[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 252 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.252 - ตอนที่ 252


252.


เมื่อมีเสียงตอบรับมาจากภายใน ฉันก็แจ้งชื่อไป อีกไม่กี่อึดใจนายตัวสำรองก็มาเปิดประตูให้ 

"ขอโทษค่ะที่มาช้า"
"ไม่หรอก ทางนี้ต่างหากต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลา อ้อ อิโคมะก็มาพร้อมกันด้วยสินะ" 

นายตัวสำรองสังเกตเห็นคุณอิโคมะที่ตามติดฉันเป็นเงา แล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นความโรยราอย่างรวดเร็วนั้น แต่ก็นำทางพวกเราเข้าห้องเงียบๆ ฉันให้คุณอิโคมะเดินเข้าไปก่อน แล้วตามหลังไป

"อ๊ะ..." 

วาคาบะจังอยู่ในห้องสภานักเรียนด้วย
เจ้าตัวนั่งโต๊ะจัดเอกสารอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมาก็ส่งยิ้มโบกมือให้พวกเรา "ยินดีต้อนรับจ้า~" 

"คิดว่าให้เจ้าทุกข์มาด้วยน่าจะดีที่สุด ก็เลยเรียกมาน่ะ" 
 
นายตัวสำรองอธิบายเหตุผลที่วาคาบะจังนั่งอยู่ด้วย พร้อมขอโทษที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
วาคาบะจังยิ้มแย้มลุกขึ้นแล้วว่า  "เอ้า นั่งก่อนๆ" เชิญพวกเราให้นั่งลงที่โซฟา

"จะดื่มอะไรไหม กาแฟหรือชาดีล่ะ" 

ระหว่างที่วาคาบะจังเทน้ำชาเย็นๆ ลงในแก้วที่เตรียมไว้พอดีจำนวนคน คุณอิโคมะก็กำสองมือแน่น ก้มหน้ามองพื้นเงียบๆ 
พอยกน้ำชามาเสิร์ฟ วาคาบะจังนั่งลงแล้ว นายตัวสำรองก็เปิดฉาก "งั้นเริ่มกันเถอะ"  
 
"เอ่อ ฉันได้ฟังเรื่องคร่าวๆ มาแล้วนะคะ คนร้ายคือคุณอิโคมะใช่ไหม" 
 
คุณอิโคมะยอมรับด้วยเสียงเบาหวิวเหมือนแมงหวี่ว่า "ค่ะ..." แล้ววาคาบะจังก็ยกมือขึ้นกอดอก พยักหน้าหงึกๆ รับว่า "งี้นี่เอง งี้นี่เอง"  
 
"อคติส่วนตนของฉัน ทำให้ฉันทำเรื่องน่าละอายกับคุณทาคามิจิลงไป ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ... จะขอโทษเท่าไหร่ก็คงชดใช้ไม่หมด..." 
 
 คุณอิโคมะลุกขึ้นยืน แล้วก้มศีรษะลงต่ำให้วาคาบะจัง 
 
"อื้อ รู้แล้วล่ะ นั่งลงเถอะ คุณอิโคมะ ส่วนเหตุผลก็คือคุณอิโคมะเป็นแฟนคุณคิโชวอิน ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อคุณคิโชวอิน ถูกหรือเปล่า ด้วยเหตุผลนี้ก็เลยจงใจแกล้งทำให้ข้าวของของฉันสกปรกใช่ไหม"
"ค่ะ..."
"งี้นี่เอง งี้นี่เอง" 
 
วาคาบะจังพยักหน้าหงึกหงัก 
 
"การกลั่นแกล้งทาคามิจิไม่ได้เป็นฝีมือของอิโคมะทั้งหมดหรอก แต่ก็อย่างที่เล่าไปเมื่อกี้ มีส่วนมากทีเดียว" 
 
นายตัวสำรองเสริมขึ้น 
 
"แบบนี้นี่เอง~ คุณอิโคมะชอบคุณคิโชวอินถึงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย"
 
งี้นี่เอง ชอบคุณคิโชวอินถึงขนาดต้องมากลั่นแกล้งฉันเลยสินะ วาคาบะทวนคำซ้ำๆ ไปมาเหมือนพูดกับตัวเอง
 
"ที่มาทำรองเท้ากับเสื้อนอกเครื่องแบบฉันเลอะเทอะก็เป็นเพราะชอบคุณคิโชวอินงั้นเหรอ"
"...ขอโทษค่ะ" 
 
งั้นเหรอ งั้นเหรอ วาคาบะจังพยักหน้า ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่วาคาบะจังเอาแต่ย้ำว่าเพื่อฉันใช่ไหมๆ  ฉันกับนายตัวสำรองอ่านความรู้สึกของวาคาบะจังไม่ออก ได้แต่นั่งดูความเป็นไปเงียบๆ 
จากนั้น
 
"งั้นถ้าพูดแบบนี้จะช็อกหรือเปล่านะ..."
 
วาคาบะจังเอียงคอตีสีหน้าลำบากใจราวกับกำลังแสดงละคร

"มีอะไรเรอะ"
"อื~ม เอาไงดีนะ นี่ คุณคิโชวอิน คิดว่าจะพูดเรื่องนั้นได้ไหมคะ" 

เอ๋ อะไรเหรอ!? ตั้งใจจะพูดอะไรกันน่ะ วาคาบะจัง!? 
จู่ๆ ก็เบนหัวเรื่องมาทางนี้  แล้วก็หันไปพูดกับคุณอิโคมะ ทิ้งฉันที่ร้อนใจไปเสียเฉยๆ  

"ความจริงแล้วรองเท้ากับชุดเครื่องแบบที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้ เป็นของที่ได้รับจากคุณคิโชวอินล่ะ"
"เอ๋!?" 

คุณอิโคมะสะดุ้งเฮือกกับคำพูดที่เหมือนลูกระเบิดของวาคาบะจัง เงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว 

"รองเท้ากับชุดเครื่องแบบเป็นของที่ได้รับจากคิโชวอิน!? หมายความว่าไงน่ะ ทาคามิจิ" 

นายตัวสำรองที่เยือกเย็นอยู่จนถึงเมื่อครู่ก็สูญเสียความใจเย็นไปเมื่อเรื่องพลิกเกินความคาดหมาย แต่ฉันสติแตกไปก่อนจนไม่มีกะใจจะมาสนใจ อยู่ดีๆ วาคาบะจังก็เผยความลับออกมาซะงั้น   ทำไมล่ะ วาคาบะจัง! ไหนบอกว่าเป็นความลับไม่ใช่เหรอ---!! 

"อื้อ ก็มันเลอะเทอะไปเพราะโดนกลั่นแกล้งใช่ม้า พอดีคุณคิโชวอินที่บังเอิญอยู่ตรงนั้นเกิดนึกสงสารก็เลยมอบรองเท้ากับชุดเครื่องแบบของตัวเองให้ฉันไว้สำหรับเปลี่ยนน่ะ"
"คิโชวอินน่ะเหรอ..." 
 
นายตัวสำรองมองหน้าฉันอึ้งๆ กับข้อเท็จจริงอันตกตะลึง แต่ฉันเองก็ยังงุนงงตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน จำนวนครั้งของการกระพริบตาเพิ่มเอาๆ หยุดไม่อยู่เลย! เปิดเผยออกมาทำไมเล่า วาคาบะจัง!
วาคาบะจังที่ทำเอาพวกเราสามคนตะลึงจังงังไปลุกขึ้นยืนแล้วหมุนตัวรอบหนึ่งราวกับจงใจจะอวดชุดเครื่องแบบให้เห็นชัดๆ 
พอขยับมายืนตรงหน้าคุณอิโคมะ วาคาบะจังก็ยกชายกระโปรงขึ้นราวกับชุดราตรี แล้วโพสต์ท่าด้วยรอยยิ้ม 
 
"ของที่รับช่วงต่อจากคุณคิโชวอินที่ใฝ่ฝันเชียวนะ อิจฉาหรือเปล่า" 
 
คุณอิโคมะเบิกตากว้าง 
 
"การกลั่นแกล้งของคุณอิโคมะทำให้ฉันได้รับช่วงข้าวของต่อจากคุณคิโชวอิน เป็นการสร้างโอกาสให้ฉันกับคุณคิโชวอินได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิมด้วยนะ ไม่ทราบว่าคิดยังไงบ้างคะ นี่ คิดยังไงบ้างเอ่ย" 

วาคาบะจังลอยหน้าลอยตาท้าทายคุณอิโคมะด้วยใบหน้าเหมือนจะถามว่า "แค้นมั้ยล่ะ แค้นมั้ยล่า" เป็นอะไรไปน่ะ วาคาบะจัง มืดนะ มันจะมืดมนเกินไปแล้วนะ... 
 
"ทำไมต้องจงใจพูดอะไรกวนประสาทเขาด้วยเล่า"
 
นายตัวสำรองได้สติ หันมาปรามวาคาบะจังไว้ 
 
"แหม ฉันก็โดนเรื่องร้ายๆ มาเยอะเหมือนกันนี่นา~ ก็เลยคิดว่าขอเอาคืนนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"
 
วาคาบะจังหัวเราะแหะๆ ไม่มีทีท่าสำนึกผิด 
 
"ให้ตายสิ ทำอะไรของเธอน่ะ... แต่ตกใจหมดเลยนะ ไม่นึกเลยว่าเครื่องแบบที่ทาคามิจิใส่อยู่จะเป็นของคิโชวอิน..."
"จริงด้วยเน้อ~ รองเท้ายังพอว่า แต่ให้ซื้อชุดเครื่องแบบมาเปลี่ยนทั้งชุดก็ลำบากเอาเรื่องอยู่ ที่ได้รับรองเท้ากับชุดเครื่องแบบสำรองมาจากคุณคิโชวอินนี่ช่วยได้มากเลยล่ะ คุณคิโชวอิน ต้องขอขอบคุณมากๆ อีกครั้งหนึ่งนะคะ"
"...ไม่เป็นไรค่ะ" 
 
เผยออกไปทำไมกันล่ะยะ ฉันจ้องด้วยดวงตาถมึงทึง แต่วาคาบะจังเอาแต่หัวเราะเอะเฮะเฮะกลับคืนมา 
 
"แต่ยังถือว่าโชคดีที่ตอนนั้นไม่มีนักเรียนคนอื่นมาเห็นเข้านะ ไม่งั้นดีไม่ดีคิโชวอินอาจถูกมองเป็นคนร้ายเหมือนตอนคดีล็อกเกอร์อีกก็ได้" 
 
จริงอย่างที่พูดน่ะแหละ ถ้าวาคาบะจังที่โดนประธาน Pivoine คนก่อนหมายหัวยืนอยู่ด้วยกันกับฉัน แล้วชุดเครื่องแบบของวาคาบะจังเลอะเทอะเห็นอยู่คาตา คนส่วนมากคงมองว่าฉันเป็นคนทำแหงๆ... ตอนล็อกเกอร์ก็เหมือนกัน ฉันนี่ถือว่าเสี่ยงเดินไต่เชือกมาถึงตรงนี้เลยนะเนี่ย~ ตายจริง ครั้งหน้าไปทำพิธีปัดรังควานหน่อยดีไหมนะ... 
 
"ไม่รู้มาก่อนเลย... ว่าการกระทำของฉันสร้างความเดือดร้อนให้ท่านเรย์กะถึงขนาดนั้น..." 
 
คุณอิโคมะคอตก 
 
"นั่นสิเนอะ ว่าแต่คุณอิโคมะ การขีดเขียนที่โต๊ะกับตู้รองเท้าเคยแผ่วไปพักหนึ่ง พอกลับมาจากทริปทัศนศึกษาก็เริ่มกลับมาหนักอีก นั่นใช่ฝีมือคุณอิโคมะหรือเปล่า"
"...ขอโทษนะคะ"
"อ๊ะ ไม่ได้จะโทษอะไรหรอกนะ แค่อยากเช็กดูเท่านั้นเอง ทำมานานเท่าไหร่แล้วเหรอ มิซึซากิคุงกับคุณคิโชวอินไปเจอเข้าเมื่อเช้าใช่ไหม ขอถามหน่อยว่าพอเริ่มแล้วอยู่ดีๆ ก็หยุดหายไป เพิ่งจะมาเริ่มใหม่อีกทีวันนี้หรือเปล่า"
" ?  ไม่เข้าใจความหมายที่ว่าอยู่ดีๆ ก็หยุดหายไปหรอกนะคะ  ตั้งแต่กลับมาจากทริปทัศนศึกษา ไม่ถึงขั้นทุกวัน แต่ฉันก็ลงมือแบบไม่ต่อเนื่องซักสัปดาห์ละ 2..3...4...ครั้ง..."
"ถี่จังนะ"
"...ขอโทษนะคะ"  

คุณอิโคมะห่อตัวเล็กจิ๋ว 
 
"หืม แต่ว่าแปลกจังเลย  เท่าที่ฉันจำได้ว่าโดนแกล้งแบบนี้ก็เฉพาะช่วงระยะเวลาสั้นๆ หลังกลับมาญี่ปุ่น แล้วก็ไม่เคยเจออีกเลยจนมาถึงเช้าวันนี้นะ"
"เอ๋" 
 
คุณอิโคมะแสดงสีหน้าสับสน 
 
"แต่คุณอิโคมะก็ยังทำมาตลอดนี่นะ แสดงว่าคงมีใครบางคนช่วยมาลบไปทุกครั้งก่อนที่ฉันจะมาถึงใช่ไหมน้า~"
 
วาคาบะจังส่งสายตามาทางฉันและนายตัวสำรองไล่ไปตามลำดับ
 
"หรือว่าจะเป็นคุณคิโชวอินกับมิซึซากิคุงกันน้า~"
 
ความแตกแล้วเหรอ!? 
ระหว่างที่กำลังหัวหมุนคิดอยู่ว่าจะเฉไฉไปยังไงดี นายตัวสำรองก็ว่า "ถูกต้อง..." ยอมรับไปเสียแล้ว 
 
"แต่คนที่มาแต่เช้าเพื่อไล่ลบร่องรอยการกลั่นแกล้งไปก่อนก็คือคิโชวอิน ส่วนฉันมาร่วมวงทีหลัง"
"เอ๋! ท่านเรย์กะน่ะหรือคะ!?" 
 
คุณอิโคมะเหลียวมาทางฉัน 
 
"ถ้างั้น..."
"อื้อ คุณคิโชวอินคอยเก็บกวาดตามหลังสิ่งที่คุณอิโคมะทำไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมาเลยนะ!"
"นี่เธอ ไหนว่าไม่ได้ซ้ำเติมไง...?" 
 
วาคาบะจังรับคำด้วยรอยยิ้ม 
 
"ที่ฉันอยากถามก็คือ ทำไมทั้งสองคนถึงช่วยกันแบบนั้นโดยไม่มาบอกฉันซักคำล่ะ ทำไมเหรอ"
"เรื่องนั้น..." 
 
ใบหน้าวาคาบะจังส่งแรงกดดันบ่งบอกให้รู้ว่า ห้ามโกหกนะจ๊ะ
 
"ฉันตั้งใจจะจับคนร้ายให้ได้ ในฐานะที่เป็นประธานนักเรียน แล้วก็ในฐานะที่เป็นพรรคพวกเพื่อนพ้องของทาคามิจิ"
"ฉัน... ไม่อยากให้คุณทาคามิจิต้องเสียใจค่ะ..." 

วาคาบะยิ้มเหมือนจะบอก 'ว่าแล้วไหมล่ะ' 
 
"ขอบคุณนะ ทำให้ทั้งสองคนต้องลำบากอยู่เรื่อย โดยเฉพาะคุณคิโชวอิน ต้องมาโรงเรียนแต่เช้าอยู่ตั้งนาน คงลำบากมากใช่ไหม ขอโทษนะ แล้วก็ขอบคุณมาก แต่ถ้าบอกกันซักคำ ฉันก็จะมาด้วยแล้ว"
"งั้นก็ไม่มีความหมายน่ะสิคะ"
"ไม่จริงซักหน่อย ได้หาตัวคนร้าย  ได้ใช้เวลาที่เหลืออ่านหนังสือแล้วก็พูดคุยกันด้วยนะ ถ้ารู้งี้ฉันจะได้ทำขนมติดมาด้วย"
"อุ... ถ้างั้นคราวหน้าเอาขนมที่ฉันอดกินนั่นมาให้ด้วยนะคะ"
"อะฮะฮะ รับทราบ"
"...นี่ หรือว่าพวกเธอสองคนจะเป็นเพื่อนกันเรอะ"
 
นายตัวสำรองที่ฟังบทสนทนาของพวกเราอยู่ถามด้วยความแปลกใจ
 
"ก็ใช่น่ะสิ ฉันกับคุณคิโชวอินเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว! เนอะ!"
 
วาคาบะจัง! 
อุตส่าห์เก็บความลับเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราสองคนเงียบไว้ได้ตั้งนาน ไหงเปิดเผยกันง่ายๆ งี้เล่า! 
 
"อะ อื้อ ฉันกับวาคาบะจังเป็นเพื่อนกัน!" 
 
แต่วาคาบะจังประกาศกร้าวถึงมิตรภาพระหว่างพวกเราแล้ว  เอาจริงๆ ฉันก็ดีใจนะ! ฮึ่ย ช่างมัน ยอมรับกันซึ่งๆ หน้านี่แหละ!
ฉันกับวาคาบะจังร้องเน้อ~ ยิ้มแย้มให้กันหลั่นล้า 
 
"ฉันไม่เห็นรู้เลย"
"ก็ไม่ได้บอกนี่นา"
 
แม้นายตัวสำรองจะประท้วง วาคาบะจังก็หัวเราะปล่อยผ่านไป นายตัวสำรองถึงกับต้องกุมหัวว่า "ตกลงยังไงกันน่ะ..."  
 
"แต่ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ฉันนี่มีแต่ได้คุณคิโชวอินช่วยไว้ข้างเดียวเรื่อยเลยนะ"
"ไม่จริงหรอก อุตส่าห์ให้ไปรบกวนที่บ้านบ่อยๆ เลี้ยงอาหารกลางวันอร่อยๆ สอนทำขนมด้วย ครอบครัวของวาคาบะจังก็ช่วยดูแลฉันไว้มากนะ"
 
แล้วพวกเราก็เป็นเพื่อนกันนี่นา! เพื่อนกันก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว!
นายตัวสำรองทำหน้าเอือมๆ คล้ายจะบอกว่าไปเล่นกันที่อื่นไป๊ แต่ก็ยังตบมือทั้งสองข้างดังปัง ทำหน้าซีเรียสว่า "กลับเข้าเรื่องก่อน" 
 
"เอาล่ะ ความผิดของคุณอิโคมะก็เป็นที่ชัดเจนแล้ว ต่อไปการลงโทษจะทำยังไงล่ะ"
"....!"
 
ในที่สุดก็เข้าประเด็นสำคัญ  ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของคุณอิโคมะกันตรงนี้แหละ 
คุณอิโคมะหลับตาแน่น ร่างกายเริ่มสั่นระริกไม่หยุด พอเห็นท่าทางแบบนั้นแล้ว วาคาบะจังก็ว่า 
 
"ไม่ต้องรายงานทางโรงเรียนก็ได้นะ"
"เอ๋" 
 
วาคาบะจังหัวเราะอย่างไม่ทุกข์ร้อน 
 
"แน่นอน ฉันก็โกรธเหมือนกันที่โดนรังแกแบบนั้น แต่ถ้าเรื่องมันออกสู่สาธารณชนแล้วบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นสั่นคลอนชีวิตคุณอิโคมะ ฉันก็คงสะเทือนใจมากเหมือนกัน อาจจะรู้สึกผิดไปอีกนานด้วย"
"...งั้นเหรอ แล้วไงต่อ"
 
นายตัวสำรองกระตุ้นขอคำตอบจากวาคาบะจังอย่างระมัดระวัง
 
"อื้อ เพราะงั้น เรื่องนี้เอาเป็นจบกันแค่ตรงนี้ก็ได้" 
 
คุณอิโคมะทำตาเบิกโพลงใส่วาคาบะจังด้วยสีหน้าราวกับไม่อยากเชื่อ 
 
"ทาคามิจิโอเคแน่หรือ"
"โอเคสิ  จริงๆ แล้วมิซึซากิคุงให้เธอมาพบฉันก็เพื่อจะหาทางออกแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"
"...โทษที"
 
นายตัวสำรองก็อยากหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณอิโคมะต้องโดนลงโทษถึงขั้นพักการเรียนหรือลาออกเหรอเนี่ย
เมื่อโดนอ่านเจตนาออกทะลุปรุโปร่ง นายตัวสำรองก็ยิ้มเฝื่อนๆ เป็นเชิงขอโทษ 
 
"....ไม่จริง...จะดีจริงๆ เหรอคะ..." 
 
ม่านน้ำตาเข้าปกคลุมดวงตาของคุณอิโคมะ 
 
"ก็นะ แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้น ไม่มีครั้งต่อไปแล้วนะ"
"....! ขอบคุณค่ะ! ...ขอโทษนะคะ! ขอบคุณมากค่ะ...!"

คุณอิโคมะยกมือสั่นระริกขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลพรากๆ ก้มหัวลงต่ำ

"อิโคมะ เธอลองคิดทบทวนดูให้ดีอีกครั้งว่าการกระทำของตัวเองผิดตรงไหน ไม่ใช่เพราะถูกจับได้ในที่เกิดเหตุ ไม่ใช่เพราะกลั่นแกล้งจากความเข้าใจผิด ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร การทำร้ายผู้อื่นก็เป็นเรื่องผิดทั้งนั้น ขอให้เธอสำนึกผิดจากใจจริงด้วย ครั้งนี้ยังดีที่ทาคามิจิเป็นคนใจแข็ง ถ้าเป็นคนอื่นอาจกลัดกลุ้มถึงขั้นไม่มาโรงเรียนหรือลาออกไปก็ไม่แปลก และถ้าเกิดกรณีแบบนั้นขึ้น ในตอนนั้นฉันจะไม่ยกโทษให้เธอเป็นอันขาด"
"อุ... ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ~" 
 
คุณอิโคมะระเบิดร้องไห้ราวกับข่มกลั้นมานาน  ฟุบลงกับเข่าตัวเอง
ฉันลูบหลังคุณอิโคมะ ทุกคนเฝ้ารอให้คุณอิโคมะสงบสติอารมณ์ให้ได้ก่อน
ผ่านไปพักหนึ่ง คุณอิโคมะจึงค่อยกลั้นน้ำตาไว้ได้ แล้วนายตัวสำรองก็ว่าต่อ "เพียงแต่" 
 
"พอคิดถึงการกระทำต่างๆ นานาที่อิโคมะทำลงไป ถึงจะขอโทษแล้วทาคามิจิให้อภัย  แต่จะให้พ้นผิดโดยไม่ต้องรับโทษอะไรเลยง่ายๆ แบบนี้ ฉันก็ยากจะยอมรับเหมือนกัน"  

อื~ม ก็จริงน่ะนะ ลงไม้ลงมือทำอะไรมาตั้งเยอะ จะให้รอดตัวไปโดยไม่ได้รับบทเรียนอะไรเลยก็อาจจะผิดไปหน่อย  ถ้าเป็นตามปกติก็อาจจะโดนลงโทษให้เป็นเวรทำความสะอาดซักหนึ่งเดือน แต่ในกรณีนี้เมื่อเก็บเป็นความลับในวงแคบๆ แค่นี้ จะลงโทษอะไรอึกทึกครึกโครมก็ไม่ได้อะเนอะ 

"ถ้าอย่างนั้น ขอให้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับข้าวของเป็นไงคะ"
"นั่นสินะ รองเท้ากับชุดเครื่องแบบใช่ไหม อย่างน้อยก็น่าจะให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับของพวกนั้นละนะ" 
 
นายตัวสำรองเห็นด้วยกับข้อเสนอของฉัน 
 
"ถ้าชดใช้ค่าเสียหายของชุดเครื่องแบบกับรองเท้า..."
"ตัวเลขชัดๆ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่น่าจะประมาณสองแสนถึงสามแสนเยนได้ละมั้ง"
"........."
 
คุณอิโคมะเองก็เหมือนจะไม่รู้ราคาของชุดเครื่องแบบ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ 
ประมาณสองสามแสนเยนเนี่ย ถ้าเป็นนักเรียนกลุ่มในของซุยรันที่บ้านเป็นเศรษฐีกันทั้งนั้นยังว่าไปอย่าง แต่นี่ไม่ใช่จำนวนที่นักเรียนม.ปลายทั่วไปจะหามาได้ง่ายๆ เลยนะ... ไม่รู้เหมือนกันว่าสภาพเศรษฐกิจการเงินของผู้ปกครองคุณอิโคมะเป็นยังไง แต่เท่าที่ดูจากสีหน้าของเจ้าตัวตอนได้ยินมูลค่าแล้ว  คิดว่าการคาดการณ์ของฉันคงไม่ผิดเท่าไหร่ 
 
"อะ เอ่อ... ฉันมีเงินที่เก็บออมไว้จากพวกเงินแต๊ะเอีย ถ้าถอนออกมาน่าจะพอได้... ส่วนที่ขาดไปจะผ่อนใช้ให้ทุกเดือนจากค่าขนม...."
 
แต๊ะเอียเหรอ... ถ้าคุณอิโคมะเล่าให้พ่อแม่ฟังเพื่อขอให้ชดใช้ค่าเสียหายให้ก็จะดีที่สุดน่ะนะ แต่ในทางจิตใจแล้วคงเป็นไปได้ยากสินะ 
แล้ววาคาบะจังก็ยกมือขึ้นสูง 
 
"แต่แบบนี้ ถ้าพลาดไปนิดเดียวก็เหมือนแบล็กเมล์กันเลยไม่ใช่เหรอ"
 
เอ๋ แบล็กเมล์...?
ฉันกับนายตัวสำรองเหลียวไปจ้องวาคาบะจังพร้อมกัน 
 
"การชดใช้ก็เป็นสิทธิอย่างถูกต้องที่สมควรได้รับนะ แต่ถ้าคนไม่รู้มาเห็นฉันรับเงินจากคุณอิโคมะคงดูเป็นการแบล็กเมล์แหงๆ" 
 
นายตัวสำรองนิ่งเงียบไปอย่างจนใจ
จะว่าไปก็อาจจะใช่... เพื่อนร่วมชั้นปีมอบเงินก้อนใหญ่ให้กันเนี่ยมันดูเป็นสถานการณ์ที่ชวนให้เข้าใจผิดได้ง่ายสุดๆ ไปเลยนี่นะ
วาคาบะจังยิ้มอย่างลำบากใจกับปฎิกริยาของพวกเรา 
 
"เพราะงั้นนะ พูดแบบนี้ต่อหน้าคุณคิโชวอินที่กรุณาหยิบยื่นรองเท้ากับชุดเครื่องแบบให้อาจจะไม่ดี แต่ ถือซะว่าได้รับความสงเคราะห์จากคุณคิโชวอินแล้ว ฉันไม่ได้รับความเสียหายเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็แล้วกัน ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายหรอก"
"เอ๋" 
 
พวกเราสามคนมองตากัน 
 
"แต่แบบนั้นคงไม่ดี..."
"ทาคามิจิ ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ"
"แต่ฉันมีเงื่อนไขนะ" 
 
วาคาบะจังชูนิ้วชี้ขึ้นมา 
 
"มาทำงานพิเศษในร้านของบ้านฉันแทนการชดใช้ค่าเสียหายสิ"
"ทำงานพิเศษ!?"
"เพราะคนที่ซื้อชุดเครื่องแบบกับรองเท้าให้ฉันก็คือคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นคนทำงานหาเงินมานี่นา นี่เป็นการชดใช้ในแง่ของการเหยียบย่ำความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ของฉัน แล้วก็อยากให้เข้าใจถึงความลำบากของการทำงานหาเงินด้วยการลองทำงานด้วยตัวเองดูบ้าง"  

วาคาบะจังย้ำว่า "ไม่ใช่ให้ทำตลอดไปนะ เฉพาะแค่วันหยุดเดือนเดียวก็พอ"  

"ทาคามิจิ เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าซุยรันห้ามทำงานพิเศษน่ะ"
"รู้อยู่แล้วน่ะสิ ถึงได้ให้มาทำที่บ้านฉันไงล่ะ แล้วก็แน่นอนว่าไม่จ่ายค่าแรงให้นะ ฉันจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ฟัง เพราะฉะนั้นบรรยากาศอาจจะกระอักกระอ่วนนิดหน่อย แต่นี่ก็เป็นการลงโทษไปยังตัวคุณอิโคมะด้วย"
"แต่ว่า..."
"ฉันจะทำค่ะ!" 

เสียงมีพลังของคุณอิโคมะดังขึ้นขัดจังหวะนายตัวสำรอง 
 
"อิโคมะ"
"ฉันจะทำงานที่บ้านคุณทาคามิจิค่ะ ฉันทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้มากมาย แต่คุณทาคามิจิก็ยังให้อภัย ถ้านี่จะเป็นการไถ่โทษได้ซักนิดก็ยินดีค่ะ จะพยายามทำงานให้ดีที่สุดนะคะ! ฉันอยากตอบแทนความใจกว้างของคุณทาคามิจิ  และท่านเรย์กะที่คอยตามเก็บกวาดอาชญากรรมที่ฉันทำมาตลอดให้ได้แม้ซักนิดก็ยังดี!"
 
คุณอิโคมะสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ก้มหัวให้วาคาบะจังบอกว่าขอความกรุณาด้วยนะคะ!
วาคาบะจังพยักหน้าหงึกหงักรับคำขอร้อง  คู่กรณีสองคนเขาโอเคแล้ว เอางั้นก็ได้นี่นา..?
พอเหลือบไปมองนายตัวสำรอง หมอนั่นก็พยักหน้าแกมถอนหายใจเหมือนจะบอกว่าช่วยไม่ได้
พอคิดว่าเท่านี้ก็น่าจะถือว่าคลี่คลายแล้ว คุณอิโคมะก็ลุกพรวดพราดขึ้น 
 
"ฉันจะออกเดินทางจาริกแสวงบุญค่ะ!"
"หา?"
"เอ๋?"
"อื๋อ?" 
 
พวกเราสามคนผุดเครื่องหมายคำถามขึ้นเหนือหัวกับคำประกาศอย่างหุนหันของคุณอิโคมะ จาริกแสวงบุญ? 
 
"ฉันเฝ้าครุ่นคิดมาตลอดว่าจากนี้ไปควรทำเช่นไร ฉันสร้างความเดือดร้อนให้คุณทาคามิจิ ท่านเรย์กะ แล้วก็มิซึซากิคุงอย่างมากมาย ถึงคุณทาคามิจิจะให้อภัย แต่บาปของฉันก็ไม่ได้หายไป ควรทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองสำนึกถึงความผิดบาปอย่างแท้จริง ถ้าอย่างนั้นก็มีแต่ต้องปลงผม เผชิญหน้ากับความผิดของตน ออกเดินทางจาริกแสวงบุญเท่านั้น อื้อ ตอนนี้เลยยิ่งดี!" 
"เดี๋ยวๆๆ!"
"ข้ามขั้นไปหน่อยไหม..."
"ชิโกคุอยู่ไกลนะ" 
 
ยังมีเรียนอยู่นะ จะปลงผมออกเดินทางจาริกแสวงบุญได้ยังไง! 
 
"ฉันจะเหยียบย่ำลงบนโทษทัณฑ์ที่หนักหนาสาหัสของตนไปทีละก้าวๆ ค่ะ"
"เอ๋ จะเดินไปเหรอ!?"
"คงต้องใช้เวลาเป็นเดือนเลยมั้ง"
"ถ้าวันเข้าเรียนไม่พอเดี๋ยวก็ซ้ำชั้นหรอก" 
 
อุตส่าห์รอดจากโทษพักการเรียน ไล่ออก มีสิทธิเลื่อนขั้นเป็นการภายในแล้วแท้ๆ ถ้าต้องซ้ำชั้นที่อุตส่าห์ทำมาทั้งหมดก็ไม่มีความหมายน่ะสิ
แต่ดูเหมือนความตั้งใจของคุณอิโคมะจะเข้มแข็งไม่สั่นคลอน พวกเราจะเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่เข้าหู นายตัวสำรองทำหน้าเอือมระอามองคุณอิโคมะแล้วหันมามองหน้าฉัน 
 
"ทำไมสาวกผู้ศรัทธาในตัวเธอถึงได้มีแต่พวกสุดโต่งแบบนี้ทั้งนั้นนะ..."
"สาวกอะไรคะ!? อย่าใช้คำแปลกๆ มาเรียกได้ไหม" 
 
เดี๋ยวคนอื่นมาได้ยินเข้าก็เสียหมด ฉันไม่เคยเลี้ยงสาวกนะยะ
แต่อย่าให้ถึงขั้นจาริกแสวงบุญเลยเหอะ เดี๋ยวจะสอบปลายภาคแล้วนะ ถ้าจะไปก็รอไปตอนปิดเทอมฤดูร้อนดีกว่ามั้ง ท่านฟุยุโกะก็พอกัน ตอนนี้การฝึกตนเป็นกระแสอยู่ในหมู่ผู้หญิงสาวๆ หรือไงนะ
...อื๋อ อ๊ะ จริงด้วย! 

"ฉันมีข้อเสนอค่ะ คุณอิโคมะ เรื่องไปจาริกแสวงบุญพักเอาไว้ก่อน ลองไปฝึกตนใต้น้ำตกดูดีไหมคะ"
"หา?"
"คุณคิโชวอิน?" 
 
วาคาบะจังกับนายตัวสำรองอ้าปากค้าง แต่ฉันไม่สนใจ หันไปจับมือคุณอิโคมะ 
 
"พิจารณาตัวตนอันอ่อนแอที่ถูกพลังแห่งสายน้ำกระทบกระแทก เอาชนะกิเลส ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ถือกำเนิดเป็นคนใหม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันรู้จักสถานที่ฝึกตนดีๆ อยู่"
"ท่านเรย์กะ...!" 
 
หาคนเหมาะๆ ส่งไปฝึกตนใต้น้ำตกกับท่านฟุยุโกะได้แล้ว ฮุฮุฮุ
 
"นี่เธอ เป็นคนของโลกฝั่งโน้นสินะ..."
"ที่พูดออกมานี่เหมือนคำชักชวนเข้าลัทธิใหม่น่าสงสัยชัดๆ เลยนะ คุณคิโชวอิน" 
 
วาคาบะจังกับนายตัวสำรองเหวอไป ทั้งคู่ว่า 'อย่าโดนหลอกนะ!' ' รู้ตัวเถอะ!' พยายามเรียกสติคุณอิโคมะที่ทำตาแวววาวเป็นประกายให้กลับมา 
 
ยินดีต้อนรับสู่ลัทธิเรย์กะ ศาสนาใหม่ค่ะ 


---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

เจ้าแม่สร้างฐานอำนาจกว้างขวางขนาดนี้ จะรบกับใครยังจะกลัวแพ้อีกเรอะ...!

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET