[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 238 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.238 - ตอนที่ 238


238.


วันจันทร์แรกของสัปดาห์ สอบกลางภาคมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว สำหรับนักเรียนเตรียมสอบเข้าแล้วทุกนาทีทุกวินาทีมีค่า แต่วันนี้ฉันกลับได้เมล์ห้วนๆ เป็นมะนาวไม่มีน้ำว่า "หลังเลิกเรียน ห้องประชุมเล็ก" มาฉบับหนึ่ง เป็นอันว่าโดนคาบุรากิเรียกออกไปอีกล่ะ เห็นฉันเป็นผู้หญิงแสนสะดวกหรือยังไงกันยะ ดิฉันไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ อย่างนั้นหรอกนะคะ! 
พอเข้าห้องประชุมเล็กไป ก็เห็นคาบุรากิที่มาถึงก่อนแล้วอ่านนิตยสารหลายฉบับที่กางอยู่บนโต๊ะอย่างขมักเขม้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ห้องนี้นี่กลายเป็นห้องส่วนตัวของคาบุรากิไปโดยสมบูรณ์แล้วสินะ 

"...ต้องเรียนให้ท่านคาบุรากิทราบอีกกี่ครั้งจึงจะเข้าใจได้ว่าฉันเองก็ยุ่งเหมือนกันนะคะ" 

"เอ้า นั่งลงก่อน" คาบุรากิเชิดคางพยักเพยิดออกคำสั่งอย่างกร่างๆ  ถ้าไม่ว่าประชดซักคำสองคำคงไม่สาแก่ใจฉันแน่ๆ 

"ทาคามิจิตกลงไปเที่ยวด้วยกันหลังสอบเสร็จ ฉันเลยตั้งใจจะวางแผนในวันนั้น" 

นี่ไม่สะดุ้งสะเทือนกับคำประชดของฉันเลยสินะ 

"...ฉันบอกแล้วไงคะว่าให้สอบเสร็จก่อนค่อยมาคิดกันก็ได้"
"มันก็สายไปน่ะสิ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องวางแผนเตรียมตัวไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ ถึงจะดี" 

ตอนสุดสัปดาห์ไปหาวาคาบะจังที่บ้านเพื่อขอคำสัญญาเรื่องเดทไว้ได้แล้ว ก็เลยอดทนรอจนกว่าจะสอบเสร็จไม่ไหวสินะ ...หัดอ่านหนังสือสอบบ้างสิเฟ้ย ทั้งที่คะแนนสอบของปีนี้จะเกี่ยวพันถึงการเลื่อนขั้นเข้าเรียนต่อภายในนะ ไม่ไหวเลย... ในด้านนี้ ฉันน่ะใช้เครื่องเขียนแสนน่ารักหลากสีสันที่ซื้อมาจากโรมทำป้ายคำศัพท์อยู่นะ คำอธิบายที่เขียนเพิ่มเติมในใบคำตอบเล็กๆ น้อยๆ ก็ไฮไลท์แยกไว้ด้วยปากกาสีๆ เพราะทำอย่างประณีตก็เลยทำไปได้ไม่กี่แผ่นเองอ่ะ แต่ก็ออกมาน่ารักน่าอ่านเชียวนะคะ อา ต้องรีบกลับไปทำต่อแล้วไง นี่ไม่ใช่เวลาที่ฉันควรมาอยู่ที่นี่หรอกนะ 

"หัดลองปรึกษาเรื่องความรักกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันบ้างเป็นไงคะ อย่างเช่นกับเพื่อน..."

ฉันสะดุ้ง เอามือปิดปาก
 
"หรือว่าความจริงแล้วท่านคาบุรากิจะไม่มีเพื่อน"
"ขยี้ทิ้งจริงนะเธอ" 

อึ๋ยยยยยยย! ลึกเข้าไปในดวงตาของคาบุรากิที่ลุกโพลงปรากฎตัวอักษรโทสะผุดพลุ่งขึ้นมาเลย!! จะตกหลุมหายนะแล้วเจ้าข้าาาาา!  เผลอเหลิงไปหน่อยเจ้าค่ะ ขอโทษนะคะ ขอโทษค่ะ 
คนเราเนี่ยพอโดนจี้ใจดำแล้วก็โกรธกันทุกคนอ่ะเนอะ  
 
"นั่งลง"
"...ค่ะ"  
 
พอเหลือบดูนิตยสารที่คาบุรากิอ่านอยู่ ก็เห็นว่าเป็นนิตยสารจำพวกข่าวสารข้อมูลสามัญชนที่รวบรวมสกู๊ปจำพวกจุดท่องเที่ยวหรือสถานที่ที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นอะไรที่จักรพรรดิคงไม่ไปแตะต้องตามปรกติทั้งนั้น ก็พอมองเห็นการเติบโตเล็กๆ น้อยๆ ที่เลือกนิตยสารโดยปรับตัวให้เข้ากับวาคาบะจังและความพยายามที่จะหาข้อมูลด้วยตัวเองบ้างละนะ แต่นิตยสารที่ซื้อมาเป็นสกู๊ปรวมราเม็งเจ้าเด็ดกับอาหารกรูเม่ต์เกรด B นี่มันยังไงกันนะ...
นี่คงไปหยิบนิตยสารในร้านหนังสือมาส่งๆ โดยไม่ได้เปิดอ่านก่อนล่ะสิ เอาเป็นฉบับย้อนหลังก็ได้ ทำไมไม่ไปซื้อฉบับที่รวมสกู๊ปสวนสนุกหรือสถานที่เดทล่าสุดมาล่ะยะ อ้าว? ที่อยู่บนปกเล่มนั้นมันโอโคโนมิยากิไม่ใช่เหรอ ขอดูหน่อยซิ
ฉันหยิบนิตยสารมานั่งอ่านเงียบๆ ไปพักหนึ่ง 
 
"...คิโชวอินเคยกินราเม็งหรือเปล่า"
"ถามอะไรโง่ๆ นี่คะ" 
 
นึกว่าพูดอยู่กับใครยะ
อยากกินโอโคโนมิยากิหน้าหมูจังนะ อ๊ะ โอโคโนมิยากิทะเลนี่ก็น่าอร่อย หืม~ ทะเลนี่มีทั้งกุ้งทั้งหอยโฮทาเทะใส่ลงไปด้วยเหรอ 
 
"ฉันไม่เคยกินราเม็งในร้านแบบนี้มาก่อนเลย แต่ดูท่าทางจะได้รับความนิยมมากนี่นะ"
"ใช่แล้วค่า~" 
 
ท็อปปิ้งที่เป็นมันฝรั่งหั่นฝอยนี่ก็น่าอร่อยจังน้า 
 
"เวลารอ 60 นาที ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกที่อยากกินราเม็งจนต้องเข้าคิวรอนานขนาดนั้นเลย"
"นั่นสินะค้า~" 
 
แล้วก็ต้องปิดท้ายด้วยมงจะสินะ เฮ้อ~ อยากกินชีสมงจะจังเลย 
 
"แต่ก็นึกสงสัยอยู่นะว่ามันมีค่าควรแก่การกินถึงขนาดนั้นหรือเปล่า" 
"งั้นเหรอค้า~"
"........"
"........"
"นี่เธอ ตั้งใจฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า!?"
"แน่นอนค่ะ ฟังอยู่สิค้า"  
 
ค่าค่า
คาบุรากิกระเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์
 
"...แล้วไงล่ะ นี่เธอมัวแต่อ่านอะไรอยู่จนไม่ฟังที่ฉันพูด" 
 
คาบุรากิย้ายมานั่งข้างๆ ฉัน แล้วชะโงกมาจ้องดูนิตยสารที่ฉันกำลังอ่านอยู่ อะไรเล่า~ อย่ามาจ้องน่า~
 
"นั่นอะไรน่ะ โอโคโนมิยากิ?  ขอยืมหน่อย เอามาให้ฉันดูบ้าง"
"อ๊ะ! เดี๋ยวเถอะ!"
 
