[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 227 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.227 - ตอนที่ 227


 

227.


กลับมาแล้วจ้า ญี่ปุ่น~~!
เฮ้อ~ ยุโรปเนี่ยไปเมื่อไหร่ก็ได้เห็นบ้านเมืองสวยๆ ทั้งข้าวของทั้งผู้คนก็มีบรรยากาศเก๋ไก๋มีสไตล์ สนุกสนานทุกวันคืน แต่ยังไงญี่ปุ่นก็สบายใจที่สุดจริงๆ ละน้า~ ชาเขียวดีกว่าชาฝรั่ง ข้าวขาวดีกว่าขนมปัง พอกลับมาบ้าน สิ่งที่ฉันทำเป็นอย่างแรกก็คือทานโอชาสึเกะปลาแซลมอนกับบ๊วย! ฮื้อ~ นี่ล่ะน้ารสชาติของญี่ปุ่น~ 

ทริปทัศนศึกษาของซุยรันกำหนดไว้ให้ตรงกับช่วงโกลเด้นวีคเพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบกับชั่วโมงเรียนมากนัก ช่วงนั้นพวกท่านพ่อก็ออกไปเที่ยวเหมือนกัน แต่ก็อุตส่าห์กลับมาให้ทันวันที่ฉันจะเดินทางกลับญี่ปุ่น  ของฝากกองพะเนินตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น ต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องการเดินทางให้กันฟัง แน่นอนว่าท่านพี่ก็ด้วยนะคะ!

"ทริปทัศนศึกษาสนุกไหม"
"ค่ะ สนุกมากเลย! พวกท่านพ่อล่ะคะ"
"ก็สนุกนะ แต่เหนื่อยนิดหน่อย"
"เพราะคุณเอาแต่เล่นกอล์ฟน่ะสิคะ" 
 
ท่านแม่ผิวใสเด้งดึ๋งจากเอสเต้ที่เหมือนจะไปรับบริการมาจากสถานที่ท่องเที่ยว แต่ท่านพ่อดูโทรมๆ ไปหน่อยมั้ง? ส่วนท่านพี่บอกว่าไปเที่ยวฮอกไกโดกับเพื่อนๆ สมัยมหาลัย ซื้อขนมของโปรดของฉันกลับมาฝากเพียบเลย ดีใจจัง! ช็อกโกแลตข้าวโพดเนี่ยพอได้กินแล้วก็หยุดไม่อยู่เลย~
 
ระหว่างเดินทางนี่ไม่ได้รู้สึกคิดถึงบ้านเลยนะ แต่พอได้เห็นหน้าครอบครัวหลังห่างหายไปเป็นสิบวัน ก็รู้สึกดีอกดีใจยังไงไม่รู้ ต้องคอยกระแซะใกล้ๆ แล้วก็พูดคุยเจื้อยแจ้วอย่างตื่นเต้นสุดๆ เอะเฮะเฮะ ความจริงอาจจะเหงาหน่อยๆ ก็ได้มั้ง? ขนาดพุงทานุกิกลมๆ ของท่านพ่อยังดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมาได้ โฮมซิคนี่น่ากลัวจริงๆ น้า 
 
ท่านพี่คะ ดูสิๆ น้องซื้อของฝากมาให้ท่านพี่เยอะแยะเลยนะคะ! เฮ้อ~ สนุกจัง เฮ้อ~ มีความสุขจัง 
 

---แต่จะลืมเสียไม่ได้ว่าฉันได้สูญเสียสิ่งสำคัญไปในปลายทางของการเดินทาง นั่นก็คืออุณาโลม 
 
ฉันเพิ่งมารู้สึกถึงการสูญเสียในคืนวันสุดท้ายที่อยู่ในโรมจนตื่นตระหนกไปหมด พอตื่นมาตอนเช้าก็ลืมไปเสียสนิท แต่ผลกระทบที่ได้รับจากการที่ขนโชคลาภอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขสมบูรณ์หลุดร่วงไป เริ่มคืบคลานเข้ามาหาฉันแล้ว 
 
ก่อนอื่นก็เริ่มจากที่มุมห้องของฉัน 
 
ต้นโฮย่าเลิฟเลิฟฮาร์ตที่ได้รับมาจากการแลกเปลี่ยนของขวัญเมื่อคริสต์มาสปีที่แล้วเป็นอันเน่าตาย  ต้นโฮย่าที่เคยมีใบสีเขียวสดเปล่งประกายบัดนี้กลายสภาพเป็นสีน้ำตาลตุ่นๆ งอก่องอขิงไปเรียบร้อย
 
รู้สึกว่าที่ฉันรดน้ำตุนไว้ให้เยอะๆ ไม่ให้แห้งเหี่ยวเพราะจะหายจากบ้านไปนานจะไม่ดีสินะ อาจเป็นด้วยระหว่างที่ฉันกำลังเดินทางข้ามยุโรปอยู่นั้น ที่ญี่ปุ่นอุณหภูมิลดต่ำลงมากส่งผลซ้ำเติม ขอโทษนะ โฮย่าจัง! อภัยให้ฉันด้วยเถอะนะ!
ว่ากันว่าถ้าคอยพูดกับพวกพืชพันธุ์ไม้จะทำให้มันโตไว ฉันก็เลยพูดคุยกับโฮย่าจังทุกวัน โฮย่าจังคอยรับฟังคำบ่นของผู้ใหญ่บ้านคานทองอย่างฉันทุกวัน เอาเครื่องดื่มบำรุงกำลังไปรดให้ก็คงไม่ไหวมั้งหนิ รู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นเน่าหน่อยๆ ด้วย... 
 
ต้องขอโทษคิตะซาวะคุงที่อุตส่าห์ให้มาเป็นของขวัญจริงๆ พูดไม่ได้เด็ดขาดว่าผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งปีก็เหี่ยวตายแล้ว โอย ความรู้สึกผิดมัน... 
ต้นโฮย่าที่เชื่อกันว่าจะทำให้รักสมหวังจากใบที่เป็นรูปหัวใจ ได้ชื่อว่าเป็นเลิฟเลิฟฮาร์ต ฉันเองก็อธิษฐานกับโฮย่าจังไปว่า "ขอให้ปีนี้ได้มีความรักแสนหวาน" แต่จนถึง ณ จุดนี้ยังไม่เห็นมีทีท่าว่าจะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นเลย แต่ปล่อยให้พืชบันดาลรักเน่าตายแบบนี้เป็นลางร้ายสุดๆ อ่ะ ชักเครียดแล้วไง โฮย่าจัง อย่าแค้นกันเลยนะจ๊ะ ไปที่ชอบๆ เถอะอย่าหลงวนเวียนอยู่ในโลกนี้เลย 


ในวันแรกของเช้าวันไปโรงเรียนหลังกลับมาจากทริปทัศนศึกษา ฉันก็ถูกปลุกด้วยเสียงร้องคุกคูหนวกหูกับเสียงปีกกระทบกันพรึ่บพั่บๆ 
ฉันย่องไปแง้มม่านที่ระเบียงเปิดออกแม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างแรงกล้า แล้วก็พบนกพิราบเข้าสองตัว! 
เช้ามาก็เจอนกพิราบศัตรูฟ้าประทาน! ต้องไล่ไปให้พ้น! ฉันกลัวว่าถ้าเปิดหน้าต่างมันจะบินเข้ามาในห้อง ก็เลยเคาะกระจกหน้าต่างก๊อกๆ บอกให้พวกนกรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้นะ นกพิราบทั้งสองตัวโผบินออกไปทันทีตามที่คาด โชคดีไป... 
 
โธ่ รุ่งเช้าที่สดใสของฉันหมดกันเลย เจ้าพวกนั้นคงไม่ได้มาอึที่ระเบียงห้องฉันหรอกนะ ฉันเช็กดูว่าไม่มีนกพิราบอยู่ใกล้ๆ แล้วค่อยเปิดหน้าต่างออก ดูท่าทางจะไม่มีอึนะ... พอเหลือบมองดูที่ปลายระเบียงนอกห้องใต้เครื่องปรับอากาศ ไม่รู้ทำไมถึงมีเศษกิ่งไม้กองอยู่ที่พื้นเต็มไปหมด อะไรเนี่ย...

"อุหวาาาาาา!"
 
ในรังมีวัตถุกลมๆ ขาวๆ อยู่ด้วย! หรือว่านี่จะเป็นไข่นก!? นกพิราบมาไข่ทิ้งเอาไว้! แถมยังมีตั้งสองฟอง!
ร้ายกาจอะไรอย่างนี้ เจ้าพวกนั้นเป็นคู่ผัวตัวเมียกันเรอะ ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ก็พากันมาสร้างรังอย่างสุขสันต์ แล้วก็ออกไข่ ทำไงดีล่ะ ฉันกลัวไม่กล้าจัดการกับไข่นกคนเดียวหรอก ตายแล้ว ถ้าเกิดมันมาฟักต่อหน้าต่อตาฉันล่ะจะทำไงดี! 

ฉันรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วไปเรียกคนมา ขอร้องละค่ะ กรุณาทำอะไรแทนฉันผู้ขลาดกลัวคนนี้ด้วยเถอะค่ะ...
คุณแม่บ้านที่อุตส่าห์มาถึงที่ห้องมองเห็นรังนกแล้วก็ตกใจ 

"ระหว่างที่คุณหนูเรย์กะไม่อยู่ ดิฉันแค่เข้ามาระบายอากาศในห้อง แต่ไม่ได้ดูไปถึงข้างนอก  ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ"
"อื๋อ ก็มาทำรังไว้ตรงตำแหน่งที่อับสายตาคนด้วยนี่เนอะ ช่วยไม่ได้นะคะ" 
 
ที่สำคัญ ในห้องฉันก็มีของที่ไม่อยากให้คนเห็นอยู่เยอะแยะ ไม่ว่าจะพวกขนมขบเคี้ยว เงินที่แอบเก็บออมไว้ ปกติระหว่างที่ตัวเองไม่อยู่ก็จะขอให้จำกัดพื้นที่ทำความสะอาดให้น้อยที่สุดอยู่แล้ว ส่วนตัวเองก็ใช้โรบอตดูดฝุ่นทำความสะอาดเอา วิทยาการของมนุษย์นี่ช่างวิเศษจริงๆ  แต่บางทีก็เจอตัวเคซารันพาซารันมาซ่อนอยู่ใต้เตียงเหมือนกันนะ

"ตอนทำความสะอาดเมื่อวันก่อนก็ยังไม่เห็นเลยนะคะ"
"งั้นก็เพิ่งมาทำรังได้ไม่นานสินะคะ" 
 
ก่อนเดินทางยังไม่ได้ยินเสียงร้องหรือเสียงปีกเลยนี่นะ หรือว่านี่ก็เป็นเพราะอุณาโลมคุ้มกายหายไป...!
 
"อ๊ะ! นกพิราบกลับมาอีกแล้ว! มาเกาะที่ราวจับแล้ว!"
"เดี๋ยวเถอะ! ไปทางโน้นไป๊!"
 
คุณแม่บ้านช่วยไล่ไปให้ได้ก็จริง แต่ตราบใดที่รังยังอยู่ก็คงต้องกลับมาเรื่อยๆ แน่เลย ยังไงซะตรงนี้ก็มีไข่อยู่ด้วยนี่นา
 
"มีอะไรกันเหรอ ตั้งแต่เช้าแบบนี้"
"ท่านพี่!" 
 
สงสัยจะส่งเสียงเอะอะ ท่านพี่ก็เลยมายืนอยู่หน้าประตูห้องฉันที่เปิดค้างไว้ 
 
"ท่านพี่คะ ฟังน้องหน่อยสิคะ! ที่ระเบียงมีรังนกพิราบ! แถมยังออกไข่ไว้ด้วยนะคะ!"
 
ฉันฟ้องท่านพี่เรื่องรังนกกับไข่ทันที

"รังนกพิราบเหรอ อ้อ จริงด้วย" 
 
คุณแม่บ้านเสนอว่า "ให้ดิฉันเอาไปทิ้งที่สวนสาธารณะใกล้ๆ ดีไหมคะ" ขอบคุณนะ! ช่วยหน่อยได้ไหมคะ
แต่ท่านพี่กลับคัดค้าน 
 
"ไข่นกป่าได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายพิทักษ์สัตว์ป่า จะกำจัดทิ้งโดยพลการไม่ได้นะ"
"เอ๋-----!"
 
งั้นจะให้ทำไงล่ะ!? ถ้าไข่ฟักตัวเมื่อไหร่มิลงหลักปักฐานกันเป็นครอบครัวอยู่กันชั่วกาลนานเลยเหรอ! จะประมาทสัญชาติญาณกลับรังของนกพิราบไปไม่ได้นะ! ระเบียงห้องของฉันจะกลายเป็นที่พักถาวร! กลายเป็นนิวาสถานหลังสุดท้ายของพวกนกพิราบไปไม่ได้นะ!

"น้องทนแชร์ห้องกับนกพิราบไม่ได้นะคะ ท่านพี่!"
 
ฉันอ้อนวอนทั้งน้ำตา

"...ติดต่อไปทางศูนย์พิทักษ์สัตว์ซิ"  
 
โอ้! สมเป็นท่านพี่! ช่างพึ่งพาได้จริงๆ!
คุณแม่บ้านบอกว่าจะติดต่อไปทางศูนย์พิทักษ์สัตว์ในทันทีที่เปิดทำการ ฉันเลยขอให้จัดการให้ด้วย เฮ้อ เท่านี้ก็คงแก้ปัญหาได้ไปเปลาะหนึ่งแล้วมั้ง?  
 
"ขอบคุณนะคะ ท่านพี่ ขอโทษนะคะที่วุ่นวายแต่เช้า"
"ไม่หรอก ได้ความรู้สึกว่าเรย์กะกลับมาบ้านแล้วเลยล่ะ..." 

ท่านพี่ยิ้มอย่างยากจะบรรยาย แล้วตบหัวฉันปั่บๆ 

สงสัยว่าจะเป็นห่วงเส้นประสาทบอบบางของฉันที่ถูกกระทบกระเทือนจากความช็อกเรื่องรังนก ท่านพี่เลยบอกว่าจะขับรถไปส่งให้ ว้าย~ ท่านพี่ที่ขับรถในชุดสูท เท่ที่สุดเลย! 

"แต่เมื่อเช้าตกใจหมดเลยนะคะ ไม่นึกเลยว่าจะมีนกพิราบมาทำรังที่ห้องน้อง"
"นั่นสินะ"

ไม่หยุดอยู่แค่การหย่อนระเบิดโจมตีจากฟากฟ้า  ในที่สุดก็บุกมาถึงฐานทัพแล้วเหรอ แกนะแกเจ้านกพิราบ! แถมยังมาเป็นคู่อีก เป็นแค่นกพิราบแท้ๆ มาทำเป็นกระหนุงกระหนิงกันประเจิดประเจ้อ แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ ฤดูใบไม้ผลินี่นา 
 
"ฤดูใบไม้ผลิก็เป็นฤดูสืบพันธ์นี่นะคะ ถ้าผ่านช่วงนี้ไปคงสบายใจได้แล้ว"
"น่าเสียดาย นกพิราบมีฤดูผสมพันธ์ตลอดปี ปีนึงๆ วางไข่ได้หลายครั้งนะ"
"เอ๋----!" 
 
อะไรเนี่ย! เพิ่งรู้เป็นครั้งแรกนี่แหละ!?
 
"เรย์กะ อย่าโผมาเกาะแขนพี่ระหว่างขับรถนะ มันอันตราย"
"ขอโทษค่ะ" 
 
ผสมพันธ์ตลอดทั้งปีเหรอ! ช่างไม่รู้จักควบคุมกำหนัดเสียบ้างเลย! ยกโทษให้ไม่ได้แล้ว เจ้าพิราบ สมแล้วที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของฉัน ที่แท้แม้กระทั่งนกพิราบก็ยังเป็นประชากรนกของหมู่บ้านมีรัก! 

"แสดงว่าครั้งนี้ต่อให้กำจัดรังไป นกก็อาจจะกลับมาวางไข่ใหม่ได้ในระยะอันใกล้นี้เหรอคะ!?"
 
อย่ามาล้อเล่นนะ มาอี๋อ๋อกันตรงระเบียงบ้านคนอื่นนี่ฉันไม่ยอมเด็ดขาด! 
 
"พี่สั่งให้วางมาตรการไล่นกแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"
"ท่านพี่!"
"เรย์กะ อย่าโผมาเกาะแขนพี่ระหว่างขับรถนะ มันอันตราย"
"ขอโทษค่ะ" 
 
มาตรการไล่นกนี่ยังไงนะ กางตาข่ายกั้นหรือแขวนแผ่น CD ไรงี้น่ะเหรอ หรือว่าจะวางกับดักกันนะ
 
"จริงด้วย ท่านพี่คะ น้องซื้อของฝากมาให้ท่านอิมาริด้วย อยากหาเวลามอบให้น่ะค่ะ ไม่รู้ว่าท่านอิมาริจะมีกำหนดการแวะมาที่บ้านในเร็วๆ นี้ไหมคะ"
"ส่งไปทางไปรษณีย์ก็ได้"  
 
เอ๋~ ปรกติฉันก็ได้รับของขวัญต่างๆ นานาจากท่านอิมาริอยู่บ่อยๆ ครั้งนี้ก็อยากฝากฝังความรู้สึกขอบคุณมอบให้กับมือตัวเองบ้างนี่นา ส่งให้ทางไปรษณีย์ก็จืดชืดแย่เลย ตอนวาเลนไทน์น่ะใช้บริการส่งของเพราะเห็นว่าเป็นของสดหรอกนะ 
ท่านพี่ชำเลืองมองเห็นฉันหน้ามุ่ย ในที่สุดก็เลยว่า "เอาเป็นว่าจะฝากบอกให้ก็แล้วกัน" ฝากด้วยนะคะ ท่านพี่! 
 


พอมาถึงโรงเรียน ก็เห็นพวกประชากรที่เพิ่งโอนย้ายไปอยู่หมู่บ้านมีรักจากทริปทัศนศึกษาอยู่ตรงโน้นตรงนี้เต็มไปหมด น่าโมโหนัก... 
ชาติที่แล้วฉันก็คิดนะ ว่าโรแมนซ์ของทริปทัศนศึกษาที่ได้ยินบ่อยๆ น่ะมันเกิดขึ้นตรงไหน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ 
 
"สวัสดีค่ะ ท่านเรย์กะ กำลังคุยกันเรื่องทริปทัศนศึกษากันอยู่เลยค่ะ"
"สวัสดีค่ะ ทุกท่าน"  
 
พอเข้าไปในห้องเรียน ก็เห็นว่าพวกเพื่อนๆ ที่มาถึงก่อนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่  ฉันก็อยากเล่าเรื่องความทรงจำของการทัศนศึกษาเหมือนกันน้า~ คุยด้วยๆ  
 
"ทริปทัศนศึกษาสนุกจังเลยนะคะ ตอนนี้คุยเรื่องประเทศไหนกันอยู่เหรอคะ"
"เรื่องนั้น... ท่านเรย์กะคะ ความจริงแล้วมีข่าวว่ามีคนเห็นท่านคาบุรากิกับคุณทาคามิจิออกมาจากคาเฟ่ด้วยกันที่โรมด้วยนะคะ..."
"เอ๋!" 
 
อะไรกันเนี่ย อุตส่าห์ย้ำแล้วย้ำอีกว่าทำอะไรให้ระวังรอบข้างแท้ๆ ยังโดนจับได้อีกเรอะ!
 
"ใช่ท่านคาบุรากิจริงๆ น่ะเหรอ  ดูคนผิดหรือเปล่าคะ" 
"แต่อย่างท่านคาบุรากิจะมีคนดูผิดได้เลยเชียวเหรอคะ" 
 
...ก็ตาบ้านั่นสะดุดตาอย่างเสียเปล่านี่นะ
ข่าวลือเรื่องเดทของจักรพรรดิในโรมแพร่กระจายไปในพริบตา ร้านนั้นเป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังว่ามีทีรามิสุที่อร่อยเป็นพิเศษ  มีคนเห็นทั้งสองคนออกมาจากร้านอย่างสนิทสนมแล้วขึ้นแท็กซี่จากไปด้วยกัน

ไม่มีใครกล้าไปถามคาบุรากิ ทุกคนเลยไปรุมถามวาคาบะจังแทน วาคาบะจังโดนรุมกันมากๆ เข้าก็ทำตาปริบๆ กลบเกลื่อนไปว่า "พอดีบังเอิญเจอกัน..." แต่ก็ยังอธิบายไม่ได้อยู่ดีว่าถ้างั้นแล้วขึ้นรถแท็กซี่ไปด้วยกันทำไม สุดท้ายแล้วก็ไม่ถึงขั้นความแตกว่าไปตระเวณกินร้านของหวานด้วยกัน แต่ในโรงเรียนก็เป็นที่รู้กันว่าสองคนนั้นได้ใช้เวลาด้วยกันพักหนึ่งในโรม  
เฮ้อ กลับญี่ปุ่นได้ไม่ทันไรก็สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากอีกล่ะ!
 

พอกลับบ้านไป ก็เห็นว่าที่ระเบียงห้องฉันมีดอกกุหลาบบานสะพรั่งอยู่พรึ่บ ที่ราวจับก็มีเถากุหลาบพันอยู่ด้วย น่ารักมากเลย นี่แหละระเบียงห้องของสาวน้อยล่ะ โอ้ววว มีดอกอุราระด้วย 
แต่ขณะกำลังนึกอยู่ว่าทำไม ก็มีคนมาบอกว่านกพิราบเกลียดกลิ่นหอมของดอกกุหลาบ หลังกำจัดรังกับไข่นกไปแล้ว ก็ขอให้คุณคนสวนมาช่วยจัดฉากให้ ก็จริงอยู่ว่าที่ระเบียงคฤหาสน์ตระกูลคิโชวอินนี่คงเอา CD มาห้อยๆ หรือขึงตาข่ายดักนกไม่ได้หรอก เพื่อรักษาหน้าคนในบ้านอ่ะนะ 
แต่ฉันเป็นสตรีผู้มีนิ้วโป้งสีน้ำตาล ไม่ใช่นิ้วโป้งเขียว ขนาดกระบองเพชรยังทำเหี่ยวคามือมาแล้ว แล้วกุหลาบที่ห้องฉันนี่จะทนอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ...
คุณพระคุณเจ้า ได้โปรดขอให้พรุ่งนี้อย่ามีนกพิราบบินมาเลยค่ะ 
 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

โอชาสึเกะ (ข้าวต้มน้ำชา) แซลมอนกับบ๊วย 

ช็อกโกแลตข้าวโพด 

เคซารันพาซารัน สิ่งมีชีวิต (?) ลึกลับมีลักษณะเป็นก้อนสีขาวๆ ปุยๆ เด็กประถมที่ญี่ปุ่นเชื่อกันว่าถ้าเลี้ยงไว้จะนำโชคดีมาให้ แต่ในกรณีของท่านเรย์กะน่าจะเป็นใยแมงมุมเฉยๆ น่ะแหละ ไม่ต้องมาเนียน   


ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET