[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 231 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.231 - ตอนที่ 231


231.


รุ่งเช้า พอไปโรงเรียน พวกเซริกะจังก็ทำหน้าเครียดจับกลุ่มพูดคุยอะไรกันอยู่

"อรุณสวัสดิ์ค่ะ มีอะไรกันเหรอคะ"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านเรย์กะ ความจริงแล้ว... เห็นว่าเมื่อวานหลังเลิกเรียน ในรถที่มารับท่านเอ็นโจกลับไป มีผู้หญิงคนที่ว่านั่งอยู่ด้วยนะคะ"
"ผู้หญิงคนที่ว่า?"
"แหม ก็ในงานเทศกาลโรงเรียนไงคะ"
"อ้อ..." 
 
ภาพคุณยุยโกะที่เผยอยิ้มบางๆ อย่างเลื่อนลอยผุดขึ้นในหัวฉัน
เมื่อวานหลังเลิกเรียน เอ็นโจอยู่ที่ห้องเปอติต์กับคาบุรากิกับฉันนี่นะ รู้สึกว่าในตอนนั้นจะมีโทรศัพท์เข้ามาหาเอ็นโจระหว่างพูดคุยกัน หลังวางโทรศัพท์แล้วก็กลับไปกับยูกิโนะคุง อ๊ะ! หรือว่าคนที่คุยกันทางโทรศัพท์คือคุณยุยโกะเหรอ!? พอแฟนมารับก็เลยเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะผลักภาระของเพื่อนสนิทตัววุ่นมาให้ฉัน ส่วนตัวเองก็ไปเดทกับแฟนสบายใจเฉิบใช่มะ เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ไอ้ตัวเจ้าเล่ห์นั่นตั้งใจจะยัดเยียดนายสมองเซลล์เดียวให้ฉันแต่แรกอยู่แล้วถึงจงใจถ่อมาถึงห้องเปอติต์ไมใช่เรอะ ร้ายกาจอะไรแบบนี้! รู้หรือเปล่าว่าหลังจากนั้นฉันต้องทนฟังเรื่องพร่ำเพ้อแบบเนเวอร์เอนดิ้งของคาบุรากิจนแรงใจเสื่อมโทรมไปไม่รู้เท่าไหร่...  นี่แหละน้า พวกประชากรหมู่บ้านมีรัก! ย่ำยีหมู่บ้านเราได้หน้าตาเฉย!

"ท่านเอ็นโจคบหากับผู้หญิงคนนั้นอยู่จริงๆ น่ะหรือคะ"
"ข่าวลือที่ว่าเป็นคู่หมั้นจะจริงหรือเปล่านะ"
"แต่ท่านเอ็นโจบอกว่าเป็นญาติกันเฉยๆ นะ..."
"ท่านเรย์กะได้ฟังอะไรจากท่านเอ็นโจมาบ้างหรือเปล่าคะ"  

โชคร้ายหน่อยนะที่ฉันไม่มีข้อมูลอะไรเลย จะให้ไปซักไซ้ไล่เลียงเอากับเจ้าตัวมันก็กระไรอยู่น่ะน้า แถมไม่ได้สนิทอะไรกันนักหนาด้วย ที่สำคัญคือไม่อยากให้ใครมาคิดว่าฉันน่ะสนใจออกนอกหน้าสุดๆ หรอกนะ เพราะเรือกสวนไร่นาแห่งรักในหมู่บ้านเรามันแห้งผากตายแหงแก๋ ก็เลยไปอิจฉาที่ดินอุดมสมบูรณ์งอกงามของหมู่บ้านมีรัก  ศักดิ์ศรีในฐานะผู้ใหญ่บ้านคานทองของฉันไม่ยอมให้มีใครคิดแบบนี้แน่ๆ  ว่าแล้วก็ปฎิเสธคำอ้อนวอนจากทุกคนที่ว่า "ช่วยไปถามมาหน่อยเถอะค่ะ" ไปจนหมด ที่ฉันมุ่งหมายคือผู้จุดกระแสความฮิตของซุยรัน ไม่ใช่นักข่าวกอสซิปนะ! 
 

ทว่าข้อมูลเรื่องคุณยุยโกะกลับมาถึงจากแหล่งที่ไม่คาดหมาย  
ตอนพักกลางวัน ฉันใส่ใจเรื่องแคลอรี่เลยทานอาหารที่เน้นสลัดเป็นหลัก จริงด้วย ฉันเริ่มหันมาวิดพื้นตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้วนะ แน่นอนว่าเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ที่จักรพรรดิเหลียวมาดูต้นแขนของฉันซ้ำๆ สองรอบนี่แหละ ความจริงแล้ว เมื่อวานหลังฟังเรื่องสถานที่เดทจากคุณโมริยามะ ฉันก็เลยถามเรื่องการไดเอ็ทไปด้วย ตอนแรกเขาก็ว่า "ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษนะ" แต่พอซักมากๆ เข้าก็ได้คำตอบมาว่า "แค่วิดพื้นแล้วก็ฟิตกล้ามท้องก่อนนอนนิดหน่อยน่ะ" ว่าแล้วเชียว ทุกคนแอบซุ่มฝึกตนกันอยู่จริงๆ ด้วย! 
 
"วิดพื้นเหรอ ฉันลองทำบ้างดีไหมน้า ระยะนี้ออกจะเป็นกังวลเรื่องต้นแขนนิดหน่อย..." 
 
พอฉันรำพึงรำพันไป ก็ได้คำตอบตามมารยาทแบบว่า  "เอ๋~ คุณคิโชวอินก็ผอมอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก ไม่เห็นต้องไดเอ็ทเลย" "คุณคิโชวอินแบบนี้แหละกำลังพอดีที่สุดแล้ว" กลับมา แต่แน่นอนล่ะว่าฉันไม่ได้ถือถ้อยคำพวกนี้เป็นจริงเป็นจัง นานๆ จะออกกำลังกายที แค่ 20 ครั้งแขนก็ปวดแทบจะเป็นตะคริวแล้ว  แต่ตอนนี้แหละต้องพยายาม อีกเดือนเดียวก็จะเป็นชุดฤดูร้อนแล้ว กว่าจะถึงตอนนั้นฉันต้องกำจัดปีศาจที่มาสิงอยู่ที่ต้นแขนนี้ออกไปให้ได้...! 

"คุณเรย์กะ สวัสดีค่ะ"
"อ้าว ริรินะ" 
 
พวกริรินะที่ทานอาหารเสร็จก่อนแล้วเดินมาที่โต๊ะพวกเรา
 
"นี่เป็นไงบ้าง?" 

ริรินะยื่นแขนออกมาให้ดู นาฬิกาที่ฉันซื้อจากทริปทัศนศึกษากลับมาเป็นของฝากนั่นเอง อุตส่าห์เอาตอนใส่แล้วมาโชว์ถึงที่เลยเหรอ
 
"ก็เหมาะดีนี่"
"หึหืม"  
 
ริรินะทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ดีไซน์หวานๆ แบบผู้หญิง ฉันว่าเหมาะจะใช้ในชีวิตประจำวันก็เลยเลือกมาให้ริรินะ ดูเหมือนเจ้าตัวก็จะถูกใจนะ 
พวกเด็กๆ ที่อยู่กับริรินะก็ขอบคุณว่า "ขอบคุณสำหรับของฝากให้พวกเรานะคะ" ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ นั่นมาจากร้านช็อกโกลาทรี่ที่โด่งดังอยู่ในปารีสในตอนนี้ เป็นช็อกโกแลตเก๋ๆ ที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในญี่ปุ่นนะคะ ฉันแนะนำแบบเนียนๆ หุหุหุ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นผู้จุดกระแสในซุยรัน ต้องสร้างฐานเสียงไว้ก่อนล่ะ
 
"โธ่ สงสัยจนทนไม่ไหวแล้วว่าเป็นคนยังไง!" 
 
พวกเซริกะจังที่ยังคุยกันเรื่องเอ็นโจกับคุณยุยโกะไม่เลิกส่งเสียงร้องอย่างเซ็งๆ  ริรินะเห็นดังนั้นจึงถามฉันว่า "คุยอะไรกันอยู่เหรอ" 
 
"เรื่องท่านเอ็นโจกับผู้หญิงที่เป็นข่าวอยู่น่ะ"
"อ้อ เรื่องคุณยุยโกะน่ะเหรอ"
"ริรินะก็รู้ด้วยเหรอ" 
 
ข่าวลือลามไปถึงชั้นปีของริรินะด้วยเหรอเนี่ย สมเป็นความป๊อบของเอ็นโจจริงๆ แหม แต่น้องแว่นเจ้ากรมข่าวลือก็เป็นเพื่อนของริรินะด้วยนี่นะ ฉันถามไปอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่ริรินะกลับหย่อนระเบิดลงมาหน้าตาเฉย 
 
"รู้สิ ก็ฉันเคยเรียนโรงเรียนประถมเดียวกับคุณยุยโกะนี่นา"
"เอ๋~~~!"
 
ฉันเผลอร้องเสียงหลงโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาตกเป็นเป้าสายตาคนทั้งโรงอาหาร แย่ล่ะ พวกเรารีบห่อตัวเล็กจิ๋วอย่างลนลาน
บ้านริรินะอยู่ไกลออกไปอีกหน่อย แถบนั้นไม่ค่อยนักเรียนที่ไหนมาเรียนที่ซุยรัน แต่มารดาของริรินะเป็นเด็กซุยรันสายเลือดแท้ เป็นรุ่นพี่ใน Pivoine ทำให้ตัวเธอเองหลงใหลในซุยรันมาแต่สมัยก่อน ความจริงเจ้าตัวก็หวังอย่างแรงกล้าว่าจะเข้าเรียนที่ซุยรันตั้งแต่ชั้นประถม แต่เพราะติดข้อจำกัดในเรื่องเวลาการเดินทางมาโรงเรียน จึงจำเป็นต้องเข้าเรียนในโรงเรียนสตรีชื่อดังใกล้ๆ ไปทั้งน้ำตา  
 
"คุณริรินะ เขาเป็นคนยังไงเหรอ!"
 
พวกเซริกะจังลดเสียงลงถามอย่างตื่นเต้นทั้งที่ยังเกรงสายตาคนรอบข้าง ริรินะผงะเล็กๆ แต่ก็เริ่มเล่าว่า "ฉันเองก็ไม่รู้ละเอียดนักหรอกนะ" 
 
"คุณยุยโกะเป็นรุ่นพี่อายุมากกว่าฉัน 2 ปี เป็นคนสวยบอบบางมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว"  

เป็นรุ่นพี่เรอะ! มิน่าล่ะถึงว่าดูมีบรรยากาศสบายๆ มีความสุขุมแปลกๆ ถึงแม้จะแค่ปีเดียวแต่ก็อายุมากกว่า เป็นแค่เด็กม.ปลายยังอาจหาญคบกับผู้หญิงอายุมากกว่า ร้ายกาจอะไรอย่างนี้ ตาเอ็นโจนี่ สงสัยใกล้ได้เข้าเป็นประชากรหมู่บ้านคาสโนว่าอย่างเป็นทางการแล้วมั้ง?! 
 
"แล้วสวยขนาดนั้นก็เลยป๊อบน่าดูเลยล่ะ ในงานเทศกาลโรงเรียนตอนม.ต้น ก็มีพวกนักเรียนชายมากมายแห่แหนกันมาหวังจะมาดูคุณยุยโกะ ถึงขั้นที่ว่าข่าวลือแพร่สะพัดมาถึงโรงเรียนประถม  ถึงขนาดมีแฟนๆ จับกลุ่มรอคอยคุณยุยโกะอยู่หน้าโรงเรียนหลังเลิกเรียนเลยล่ะ"
"ยอดไปเลยนะ"
"สมัยประถมฉันก็เคยคุยด้วยหลายครั้ง เป็นคนอ่อนหวานนุ่มนวล เป็นเป้าหมายแห่งความหลงใหลของใครๆ เลยนะ"
"หื~ม..."
"ถึงขนาดโรงเรียนใกล้ๆ ขึ้นชื่อประดับยศมิสอะไรให้เลยล่ะ"
"เห~..." 
 
ยิ่งฟัง เสียงพวกเซริกะจังก็ยิ่งอ่อยลงๆ 
 
"ถึงขั้นมีคนเทิดทูนบูชาคุณยุยโกะราวกับเป็นเทพธิดาเชียวนะ"
"เทพธิดา..." 
 
ทุกคนเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง เอ๋ อะไรเหรอ?  
 
"ปกติถ้าป๊อบจัดๆ เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น จะมีคนอิจฉาเข้ามาหาเรื่องก็เป็นธรรมดา แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครทำแบบนั้นกับคุณยุยโกะเลยนะ คงเป็นเพราะบรรยากาศเปราะบางชวนให้ปกป้องละมั้ง"  
 
ก็จริงนะ พวกผู้หญิงรวมถึงพวกเซริกะจังพูดจาว่าร้ายหรือตำหนิวาคาบะจังที่ตกเป็นข่าวกับคาบุรากิได้อย่างเปิดเผย แต่กับคุณยุยโกะแล้วแทบไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ คงเป็นเพราะบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์นั่นละมั้ง ทั้งที่ไมฮามะ เอมะที่บุกมาหาคาบุรากิถึงโรงเรียนเหมือนกันยังโดนประชุมเพลิงซะยับขนาดนั้น จะว่าไป ระยะนี้ไม่เห็นคุณไมฮามะเลยน้า ไว้ลองถามซากุระจังตอนไปเจอกันดีกว่า 
 
"คนสวยอ่อนหวานบอบบาง ประเภทที่ชวนให้ปกป้องงั้นเหรอ"
"แหม เป็นประเภทตรงข้ามกับคุณเรย์กะเลยนะ" 
 
หมายความว่าไงยะ จะหาว่าฉันเป็นประเภทขี้เหร่นิสัยเลวกร้านโลกอยู่คนเดียวได้สบายงั้นเรอะ เสียมารยาท! เอานาฬิกาที่เป็นของฝากคืนมานะ!
ริรินะวางมือลงบนบ่าฉันที่ทำท่าฉุนๆ ด้วยใบหน้าเข้าอกเข้าใจ 
 
"ไม่เป็นไรหรอก คุณเรย์กะก็มีข้อดีของคุณเรย์กะอยู่นะ"
 
ไม่อยากให้ริรินะเป็นคนมาพูดหรอกนะ!
ฉันปัดมือที่วางอยู่บนบ่าตกไปอย่างไร้เยื่อใย  

 

พูดถึงก็มาเลย
ระหว่างทางเดินจากโรงอาหารกลับไปยังห้องเรียน ฉันเจอเอ็นโจกำลังยืนคุยกับนักเรียนชายคนหนึ่ง อ๊ะ อีกฝ่ายเป็นตาไก่โง่คาซึรางินี่นา ตานี่หนวกหูชะมัด ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยหรอก
ทั้งที่ตั้งใจจะเมินเฉยเดินผ่านไป แต่เอ็นโจที่ไม่รู้จักอ่านบรรยากาศกลับทักฉันเข้าเสียก่อน 

"คุณคิโชวอิน เมื่อวานขอบคุณนะ พอกลับไปยูกิโนะก็นั่งอ่านหนังสือที่ได้รับจากคุณคิโชวอินอย่างตั้งอกตั้งใจตลอดเชียวล่ะ"
"งั้นหรือคะ ถ้ายูกิโนะคุงดีใจ ฉันเองก็รู้สึกเป็นเกียรติค่ะ" 

อุหวา ตาไก่โง่จ้องเขม็งมาเลย นี่ไม่ใช่ว่ากลัวหรอกนะ แววตาแฝงความคาดหวังแรงกล้าที่ส่งมาจากพวกเซริกะจังที่อยู่ข้างหลังยังน่ากลัวกว่าเยอะ...
แล้วก็รอยยิ้มของเอ็นโจ... ที่รู้สึกว่านั่นเป็นรอยยิ้มสบายๆ ของคนที่มีแฟนสาวสวยบอบบางอ่อนหวานอายุมากกว่า เป็นเพราะอคติของฉันหรือเปล่านะ 

"ไว้คราวหน้าช่วยมาเป็นเพื่อนเล่นให้ยูกิโนะอีกได้ไหม เจ้าตัวอยากชวนมาเที่ยวที่บ้านอีกแน่ะ"
"แหม อุฮุฮุ" 

พวกเซริกะจังเนื้อเต้นกับคำว่า "บ้าน" ส่วนตาไก่โง่ยิ่งถลึงตาจ้องหนักเข้าไปอีก ...ไอ้หมอนี่ กำลังเพลิดเพลินกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เลยใช่มะ จงใจพูดเพราะเห็นว่าฉันกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่สินะ
ไปถึงบ้านนี่ขอเถอะนะ ยูกิโนะคุง สำหรับพี่แล้วพี่ชายเธอก็เหมือนนกพิราบน่ะแหละ ฮึ่ย เดี๋ยวปั๊ดเอาหนามกุหลาบทิ่มซะหรอก! 
ฉันทำเป็นหัวเราะๆ กลบเกลื่อนไป พลางส่งสัญญาเตรียมเผ่นแบบโจ่งแจ้งว่า "อ๊ะ ใกล้ได้เวลากริ่งดังแล้ว..." พวกเซริกะจังที่ตามมาข้างหลังแอบส่งเสียงประท้วงด้วยความผิดหวัง แต่ใครจะอยากไปทำญาติดีตีสนิทกับพวกประชากรหมู่บ้านมีรักกันเล่า
ไม่มีวันสานสัมพันธไมตรีด้วยง่ายๆ  NO!  หมู่บ้านคานทองขอยึดมั่นในความเดียวดายอย่างทรนง!
 


เหนื่อยๆ ยังไงไม่รู้แฮะ...
ทั้งหมดนี่ก็เป็นความผิดของคาบุรากิกับเอ็นโจนั่นแหละ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วฉันต้องหัวปั่นกับความรักของคนอื่นทั้งวัน ไม่สิ นานกว่านั้นอีกนี่นา เฮ้อ...
เวลาเหนื่อยๆ นี่กินของหวานได้ผลดีที่สุด ไดเอ็ทไว้เริ่มพรุ่งนี้ ฉันแวะไปทานขนมที่ห้องสโมสร Pivoine ก่อนจะเริ่มกิจกรรมชมรมหลังเลิกเรียน 
 
ฉันนั่งลงบนโซฟาที่นั่งประจำ ทานเยลลี่แอปเปิลเชื่อม อร่อยจัง เยลลี่นี่ก็ไม่น่าจะทำยากนะ ครั้งหน้าฉันลองทำดูบ้างดีกว่า จริงด้วย ถ้าเป็นแอปเปิลก็น่าจะใช้ไซเดอร์แทนน้ำธรรมดาได้นะ น่าจะให้รสเข้มๆ แบบผู้ใหญ่ได้ดี มีค่าควรแก่การทดลอง 
 
"ท่านเรย์กะ ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ"
 
พอเงยหน้าขึ้นตามเสียง ก็เห็นว่าท่านฟุยุโกะยืนอยู่ตรงหน้า แปลกจริงที่ทานฟุยุโกะผู้สงบนิ่งเอื่อยเฉื่อยจะเป็นฝ่ายทักมาก่อน พอฉันตอบรับว่า "อ้อ เชิญเลยค่ะ" ท่านฟุยุโกะก็ชะโงกหน้ามามองฉันอย่างเป็นห่วงเป็นใย
 
"ท่านเรย์กะ สีหน้าไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ"
"งั้นหรือคะ"
 
สงสัยความเหนื่อยล้ามันจะแสดงออกมาที่หน้าละมั้ง นอกจากจากเยลลี่แล้วก็กินขนมอบเพิ่มด้วยดีกว่า 
 
"จริงด้วย ฉันมีของดีอยู่นะคะ เป็นของที่ได้มาจากแหล่งต้นตำรับจากทริปทัศนศึกษาเชียวค่ะ"
"แหม อะไรหรือคะ อโรม่าออยล์หรืออะไรเอ่ย"
 
สิ่งที่ท่านฟุยุโกะผู้กระตือรือร้นผิดจากธรรมดาหยิบออกมาจากกระเป๋าก็คือบอร์ดที่มีตัวอักษรเรียงราย และแผ่นอะไรบางอย่างเหมือนที่รองแก้วทรงรูปหัวใจเว้นป็นรูตรงกลาง ทางซ้ายขวาของบอร์ดเขียนไว้ว่า YES, NO ท่านฟุยุโกะเป็นคนของโลกฝั่งนั้นนี่นา... รูปทรงที่รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนทำให้ฉันรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก...
 
"...เอ่อ~ นี่คือ?"
"วีจีบอร์ดไงคะ เราสามารถใช้สิ่งนี้สื่อสารกับวิญญาณได้ เอาแผ่นแพลนเช็ท (planchette) นี่ไปวางไว้บนบอร์ด  เอามือไปแตะถามคำถามกับวิญญาณ แล้วเหล่าวิญญาณก็จะยืมมือของเรามาสิงสู่ที่แพลนเช็ท ให้คำตอบ YES หรือ NO อย่างนี้ไงคะ หรือจะสนทนากันผ่านตัวอักษรหรือตัวเลขทางนี้ก็ได้" 
 
...อื้อ ที่หวั่นใจไว้ก็แม่นจริงๆ  นี่มันผีถ้วยแก้วชัดๆ เลย
พอถามท่านฟุยุโกะอย่างเกรงๆ ว่า "นี่ผีถ้วยแก้วใช่ไหมคะ..." เจ้าตัวก็ปฎิเสธว่า "ไม่ใช่นะคะ วีจีบอร์ดค่ะ" แต่ยิ่งฟังวิธีใช้ที่ท่านฟุยุโกะอธิบายอย่างดีอกดีใจเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ผีถ้วยแก้วชัดๆ ท่านฟุยุโกะ หน้าตาออกแนวขุนนนางเฮอันแท้ๆ แต่รสนิยมด้านไสยศาสตร์เป็นแบบตะวันตกสินะคะ... 

"มีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ใช่ไหมคะ เอ้า ไม่ต้องเกรงใจนะคะ" 

ไม่ต้องๆ ถ้าจะปรึกษาเรื่องกลุ้มใจฉันจะไปหาคนเป็นๆ นะ! มันน่ากลัวนะ ไม่น่าจะเปิดกระดานเพราะนึกสนุกครึ่งๆ กลางๆ ไม่ใช่เหรอ! เดี๋ยวก็โดนวิญญาณร้ายสิงสู่หรอก! 

"อ้าว ตายจริง ป่านนี้แล้ว ขอโทษนะคะ เดี๋ยวฉันต้องไปชมรมต่อ  งั้นขอตัวก่อนนะคะ ท่านฟุยุโกะ" 

ฉันกำขนมอบหลายชิ้นไว้ในมือ หัวเราะโอะโฮะโฮะโฮะโฮะไว้พบกันใหม่แล้วเผ่นแน่บออกมา 
ความเหนื่อยล้าที่น่าจะได้เยลลี่แอปเปิลเยียวยาไปคืบคลานขึ้นมาบนแผ่นหลังหนักอึ้งอีกครั้ง หรือว่าที่หลังหนักๆ อยู่นี่เป็นเพราะวิญญาณชั้นต่ำ...!? กรี๊ดดดดด! น่ากลัวอ่า---! 
ฉันแวะตรงที่พักบันไดที่ไม่มีใคร ใช้กระเป๋าตบๆ หลังขับไล่วิญญาณร้ายออกไป 
 
---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

เยลลี่แอปเปิลเคี่ยวน้ำตาล 

วีจีบอร์ด กระดานผีถ้วยแก้วฝรั่ง (ก็บอกว่าไม่ใช่ไงคะ! by ท่านฟุยุโกะ) 

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 

 




NEKOPOST.NET