ฉันอ่านอยู่ก่อนนะ!
คราวนี้คาบุรากิหันมาสนใจในโอโคโนมิยากิดึงนิตยสารไปจากมือฉันแล้วตั้งหน้าอ่านเสียเอง อีตาเอาแต่ใจเอ๊ย! 
 
"ท่านคาบุรากิเคยทานโอโคโนมิยากิมาก่อนหรือเปล่าคะ"
"จำได้ว่าเคยทานที่ร้านเทปปันยากิที่เป็นร้านจากญี่ปุ่นไปเปิดสาขาในต่างประเทศนะ"
 
ไหงต้องถ่อไปถึงต่างประเทศด้วยล่ะ 
แหม แต่ราเม็งก็เหมือนกัน โอกาสที่นายน้อยคาบุรากิ ทายาทตระกูลใหญ่จะไปทานอาหารสามัญชนอย่างนั้นคงจะหาได้ยากละนะ ฉันเองยังไม่เคยมีความทรงจำว่าได้กินโอโคโนมิยากิกับครอบครัวคิโชวอินมาก่อน ได้แต่หากินเองแถวๆ ร้านแผงลอยนี่ละนะ 
ระหว่างที่ฉันกำลังเลคเชอร์คาบุรากิเรื่องความขัดแย้งของราเม็งฝั่งน้ำใสกับราเม็งฝั่งน้ำข้น และท็อปปิ้งของโอโคโนมิยากิอยู่นั้น ประตูห้องประชุมเล็กก็เปิดออก
ที่ปรากฎตัวออกมาคือเอ็นโจ 
 
"อยู่ที่นี่กันเองเหรอ ทั้งสองคนทำอะไรอยู่น่ะ"
"กำลังวางแผนเดทกับทาคามิจิอยู่" 
 
พอคาบุรากิพูดออกมาฉันถึงเพิ่งนึกได้ว่าวัตถุประสงค์ตอนแรกมันเป็นแบบนั้นนี่นา โดนโอโคโนมิยากิเบี่ยงประเด็นจนลืมไปเสียสนิท 
 
"หืม แบบนี้นี่เอง" 
 
เอ็นโจเหลือบมองนิตยสารที่พวกเรากางค้างไว้บนโต๊ะ
 
""รวมร้านราเม็งที่ต้องกินแม้ต้องเข้าคิวคอย" "หว่านแหร้านกรูเม่ต์เกรด B!" "แรงค์กิ้งเมืองที่อยากอยู่อาศัย"..."
"........"
"........"
"แผนเดทนะ?" 
 
ไม่ต้องพูดให้หมดเปลือกก็ได้น่า เอ็นโจ คาบุรากิมันก็พอรู้ตัวอยู่ลางๆ นะว่านิตยสารที่ซื้อมาไม่เข้าพวกน่ะ เอ้า ดูสิ คาบุรากิทำหน้าเจ็บปวดแบบคนถูกจี้ใจดำเลยไหมล่ะ 
 
"อะ เอ่อ อ้าว! เล่มนี้มีเดทคอร์สที่คู่รักนักอ่านหลายคู่ไปมาลงไว้ด้วยนะคะ"
"ตรงไหนน่ะ" 
 
ฉันที่มีใจเมตตาช่วยกู้หน้าให้ด้วยการค้นหาบทความที่พอเข้าเค้าจากหน้านักอ่าน คาบุรากิตั้งหน้าอ่านอย่างสนอกสนใจ 
 
