกับเดินคนเดียวไม่ไหว ต้องมีคนช่วยจับมือพาขึ้นมาถึงฝั่ง 
 
ต่อไปเป็นตาคุณอิโคมะที่ทนต่อการสาดซัดของสายน้ำตกได้นานกว่าท่านฟุยุโกะ อดทนไว้จนถึงขีดสุดจนพี่เลี้ยงต้องเข้ามาห้ามไว้น่ะแหละ พอกลับขึ้นมาบนฝั่งก็โผเผน่าดู 
ดูเหมือนคนที่ไปบำเพ็ญตนใต้น้ำตกจะได้รับเลี้ยงน้ำแกงมันต้มด้วย ทั้งสองคนมีผ้าขนหนูคลุมหัว สองมือประคองชามน้ำแกงนั่งแปะลงกับโขดหิน น้ำแกงมันต้มน่าอร่อยจัง... 
 
ฉันถือสัมภาระเดินไปตามทางที่ไปถึงแอ่งน้ำตกเพื่อไปรอรับทั้งสองคนกลับขึ้นมา
 
"เสร็จแล้วเหรอ เหนื่อยหน่อยนะคะ"
"เป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากค่ะ! รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกใหม่เลย!"
 
ข้างๆ ท่านฟุยุโกะผู้เคลิบเคลิ้มเป็นคุณอิโคมะผู้ขอโทษขอโพยว่า "ขอโทษนะคะที่ให้ท่านเรย์กะต้องมาหอบหิ้วข้าวของแบบนี้" แต่ใบหน้าหลังโดนน้ำตกซัดสาดดูสดชื่นเปล่งปลั่ง 
 
"ทั้งสองคนพยายามได้ดีมากค่ะ โดยเฉพาะคุณอิโคมะ เหมือนจะอยู่นานที่สุดเลยไม่ใช่หรือคะ" 
 
ถึงจะเป็นต้นฤดูร้อนแต่น้ำก็ยังเย็นเจี๊ยบ เก่งมากที่ทนได้ขนาดนั้น ริมฝีปากยังม่วงอยู่เลยนะ 
 
"จะชำระล้างบาปของฉันน่ะเท่านั้นยังไม่เพียงพอหรอกค่ะ"
"อา~ ยังไงก็ค่อยเป็นค่อยไปนะ..."
"ผิดกับการอาบน้ำเย็นที่บ้านเป็นคนละเรื่องเลยนะคะ~"
"ท่านฟุยุโกะ ผ้าขนหนูๆ"
 
ฉันใช้มือข้างหนึ่งเช็ดผมท่านฟุยุโกะที่ออกเดินตัวเบาไปโดยไม่สนใจจะเช็ดผมที่เปียกแหมะ อีกมือหนึ่งก็คว้ากระเป๋าท่านฟุยุโกะติดมาด้วย สมเป็นท่านฟุยุโกะผู้เป็น Pivoine ปรกติในชีวิตประจำวันก็คุ้นเคยกับการมีผู้คนถือของให้อยู่แล้ว แม้จะเดินมือเปล่าในตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกผิดสังเกตอะไรเลย 
 
"...เอ่อ ท่านเรย์กะ เดี๋ยวฉันถือกระเป๋าของท่านฟุยุโกะให้เองค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอก คุณอิโคมะเช็ดผมตัวเองก่อนเถอะ" 
 
จนเมื่อกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่วัดแล้วนั่นแหละ ท่านฟุยุโกะถึงนึกขึ้นได้ว่ากระเป๋าตัวเองหายไป พอเห็นฉันถืออยู่ก็ว่า "แหม ท่านเรย์กะ ต้องขอบคุณมากนะคะ" แล้วยิ้มอ่อนๆ ให้ ไม่เป็นไรค่ะ
เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย พวกเราก็ไปกล่าวขอบพระคุณพระอาจารย์สำหรับการฝึกในวันนี้ แล้วอาศัยโอกาสนี้เดินเล่นบนภูเขากึ่งไฮกิ้งไปในตัว 
 
"รับพลังธรรมชาติดีจังนะคะ~"
"นั่นสินะคะ~"
 
พวกเราเดินกันอย่างเอื่อยเฉื่อย พลางสานต่อบทสนทนา "อ้าว พืชนี่หน้าตาแปลกจัง ผักภูเขาหรือเปล่านะ" "แค่วัชพืชธรรมดาละมั้ง" เหมือนคุณป้าผู้รักธรรมชาติทั่วไป
 
"วันนี้ช่างวิเศษเหลือเกิน ได้นั่งสมาธิซาเซ็นและฝึกตนใต้น้ำตกตามที่ปรารถนา ทั้งยังได้คัดลอกพระสูตรอีกด้วย นี่เป็นเพราะท่านเรย์กะกรุณาชวนมาแท้ๆ เลยนะคะ"
 
เพราะฉันเผลอหลุดปากเรื่องนั่งสมาธิซาเซ็นต่อหน้าท่านฟุยุโกะไงล่ะ เอาเถอะ ถ้าชอบก็ดีแล้วละค่ะ 
 
"ท่านเรย์กะกับท่านฟุยุโกะเป็น Pivoine เหมือนกัน คงสนิทกันมานานแล้วสินะคะ"
"นั่นสินะ" 
 
ฉันกับท่านฟุยุโกะก็คบหากันมาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ที่มาสนิทสนมกันจนพูดคุยได้ตามสบายแบบนี้ก็เพิ่งเมื่อไม่นานมานี่เองนะ
เมื่อได้รับคำยืนยันในด้านความสนิทสนมจากฉัน ท่านฟุยุโกะก็ยิ้มแย้มอย่างเบิกบาน 
 
"เวลาที่ท่านเรย์กะอยู่ในห้องสโมสรของ Pivoine ก็ได้ใช้เวลาสนุกๆ ด้วยกันนะคะ แต่ท่านเรย์กะออกจะยุ่งอยู่กับทางชมรม ไม่ค่อยอยู่ติดห้องสโมสรเท่าไหร่ เวลาเช่นนั้นก็นึกเหงานิดหน่อยเหมือนกันค่ะ" 
 
เอ๋ ตรงนี้ต้องขอโทษด้วยนะ นอกจากชมรมงานฝีมือแล้วคาบุรากิยังจิกหัวเรียกฉันออกไปแย่งเวลาของท่านฟุยุโกะไปด้วย  ถ้าแค้นเคืองอะไรก็ไปต่อว่าคาบุรากิได้เลยนะ 
 
"ท่านเรย์กะเป็นหัวหน้าชมรมงานฝีมือสินะคะ"
"อื้อ ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้กำลังทำชุดแต่งงานสำหรับออกแสดงในงานเทศกาลโรงเรียนอยู่นะ"
"ว้าว วิเศษไปเลยค่ะ! ฉันเองก็ไปดูนิทรรศการชมรมงานฝีมือทุกปีนะคะ ได้เห็นผลงานท่านเรย์กะด้วย!"
"แหม ต้องขอบคุณมากนะคะ งานฝีมือยังไม่ถึงขั้นน่าอับอายเหลือเกิน แต่ถ้าไม่รังเกียจปีนี้ก็มาดูอีกนะคะ"
"ค่ะ" 
"น่าอิจฉาจัง ถ้าฉันมีชมรมให้เข้าบ้างก็คงจะดีหรอก"
"ท่านฟุยุโกะไม่ได้เข้าชมรมอะไรหรือคะ"
"อื้อ เรื่องที่ฉันสนใจไม่มีชมรมน่ะค่ะ" 
 
น่าเสียดายที่ซุยรันไม่มีชมรมวิจัยไสยศาสตร์นะคะ 
 
"ฉันเองก็น่าจะเปิดใจพูดคุยกับท่านเรย์กะให้เร็วกว่านี้นะคะ" 
 
ท่านฟุยุโกะว่าแล้วถอนหายใจเฮือก แต่ถึงจะมาเปิดเผยเรื่องรสนิยมไสยศาสตร์กับฉันโดยไว  ก็ไม่ไปเป็นตัวตั้งตัวตีก่อตั้งชมรมวิจัยไสยศาสตร์ให้หรอกนะคะ
 
"เปิดใจ...?"
"อ๊ะ เอ่อ~ ท่านฟุยุโกะโปรดปรานการการวิจัยเรื่องขนบธรรมเนียมทั่วโลกและปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติตั้งแต่โบราณน่ะ" 

จะให้พูดโต้งๆ ว่าท่านฟุยุโกะมีรสนิยมในด้านไสยศาสตร์ล้ำลึกจนจมจ่อมลงไปในโลกสปิริช่วลถึงคอหอยแล้วก็ไม่ได้น่ะเนอะ เพื่อรักษาหน้าท่านฟุยุโกะด้วย...

นอกจากวัดที่พวกเราไปรับประสบการณ์ฝึกตนแล้ว ใกล้ๆ กันยังมีศาลเจ้าและวัดของนิกายอื่นๆ อยู่อีกหลายแห่ง ในหมู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นยังมีศาลเจ้าขนาดใหญ่อยู่ด้วย พวกเราเลยลองไปดูกัน หลังจากล้างมือที่บ่อน้ำเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เข้าไปไหว้พระ ท่านฟุยุโกะบอกว่าอยากแวะไปที่ทำการของศาลเจ้า คงอยากไปดูพวกของที่ระลึกอะไรแบบนี้ละมั้ง
ของที่ระลึกที่วางไว้ในที่ทำการของศาลเจ้า นอกจากยันต์และของที่ระลึกแล้ว ยังมีเกลือชำระใส่ถุงกระดาษที่มีชื่อของศาลเจ้าวางจำหน่ายด้วย 
 
"ฉันขอรับเกลือชำระนี่ไปละนะคะ" 
 
ถ้าเป็นเกลือชำระละก็ฉันก็อยากได้เหมือนกันนะ พวกเราสามคนเลยแบ่งเกลือชำระกันไป 
 
"อ้าว ทางโน้นมีอะไรอยู่ด้วยนะคะ"  
 
ไกลออกไปจากที่ประดิษฐานรูปเคารพอีกนิดเป็นบ่อน้ำขนาดเล็ก ตรงกลางเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีโทริอิและศาลเจ้า  ข้างๆ กันบนแท่นเป็นตุ๊กตากระดาษรูปคน ดูเหมือนดูเหมือนจะเป็นกระดาษเขียนคำอธิษฐานรูปคนแบบที่มีอยู่ในศาลเจ้าในเกียวโต  เขียนคำอธิษฐานและชื่อลงบนกระดาษรูปคนแล้วเป่าลมหายใจลงไป จากนั้นก็นำไปลอยในบ่อน้ำที่พิทักษ์ของท่านเทพวารี พอกระดาษจมลงสลายตัวก็จะถือว่าคำอธิษฐานสมปรารถนา 

"แหม! พวกเราก็มาลองทำกันดูเถอะค่ะ!"
 
ท่านฟุยุโกะผู้สปิริช่วลติดเบ็ดทันที ฉันเองก็ชอบอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกันจึงตอบตกลง 
พวกเราจ่ายเงิน รับตุ๊กตารูปคนมา หยิบปากกาขึ้นเขียนคำอธิษฐานของใครของมัน คุณอิโคมะกับท่านฟุยุโกะช่วยกันคิดอย่างสนุกสนานว่าจะเขียนคำอธิษฐานว่าอะไร แต่ฉันมีคำอธิษฐานที่อยากเขียนไม่สั่นคลอนอยู่แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องขอให้ได้แฟนที่แสนวิเศษสิ
แล้วท่านฟุยุโกะก็ว่า "จริงด้วย" แล้วหยิบเอาเกลือชำระเมื่อครู่ออกมา 
 
"มีอะไรหรือคะ"
"เวทมนตร์จากเกลือไงคะ พอเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษแล้วก็หยิบเกลือขึ้นมาหยิบมือหนึ่งโปรยลงไป เอาไปเผาไฟแล้วก็ลอยน้ำไปค่ะ"
 
เห~ มีเคล็ดแบบนั้นด้วยเหรอเนี่ย 
 
"แต่เราไม่มีไฟนะคะ"
"ถ้าไม่สะดวกที่จะจุดไฟแค่ลอยน้ำไปเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ตรงนี้เป็นบ่อน้ำในเขตพิทักษ์ของท่านเทพวารี โดยเฉพาะเกลือนี่เป็นเกลือชำระที่ผ่านการทำพิธีปัดเป่ามา คงได้ผลลัพธ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นกว่าเดิมอีกมากเป็นแน่!" 
 
แหม แต่ก็อย่างที่ว่า น้ำในเขตแดนพิทักษ์ของท่านเทพวารีและเกลือชำระเชียวนะ ได้ฟังเรื่องแบบนั้นแล้วฉันก็อยากขอพึ่งอานุภาพเวทมนตร์นั่นบ้าง  
ฉันกับคุณอิโคมะหยิบเอาเกลือชำระออกมา 
มันน่าอาย ฉันก็เลยหันหลังไม่ให้ทั้งสองคนเห็น แล้วเขียนคำอธิษฐาน "ขอให้ได้แฟนแสนวิเศษ" ลงไปพร้อมกับชื่อของตัวเอง จากนั้นก็เป่าลมหายใจลงไป โปรยเกลือชำระลงด้านบน จากนั้นก็นำไปลอยลงในบ่อน้ำ พระเจ้าขา ขอให้คำอธิษฐานของลูกเป็นจริงทีเถอะ! 
 
"ข้อควรระวังในการร่ายเวทย์เกลือก็คือ ห้ามเขียนคำอธิษฐานที่อยากให้สมหวังลงไปตรงๆ แต่ให้เขียนเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน อย่างเช่น คะแนนสอบไม่ดี หรือมีคนที่ชอบแล้วแต่ใจยังไม่ตรงกัน มนตร์เกลือจะช่วยชำระล้างปัญหาเหล่านั้น ถ้าเขียนลงไปตรงๆ กลับจะให้ผลตรงกันข้าม ขอให้ระวังด้วยนะคะ"
"เอ๋~~~!" 
 
อะไรเนี่ย ทำไมไม่รีบๆ บอกเล่า! แสดงว่าคำอธิษฐานอยากได้แฟนแสนวิเศษจะกลายเป็นว่าไม่ได้แฟนแสนวิเศษแทนเหรอ!? อุหวา เมื่อกี้ไม่เอานะไม่เอ๊า! กรี๊ด ตุ๊กตาของฉันจมลงไปแล้ว!
ฉันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น 
วันคืนที่จะได้ย้ายทะเบียนบ้านออกจากหมู่บ้านคานทอง ยังอีกไกลแสนไกล--- 

--------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.

เซ็ทอาหารเจแบบน้ำแกงหนึ่งผักห้า (一汁五菜) แค่นี้อิ่มจริงดิ่... 

น้ำแกงมันต้ม (芋汁)

เกาะกลางน้ำที่มีศาลเล็กๆ คิดว่าน่าจะประมาณนี้แหละ 

ตุ๊กตากระดาษที่ใช้การเขียนขอพร

ท่านเรย์ก่าาาาาา เกลือแล้วไง...  ตอนก่อนโน้นนนนนนนโดนทักว่าเป็นคนท้อง มาถึงตอนนี้ก็โดนทักว่ามีลูกแล้ว เป็นตัวละครที่มีพัฒนาการไปตามเวลาจริงๆ... น้ำตาไหลแทนนาง ( ;∀;) 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET