[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 235 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.235 - ตอนที่ 235


235.


หลังเลิกเรียน พอไปที่ห้องสโมสร Pivoine เอ็นโจก็เข้ามาทักฉัน 
 
"คุณคิโชวอิน ได้ยินว่าเมื่อวานไปที่สนุกๆ กับมาซายะมาเหรอ" 
"...ทราบด้วยหรือคะ" 

ปากเบาจริงนะ คาบุรากิ ต้องให้ย้ำอีกครั้งแล้วสินะว่าอย่าไปเที่ยวพูดกับใครๆ ว่าไปทัวร์ชีวิตสามัญชนกับฉันมา 

"โดนเลคเชอร์เรื่องการขายแบบชวนชิมแต่เช้าเลยล่ะ"
 
ภาพใบหน้าของคาบุรากิที่เล่าเรื่องนี้อย่างภาคภูมิใจผุดขึ้นมาเลย 
 
"ท่านคาบุรากิมีความกระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็นมากเหลือเกิน ลำบากแทบแย่แน่ะค่ะ..."
"อะฮะฮะ เหนื่อยหน่อยนะ" 

ยัดเยียดภาระวุ่นวายมาให้แล้วยังมีหน้ามาหัวเราะไม่รู้ชี้ไม่ชี้กับความเหนื่อยยากของฉันอีกนะ มันน่าแค้นนัก เอ็นโจ เพราะงี้เมื่อคืนฉันเลยต้องสิงสู่อยู่ในห้องน้ำทั้งคืน เพื่อต่อสู้กับคลื่นความปวดท้องที่ทยอยจู่โจมเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า 
 
"เป็นสหายสนิทกันไม่ใช่หรือคะ ท่านเอ็นโจก็น่าจะเป็นผู้พาไปเองนะคะ"
 
พอฉันประชดไปด้วยความโมโห หมอนั่นก็ย้อนกลับมาว่า "แต่ผมเองก็ไม่เคยไปซุปเปอร์หรอกนะ"  ก็คงงั้นละน้า 
 
"แค่ร้านสะดวกซื้อยังพอว่า แต่ที่คุณคิโชวอินไปเข้าๆ ออกๆ ซุปเปอร์ด้วยนี่แปลกจังนะ มาซายะยังตกใจเลย บอกว่าดูเชี่ยวชาญสถานที่กว่าที่คิดอีก"  
 
อุ่ก โดนเล่นเข้าแล้วไง ในซุปเปอร์มีทั้งขนมไซส์แฟมิลี่แพ็ค มีพวกกับข้าวที่แอบไว้กินเป็นมื้อดึกอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ แล้วยังมีช่วงไทม์เซลล์ที่ไม่มีในร้านสะดวกซื้อด้วยนะ ต่อให้ปากฉีกก็พูดแบบนั้นออกไปไม่ได้เด็ดขาด 

"ฉันทำอาหารเป็นงานอดิเรก ก็เลยอยากไปเลือกวัตถุดิบด้วยสายตาตัวเองน่ะค่ะ"
 
ไม่ได้โกหกนะ ตอนนี้กำลังฝึกทำอาหารอยู่นะ
 
"หืม งี้นี่เอง เห~"
"...มีอะไรหรือคะ"
"อื๋อ? ก็เปล่านี่~" 
 
เอ็นโจอมยิ้มมองฉันอย่างนึกขัน อุ สายตาแบบนั้นมันอะไรกันยะ รอยยิ้มที่เหมือนมองทะลุทุกอย่างของเอ็นโจแบบนั้นแหละที่ฉันเกลียดนัก ตานักอ่านใจเอ๊ย! 
เอ็นโจในการ์ตูนไม่ได้ดำมืดแบบนี้ซักหน่อย มีอะไรที่ผิดกันไป ผมหรือเปล่านะ เพราะสีผมหรือเปล่านะ เพราะผมที่น่าจะเป็นสีน้ำผึ้งกลายเป็นสีดำ จิตใจก็เลยโดนย้อมให้ดำมืดตามไปด้วยสินะ 

"ท่านเอ็นโจไม่เคยคิดจะย้อมผมให้เป็นสีสว่างกว่านี้หรือคะ"
"ทำแบบนั้นมันผิดกฎโรงเรียนชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ"
"...นั่นสินะคะ" 

นายเอ็นโจ ชูสุเกะมีสามัญสำนึกตามปกติ---
รู้สึกชักจะงานกร่อย ฉันเลยสอดส่ายสายตาหาความช่วยเหลืออย่างลนลาน แล้วก็ไปเจอท่านฟุยุโกะนั่งอยู่คนเดียวที่มุมห้องสโมสร
 
"อ๊ะ! ฉันมีเรื่องจะคุยกับท่านฟุยุโกะ ต้องขอตัวก่อนนะคะ"
"อื้อ ไว้เจอกันใหม่นะ"
 
ฉันหันหลังให้เอ็นโจที่โบกมือมองส่งฉันอย่างยิ้มแย้ม มุ่งไปหาท่านฟุยุโกะ
ท่านฟุยุโกะกำลังจ้องดูฝ่ามือตัวเองเขม็ง -- มีเม็ดทรายในกำมือเหรอ..?
 
"เอ่อ~ ท่านฟุยุโกะ...?"
"แหม ท่านเรย์กะ!" 

พอลองส่งเสียงทักท่านฟุยุโกะที่กำลังจ้องมือตัวเองเขม็งด้วยสีหน้าตึงเครียดอย่างเกรงๆ ท่านฟุยุโกะก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นฉัน สีหน้าก็สดใสขึ้นทันตา

"สวัสดีค่ะ ท่านฟุยุโกะ ขอนั่งตรงนี้ด้วยคนได้ไหมคะ"
"แน่นอนค่ะ ท่านเรย์กะ! เชิญเลยค่ะ" 

ท่านฟุยุโกะผายมือเชิญให้ฉันนั่งอย่างดีอกดีใจ ที่จินตนาการไว้เมื่อวานว่าท่านฟุยุโกะอาจจะอยากสนิทกับฉันก็ได้ บางทีคงไม่ได้คิดผิดเสียทีเดียว

"ท่านฟุยุโกะ เรื่องเมื่อวานน่ะค่ะ"
"เมื่อวาน...? อ้อ! อยากจะลองสัมผัสวีจีบอร์ดดูใช่ไหมคะ! ท่านเรย์กะเองก็มีความสนใจจริงๆ ด้วย ได้แน่นอนค่ะ รอซักครู่นะคะ จะหยิบออกมาเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!" 

เฮื่อ! จู่ๆ ก็โจมตีด้วยพลังสปิริชวลมาซะงั้น 

"ปะ เปล่าค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อวานฉันผละออกไประหว่างคุยกันกลางคัน รู้สึกไม่ดีเลยอยากมาขอโทษน่ะค่ะ" 

ท่านฟุยุโกะทำท่าจะหยิบวัตถุต้องสาปหน้าตาน่าสงสัยออกมาจากกระเป๋าอีก ฉันเลยรีบออกปากขอโทษเป็นการสกัดไว้ก่อน ท่านฟุยุโกะทำหน้างุนงง 
 
"แหม เรื่องแค่นี้เอง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้นะคะ ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์มีน้ำใจ" 
 
ว่าเช่นนั้นแล้ว ท่านฟุยุโกะก็ก้มศีรษะลงต่ำ ฉันเลยก้มศีรษะลงตามไปด้วย 
 
"ว่าแต่ท่านฟุยุโกะ เมื่อครู่เห็นจ้องฝ่ามือเขม็งเลย ไม่ทราบว่าทำอะไรอยู่หรือคะ"
"แหม เห็นด้วยหรือคะ"
 
ท่านฟุยุโกะกุมแก้มอย่างขวยเขิน ฉันพอจะเดาได้อยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่  เลยแกล้งลองทายๆ หาเรื่องคุยดู
 
"ดูลายมือหรือคะ"
"เปล่าค่ะ นี่เป็นการฝึกมองออร่า" 
 
เอ๋
 
"...ออร่า" 
"ค่ะ เขาว่าพอลองจ้องปลายนิ้วนานๆ แบบนี้ ก็จะค่อยๆ มองเห็นออร่าขึ้นมาน่ะค่ะ แต่ความจริงแล้วลองดูในห้องมืดๆ จะมองเห็นได้ง่ายที่สุดนะคะ"
"เห..."
"ฉันยังเป็นแค่ชาแมนฝึกหัด ก็เลยยังไม่ถึงขั้นมองออร่าได้ชัด พอมีเวลาว่างแบบนี้ก็จะลองฝึกไปเรื่อยๆ น่ะค่ะ ท่านเรย์กะลองทำดูด้วยกันไหมคะ"
"เอ่อ~..."
"พอเพ่งสมาธิดีๆ ก็จะค่อยๆ มองเห็นออร่าที่แผ่ปกคลุมปลายนิ้วอยู่นะคะ นี่ไงคะ แบบนี้ไง" 

...คนๆ นี้ จมลงไปในโลกสปิริช่วลถึงคอหอยแล้วจริงๆ ด้วย ทำไงดีล่ะ ตอนแรกคิดว่าถ้าแค่ดูลายมือละก็ยังพอจะจูนเข้าหากันได้  แต่ถึงขั้นดูออร่าเนี่ยมันจะโหดเกินไปแล้วนะ แถมยังเป็นชาแมนฝึกหัดด้วย... แต่จะผวาออกหน้าออกตาไม่ได้ 

"ไม่ล่ะค่ะ  ฉันคงต้องขอตัว คือคิดว่าตัวเองไม่ค่อยมีพรสวรรค์ในด้านนั้นซักเท่าไหร่น่ะค่ะ" 

ท่านฟุยุโกะตั้งต้นอธิบายเรื่องประเภทของสีออร่าและความหมายอย่างเร่าร้อน ฉันเลยขัดขึ้นมาก่อน พยายามหาคำปฎิเสธอย่างนุ่มนวลที่สุด ท่านฟุยุโกะว่า "แหม งั้นหรือคะ" พลางทำหน้าเสียดมเสียดาย แบบนี้ต้องหาทางเปลี่ยนเรื่องโดยเร็วล่ะ 

"จริงด้วยสิ ท่านฟุยุโกะ เห็นว่าเมื่อวานกรุณาบอกที่อยู่ของฉันให้กับท่านคาบุรากิหรือคะ ต้องขอบคุณมากนะคะ" 
 
ในใจอยากบอกว่าช่วยอย่าทำอะไรไม่เข้าเรื่องหน่อยเลยน่า  แต่ท่านฟุยุโกะบอกไปด้วยความปรารถนาดี ก็ช่วยไม่ได้นะ 

"ไม่หรอกค่ะ ท่านคาบุรากิที่กำลังตามหาท่านเรย์กะอยู่มาสอบถามกับฉัน ก็เลยบอกไปแค่ว่าเห็นว่าจะไปชมรมงานฝีมือเท่านั้นเอง"
"งั้นหรือคะ"
"อุฮุฮุ ทั้งสองท่านสนิทสนมกันดีจังนะคะ" 
 
ท่านคาบุรากิชอบท่านเรย์กะจริงๆ ด้วยสินะคะ ท่านฟุยุโกะกระซิบอย่างเคลิบเคลิ้ม เฮื่อ 
 
"เข้าใจผิดกันนะคะ ท่านฟุยุโกะ เมื่อวานท่านคาบุรากิแค่ตามหาฉันเพราะมีธุระเท่านั้น เราไม่ได้มีความรู้สึกฉันท์ความรักกันนะคะ"
"แหม แต่มีข่าวลือสะพัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านเรย์กะกับท่านคาบุรากิพัฒนาไปตอนทริปทัศนศึกษานะคะ  เมื่อวานที่ทั้งสองท่านกลับไปด้วยกันก็เป็นข่าวใหญ่ในตอนเช้าวันนี้เชียวค่ะ"
 
ฉันเผลอทำหน้าเหยเก
รบกวนกันจริงๆ ถ้าตกเป็นข่าวลือกับคาบุรากิ มีหวังดวงความรักฉันได้ห่างไปไกลอีกแหงๆ ในซุยรันจะมีผู้ชายที่ไหนหาญกล้าท้าสู้กับจักรพรรดิบ้างล่ะ อุตส่าห์เอาหนังสือบทกวีลางร้ายนั่นไปให้พ้นตัวได้แล้วแท้ๆ แต่ยังไม่มีวี่แววว่าดวงความรักของฉันจะพุ่งขึ้นบ้างเลย 
 
"ถ้างั้นคนที่ท่านเรย์กะคะนึงหาก็คือท่านเอ็นโจจริงๆ สินะคะ!?"
"ไม่ใช่นะคะ" 

อ้าว? ท่านฟุยุโกะที่ดูห่างไกลโลกียโลกไหงสนใจเรื่องซุบซิบผิดคาด? 

"อัญมณีที่ส่งผลด้านความรักคือโรสควอตซ์นะคะ ท่านเรย์กะ" 

...เล่นของจำพวกพาวเวอร์สโตนด้วยหรือเนี่ย ว่าแล้วฉันก็ชักกลัวตัวเองที่เคยเผลอคิดว่าจะไปซื้อมามั่งดีไหมน้าไปพริบตาหนึ่ง โลกสปิริช่วลเนี่ยคืบคลานเข้ามาหาหัวใจที่อ่อนแอจริงๆ ด้วย 
หลังจากนั้น พอบ่ายเบี่ยงข่าวลือเรื่องความรักไปได้ คราวนี้ท่านฟุยุโกะก็เริ่มเล่าเรื่องเจ็ดสิ่งลึกลับของซุยรันยาวเหยียด ปรกติท่านฟุยุโกะเป็นคนสงบเสงี่ยมไม่ค่อยพูดมากแท้ๆ แต่พอถึงเรื่องที่ตัวเองสนใจก็ดูจะพูดน้ำไหลไฟดับทีเดียว 
 
เอ๋ ในกำแพงหอประชุมเก่ามีศพมนุษย์ที่ถูกฝังทั้งเป็น  ได้ยินเสียงวิญญาณเคาะกำแพงว่า "พาออกไปที~" งั้นเหรอ!? มีคนได้ยินเสียงนั้นหลายคนแล้วด้วย!? อะไรเนี่ย น่ากลัวจัง!
 
"ความจริงแล้ว ฉันเองก็ได้ยินเสียงนั้นเหมือนกันค่ะ..."
"เอ๋!?"
"เป็นวันที่อากาศมืดมัว ฝนตกพรำๆ แต่เช้า"
"หวา..."
"พอไปที่หอประชุมเก่า ก็ได้ยินเสียงทึบๆ ดังตึง ตึง... กึง กึง... ดังก้องมาจากในกำแพงด้วยค่ะ"
"ตายจริง"
"แล้วที่กำแพงก็มีรอยรูปร่างคนปรากฎขึ้นมาจางๆ..."
"ไม่น้าาาาา" 
 
อาคารของซุยรันมีประวัติศาสตร์ยาวนานอยู่แล้ว อาจจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริงก็ได้!? เกลือชำระ! เกลือชำระอยู่ไหน! รู้สึกสันหลังลุกวูบๆ ยังไงไม่รู้!
ท่านฟุยุโกะหัวเราะอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้รู้ถึงความในใจของฉันเลย 
 
"วันนี้ได้คุยกับท่านเรย์กะเยอะแยะ ฉันดีใจมากนะคะ"
"เอ๋ จริงหรือคะ"
"ค่ะ อยากคุยกันแบบนี้มาตลอดเลย ตอนนี้ฉันมีความสุขมากเลยค่ะ" 
 
พอได้ยินแบบนี้ ฉันก็ดีใจเหมือนกัน 
พอเห็นท่านฟุยุโกะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ฉันก็คิดว่าถ้าโดนชวนเข้าโลกสปิริช่วลลึกล้ำไปก็คงลำบากใจ แต่จากนี้ไปถ้าสนิทสนมกับท่านฟุยุโกะเพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อยได้ก็จะดีนะ
 
"แล้วในป่าของซุยรันก็มีหลุมหลบภัยการโจมตีทางอากาศซ่อนเร้นอยู่ ที่นั่น..."
"ไม่น้า" 
 
เอาเป็นว่าเรื่องน่ากลัวๆ นี่ขอเถอะนะคะ
ระหว่างที่คุยกับท่านฟุยุโกะอยู่ คาบุรากิก็เดินเข้ามาหาพวกเรา 
 
"คิโชวอิน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"
 
อีกแล้วเรอะ
 
"ต้องขออภัยด้วยนคะ ตอนนี้ฉันกำลังคุยกับท่านฟุยุโกะอยู่"
"แหม ท่านเรย์กะ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกค่ะ ฉันเองตั้งใจว่าพอดื่มชาถ้วยนี้เสร็จก็จะกลับบ้านแล้ว" 
 
ท่านฟุยุโกะที่ชอบข่าวซุบซิบเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มากกว่าที่คิดตาเป็นประกายรีบออกตัวตัดหน้า ช่างเป็นความใส่ใจที่ไม่น่าพึงปรารถนาอะไรอย่างนี้ 
 
"แล้วท่านเอ็นโจ..."
"ชูสุเกะกลับไปก่อนแล้ว" 

ไอ้นี่! ผลักภาระมาให้ฉัน ตัวเองเผ่นไปก่อนคนเดียวอีกแล้วนะ!
หนอย ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อสองผู้ยิ่งใหญ่ของซุยรันที่แสนจะเอาแต่ใจตัวเองนี่จะเอาไประบายที่ไหนดี อ๊ะ จริงด้วย ขอเอาคืนบ้างนิดๆ หน่อยๆ ละนะ ฉันตัดสินใจจะเผื่อแผ่ความหวาดกลัวที่ตัวเองได้รับให้คาบุรากิด้วย
 
"ทราบหรือเปล่าคะ ท่านคาบุรากิ มีคนได้ยินเสียงใครบางคนเคาะกำแพงดังตึง ตึง มาจากด้านในกำแพงหอประชุมเก่าด้วยนะคะ  ท่านฟุยุโกะทางนี้ก็ได้ยินมากับหูเหมือนกัน เห็นว่านั่นเป็นเพราะคนที่โดนฝังทั้งเป็นลงในหอประชุมเก่า..."
"เสียงดังมาจากในกำแพงหรือ?  นั่นคงเป็นปรากฎการณ์วอเตอร์แฮมเมอร์ ที่ได้ยินมาจากท่อน้ำประปาที่ฝังอยู่ในกำแพงสินะ ใครบางคนคงจะใช้น้ำปริมาณมากในห้องน้ำหรืออ่างล่างหน้าแล้วหยุดกะทันหัน ทำให้ความดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในท่ออัดกันส่งเสียงออกมา ท่อประปาอาจจะเริ่มผุกร่อนแล้วก็ได้ ไปติดต่อทางสำนักงานซ่อมบำรุงของโรงเรียนซะ"
"แต่ที่กำแพงมีรอยเปื้อนรูปคน..."
"ถึงขั้นมีน้ำไหลซึมออกมาแล้วเรอะ คงต้องทำการซ่อมบำรุงโดยเร่งด่วนแล้วสิ"
"......"
"......"
 
---ในอีกไม่กี่วันให้หลัง การซ่อมบำรุงท่อน้ำประปาที่หอประชุมเก่าของโรงเรียนก็ดำเนินการขึ้นโดยมีคำสั่งจากคาบุรากิ เป็นอันว่าเจ็ดเรื่องลึกลับเจ็ดเรื่องของซุยรันหายไปเรื่องหนึ่ง
ความเร่าร้อนที่ท่านฟุยุโกะมีต่อไสยศาสตร์เป็นอันวูบไปขีดหนึ่ง 
 


แล้วในบัดนี้ฉันก็ต้องมานั่งประจันหน้ากับคาบุรากิสองคนในห้องประชุมเล็กที่เดิมอีกจนได้ ยังไงเอาขนมกับชุดน้ำชามาตั้งประจำที่ห้องนี้เลยได้ไหมนะ
 
"ซุปเปอร์เมื่อวานมีประโยชน์ดีมาก"
"เช่นนั้นหรือเจ้าคะ" 
 
ท่านจักพรรดิดูจะได้รับความพึงพอใจจากรสชาติขนมหลอกเด็กสำหรับพวกชนชั้นล่างบริโภคที่ช่วงชิงไปจากฉัน และคำสาปตาที่สามสั่นสะเทือนกระเพาะนั่นดูเหมือนจะไม่ได้ผล 

"แต่ว่า ถึงจะรู้จักซุปเปอร์ละเอียดแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นสถานที่เดทไปได้เลย ฉันกะว่าสุดสัปดาห์นี้จะลองชวนยัยนั่นออกไป คิดว่าไปที่ไหนดี"
"เอ๋ สุดสัปดาห์นี้เหรอคะ!?"

วันอาทิตย์นี้ฉันสัญญากับวาคาบะจังไว้ก่อนแล้วว่าจะไปเที่ยวที่บ้าน จะได้เอาของฝากให้พวกคันตะคุงด้วย

"อีกไม่นานก็จะสอบกลางภาคแล้วนะคะ คุณทาคามิจิก็น่าจะยุ่งกับการดูหนังสือสอบไม่ใช่หรือคะ" 

คาบุรากิขมวดคิ้ว
หลังจากกลับมาญี่ปุ่น วาคาบะจังที่เป็นสมาชิกสภานักเรียนดูจะต้องไปไหนมาไหนกับนายตัวสำรองที่เป็นประธานสภานักเรียนด้วยกันบ่อยๆ จากธุระปะปังเรื่องทริปทัศนศึกษา เห็นอย่างนั้นคาบุรากิก็คงร้อนใจ อื้อ วันนี้ฉันยังเห็นทั้งสองคนเดินเคียงคู่ไปด้วยกันที่ทางเดินเลยนี่นา 
 
"คุณทาคามิจิเป็นนักเรียนทุนพิเศษ ถ้าโดนชวนออกไปก่อนสอบเธออาจจะลำบากใจนะคะ เอาเป็นว่าลองสัญญาไว้ก่อนว่าหลังสอบเสร็จอยากออกไปเที่ยวไหนด้วยกัน แล้วระหว่างนั้นก็เตรียมแผนเดทไปก่อนก็แล้วกันค่ะ"
"......" 
 
ท่าทางจะไม่ค่อยสบอารมณ์สินะ
ฉันเลยเปิดเผยข้อมูลเรื่องจุดเดทที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนม.ปลายที่ไปทำการค้นคว้ามาจากพวกคุณโมริยามะที่โรงเรียนสอนพิเศษ ว่าไงล่า พลังแห่งการค้นคว้าของฉัน คาบุรากิแสดงท่าทีสนใจข้อมูลที่ฉันเผยให้

"สวนสนุกแล้วก็โรงหนัง คาราโอเกะ เกมเซนเตอร์ โบว์ลิ่ง... สวนสนุกกับโรงหนังยังพอว่า แต่นอกเหนือจากนั้นมันจะไม่เรียบง่ายไปสำหรับเดทเรอะ" 
"แต่นี่เป็นเดทคอร์สประจำสำหรับเด็กม.ปลายทั่วไปเลยนะคะ"
"อืม~..."

เอาเถอะ จริงๆ ก็นึกภาพคาบุรากิหลั่นล้าร้องเพลงในห้องคาราโอเกะไม่ออกอ่ะนะ 
 
"ว่าแต่ท่านคาบุรากิเคยไปเข้าคาราโอเกะมาก่อนหรือเปล่าคะ"
"ฉันเกลียดคาราโอเกะ ฉันจะร้องก็ต่อเมื่อมีวงดนตรีมาบรรเลงสดเท่านั้น" 
 
เป็นนักร้องเสียงทองมาจากไหนเหรอยะ 
 
"งั้นคาราโอเกะเป็นอันตกไป จากการตรวจสอบของฉัน เห็นว่าสวนสนุกเป็นที่ชื่นชอบมากทีเดียวนะคะ อย่างรถไฟเหาะหรือบ้านผีสิงก็เป็นที่นิยมค่ะ"
"ถ้าเป็นสวนสนุก บริษัทของเราก็ไปลงทุนไว้หลายที่เหมือนกัน ใช้เส้นสายได้นะ"
"...ช่วยอย่าเช่าเหมาทั้งวันนะคะ" 
 
สวนสนุกที่ไร้คนเนี่ย ฉันว่ามันออกแนวฮอเร่อร์หน่อยๆ นะ รถไฟเหาะที่นั่งกันแค่สองคนในสวนสนุกที่เงียบกริบนี่มันน่ากลัวในอีกความหมายหนึ่งนะ  

"เอาข้อมูลตรงนี้ไว้อ้างอิงเพื่อเตรียมตัวสำหรับหลังสอบเสร็จเป็นไงคะ"
"...เข้าใจแล้ว จะลองคิดดู"
"แล้วก็ไม่ต้องมาขอคำแนะนำจากฉันก็ได้ค่ะ ลองไปถามสหายสนิท ท่านเอ็นโจดูก็ได้นะคะ รับรองว่าท่านเอ็นโจจะต้องเป็นที่ปรึกษาให้อย่างดีแน่นอนค่ะ" 
"อา"
"อ๊ะ แล้วยังไงก็อย่าโผล่พรวดพราดไปบ้านคุณทาคามิจิกะทันหันโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้านะคะ มันรบกวนเขา"
"...อา" 
 
เอาล่ะ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจวันนี้ล่ะ ฉันเองก็ต้องรีบกลับไปอ่านหนังสือสอบที่บ้านแล้ว
คาบุรากิกอดอกครุ่นคิดถึงแผนการเดท ฉันก็อยากบอกนะว่านายก็อย่าเอาแต่หมกมุ่นเลย หัดท่องหนังสือซะบ้าง แต่ตรงนี้เอาเป็นว่าเงียบๆ ไว้ดีกว่า อย่างน้อยก็ลดคู่แข่งไปได้คนหนึ่ง
ขอตัวก่อนนะคะ ลาก่อนค่ะ ท่านคาบุรากิ 

 

ตกดึก พอปิดไฟคลานขึ้นเคียงแล้วฉันก็นึกขึ้นได้ เลยดึงมือซ้ายออกจากใต้ผ้าห่มจ้องมองปลายนิ้วเขม็งอยู่ในความมืดสลัว จงตื่นขึ้น ตาที่สาม
ไม่ยักกะมองเห็นออร่าอะไรเลย 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
 
เกลือชำระหรือ  清めの塩  
เห็นออกมาหลายตอนล่ะ พูดถึงหน่อยละกัน ปรกติจะมีการแจกซองเกลือปลุกเสกนี้ในพิธีศพของศาสนาพุทธ ใช้โรยตามร่างกายเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่บริสุทธิ์ออกไปตามความเชื่อ

แล้วถามว่าท่านเรย์กะไปเอามาจากไหนขนาดเอามาปาได้เป็นกำๆ คำตอบคือมีขายครับ ทั้งขายปลีกขายส่ง อย่างในรูปนี่ 500 กรัมได้มั้ง  

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET