[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 229 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.229 - ตอนที่ 229


229.


ฉันสะอึกสะอื้นอำลาจากพวกเด็กๆ ชั้นเปอติต์ที่แสนน่ารัก ทิ้งสวนสวรรค์ไว้เบื้องหลัง แล้วคาบุรากิก็จับฉันลากพรืดๆ ไปยังห้องประชุมเล็กสถานที่ประจำ
 
ในตอนนั้น ฉันยังอิดออดหาข้ออ้างว่ายังอยากคุยกับพวกเด็กๆ ต่อ~ วันนี้มีธุระต้องไปต่อ~ คาบุรากิดูท่าจะอดรนทนไม่ไหวเลยโวยว่า "ช่างหัวมัน เอ้า ไปได้แล้ว!"  แล้วก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนฉันเตรียมลากไปด้วยกัน แต่ก็ต้องร้อง "เอ๊ะ...!" สะดุ้งเหลียวกลับมามองย้ำๆ ซ้ำสอง เล่นเอาหัวใจที่อ่อนไหวเหมือนขนมสายไหม บอบบางเหมือนพุดดิ้งเต้าหู้ของฉันสั่นคลอนอย่างรุนแรง

ไม่ใช่นะ! นี่เป็นเพราะเนื้อผ้าของชุดเครื่องแบบมันหนาหรอกนะ! เป็นเพราะใส่เสื้อเชิร์ตไว้ใต้เสื้อนอกเบลเซอร์เนื้อหนาหรอกนะ! มันเลยรู้สึกตันๆ ดูหนาหนักเข้าไปใหญ่! อย่านะ! อย่าบังอาจเปรียบเทียบขนาดมือตัวเองกับต้นแขนฉันเช็คความล่ำของต้นแขนเชียวนะ!


"แล้วเรื่องที่จะคุยมีอะไรไม่ทราบคะ"

ความลับเรื่องต้นแขนถูกเปิดเผย อารมณ์ฉันชิงบูดล่วงหน้าไปแล้ว พอนั่งปุ๊บก็เร่งยิกๆ ให้พูดออกมาให้เสร็จๆ คาบุรากิบ่นว่า "ทัศนคติไม่ดีเลยนะเธอ" แต่ใครจะไปสนล่ะยะ วันนี้ฉันมีคิวไปเรียนพิเศษต่ออีกนะ อยากกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้านก่อน ระหว่างทางขากลับนี่แวะซื้อดัมเบลไปด้วยดีกว่า...
คาบุรากิเห็นท่าทางฉันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนจงใจจะให้ได้ยิน แล้วเปิดปากออกอย่างยอมแพ้

"...ที่จะคุยก็คือ เรื่องช่วงเวลาอิสระในโรมที่ไปเที่ยวกับทาคามิจิน่ะ"
 
ก็คงงั้นละนะ ดูจากจังหวะแล้วไม่น่ามีเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้แล้ว เออๆ ว่ามาๆ ฟังอยู่ ไม่เห็นต้องถลึงตาจ้องกันเลยนี่ค้า เชิญค่ะ ต่อเลยๆ
 
"...ที่โรมก็เหมือนกับที่ปารีส พวกเราตระเวณไปตามร้าน Dolce ที่ทาคามิจิบอกว่าอยากลองกินด้วยกัน ที่ร้านทีรามิสุ เขาบอกว่าดูน่ากินไปหมดทุกอัน เลือกไม่ถูก ก็เลยสั่งมาหลายๆ อย่าง แล้วก็แบ่งกันกิน ท่าทางทาคามิจิจะถูกใจทีรามิสุสตรอว์เบอร์รี่ที่หากินได้ยากในญี่ปุ่น  ก็เลยถามมาว่าที่เหลือนี่ขอกินหมดเลยได้หรือเปล่า พอฉันบอกว่าตามสบาย ก็หัวเราะอย่างดีอกดีใจ บอกว่าขอบคุณนะ!..."
 
ดูเหมือนจะหวนระลึกถึงรอยยิ้มของวาคาบะจังในยามนั้นขึ้นได้ ริมฝีปากของคาบุรากิจึงเหยียดเป็นรอยยิ้ม คำพูดเลียนแบบผู้หญิงของคาบุรากินี่มันชวนอ้วกชะมัด ตะกี้ทำเป็นบีบเสียงนิดๆ ด้วยใช่มะ

เรื่องขี้อวดของคาบุรากิไม่ยอมหยุดเลย ไปร้านนั้น กินไอ้นั่น คุยเรื่องนั้น ตอนหยิบจานขึ้นมานิ้วโดนกันแวบหนึ่ง จนต่างฝ่ายต่างเก้อกันไปพักหนึ่ง พอถึงตรงนี้ฉันก็ชักอยากแหกปากร้อง อุก๊าาาา! ยกมือขึ้นมาขยี้หัวขยุกขยุย ชาวหมู่บ้านเอ๊ยยยย! ศัตรูบุก ศัตรูบุก! ศัตรูบุกแล้วเจ้าข้าาาา!

"เพียงแต่ ตอนเขาถามว่าจะซื้ออะไรไปเป็นของฝากให้เพื่อนที่กำลังชอปปิ้งที่นัดเจอกันตอนท้ายดี ฉันบอกของที่นึกขึ้นมาได้ออกไป แต่ปฎิกริยาเขาทะแม่งๆ ชอบกล"  

หืม ยังไงซะก็คาบุรากิทั้งคน คงแนะนำของที่มันห่างไกลเซนส์เงินๆ ทองๆ ของนักเรียนม.ปลายธรรมดาไปไกลโขล่ะสิท่า
 
อ๊ะ ไปโรงเรียนสอนพิเศษแล้วต้องอย่าลืมให้ของฝากพวกอุเมวากะคุงด้วย ฉันเตรียมขนมที่ยังไม่มีขายในญี่ปุ่นกับพวกเครื่องเขียนที่ซื้อจากอิตาลีมาให้ เลือกซื้อของฝากให้เพื่อนๆ ที่รร.สอนพิเศษหรือรุ่นน้องที่ชมรมงานฝีมือเนี่ยยากกว่าซื้อของให้พวกเด็กๆ ห้องเปอติต์เยอะเลย

ทำไมน่ะหรือ เป็นเพราะฉันมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าอยากให้คนรอบข้างมองว่าเป็นคนมีรสนิยมดีไงล่ะ

เพราะงั้นเวลาเลือกขนมถึงได้เลือกเฟ้นแล้วเลือกเฟ้นอีก ไม่มีทางโดนดูถูกว่าเป็นของฝากสิ้นคิดแน่นอน ตรงนี้แหละเป็นจุดแสดงรสนิยมล่ะ ต่อให้พลาดยังไงก็ไม่มีทางเอาขนมยัตสึฮาชิเป็นของฝากจากเกียวโต เอาถั่วแมคคาเดเมียเป็นของฝากจากฮาวายไปให้คนเก๋ๆ แน่นอน ไม่ว่าจะอร่อยแค่ไหนก็ตาม! แม้ว่าจะมีความอร่อยคงเส้นคงวาแบบว่าเปิดกล่องแล้วเกลี้ยงในพริบตาก็เถอะ!
 
สินค้าที่ยังไม่มีวางจำหน่ายในญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกของความพรีเมี่ยมเหนือชั้นแบบว่าหาทั่วไปไม่ได้ พอเข้าญี่ปุ่นมากลายเป็นกระแสในภายหลัง ก็จะเป็นที่พูดถึงได้ว่า "อ๊ะ นี่มันขนมที่ได้เป็นของฝากจากคุณคิโชวอิน (รุ่นพี่เรย์กะ) นี่นา"  สมแล้ว~ ทำเก๋ๆ ว่ารู้จักก่อนจะฮิตได้อีกนะ สะดวกดีแท้
 
ตัวฉันเองไม่ค่อยเชื่อมั่นในรสนิยมตัวเองเท่าไหร่ ก็เลยอยากให้คนเห็นว่าเป็นคนเก๋ไก๋มีสไตล์ อยากให้มีคนมาปลื้มว่าเป็นคนรสนิยมดี อยากเป็นคนจุดกระแสในซุยรัน---

"เฮ้ ฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า"
"ค่ะ แน่นอนค่ะ"

ฉันพยักหน้าหนักๆ ให้คาบุรากิเห็น

เรื่องเดทที่โรมยังมีต่อไปเรื่อยๆ ไปเดินเล่นย่อยอาหารใกล้ๆ แล้วก็ได้ไปดูโบสถ์ แวะไปแถวๆ ซากโบราณสถานด้วย วาคาบะจังเป็นปลื้มมากกับความเอร็ดอร่อยของเจลาโต้ร้านที่คาบุรากิแนะนำ โรมันฮอลิเดย์ช่างมีความสุขเหลือเกินนะยะ ดูเหมือนหลังจากนั้นก็จะค่อยๆ คลายความระมัดระวังลง สุดท้ายก็ลงจากรถแท็กซี่อย่างผ่าเผยใกล้ๆ สถานี Roma Termini ทำอะไรของนายน่ะ อุตส่าห์เตือนแล้วเตือนอีกให้ระวังสายตาคนขนาดนั้นแท้ๆ เพราะโดนคนเห็นเข้าทำให้สถานะของวาคาบะจังย่ำแย่ลงอีกแล้วไหมเล่า ตาบ้าเอ๊ย!

มีเด็กสาวๆ หลายคนใฝ่ฝันว่าอยากไปเดินเที่ยวยุโรปกับจักรพรรดิที่ปลาบปลื้มในทริปทัศนศึกษาครั้งสุดท้ายตอนม.ปลายนี้ หากคนที่ตัดหน้าได้สิทธินั้นไปคือวาคาบะจังที่ปกติก็ไม่ชอบขี้หน้าอยู่แล้ว ทำให้วาคาบะจังโดนว่าร้ายเอาตรงๆ ต่อหน้าว่า "ยัยขี้เหร่" "หน้าด้าน" ทั้งที่ก่อนหน้านี้การกลั่นแกล้งก็ค่อยๆ มอดไปแล้วนะ...
นอกจากนี้ ที่ลอนดอนก็ยังมีคนเห็นวาคาบะจังไปเที่ยวชมเมืองกับนายตัวสำรองด้วยนี่น้า คงโดนอัดจากแฟนๆ ฝั่งนั้นด้วยล่ะ

มิหนำซ้ำ จากข้อมูลของพวกเซริกะจัง ฉันเองก็ตกเป็นข่าวว่าไปชอปปิ้งกับเอ็นโจอย่างสนุกสนานที่ปารีส แล้วที่โรมก็ยังได้นั่งพูดคุยกับเอ็นโจและคาบุรากิในคาเฟ่ของโรงแรมที่พัก ได้รับของขวัญเป็นมาการองจากคาบุรากิ ตกเป็นข่าวลือไปไกลไม่น้อยหน้าวาคาบะจังเลย ช่างน่าหดหู่อะไรแบบนี้...

"แล้วก็นะ จากนี้ไปจะเข้าเรื่องล่ะ"
"เอ๋!?"

เรื่องพลอดรักพร่ำเพ้อที่เล่ามายาวเยื้อย (ภาคในโรม) นี่เป็นแค่การเปิดฉากเกริ่นไม่ใช่ประเด็นหลักเหรอ?! ยาวโคตรอ่ะ คาบุรากิ จะยาวไปถึงไหน สิ้นหวังแล้ว ขอเหอะ ช่วยไปสรุปประเด็นส่งเป็นเอกสารมาไม่ได้เหรอ...

"รู้สึกว่าเราพัฒนาความสนิทสนมขึ้นมาได้มากจากทริปทัศนศึกษาในครั้งนี้"
"เช่นนั้นหรือเจ้าคะ"
"ฉันก็เลยกะจะอาศัยจังหวะนี้ ลองชวนเขาไปเที่ยวหลายๆ ที่"
"คิดว่าดีมากทีเดียวเจ้าค่ะ"
"ไปที่ไหนดีล่ะ"
"ตามแต่พระประสงค์ของท่านเถิดเจ้าค่ะ"
"เฮ้ย ตั้งใจฟังให้มันดีๆ หน่อย!"

ก็เค้าฟังเรื่องรักๆ ของคนอื่นมาจนพุงกางแล้วนี่นา

"เรื่องเช่นนั้นควรจะนำไปปรึกษาท่านเอ็นโจมิตรสหายไม่ดีกว่าหรือคะ"
"ฉันคุยกับชูสุเกะแล้ว หมอนั่นก็ว่าให้ลองมาปรึกษาคิโชวอินนี่แหละ"  

...ไอ้หมอนี่ ผลักภาระมาให้ฉันหน้าด้านๆ เลยนะ

"อย่างที่ได้เรียนให้ทราบไปแล้ว คิดว่าเลือกสถานที่ที่คุณทาคามิจิจะไม่รู้สึกว่าโดนข่มก็ดีนะคะ"
"โดนข่มนะ"
"ตอนให้คำแนะนำในการเลือกของฝากไป มุมมองก็ไม่ตรงกันใช่ไหมล่ะคะ คิดว่าคงต้องระวังในจุดนี้ให้ดีๆ นะคะ"
"มุมมองนะ"
"ลองเช็กพวกนิตยสารดูเป็นไงคะ สกู๊ปรวมสถานที่เดทยอดฮิตน่ะค่ะ"
"จะให้พึ่งคู่มือมันก็น้า"

คาบุรากิกอดอก เงยหน้าขึ้นมองอากาศ

"จะว่าไป  ทาคามิจิบอกว่าจะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตในโรมกับเพื่อนด้วย เห็นว่าอยากหาซื้อของแปลกๆ ที่ไม่มีขายในซุปเปอร์ของญี่ปุ่น ...นี่ คิโชวอิน เธอเคยไปเดินซุปเปอร์หรือเปล่า"
"เคยสิคะ"

ฉันพยักหน้าอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่คาบุรากิทำหน้าตกใจ

"ซุปเปอร์เนี่ยนะ ไปทำอะไรน่ะ"
"ไปทำอะไรน่ะเหรอคะ..."

แน่นอนว่าเพื่อหาเสบียงมาตุนไว้ไงล่ะ ถ้าเป็นพวกขนมกับบะหมี่ถ้วยก็ต้องไปซุปเปอร์สามัญชน ส่วนซุปเปอร์ไฮโซที่แวะไปนานๆ ครั้งก็ไปซื้อพวกกับข้าวไว้ทานมื้อดึก หรือไม่ก็พวกขนมนำเข้า เลือกใช้ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ด้วยนะ ส่วนวันที่เลือกใช้บริการก็เป็นวันที่ได้พอยต์เพิ่ม 5 เท่าไงล่ะ
 
"...สำรวจตลาดไงล่ะคะ"
"สำรวจตลาด?"
"การรู้เห็นโต๊ะกินข้าวของแต่ละครอบครัว ก็เท่ากับรู้เห็นญี่ปุ่นในเวลานี้ยังไงล่ะคะ!"
 
ดวงตาของคาบุรากิที่จับจ้องฉันอยู่หรี่ลงอย่างเคลือบแคลง

"แล้วมันต่างกับร้านสะดวกซื้อยังไง"
"แหม พูดอะไรกันน่ะค่ะ! สินค้าครบครันต่างกันเลยนะคะ!"
 
ในซุปเปอร์ยังมีขนมชุดยักษ์แบบแฟมิลี่แพ็คที่ไม่มีขายในร้านสะดวกซื้อด้วยนะ อา แฟมิลี่แพ็คอันแสนเย้ายวน...!
 
"ก็เป็นสถานที่เช่นนั้นแหละค่ะ ท่านคาบุรากิ"
 
ฉันส่ายศีรษะไปมาอย่างอ่อนใจ แล้วคาบุรากิก็ทำหน้าฉุนๆ
 
"ดีล่ะ! งั้นตรงไปซุปเปอร์กันเลย!"
"หา?"
 
คาบุรากิผุดลุกขึ้นประกาศกร้าวราวกับจะเตรียมลากฉันตรงดิ่งไปซุปเปอร์ด้วยกันในบัดนี้
 
"ฉันก็อยากมีประสบการณ์กับซุปเปอร์ที่ทาคามิจิสนใจเหมือนกัน ฉันจะช่วยเธอสำรวจตลาดอะไรนั่นเอง เอ้า เธอก็รีบลุกขึ้นเร็วๆ เข้าสิ!"
"ดะ เดี๋ยวก่อนสิคะ วันนี้ฉันต้องไปเรียนพิเศษต่ออีกนะ"
"เรียนพิเศษ?"
"ค่ะ"  

คาบุรากิทำหน้าไม่พอใจที่โดนขัดจังหวะ แต่ฉันไม่ยอมหรอก อีกเดี๋ยวก็จะสอบกลางภาคแล้วนะ หัดดูหนังสือบ้างซี่

"...เข้าใจแล้ว งั้นจะไปเมื่อไหร่"
"เอาไว้หลังสอบกลางภาคเสร็จ..."
"ช้าไป! พรุ่งนี้ล่ะ? งั้นสุดสัปดาห์ล่ะ?"  
 
พรุ่งนี้ สุดสัปดาห์... จักพรรดิ นี่นายว่างสินะ น่าเวทนา จักรพรรดิแห่งซุยรันผู้มีกำหนดการขาวโพลน ช่างน่าเศร้า อุฮุฮุ

"ทำสายตาแบบนั้นทำไม"
"เปล่านี่คะ ไม่มีอะไร"
 
โอะโฮะโฮะ ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันมีกำหนดการแน่นไปหมด กว่าจะพอเจียดเวลาว่างได้ก็คงเป็นสัปดาห์หน้านั่นแหละค่า~ คนว่างๆ นี่ช่างน่าอิจฉาเหลือเกินนะค้า~
 
"ถ้าอยากไปขนาดนั้น ทำไมไม่ไปเองคนเดียวหรือชวนท่านเอ็นโจไปด้วยกันล่ะคะ"
"...ฉันกับชูสุเกะจะไปซุปเปอร์ด้วยกันทำไม"
 
ฉันแอบขำกับคาบุรากิที่ทำปากยื่นอย่างงอนๆ ขณะเปิดประตูห้องประชุมออกไป
ช่วยไม่ได้นะ ลองไปทำรีเสิร์ชเรื่องสถานที่เดทของเด็กม.ปลายธรรมดาๆ ให้หน่อยก็ได้

 ---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

อันของฝากสิ้นคิดที่ท่านเรย์กะเปรียบเปรย ก็เสมือนหนึ่งไปสุพรรณแล้วซื้อขนมสาลี่ ไปนครสวรรค์แล้วซื้อขนมโมจิมากฝากนั่นเอง อร่อยก็จริง แต่ให้ความรู้สึกแบบว่าเหมาโหลจากศูนย์ของฝากไรงี้...

ขนมยัตสึฮาชิจากเกียวโต เป็นแป้งบางๆ ห่อไส้หลากรส กินกับชาเชียวเข้มๆ อร่อยม้ากกก

ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :)

 




NEKOPOST.NET