"อย่างที่ลงไว้ในในนี้ ก่อนอื่นก็นัดพบกัน ไปดูหนัง จากนั้นก็ไปทานลันช์ที่คาเฟ่ก็ดูน่าจะดีไม่ใช่หรือคะ"
"หนังเหรอ"
"พูดถึงเดททั่วๆ ไปก็ต้องดูหนังน่ะนะคะ ดูสิคะ คู่นักเรียนตรงนี้ยังเขียนไว้เลยว่า "หลังดูหนังเสร็จแล้วก็ไปพูดคุยกันต่อเรื่องความประทับใจที่มีต่อหนัง ครื้นเครงดีมากๆ!""
"แบบนี้นี่เอง ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ"  
 
คาบุรากิเริ่มกระตือรือร้นขึ้นมา ค้นหาหนังที่กำลังฉายอยู่ ในหนังสือมีน้ำใจแนะนำหนังที่น่าสนใจให้ด้วย 
 
"ท่านคาบุรากิดูหนังบ่อยหรือเปล่าคะ"
"อา ฉันชอบหนังนะ"
 
งั้นก็พอดีเลยไม่ใช่เหรอ 
 
"ชอบหนังประเภทไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ"
"ฉันชอบหนังสารคดีที่ติดตามชีวิตของสัตว์ต่างๆ น่ะ โลกอันกว้างใหญ่ของเหล่าสัตว์ที่มีชีวิตอยู่ในธรรมชาติอันโหดร้ายเหล่านั้นสร้างแรงกดดันที่ดี  ตอนอยู่ที่บ้านฉันก็ดูอยู่บ่อยๆ เวลาอยากเปลี่ยนบรรยากาศ" 
 
โฮ่~ หนังที่คาบุรากิชอบคือหนังสารคดีธรรมชาติหรือนี่ ก็ดูเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมดีนะ 
 
"แต่น่าเสียดายนะคะ ตอนนี้ไม่มีหนังแนวนั้นออกฉายอยู่เลยค่ะ"
"นั่นสินะ ที่ดูจะเป็นที่นิยมที่สุดก็คงเป็นหนังรักเรื่องนี้"  
 
หนังรักเหรอ
ฉันอ่านเรื่องย่อหนังที่คาบุรากิชี้ พลางถามว่า "ท่านคาบุรากิดูหนังรักด้วยหรือเปล่าคะ" แต่เอ็นโจตัดหน้าคาบุรากิตอบแทนว่า "เห็นแบบนี้มาซายะก็ชอบเลิฟสตอรี่เหมือนกันนะ"
 
"อ้าว งั้นเหรอคะ"
"ใช่ หมอนี่เป็นพวกโรแมนติคน่ะ แถมยังชอบเลิฟสตอรี่ต้นตำรับแบบที่คู่รักต้องฝ่าฟันผ่านอุปสรรคต่างๆ นานากว่าจะได้ครองรักกันมากกว่าเลิฟคอเมดี้ด้วยนะ"
"หนวกหูน่า" 
 
สงสัยจะเขินที่ความลับที่ชอบหนังรักถูกเปิดเผย คาบุรากิเลยทำหน้าบูดๆ 
 
"งั้นหนังเรื่องนี้ก็น่าจะเหมาะเลยนะคะ เห็นว่าเป็นเรื่องรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคระหว่างคนนอกที่เดินทางมาถึงหมู่บ้านที่ปิดตายและเด็กสาวชาวหมู่บ้านน่ะค่ะ คงเหมือนเรื่อง Chocolat ละมั้งคะ"
"ฉันก็ชอบเรื่อง Chocolat เหมือนกัน แต่หนังเรื่องนั้นเป็นดราม่าชีวิตมนุษย์มากกว่าจะเป็นเรื่องรักๆ นะ" 
 
มนุษย์ที่เรียกช็อกโกแลตว่าช็อกโกล่า แม้แต่หนังก็ยังชอบ Chocolat ด้วยสินะ ส่วนฉันเป็นคนที่เรียกช็อกโกล่าว่าช็อกโกแลต ก็เลยชอบเรื่องชาร์ลีกับโรงงานช็อกโกแลตมากกว่าอ่ะนะ 
แต่พวกผู้ชายก็ชอบหนังรักเหมือนกันเหรอเนี่ย~
 
"หรือว่าความจริงแล้วท่านเอ็นโจก็จะชอบหนังรักด้วยหรือเปล่าคะ" 
 
ฉันตั้งคำถามกับเอ็นโจที่ผุดรอยยิ้มพรายจ้องมองพวกเราอยู่ซักพักแล้ว 
 
"ผมเหรอ? ผมแทบไม่ดูเลยนะ พูดตามตรง ไม่รู้ว่าหนังรักเนี่ยสนุกตรงไหน ความรักน่ะไม่ได้มีเอาไว้ดู แต่มีไว้สัมผัสด้วยตัวเองต่างหาก"
 
ฉันกับคาบุรากิแข็งทื่อเป็นหิน 
 
"โฮะ...โฮะโฮะโฮะ เช่นนั้นหรือคะ ถ้างั้นไม่ทราบว่าท่านเอ็นโจชอบหนังแบบไหนหรือคะ"
"ผมชอบหนังเก่าๆ น่ะ อย่าง "The Cabinet of Dr. Caligari" "The Tin Drum" "The Cook, the Thief, His Wife & Her Lover"..." 
 
...เขาว่าจะเห็นนิสัยของคนๆ นั้นจากหนังที่ชอบไม่ใช่เหรอ 
ฉันเอาใจเว้นระยะให้ไกลห่างจากเอ็นโจ  
 
ฉันกับคาบุรากิดูนิตยสารพลางวางกำหนดการโดยละเอียดของวันนั้นไปพลาง ส่วนเอ็นโจที่อยู่ว่างๆ ก็หยิบนิตยสารใกล้มือขึ้นมาพลิกๆ ดู ท่าทางไม่ได้สนอกสนใจอะไร
แล้วก็พึมพำลอยๆ ออกมาว่า "แหม มาหาข้อมูลหลายอย่างแบบนี้ก็ดีน่ะนะ แต่ก็..." 
 
"มีอะไร ชูสุเกะ"
"อื๋อ ก็แค่สงสัยว่าไปเดทตามคอร์สสำเร็จรูปอย่างที่ลงไว้ในนิตยสารแล้วอีกฝ่ายเขาจะสนุกแน่หรือเปล่าเท่านั้นเอง" 
 
ฉันกับคาบุรากิมองตากัน 
 
"หมายความว่าไง"
"ก็จะชวนเขาออกไปน่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องให้เขาสนุกมากกว่าเราสนุกใช่ไหม  ถ้างั้นแทนที่จะไปลอกเลียนแบบเดทคอร์สของคู่รักแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้ หันมาวางแผนให้ต้องกับรสนิยมความชอบของคนที่เราจะไปเดทด้วย เขาน่าจะยินดีกว่าไม่ใช่เหรอ 
 
เอ็นโจว่าต่อ "ถึงจะอ่านนิตยสารละเอียดแค่ไหน แต่สุดท้ายในนั้นก็ไม่ได้ลงความเห็นของคุณทาคามิจิไว้ใช่ไหมล่ะ"  

...แบบนี้นี่เอง ชาวหมู่บ้านมีรักผู้ช่ำชองการออกเดทเขาว่างั้นแน่ะ จะเอาไงล่ะ คาบุรากิ 
คาบุรากิวางนิตยสารลงบนโต๊ะ
 
"อย่าเอาแต่พึ่งคู่มือน่า คิโชวอิน" 

หักหลังกันหน้าด้านๆ เลยนะว้อย---!!
ร้ายกาจอะไรแบบนี้ ผลักไสชื่อเสียจากการพึ่งคู่มือไว้ให้ฉันแบกรับคนเดียว ตัวเองทำหน้าแบบว่าข้านี่แหละอยู่ฝั่งประชากรชาวหมู่บ้านมีรักแบบเต็มภาคภูมิอยู่คนเดียวเลยนะยะ! ทั้งที่นิตยสารพวกนี้ตัวเองเป็นคนเตรียมมาเองแท้ๆ! ทำแบบนี้ก็เหมือนกับว่าในหมู่พวกเราสามคนมีแต่ฉันเดียวที่เป็นอีสาวอึมครึมไม่เคยออกเดทเลยน่ะสิ! กะอีแค่เดทน่ะไปมาหลายรอบแล้วย่ะ ทั้งกับคนอายุมากกว่าน้อยกว่าเลยนะ! 

ฉันยัวะขาดแล้ว เลยเก็บเอานิตยสารกลับบ้านไปแทนค่าชดเชย พอยัดนิตยสารลงกระเป๋าให้เห็นกันโต้งๆ คาบุรากิก็ทำหน้าแบบว่าอ๊ะ พลาดไปแล้วอยู่พริบตาหนึ่ง ใครจะไปสนยะ
แล้วถ้าพูดถึงขนาดนั้นละก็ ขอผู้ใหญ่บ้านคานทองที่ไม่มีปัญญาวางแผนเดทด้วยตัวเองถามชาวหมู่บ้านมีรักซักหน่อยสิ 

"งั้นขอถามเป็นความรู้หน่อยนะคะ ท่านเอ็นโจจะช่วยกรุณาบอกเล่าถึงแผนการเดทที่ได้คิดขึ้นด้วยตัวเองให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ" 

ถ้าเป็นแผนน่าเบื่อๆ ล่ะก็แม่จะหัวเราะเยาะให้!
เอ็นโจยิ้มแย้ม 

"ให้ผมเล่าไปก็คงไม่ค่อยเป็นประโยชน์ละมั้ง ก็ผมแทบไม่เคยออกปากชวนใครก่อนเลยนี่นา" 

โอ้ พระผู้เป็นเจ้า! ได้โปรดบันดาลให้เกิดยุคน้ำแข็งขึ้นกับหมู่บ้านมีรักด้วยเถิด! เปลี่ยนดินแดนแห่งฤดูใบไม้ผลิให้กลายเป็นแผ่นดินเยือกแข็งชั่วนิจนิรันดร์! 

"แหม โฮะโฮะโฮะ ถ้าเช่นนั้นจะไม่โดนอีกฝ่ายมองว่าเป็นคนน่าเบื่อ โดนเขี่ยทิ้งในทันทีหรอกหรือคะ"
"ขอโทษนะ คุณคิโชวอิน" 

รอยยิ้มของเอ็นโจยิ่งบาดลึก 

"ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตน ผมยังไม่เคยถูกใครทิ้งเลยล่ะ" 

ขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาปขอสาป............
 
ข้างๆ เป็นท่านจักรพรรดิที่กำลังชกลมชกแล้งใส่ศัตรูที่มองไม่เห็น---

 

เมล์รบกวนที่ส่งมาในคืนวันนั้นว่า "สอบเสร็จเมื่อไหร่พาไปกินราเม็งกับโอโคโนมิยากิด้วย" โดนฉันลบทิ้งไปในทันที 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

คติสอนใจสำหรับวันนี้

"เพื่อนเราเผาเรือน" 

โดนเล่นจนเกรียมหน้าไหม้กันทั้งคาบุรากิทั้งท่านเรย์กะเลยมั้งนั่น... 

ปล. เฉพาะตอนนี้ ท่านเรย์กะได้พ่นคำสาปไปทั้งหมด 79 ครั้ง เชื่อผม ผมนับมาแล้ว... 
 
ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET