NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.255 - ตอนที่ 255


255.

 

วันที่ไปนั่งสมาธิซาเซ็นและฝึกตนใต้น้ำตก ฉันขึ้นรถไปถึงสถานีที่อยู่ใกล้วัดที่สุดตามที่นัดกันไว้ แล้วก็พบคุณอิโคมะยืนคอยอยู่แล้ว 

"คุณอิโคมะ รอนานไหม"
"ท่านเรย์กะ! อรุณสวัสดิ์ค่ะ!"

คุณอิโคมะถือกระเป๋าใบใหญ่ก้มตัวลงจนเป็นมุมฉากทักทายฉัน 

"อรุณสวัสดิ์จ้ะ ท่านฟุยุโกะยังไม่มาเหรอ"
"นี่ยังไม่ถึงเวลานัดเลย"
"นั่นสิเนอะ สงสัยว่าพวกเราจะมาเร็วไปหน่อย นั่งรอท่านฟุยุโกะที่ม้านั่งนี่ดีไหมคะ"
"ค่ะ" 

คุณอิโคมะขยับกระเป๋าที่กอดไว้เดินตามฉันมา

"กระเป๋าใบใหญ่จังนะคะ"
"อ๊ะ ในนี้ใส่พวกผ้าขนหนู ชุดสำหรับเปลี่ยนแล้วก็อื่นๆ ตามที่เขียนไว้ในแผ่นพับแนะนำน่ะค่ะ..."
"อ้อ จริงด้วยเนอะ คนที่เข้าร่วมฝึกตนใต้น้ำตกมีของต้องเตรียมเยอะนี่นา" 
"ค่ะ แล้วท่านเรย์กะไม่เข้าร่วมด้วยหรือคะ..."
"ค่ะ ฉันจะรออยู่ใกล้ๆ นะ" 

ก็เค้าไม่อยากให้ผมม้วนที่เซ็ทมาอย่างสมบูรณ์แบบเปียกโชกจนหมดสภาพนี่นา จะม้วนกลับให้เป็นทรงเดิมก็ต้องแบกไดร์เป่าผม สเปรย์เซ็ททรง เครื่องม้วนผมอะไรๆ มาอีกเยอะ มันวุ่นวายนะ ที่สำคัญคือต้องตกเเป็นอาหารตาของคนที่สัญจรไปมานี่แหละ ในสถานที่ที่มีคนมุงเยอะแบบนี้ จะเผยเส้นผมที่พลังต่อสู้ตกลงให้เห็นไม่ได้หรอก... 
 
"การฝึกตนใต้น้ำตกเป็นความปรารถนาของท่านฟุยุโกะน่ะค่ะ เพราะงั้นคุณอิโคมะช่วยไปกับท่านฟุยุโกะหน่อยนะ"
"ค่ะ แต่อย่างฉันจะได้หรือคะ เอ่อ ท่านฟุยุโกะก็เป็นคนของ Pivoine ใช่ไหมคะ นักเรียนกลุ่มนอกอย่างฉันจะเข้าร่วมปะปนไปไหนมาไหนกับ Pivoine ทั้งสองท่าน อาจสร้างความไม่พอใจหรือขัดเคือง..."
"ฉันถามดูแล้วล่ะ สบายใจได้ไม่ต้องห่วง ท่านฟุยุโกะไม่คิดมากเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ กลับดีใจเสียอีกที่จะมีคนไปร่วมฝึกตนใต้น้ำตกด้วยกัน" 

จะดีจะร้าย ท่านฟุยุโกะก็เป็นคนแปลกที่ไม่ข้องแวะเรื่องทางโลก ไม่ได้มีอคติเหยียดชนชั้นแบบ Pivoine ขนาดนั้นหรอกนะ 

"งั้นหรือคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี...."
"ว่าแต่คุณอิโคมะ ไปช่วยงานบ้านคุณทาคามิจิเป็นไงบ้างคะ" 

ตอนนี้คุณอิโคมะไปทำงานที่ร้านเค้กของบ้านวาคาบะจังเพื่อเป็นการชดใช้ต่อชุดเครื่องแบบและรองเท้าที่ตัวเองทำเลอะเทอะไป 

"เมื่อวันก่อนเพิ่งไปทำงานเป็นวันแรกนะคะ ดูเหมือนทางคุณพ่อคุณแม่จะทราบอยู่แล้วคร่าวๆ ว่าทำไมฉันถึงมาทำงานพิเศษที่บ้านคุณทาคามิจิ ตอนเจอกันครั้งแรกฉันถึงกับตัวสั่นด้วยความประหม่าและความกังวลว่าจะโดนดุว่าอย่างรุนแรงแค่ไหน แต่พอขอขมาด้วยความจริงใจ ทางนั้นก็กรุณาบอกว่าถ้าสำนึกผิดแล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีกก็เป็นไร"
"งั้นเหรอ ดีจังนะ"

"ค่ะ  จากนั้นก็ไปทำงานที่ร้าน คุณทาคามิจิกับคุณแม่เป็นคนรับแขก  ส่วนมากฉันยังทำได้แต่งานจิปาถะ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการชดใช้ให้ได้ซักนิดนะคะ" 

ดูเหมือนจะได้รับเค้กที่ขายเหลือกลับไปด้วย "ทางนี้เสียอีกที่ต้องเกรงใจ แต่เค้กอร่อยมากนะคะ" คุณอิโคมะหัวเราะคิ้วตกอย่างผ่อนคลาย ดูเหมือนจะไปได้ราบรื่นนะ ดีแล้วล่ะ
ว่าแล้วคุณอิโคมะก็เหลียวไปรอบๆ คล้ายจะเช็กว่ารอบข้างไม่มีใคร ลดเสียงลงแล้วเกริ่นเปลี่ยนเรื่อง "ว่าแต่ว่า..." 

"ความจริงแล้ว ตอนฉันช่วยงานในร้านอยู่ ท่านคาบุรากิผู้นั้นก็มาเป็นแขกที่ร้านด้วยละค่ะ"
"เอ๋!" 

เรื่องที่กังวลที่สุดที่จะให้คุณอิโคมะไปทำงานพิเศษที่บ้านวาคาบะจังก็คือการไปเจอะกับคาบุรากิเข้านี่แหละ เรื่องที่เป็นห่วงกลายเป็นจริงตั้งแต่วันแรกเลยเร้อ--! 

"ท่านเรย์กะเองก็คงตกใจสินะคะ ฉันเองก็ใจหายหมดเลย ไม่เคยคิดฝันว่าท่านคาบุรากิจะมาปรากฎตัวที่นี่ ตกตะลึงจนในหัวขาวโพลนไปหมดเลยละค่ะ"
"....อ้อ~ งั้นเหรอ คงงั้นละเนอะ..."
"เข้าใจใช่ไหมคะ! แล้วสาเหตุที่ท่านคาบุรากิปรากฎตัวขึ้นมาก็เพื่อซื้อเค้กน่ะค่ะ แหม ก็เป็นร้านเค้กนี่นา คงเป็นธรรมดาสินะคะ แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยละค่ะว่าอย่างท่านคาบุรากิจะมาซื้อเค้กธรรมดาๆ... เอ่อ ไม่ใช่คำว่าร้ายนะคะ หมายถึงร้านเค้กแบบค่อนไปทางสามัญชนแบบที่ฉันซื้อตามปกติน่ะค่ะ หนำซ้ำยังมาซื้อด้วยตัวเองไม่ได้ฝากใครมา!"
"นั่นสินะ..."
"หนำซ้ำท่านคาบุรากิดูจะไม่ได้มาที่ร้านเป็นครั้งแรก คุณแม่ของคุณทาคามิจิพูดคุยอย่างสนิทสนมด้วยนะคะว่าตอนนี้พอดีลูกสาวออกไปข้างนอกไม่อยู่เฝ้าร้านค่า~ อ๊ะ คุณทาคามิจิออกไปคืนหนังสือที่ห้องสมุดช่วงเวลาพักน่ะค่ะ ท่านคาบุรากิก็เลยว่าตัวเองแค่แวะมาซื้อเค้กเฉยๆ ซื้อไปหลายชิ้นแล้วก็กลับออกไปนะคะ" 
"..........."
"เท่าที่ได้ฟังจากคุณแม่คุณทาคามิจิในภายหลัง เห็นว่าท่านคาบุรากิดูจะโปรดปรานเค้กของทางร้าน แล้วก็เลยแวะมาซื้อบ่อยๆ น่ะค่ะ พอถามคุณทาคามิจิที่กลับมาทีหลัง เขาก็พูดหัวเราะๆ ว่าท่านคาบุรากิคงจะแอบเป็นคอของหวานลับๆ แต่สาเหตุที่ท่านคาบุรากิอุตส่าห์มาถึงร้านจะเป็นเพียงเพราะแค่โปรดปรานเค้ก เป็นคอของหวาน แค่นั้นจริงๆ น่ะหรือคะ"  

ดวงตาคุณอิโคมะบ่งบอกชัดว่า 'ไม่ใช่แค่นั้นใช่ไหมล่า' จะเป็นใครก็คงคิดอย่างงั้นละเนอะ...

"...แหม แต่ความจริงท่านคาบุรากิก็เป็นคอของหวานตัวจริงนะคะ"
"เอ๋ งั้นหรือคะ!?"
"ค่ะ ในห้องสโมสรของ Pivoine ก็เห็นรับประทานอยู่บ่อยๆ ทีเดียว"
"งั้นหรือคะ~ ดูจากภาพลักษณ์ท่านคาบุรากิแล้ว คิดว่าจะเกลียดของหวานอย่างพวกขนมเสียอีก" 

คุณอิโมตะเสียงใสกับข้อมูลของจักรพรรดิที่ได้มาโดยไม่คาดฝัน

"ว่าแต่คุณอิโคมะ ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังหรือเปล่าคะ"
"เอ๋ เรื่องท่านคาบุรากิน่ะหรือคะ เปล่านี่คะ"
"เหรอ งั้นก็ไม่เป็นไร การเอาเรื่องของลูกค้าไปเที่ยวป่าวประกาศโดยขาดความระมัดระวังอาจนำมาซึ่งปัญหาความน่าเชื่อถือของร้าน อย่างไรขอให้ระมัดระวังอย่านำเรื่องที่ท่านคาบุรากิไปซื้อของที่ร้านบ้านคุณทาคามิจิไปพูดกับใครนะคะ โดยเฉพาะกับนักเรียนซุยรัน ห้ามรั่วไหลเป็นอันขาด"
"ค่ะ แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ทางคุณทาคามิจิเองก็ย้ำกับฉันไว้ว่าให้เก็บเรื่องที่ท่านคาบุรากิแวะมาซื้อของบ่อยๆ เป็นความลับ ถ้าจะเล่าเรื่องนี้ก็ต้องเท้าความด้วยว่าทำไมฉันถึงไปทำงานที่ร้านบ้านคุณทาคามิจิ พูดไปไม่ได้หรอกค่ะ เพียงแต่คิดว่าน่าจะบอกให้ท่านเรย์กะทราบไว้เท่านั้น ฉันอยากเป็นประโยชน์ให้ท่านเรย์กะบ้างซักนิดค่ะ!" 

คุณอิโคมะกำหมัดแน่น ดวงตาลุกโชติช่วงด้วยนิมิตหมายแห่งหน้าที่ใหม่ที่ได้รับ

"...ต้องขอบคุณมากนะคะ แค่ความรู้สึกก็พอแล้วละค่ะ"
"กรุณาวางใจเถอะค่ะ ท่านเรย์กะ ฉันรั้งอยู่ที่โรงเรียนตอนเย็นแล้วก็มาแต่เช้าเพื่อกลั่นแกล้งคุณทาคามิจิจนรู้เวลาลาดตระเวณของรปภ.หมดแล้ว รู้สึกจะทำอะไรลับๆ ล่อๆ ได้เชี่ยวชาญขึ้นด้วย จะให้ไปล้วงข้อมูลศัตรูของท่านเรย์กะที่ซุ่มซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งออกมาก็ได้นะคะ!"
"อื้อ อย่าเชียวนะ" 

ทำงั้นก็เป็นสปายตัวจริงแล้วน่ะสิ ไม่ไหวมั้ง อาชญากรรมชัดๆ 

"แต่ท่านคาบุรากิกับคุณทาคามิจิดูมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากกว่าที่คิดนะคะ... เอ่อ ท่านเรย์กะไม่เป็นไรแน่หรือคะ..."
"เรื่องอะไรคะ... อ้อ อย่างที่พูดไปแล้วก่อนหน้านี้ ฉันไม่มีความรู้สึกรักใคร่ชอบพอในตัวท่านคาบุรากิเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจฉันก็ได้ค่ะ"
"งั้นหรือคะ  อ๊ะ งั้นเหรอ ที่แท้คนที่ท่านเรย์กะคะนึงหาไม่ใช่ท่านคาบุรากิ แต่เป็นท่านเอ็นโจสินะคะ!"
"หา!?"
"ทราบแล้วค่ะ ฉันจะคอยเชียร์นะคะ!" 
"ไม่ใช่นะ คนที่ฉันชอบไม่ใช่ท่านเอ็นโจนะ"
"อ๊ะ ไม่ได้การ ฉันเนี่ยเผลอพูดอะไรไม่เข้าเรื่องออกไปอีกแล้ว นั่นสินะคะ ท่านเรย์กะไม่ได้คิดอะไรกับท่านเอ็นโจเสียหน่อยนี่คะ" 

คุณอิโคมะพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ คล้ายจะบอกว่าไม่ต้องพูดแล้ว เข้าใจน่า แต่เห็นทีจะเข้าใจผิดแน่ๆ ล่ะ
ฉันย้ำแล้วย้ำอีกว่ามโนเอาเองไม่ดีนะ ลืมไปแล้วหรือว่าการคิดเอาเองเป็นเหตุให้เกิดคดีครั้งนี้ขึ้น จนอีกฝ่ายคลายความเข้าใจผิดได้ในที่สุด ถ้าเป็นงี้ต่อไปครั้งหน้าคุณอิโคมะอาจจะไปป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัวเอ็นโจเพื่อฉันอีกก็ได้ ขืนทำแบบนั้น อย่างคุณอิโคมะน่ะมีหวังโดนเอ็นโจขยี้หายไปในพริบตาแหงๆ ผัวะเดียวเหมือนขยี้มดน่ะแหละ แล้วผลลัพธ์นั่นก็จะลามมาหาฉันด้วย รอยยิ้มดำมืดของเอ็นโจนั่น... อุอุ แค่คิดก็สยองแล้ว... ความหวาดกลัวในยามที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสปาย ค่อยๆ รุกคืบกดดันเข้ามานั่น สภาพจิตอ่อนปวกเปียกเป็นพุดดิ้งเต้าหู้ของฉันไม่ลืมเด็ดขาด 

"แต่ฉันเพิ่งเคยได้เห็นท่านคาบุรากิชัดๆ ใกล้ๆ ขนาดนั้นเป็นครั้งแรกนี่แหละค่ะ! หนำซ้ำยังใส่ชุดไปรเวท! ขนาดหวนนึกถึงตอนนี้ก็ยังใจเต้นตึกตัก รู้สึกราวกับจะเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์เลยนะคะ ทันทีที่ท่านคาบุรากิก้าวเข้ามา บรรยากาศในร้านก็เปลี่ยนไปในพริบตา นี่สินะคะที่เขาเรียกกันว่ามีออร่าบารมี ขนาดลูกค้าท่านอื่นๆ ยังเงียบกันไปอย่างพร้อมเพรียง พอท่านคาบุรากิกลับไป ก็ฮือฮากันให้แซ่ดเลยละค่ะว่าคนเมื่อกี้เท่จังเลยเนอะ"  
 
ดูเหมือนจะคิดถึงเรื่องในตอนนั้นขึ้นมาได้ คุณอิโคมะเลยพูดอย่างตื่นเต้น แล้วเงยหน้ามองฟ้าอย่างเคลิบเคลิ้ม 
 
"แต่ถ้าอย่างนั้นท่านคาบุรากิก็เห็นหน้าคุณอิโคมะแล้วน่ะสิคะ เกรงว่าต่อไปอาจจะจำคุณอิโคมะตอนอยู่ในโรงเรียนขึ้นมาก็ได้"
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ซุยรันห้ามทำงานพิเศษ คุณทาคามิจิเลยบอกให้ใส่มาส์คปิดไว้เผื่อมีใครมาเห็นเข้า งานของฉันส่วนมากก็อยู่ด้านหลังร้าน ไม่ได้ออกมารับแขกโดยตรงหรอกค่ะ" 

รู้สึกจะใช้ทักษะหลบๆ ซ่อนๆ ที่ได้มาทันทีเลยนะ
ระหว่างคุยเรื่อยเปื่อยทำนองนั้นไป รถสีดำสนิทก็มาจอดตรงหน้าพวกเรา ท่านฟุยุโกะที่มีใบหน้ายิ้มแย้มก้าวลงมา 

"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ"
"สวัสดีค่ะ ท่านฟุยุโกะ ทางนี้คือคุณอิโคมะที่จะเข้าร่วมการนั่งสมาธิซาเซ็นและฝึกตนใต้น้ำตกร่วมกันในวันนี้นะคะ"
"อิโคมะค่ะ วันนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" 

คุณอิโคมะที่ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้พร้อมฉันทำหน้าตื่นๆ โค้งตัวลงต่ำ
 
"สวัสดีค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ" 
 
เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มอย่างสงบเสงี่ยมของท่านฟุยุโกะ คุณอิโคมะก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง 
 
"เป็นที่ที่ร่มรื่นดีนะคะ ถ้าเป็นสถานที่แบบนี้ ต้องฝึกตนได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอนค่ะ"
 
รู้สึกว่าในหัวท่านฟุยุโกะจะเต็มไปด้วยการนั่งสมาธิซาเซ็นและการฝึกตนใต้น้ำตกเสียแล้ว 
พวกเราออกเดินโดยมีฉันนำทางไปยังวัด ในตอนนั้นท่านฟุยุโกะชวนคุณอิโคมะคุยว่า "คุณอิโคมะก็จะฝึกตนใต้น้ำตกด้วยใช่ไหมคะ"  
 
"ค่ะ ฉันไม่เคยโดนน้ำตกซัดสาดมาก่อน ก็เลยเป็นกังวลนิดหน่อย..."
"แหม งั้นหรือคะ ฉันเองก็เพิ่งเคยฝึกตนใต้น้ำตกเหมือนกัน แต่ก็สนใจมานานแล้ว วันนี้ตื่นเต้นมากเลย เพื่อเข้ารับการฝึกในวันนี้ ฉันสำรวมกายใจละเว้นเนื้อสัตว์เป็นเวลาสามวัน แล้วก็อาบน้ำเย็นมาด้วยนะคะ"  
"เอ๋! งั้นหรือคะ!? ทำไงดีล่ะคะ ฉันไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย..." 
 
พอได้ฟังการเตรียมตัวอย่างโอเว่อร์ของท่านฟุยุโกะ คุณอิโคมะก็แสดงสีหน้าเป็นกังวลทันควัน
 
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณอิโคมะ ฉันเองก็ไม่ได้เตรียมอะไรมาเหมือนกัน แค่เก็บประสบการณ์ในการฝึกตนเท่านั้น ทางวัดเองก็คงไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"แต่ท่านเรย์กะไม่ได้เข้าร่วมในการฝึกตนใต้น้ำตกนี่คะ ตอนอาหารเย็นเมื่อวานฉันเผลอทานเนื้อมาด้วยค่ะ...." 
 
ท่านฟุยุโกะตอกย้ำซ้ำเติมคุณอิโคมะที่ท่าทางกลัดกลุ้มเข้าไปอีกว่า "ฉันจัดหาลูกประคำใหม่มาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะเลยนะคะ" ไม่เป็นไรหรอกน่า คุณอิโคมะ ทำใจให้สบายเถอะ ท่านฟุยุโกะแค่เล่นใหญ่เกินไปเองแหละ
 
"ระหว่างนั่งซาเซ็นจะมีไม้ฟาดด้วยใช่ไหมคะ ท่านเรย์กะเคยโดนฟาดหรือเปล่าคะ"
"ค่ะ ก็เจ็บน่าดูเหมือนกันนะคะ แต่ก็เตือนสติได้ดีทีเดียวค่ะ ในครั้งก่อนพระอาจารย์ท่านได้สอนว่า การรับการฟาดตักเตือนนั้นไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการปลอบประโลมจากพระพุทธองค์ต่างหาก" 

ท่านฟุยุโกะส่งเสียงร้อง "แหม" อย่างเป็นปลื้ม แต่คุณอิโคมะว่า "ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการปลอบประโลมหรือคะ..." แล้วทำท่าครุ่นคิด
จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นว่า
 
"ถึงจะไม่ใช่การลงโทษ แต่ฉันก็ตั้งใจจะขอรับการเตือนสตินั้นด้วยตัวเองค่ะ เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับความผิดบาปของตัวเองให้ได้แม้ซักน้อยนิด" 
 
ประกาศด้วยสีหน้าแสดงการตกลงใจอย่างหนักแน่น
ท่านฟุยุโกะผู้ไม่รู้ความเป็นมาเอียงคอเล็กน้อยถามว่า "ความผิดบาป?" แต่คุณอิโคมะไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น จึงว่า "อุตส่าห์มาแล้ว ฉันเองก็อยากรับการเตือนสติเหมือนกันนะคะ" เบนความสนใจกลับไปยังการฝึกตนทันที 
 
เมื่อมาถึงวัด ทำความเคารพพระอาจารย์แล้ว เราก็ได้รับการนำทางไปยังห้องกว้าง รับคำอธิบายเรื่องการคัดลอกพระสูตร ครั้งก่อนจำได้ว่าเริ่มจากนั่งซาเซ็นก่อน แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะเริ่มจากการคัดลอกพระสูตรนะ นอกจากพวกเราแล้วยังมีผู้เข้ารับประสบการณ์ฝึกตนนั่งคัดลอกพระสูตรอยู่ด้วย 
 
นั่งคุกเข่าตรงหน้าโต๊ะตัวยาว  คัดลอกพระสูตรที่ยกมาเป็นตัวอย่างไล่ไปทีละตัวอักษรอย่างประนีตบรรจงจากกระดานด้านบน แค่เขียนไล่ไปตามเส้นเท่านั้น แต่การเขียนคันจิละเอียดๆ ด้วยพู่กันนี่ยากกว่าที่คิด ต้องเพ่งสมาธิระวังไม่ให้หมึกซึมหรือเป๋ออกนอกทาง  
 
เมื่อใช้เวลาคัดลอกพระสูตรเสร็จสิ้นลง ก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหมือนใช้พลังสมาธิไปแห้งเหือด  ร่างกายเป็นอิสระจากความตึงเครียด โล่งใจกับความสำเร็จจนต้องถอนหายใจเฮือกดังๆ จากในร่าง
ท่านฟุยุโกะกับคุณอิโคมะก็ทำเสร็จพอดี เราสามคนจึงหันหน้าเอ่ยชมเชยผลงานของกันและกันก่อนนำไปถวายวัด
 
"พอคัดลอกโดยใคร่ครวญถึงความหมายตัวอักษรแต่ละตัว จิตใจก็รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาดนะคะ พระสูตรนี่ช่างเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งเหลือเกิน" 
 
ท่านฟุยุโกะขอรับตัวอย่างกลับไปด้วย บอกว่าจากนี้ไปจะกลับไปหัดคัดต่อที่บ้านอีก
ระยะนี้ฉันโดดคัดลายมือบ่อยๆ ก็เลยเขียนตัวอักษรไม่ได้ดั่งใจไปหลายจุด จะกลับไปคัดต่อที่บ้านด้วยดีไหมน้า 
 
หลังจากเสร็จการคัดลอกพระสูตรก็เป็นการนั่งสมาธิซาเซ็น คุณพระสอนวิธีการวางมือ นั่งขัดสมาธิ มารยาทตั้งแต่เข้าอุโบสถจนถึงกลับออกมา ตลอดจนการสำรวมกาย วาจา ใจ ความคิดและลมหายใจ 
ในอุโบสถ ฉันนั่งลงตรงกลาง มีท่านฟุยุโกะและคุณอิโคมะนั่งขนาบซ้ายขวา แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้นเป็นสัญญานในการเริ่มนั่งสมาธิ 

บรรยากาศเงียบสงบจนเกิดเสียงดังชิ้ง--- ครั้งก่อนจิตฉันบังเกิดนิวรณ์คือความเงียบเหงาหาวนอนขึ้นในความเงียบสงัดจนโดนฟาดเตือนสติไป แต่ครั้งนี้รับรองไม่พลาดซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด จิตเอ๋ยจงว่าง จิตเอ๋ยจงว่าง 

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน 
ดูเหมือนคุณอิโคมะจะขอให้มีการฟาดเตือนสติด้วยตัวเองตามที่บอกก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าพระอาจารย์มายืนอยู่ตรงหน้าคุณอิโคมะ แล้วเสียงฟาดดังผัวะก็ดังก้องไปทั่วอุโบสถ
จากนั้นก็รู้สึกว่าคราวนี้พระอาจารย์ก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าท่านฟุยุโกะ เอ๋ ท่านฟุยุโกะ เป็นอะไรน่ะ ไหวหรือเปล่า!? อ๊ะ แต่ท่านฟุยุโกะเองก็บอกว่าอยากได้รับการฟาดเตือนสติด้วยนี่นา หรือว่าจะเป็นฝ่ายขอด้วยตัวเองกันนะ?
 
ฉันอดเป็นห่วงไม่ได้ เลยแอบเผยอตาขึ้นชำเลืองไปทางท่านฟุยุโกะที่อยู่ข้างๆ พอดีกับที่ท่านฟุยุโกะโดนฟาดแล้วก้มศีรษะลงต่ำ
 
---ฉันที่กำลังหรี่ตาบางๆ สบตาเข้ากับพระอาจารย์พอดี
โดนจับได้คาหนังคาเขาตอนจิตใจกำลังเต็มไปด้วยความฟุ้งซ่านขาดความสำรวมอยู่พอดีโดยหมดสิทธิแก้ตัว ได้แต่พนมมือเงียบๆ รอคอยฝ่ามือของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ฟาดลงมา
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.

การโดนไม้ฟาดเตือนสติระหว่างนั่งสมาธิหรือที่เรียกว่าเคียวซาคุ

การใช้พู่กันคัดลอกพระสูตรเพื่อทำจิตใจให้สงบ 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET