[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 226 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.226 - ตอนที่ 226 ซาโตมิ ยูคินาริ


226. ซาโตมิ ยูคินาริ 


ผมเองก็ไม่ได้เป็นคนขี้อายอะไร ไม่ได้เลือกคบคนเป็นพิเศษ แต่พอขึ้นชั้นม.ปลายแล้วเจออาจารย์ที่ปรึกษาสั่งว่าให้เป็นกรรมการห้องคู่กับคิโชวอิน เรย์กะคนนั้น ความจริงก็ถึงกับผวาอยู่หน่อยๆ ว่า 'หวา เอาจริงดิ่!?'

คิโชวอิน เรย์กะ -- ผู้เป็นสมาชิก Pivoine ที่เป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ในโรงเรียนซุยรัน เจ้าแม่ผู้เป็นใหญ่เหนือพวกผู้หญิง เล่าลือกันว่านักเรียนที่ทำให้เธอไม่พอใจจะถูกกลบฝังลงในความมืดโดยไม่มีผู้ใดรู้เห็นด้วยฝีมือผู้ใต้ปกครอง... 
ก็รู้หรอกน่าว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่กรรมการห้องน่ะถึงชื่อจะดูดีมีตำแหน่ง แต่เอาจริงๆ ก็เหมือนคนดูแลงานธุรการจุกจิกของห้องเสียมากกว่า  Pivoine จะลดตัวลงมาทำงานจิปาถะแบบนี้จริงๆ น่ะเร้อ สงสัยต้องได้เกรงอกเกรงใจอะไรกันเยอะแยะ วุ่นวายชะมัดเลยน้า นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในตอนนั้น 
 
ในตอนนั้น อาคิสะวะก็เข้ามาทักผม 
 
"ซาโตมิ ได้ยินว่าเป็นกรรมการห้องคู่กับคุณคิโชวอินเหรอ"
"อา อื้อ จะว่าไป อาคิสะวะสนิทกับคุณคิโชวอินนี่นา" 
 
ตอนม.ต้น เคยเห็นพูดคุยกันอยู่บ่อยๆ นี่นะ
 
"ตอนนี้เพื่อนสมัยเด็กของฉันสนิทกับคุณคิโชวอินมากกว่าอีกนะ"
"เพื่อนสมัยเด็กที่ว่านี่ใช่เด็กผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า ที่มาในงานโรงเรียน รู้สึกจะชื่อคุณฟูจิโอกะ..."
"อื้อ" 
 
เพื่อนสมัยเด็กของอาคิสะวะเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักใสบริสุทธิ์ท่าทางเรียบร้อยเหมือนยามาโตะ นาเดชิโกะ อาคิสะวะบอกว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็ก แต่จริงๆ คงเป็นแฟนแหละ
 
"ผมกับคุณคิโชวอินเคยเรียนพิเศษที่เดียวกันสมัยประถมก็เลยได้เป็นเพื่อนกัน แล้วก็พลอยสนิทสนมกับซากุระโกะไปด้วย ตอนนี้สองคนนั้นกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้วนะ"
"เห~"
 
อาคิสะวะพูดเต็มปากเต็มคำหน้าตาเฉยว่าเป็นเพื่อนกับคิโชวอิน เรย์กะคนนั้น ยอดไปเลยนะ อาคิสะวะ
 
"จริงด้วย เวลาคุณคิโชวอินดูเหนื่อยๆ ลองให้ขนมทานดูนะ เผื่อจะสดชื่นขึ้น"
"อะไรของนายน่ะ"
"ตั้งแต่สมัยประถมแล้ว พอท้องหิวเธอก็จะดูซึมๆ ไปไม่ค่อยร่าเริง แต่พอให้ขนมก็จะกลับมากระปรี้กระเปร่านะ ซากุระโกะยังบอกเลยว่าขอแค่มีของกินยัยนั่นก็จะอารมณ์ด... อ่า เปล่า  ไม่มีอะไร" 
 
อาคิสะวะรีบตัดจบคำพูดของตัวเองอย่างลนลานแล้วว่า "เอาเป็นว่า ซาโตมิคุงก็อย่าไปมีอคติอะไรกับคุณคิโชวอินเลย เธอมักจะถูกเข้าใจผิดได้ง่าย แต่เนื้อในเป็นคนดีแล้วก็ขยันขันแข็งนะ" ว่าแล้วก็กลับห้องของตัวเองไป
 
เป็นคนดีแล้วก็ขยันขันแข็งเรอะ เออ ลองดูท่าทีไปก่อนก็แล้วกัน... แต่คิโชวอิน เรย์กะผู้เป็นสมาชิก Pivoine เนี่ยนะจะกินอะไรแบบว่าขนมแล้วสดชื่นขึ้นมาได้ จะเป็นไปได้ไงเล๊า อาคิสะวะ 
 
จากนั้นมาผมก็เริ่มทำงานในฐานะกรรมการห้องร่วมกับคุณคิโชวอิน แต่การทำงานของเธอถือว่าทรยศต่อความคาดหมาย ตัวคุณคิโชวอินมีภาพลักษณ์ว่านั่งเฉยๆ ไม่กระดุกกระดิกแค่ส่งสายตาบัญชาลูกน้องให้ทำงานให้ตัวเอง แต่เธอกลับเป็นฝ่ายเสนอตัวรวบรวมงานที่ต้องนำส่งแล้วยกไปที่ห้องอาจารย์หรือห้องสภานักเรียนด้วยตัวเองราวกับเป็นเรื่องธรรมดา เติมอุปกรณ์ของใช้ที่พร่องไปก่อนที่ผมจะทันได้สังเกต เรียกได้ว่าทำงานกรรมการห้องดีกว่าผมเสียอีก จะตัดสินคนจากภาพลักษณ์ภายนอกไม่ได้อย่างที่อาคิสะวะว่าจริงๆ 

แล้วมีความคำนวณผิดที่น่าดีใจด้วย พอมีคุณคิโชวอินอยู่ การรวบรวมงานส่งอาจารย์นี่ไวผิดปกติ ไม่ใช่แค่นักเรียนลูกหม้อ แต่พวกนักเรียนกลุ่มนอกที่เพิ่งสอบเข้ามาก็เหมือนจะมีสัญชาติญาณตรวจจับอันตรายได้ว่าจะหือกับคนคนนี้ไม่ได้ เทียบกับห้องอื่นแล้วห้องเราดูแลง่ายสบายบรื๋อกว่าเยอะ ขอบใจนะ คุณคิโชวอิน 
 
ผมเองก็จะปล่อยให้คุณคิโชวอินทำอยู่คนเดียวไม่ได้ ตัวเองก็ต้องลงมือทำงานบ้างแล้วล่ะ เอกสารส่งสภานักเรียนนี่ผมเอาไปส่งให้เองนะ อ๊ะ เอกสารโดนฉกไปแล้ว เปล่านะ ผมไม่ได้จะตัดหน้าเอางานไปส่งนะ ไม่ต้องรีบวิ่งก็ได้... อ๊ะ สะดุดตรงที่ที่ไม่มีอะไรก็ได้ด้วยแฮะ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเอกสารอีก 
คุณคิโชวอินวิ่งหายไปทางห้องสภานักเรียน ขยันจริงๆ...หรือเปล่านะ ดูเหมือนมีจุดหมายอะไรไม่บริสุทธิ์ใจแฝงอยู่... 
 
ส่วนเรื่องนักเรียนกลุ่มนอกนั้น เพิ่งเข้าโรงเรียนมาได้ไม่กี่วันก็คงช่วยไม่ได้ แต่เห็นได้ชัดเลยว่าระหว่างนักเรียนกลุ่มนอกและนักเรียนกลุ่มในมีกำแพงหนาทึบกางกั้นอยู่ ถ้าเป็นโรงเรียนในสังกัดแบบนี้ที่ไหนๆ ก็คงเหมือนกันน่ะนะแต่ตัวซุยรันเองก็ก็มีขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์อยู่มาก กว่าจะกลมกลืนกันได้คงยากเย็นกว่าโรงเรียนม.ปลายทั่วไปอยู่โข 
 
ในฐานะกรรมการห้อง ผมก็พยายามจะส่งเสียงทักทายนักเรียนกลุ่มนอกให้ทั่วๆ กัน ส่วนคุณคิโชวอินเสนอแผนทานกลางวันร่วมกันในห้องขึ้นมา 
ไอเดียดีอยู่นะ แต่จะกันที่นั่งในโรงอาหารได้พอกับจำนวนคนในห้องเหรอ แล้วถ้าพวกนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าม.ปลายมาไม่นานเท่าไหร่ยึดพื้นที่โรงอาหารมุมหนึ่งไว้หมด พวกรุ่นพี่จะไม่เหล่เอาเหรอ ผมแสดงความเป็นห่วง หากคุณคิโชวอินทำท่าผึ่งผายยืดอกให้เห็นเข็มกลัดโบตั๋นแดงที่ส่องประกายแวววาว แก้ปัญหาไปได้อย่างงดงาม โอ้ สมเป็น Pivoine!
พอปรบมือชมเชย มุมปากคุณคิโชวอินก็ยกขึ้นอย่างข่มกลั้นไม่อยู่
อ้าว? หรือว่าคนคนนี้จะเป็นพวกบ้ายอกันนะ? 

วันหนึ่งหลังเลิกเรียน ขณะที่เราสองคนกำลังทำสรุปชีทที่รวบรวมมา คุณคิโชวอินก็ส่งเสียงถอนใจขณะกดเครื่องคิดเลขที่ตกแต่งวิบวับฟรุ้งฟริ้ง  ดูท่าทางเหนื่อยๆ ยังไงชอบกล
 
"คุณคิโชวอิน ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"
"ค่ะ... อื๋อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ" 
 
จริงเหรอ  ผมม้วนที่เป็นสัญลักษณ์ก็ดูจะลู่ๆ ฟีบๆ ลงตามสภาพจิตใจยังไงไม่รู้นะ?  
จะว่าไป อาคิสะวะเคยบอกไว้ว่าคุณคิโชวอินชอบขนมนี่นา ในกระเป๋ามีขนมช็อกโกครันช์อยู่พอดี แต่อย่างคุณคิโชวอินจะกินขนมหลอกเด็กแบบนี้หรือเปล่านะ ลองควักออกมาดูแล้วกัน 

"คุณคิโชวอิน กินช็อกโกแลตไหม" 
"แหม ช็อกโกครันช์ไม่ใช่เหรอคะ! อ้าว? มีรสชาตินี้ออกมาด้วยเหรอนี่" 
 
รู้สึกเหมือนดวงตาคุณคิโชวอินเป็นประกายวาววับทันทีที่เห็นช็อกโกแลต รู้จักช็อกโกครันช์ด้วยเหรอเนี่ย 
 
"เห็นเขาว่าเป็นสินค้าเฉพาะท้องถิ่นน่ะ ได้มาเป็นของฝาก"
"สินค้าเฉพาะท้องถิ่น! อะไรกันคะเนี่ย ฉันลืมไปเสียสนิทเลยว่ามีของแบบนี้ด้วย... ประมาทไปจริงๆ!" 
 
เอ๋ ประมาทอะไรไปเหรอ 
คุณคิโชวอินกำหมัดทำหน้าเจ็บใจแล้วรับช็อกโกแลตไปจากผม กล่าว "ทานนะคะ" แล้วกัดเข้าไปคำหนึ่ง สีหน้าดูแช่มชื่น~ขึ้นทันตาเห็น 
 
"สมเป็นสินค้าเฉพาะ อร่อยจัง...!"
"งั้นเหรอ งั้นก็ดีแล้วล่ะ" 
 
ช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ละลายหายเข้าปากไปในพริบตา คุณคิโชวอินดูท่าทางยังอาลัยอาวรณ์ ผมเลยถามว่าอยากได้อีกซักชิ้นไหม 
 
"ไม่หรอกค่ะ ก้อนเดียวก็พอแล้ว ขอบคุณมากค่ะ"
"เหรอ? ยังมีอีกหลายชิ้นเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจก็ได้"
"...จริงเหรอคะ ถ้าพูดถึงขนาดนั้น ขออีกชิ้นเดียวก็ได้ค่ะ" 
 
จากนั้นคุณคิโชวอินก็กินช็อกโกแลตที่มีขายเฉพาะท้องถิ่นอย่างชื่นชมยินดี ที่ทานช็อกโกแลตถูกๆ นั่นอย่างดีอกดีใจถึงขนาดนั้นนี่เกินคาดเลยแฮะ ถ้าเป็น Pivoine ระดับคุณคิโชวอิน จะมีรสนิยมทานแต่ช็อกโกแลตที่เสิร์ฟให้ราชวงศ์ยุโรปก็ไม่แปลกเลยด้วยซ้ำ 
 
"ขอบคุณมากนะคะ ซาโตมิคุง อุตส่าห์แบ่งของมีค่าแบบนี้ให้กับฉัน ซาโตมิคุงนี่ช่างมีจิตใจกว้างขวางจริงๆ"
"หา? ไม่มั้ง เว่อร์ไปแล้ว กะอีแค่ช็อกโกแลตก้อนสองก้อน"  
"อ้าว ฉันเคยได้ยินว่าเวลาประสบภัยในภูเขา แค่เศษๆ ช็อกโกแลตก็สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เลยนะคะ จะดูถูกช็อกโกแลตไม่ได้นะ" 
 
แต่นี่มันกลางโตเกียวเลยนะ คุณคิโชวอิน 
กินช็อกโกแลตก้อนละไม่กี่สิบเยนไปแล้ว คุณคิโชวอินก็หยิบเอาที่รัดนิ้วที่ประดับประดาแพรวพราวออกมากจากกล่องดินสอ แล้วเริ่มทำงานอย่างกระตือรือร้น อานุภาพของช็อกโกแลตก้อนเดียวมันยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันเนี่ย คำแนะนำของอาคิสะวะนี่ไม่มีพลาดจริงๆ 

วันต่อมา คุณคิโชวอินเหลียวซ้ายแลขวาเช็คว่ารอบข้างไม่มีใคร ก่อนจะส่งห่อเล็กๆ ให้ผมอย่างเร่งรีบ "รีบเอาไปซ่อนก่อนจะมีใครมาเห็นเร็วเข้า! เดี๋ยวนี้เลย! นาว!"
เอ๋ คุณคิโชวอินเป็นคนขายของพวกไม่ถูกกฎหมายอะไรงี้เหรอ ผมมีหลักการว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับของพวกนั้นนะ... 
พอแอบส่องดูเนื้อในห่อของน่าสงสัยนั่น ก็พบช็อกโกครันช์ห่อกระดาษลายคาแรคเตอร์ท้องถิ่นแฟนซี อื้อ ถูกกฎหมายแน่ๆ ล่ะ
 
"นี่มันทำไมเหรอ"
"ชี่! เสียงดังไปแล้วนะคะ! ตอบแทนเมื่อครั้งก่อนค่ะ ห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ ฉันได้มาจากรูทพิเศษค่ะ"
"...รูทตลาดมืด?"
"ทางเน็ตค่ะ"
 
ก็แค่สั่งของดีประจำท้องถิ่นให้มาส่งทางไปรษณีย์ใช่ไหมนะ คุณคิโชวอิน
คุณคิโชวอินว่า "ถ้าอยากได้อีกก็บอกนะคะ" แล้วจากไปราวกับหลบลี้หนีสายตาคน แผ่นหลังนั้นดูคล้ายจะอยู่ในรายการเฝ้าระวัง 24 ชม. ระวังโดนดักสอบปากคำนะ~
 


เมื่อทำงานกรรมการห้องกับคุณคิโชวอินไปเรื่อยๆ ผมก็ค่อยๆ เริ่มเรียนรู้ว่า ตรงข้ามกับบรรยากาศไม่ชวนให้เข้าหา ตำแหน่งและอำนาจสูงส่งที่มีอยู่แล้ว เนื้อในของเธอออกจะเป็นคนเอ๋อๆ และสนุกสนาน ผมเลยทดลองไปทีละอย่างสองอย่าง ดูว่าข้ามเส้นแค่ไหนถึงจะโกรธ แล้วก็พบว่าข้ามไปได้เยอะเหมือนกันแหละ ถึงจะทำให้ยัวะหน่อยๆ ถ้าขอโทษแล้วให้ขนมไป เธอก็จะว่า "ช่วยไม่ได้น้า~ ครั้งนี้เท่านั้นนะคะ" แล้วยกโทษให้อย่างง่ายดาย 
จักรพรรดินีของ Pivoine ช่างอ่อนไหวกับสินบนจริงๆ 
 
"ผมซาโตมิคุงนี่เป็นสีผมแท้ๆ หรือเปล่าคะ"
 
วันหนึ่ง คุณคิโชวอินก็จ้องเส้นผมของผมเขม็งพลางว่าเช่นนั้น
 
"รู้สึกเหมือนทำสีมานิดๆ นะคะ"
"อ้าว ความแตกแล้วเหรอ"
"ผิดกฎโรงเรียนนะค้า~"
 
คุณคิโชวอินเผยอยิ้ม
 
"คุณคิโชวอินเองก็เถอะ ผมม้วนนั่นดัดมาไม่ใช่เหรอ"
"ลอนธรรมชาตินะคะ"
 
โกหกชัดๆ  โคนผมตรงแหน็วเลยไม่ใช่เหรอ ช่วยไม่ได้แฮะ
 
"กรุณาเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซักครั้งเถอะขอรับท่าน"
 
ผมถวายถุงโดนัทชิ้นเล็กที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อเมื่อเช้าให้
 
"เจ้าเองก็ใช่เล่นเหมือนกันนะ" 
 
คุณคิโชวอินรับถุงโดนัทไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
จักรพรรดินีของ Pivoine ถูกซื้อด้วยขนมหลอกเด็กร้อยเยนได้อย่างง่ายดาย  
 
ขณะกำลังเล่นกับคุณคิโชวอินอย่างเพลิดเพลินเช่นนั้น แขนซ้ายขวาของผมก็ถูกคว้าหมับแล้วลากไปที่ยังทางเดินที่ไร้ผู้คน โดยคาซามิ เซริกะ และอิมามุระ คิคุโนะ ผู้ประจำตำแหน่งซ้ายขวาข้างจักรพรรดินีของ Pivoine  
 
"นายน่ะ รู้สึกว่าพฤติกรรมที่แสดงออกต่อท่านเรย์กะพักนี้จะลามปามมากไปหน่อยละนะ"
"อย่าเหิมเกริมให้มากนักเชียวนะ"

...นี่ผมจะถูกกลบฝังลงในความมืดหรือเปล่าเนี่ย!? 
ภาพลักษณ์น่ากลัวๆ ของคุณคิโชวอินมากกว่าครึ่งเห็นทีจะเป็นฝีมือของแม่พวกนี้ซะละมั้ง?
 


อยู่มาวันหนึ่ง คุณคิโชวอินก็มาถามผมด้วยสีหน้าปั้นยาก

"ซาโตมิคุง รู้หรือเปล่าคะว่ามีคนตั้งฉายาให้ฉันด้วย"

เฮื่อ-----! ทำไมถึงรู้ล่ะ?!
 
พอทำหน้าเฉยๆ ถามกลับไป เจ้าตัวก็บอกว่าได้ยินมาจากมิซึซากิ แล้วไปบอกเจ้าตัวเขาทำไมล่ะเฮ้ย มิซึซากิ! บ้าหรือเปล่าแกนี่!?
 
คุณคิโชวอินได้รับฉายามากมาย ส่วนมากจะเป็นชื่อเล่นที่มีความสัมพันธ์กับรูปลักษณ์ของเธอ นอกจาก "แม็กกี้ ผมม้วน" แล้ว ก็ยังมี "ดอลลี่ (เกิร์ล)" และอื่นๆ อีกหลากหลาย แต่ที่เป็นที่รู้จักกว้างขวางที่สุดก็คงเป็น "เจ้าแม่กาลี" เทพธิดาแห่งการฆ่าฟันและทำลายล้างของอินเดีย เป็นชื่อเล่นที่ตั้งมาจากว่าถ้าไปทำให้ผมม้วนเคิร์ลนั้นโมโหล่ะก็สยองขวัญแน่ๆ มีแต่ชื่อนี้เท่านั้นที่บอกกับเจ้าตัวไปไม่ได้เด็ดขาด! 
ที่สำคัญ ถ้าคุณคิโชวอินเป็นเจ้าแม่กาลีละก็ ใครกันเล่าจะเป็นพระศิวะที่จะโดนเจ้าแม่กาลีขึ้นเหยียบย่ำใช้เป็นแท่นแลบลิ้นเริงระบำน่ะ?! ใครคนหนึ่งในสองคนนั้นน่ะเหรอ..!? ไม่ว่าใครก็ต้องเคยคิดแบบนั้นแวบขึ้นมาซักครั้ง แต่ก็ไม่มีวันพูดออกมาเป็นอันขาด ไม่มีไอ้บ้าที่ไหนกล้าเป็นศัตรูกับสามผู้ยิ่งใหญ่แห่ง Pivoine พร้อมหน้ากันหรอกน่า พวกเราก็อยากรอดชีวิตจบไปจากซุยรันเหมือนกันนะ... 

"ซาโตมิ ไหวหรือเปล่า"
 
จู่ๆ มิซึซากิที่เจอกันในชั่วโมงเรียนพละก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา
 
"เรื่องอะไรล่ะ"
"นายเป็นกรรมการห้องคู่กับ คิโชวอิน เรย์กกะคนนั้นไม่ใช่เหรอ น่าจะปัญหาเยอะนะ"
"ปัญหาเหรอ" 
 
ดูเหมือนมิซึซากิจะไม่ค่อยมองคุณคิโชวอินในแง่ดีซักเท่าไหร่ เอ้อ มองจากภาพลักษณ์คุณคิโชวอินก็ช่วยไม่ได้ละนะ ผมเองตอนแรกก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่า 
 
"ฉันว่าคุณคิโชวอินคงไม่ใช่คนอย่างที่นายคิดหรอก เขาทำงานกรรมการห้องอย่างขยันขันแข็งกว่าฉันอีก  ถึงขนาดมีปลอกนิ้วไว้ทำงานเอกสารโดยเฉพาะเลยนะ รู้หรือเปล่า  ฉันยังได้มาอันนึง แต่งรูปหัวใจวิบวับๆ โคตรสะดุดตาเลย"  

นี่ก็แค่กระจายข่าวจากอาคิสะวะอีกต่อหนึ่งน่ะนะ 
 
"...หืม"
"อ๊ะ! ว่าแต่นายน่ะ! ไปบอกคุณคิโชวอินใช่ไหมว่าตัวเขามีฉายาอะไร! ทำอะไรลงไปน่ะหา! ทางนี้พอโดนถามแล้วเล่นเอาอายุขัยหดลงไปเลยนะเฟ้ย!"
"อ้อ โทษที ฉันเองพอหลุดปากไปถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าพลาดไปแล้วเหมือนกัน" 
 
"พลาดไปแล้ว" อะไรกันเล่า! ระวังหน่อยซี่! ฉันเกือบถูกกลบฝังลงไปในความมืดแล้วนะเฮ้ย!
 


คุณคิโชวอินแต่งตัวเป็นหนูในงานกีฬา แต่งตัวเป็นพ่อบ้านแกะในงานโรงเรียนโดยไม่เกี่ยงงอน ดีจริงๆ ที่เอาไงเอากันขนาดนั้น ตัวผมในตอนนั้น ปราศจากความเกรงกลัวใดๆ ต่อคิโชวอิน เรย์กะ ผู้เป็น Pivoine อีกต่อไป 
แต่เพราะคุณคิโชวอินแต่งแฟนซีเป็นหนู คนรอบข้างเธอก็เลยแห่กันประท้วงต่างๆ นานาว่า "ให้ท่านเรย์กะแต่งกายเป็นหนูนี่หมายความว่าไง! 
 
หลังจากที่เจ้าตัวอธิบายให้เพื่อนฝูงเข้าใจจนเรื่องสงบลงแล้ว พอจะให้ใส่ชุดมาสค็อตสีเทาหลวมโพรก ก็ยังโวยวายกันอีกว่า "ให้ใส่ชุดมาสค็อตสีหนูตุ่นๆ เนี่ยนะ! อย่างกับให้แต่งกายเป็นภูตยาจกสกปรกไม่มีผิด!" "ไม่เอาชุดมาสค็อตนะ! คิดจะทำให้ท่านเรย์กะเป็นหนูยักษ์หรือไง!" "หนูยักษ์! ท่านเรย์กะจะกลายเป็นตัวนากหญ้าไปแล้ว!" "อย่างน้อยขอเป็นแฮมสเตอร์น่ารักๆ ก็ยังดี!" ส่วนตัวคุณคิโชวอินเองนั้น ใส่ชุดตุ๊กตาไปยืนหน้ากระจกแล้วก็ลองส่ายก้นดุ๊กดิ๊กสะบัดหางไปมา ดูท่าทางไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรนี่นา~
สุดท้ายก็ประนีประนอมกันที่ชุดวันพีซสีเทาและติดหูหนู กลายเป็นชุดแฟนซีแบบเอื่อยๆ แต่กลายเป็นที่ฮือฮาสุดๆ ในการวิ่งผลัดแฟนซีเป็นที่น่าพอใจ แต่ผมได้พวกผู้หญิงเป็นศัตรูเพิ่มขึ้นเพียบ... 
 
ในงานโรงเรียน มีลูกค้าที่อยากดูคุณคิโชวอินติดหูแกะด้วยความรู้สึกอยากดูสิ่งสยองขวัญ และลูกค้ากระเป๋าหนักที่เป็นคนรู้จักอันเลิศหรูของคุณคิโชวอินทยอยกันเข้าร้านมาเรื่อยๆ ตอนที่สามผู้ยิ่งใหญ่แห่ง Pivoine มาอยู่กันพร้อมหน้าในฐานะแขกและพนักงานนั้น พวกนักเรียนพากันมาเข้าคิวยาวเฟื้อยไปถึงทางเดิน ยอดขายของ "คาเฟ่แกะดอลลี่" พุ่งเอาๆ ในฐานะหัวกรรมการห้องแล้วหยุดหัวเราะไม่ได้เลย ถึงจะกลัวๆ สายตากินเลือดกินเนื้อของพวกคาซามิก็เถอะ... 
แล้วก็ไม่รู้ว่าอิวามุโระไปสนิทกับคุณคิโชวอินตั้งแต่เมื่อไหร่ จับคู่ได้เกินคาดจริงๆ 

 

พอขึ้นม.5 เราก็แยกห้องกันไป แล้วพอขึ้นม.6 ผมก็กลับมาอยู่ห้องเดียวกับคุณคิโชวอิน แถมยังได้เป็นกรรมการห้องด้วยกันอีก
ก็เสียวๆ อยู่เหมือนกันที่คาซามิกับอิมามุระมาอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ก็ไม่มีใครดูท่าจะก่อปัญหาเป็นพิเศษ ยังไงซะก็มีคุณคิโชวอินเป็นกรรมการห้องอยู่ทั้งคน จะมีใครที่ไหนกล้าก่อเรื่องเอิกเริกด้วยตัวเองกันเล่า 
กำลังคิดอยู่ว่าน่าจะผ่านหนึ่งปีนี้ไปได้อย่างราบรื่น ก็พอดีมีคนหนึ่งออกอาการแปลกๆ ขดตัวเล็กจิ๋วห่อตัวเหมือนกลัวอันตราย
 
"เป็นอะไรไปน่ะ ทาคากิ" 
 
หมอนี่ใช่คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ตอนม.ปลายหรือเปล่านะ
 
"ถ้ามีเรื่องลำบากอะไรก็เล่าให้ฟังได้นะ ยังไงฉันก็เป็นกรรมการห้องคนหนึ่ง" 
 
ทาคากิเหลียวไปมาราวกับจะค้นหาใครในห้องเรียน ก่อนเปิดปากกระซิบเสียงเบาทั้งที่สายตายังล่อกแล่กว่า "ความจริง..."
 
พอได้ฟังผมก็คิดขึ้นมาได้ อ้อ จะว่าไป คนที่หลุดปากไม่เข้าเรื่องออกมาตอนนั้นก็คือหมอนี่นี่นะ
 
คดีเกิดขึ้นตอนปลายปีของม.5
คดีที่คุณคิโชวอินไปขีดเขียนล็อกเกอร์ของทาคามิจิ วาคาบะ เด็กนักเรียนทุนจากกลุ่มนักเรียนข้างนอก แต่ความจริงคุณคิโชวอินก็แค่ไปนอนพักอยู่ในห้องพยาบาล สังเกตเห็นว่าล็อกเกอร์มีรอยขีดเขียนระหว่างทางกลับมาที่ห้องเรียน พอยืนดูอยู่ตรงนั้น พวกนักเรียนที่เรียนเสร็จออกจากห้องเรียนมาก็มาเห็นเข้าพอดีจึงถูกสงสัยว่าเป็นคนร้ายเท่านั้นเอง ตัวคุณคิโชวอินไม่ได้เป็นคนร้ายจริงๆ เสียหน่อย... 
 
ทาคามิจิ วาคาบะ ออกจะเป็นเด็กผู้หญิงที่มีฐานะค่อนข้างแปลกประหลาดในซุยรัน 
เป็นนักเรียนทุนผลการเรียนดีที่มาจากครอบครัวธรรมดาในซุยรันที่เต็มไปด้วยพวกเด็กๆ ทายาทตระกูลอภิมหาเศรษฐีชนิดติดท็อปเท็นของญี่ปุ่น ถ้าแค่นั้นก็ยังไม่ถือว่าแปลกอะไร แต่เป็นเพราะผลการเรียนดีถึงขนาดสั่นคลอนตำแหน่งท็อปของจักรพรรดิผู้สมบูรณ์แบบเป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน สร้างความไม่พอใจให้พวกนักเรียนสายเลือดแท้ แล้วยิ่งนักเรียนทุนคนนั้นดึงความสนใจของจักรพรรดิผู้ไม่เคยเฉียดกรายเข้าใกล้พวกผู้หญิงมาก่อน สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายหนักเข้าไปใหญ่ 
 
ดูเหมือนทาคามิจิจะโดนพวกผู้หญิงขี้อิจฉากลั่นแกล้งไม่หยุด จนกระทั่งมิซึซากิผู้เปี่ยมความยุติธรรมแรงกล้าต้องออกมาปกป้องกันซึ่งๆ หน้า ทาคามิจิเลยยิ่งเป็นที่เกลียดชังของผู้หญิงจำนวนมากหนักเข้าไปอีก ก็คงงั้นละน้า... จักรพรรดิยังว่าไปอย่าง นายก็น่าจะหัดใช้หัวคิดหน่อยนะ มิซึซากิ 
 
ทั้งคะแนนดี หรือที่สองในสามของท็อปทรีของผู้ชายเนื้อหอมประจำโรงเรียนจะมาสนิทสนมด้วย ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่ความผิดของทาคามิจิ แต่ความอิจฉามันไม่มีเหตุผล  พวกผู้หญิงพากันนินทาเสียๆ หายๆ ว่าดีแต่อ่อยผู้ชาย ส่วนพวกผู้ชายที่แค้นเคืองที่ลำดับคะแนนสู้ทาคามิจิไม่ได้ก็พลอยว่ากล่าวสมทบไปด้วยอีกแรง
 
ทาคามิจิพลอยโดนเหล่าพวกท่านประธาน Pivoine รุ่นก่อนหมายตาไปด้วย แต่ท่ามกลางสถานการณ์เหล่านั้น คุณคิโชวอินก็วางตัวเป็นกลางไม่ได้เข้าข้างใคร ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกผู้หญิงเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเธอจะเป็นฝ่ายให้ความสงสารทาคามิจิเสียมากกว่า 
 
คดีล็อกเกอร์เกิดขึ้นในตอนนั้นเอง พวกซึรุฮานะจับคุณคิโชวอินขึ้นแท่นคนร้ายทันทีราวกับรอจังหวะมานาน
 
แน่นอนว่าคุณคิโชวอินปฎิเสธ แต่โชคร้ายที่ในมือเธอถือปากกาเมจิกที่เป็นของกลางประกอบอาชญากรรมอยู่  มัวเงอะงะอะไรอยู่นะ คุณคิโชวอิน...
นี่ถือเป็นวิกฤติครั้งร้ายแรงสำหรับคุณคิโชวอิน  แต่ตัวทาคามิจิเองตัดทฤษฎีความเป็นไปได้ที่คุณคิโชวอินจะเป็นคนร้ายทิ้งไปอย่างไม่เหลือใย ทำให้สถานการณ์เฉพาะหน้าสงบลงได้ แม้จะยังหลงเหลือความเคลือบแคลงอยู่ก็ตาม 
 
ตอนนั้นผมก็ไปย้ำกับมิซึซากิที่เป็นประธานนักเรียนไว้ก่อนว่า "คุณคิโชวอินออกจะเป็นคนแปลกๆ อยู่บ้าง แต่ไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นหรอกนะ" ตอนม.4 มิซึซากิยังมองคุณคิโชวอินด้วยสายตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมก็ยังห่วงๆ อยู่ แต่ครั้งนี้หมอนั่นกลับพยักหน้ารับว่า "...นั่นสินะ" 
 
สำหรับผู้ชายในรุ่นพวกเรา มีลำดับขั้นที่ชัดเจนโดยมีจักรพรรดิเป็นจุดสูงสุดของพีระมิดอยู่แล้ว เทียบกับชั้นอื่นๆ แล้วถือว่าค่อนข้างสงบสุข แต่ฝั่งผู้หญิงมีซึรุฮานะที่มักใหญ่ใฝ่สูงจ้องจะชิงบัลลังก์อยู่ตลอดเวลา บางครั้งจึงเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น  ตอนม.ต้นก็ก่อเรื่องจนโดนตบกลับลงมา พวกเราแอบเรียกเหตุการณ์นั้นอย่างลับๆ ว่า "กบฏซึรุฮานะ" แต่เพื่อแบ่งแยกกับกบฏที่เกิดขึ้นตอนม.ปลายในภายหลัง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "ซึรุฮานะ กบฏฤดูใบไม้ผลิ (ภาคแผนกม.ต้น)" 

พวกซึรุฮานะที่แพ้พ่ายไปครั้งหนึ่งในสมัยม.ต้น เมื่อมาถึงตรงนี้ก็ทะเยอทะยานก่อการกบฎขึ้นอีก "ซึรุฮานะ กบฏฤดูหนาว (ภาคแผนกม.ปลาย)" เกิดขึ้นในโรงอาหาร กลายเป็นการตบตีครั้งยิ่งใหญ่เลือดล้างเลือดระหว่างสามก๊ก อันได้แก่ ก๊กซึรุฮานะ ก๊กคุณคิโชวอิน และก๊กสภานักเรียน 
 
ใครบางคนพึมพำว่า "ผู้หญิงตบกัน น่ากลัวชะมัด..." พอพวกนั้นได้ยินเข้าก็ร้อง "หะ หา?" หันขวับมาเขม่นพวกผู้ชายที่ไร้พิษภัยด้วยสายตาเข่นเขี้ยว เฮ้ย คนภายนอกเขาเรียกพวกเธอว่าคุณหนูกันอยู่นะ...
ผู้ที่ปรามความวุ่นวายเหล่านี้ลงได้ คือจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจสูงสุดของซุยรัน
แต่ขณะที่คิดอยู่ว่า พวกซึรุฮานะน่ะเร้อจะยอมเงียบกันไปง่ายๆ กับเรื่องแค่นี้ ผมก็เห็นคนสุดท้ายในหมู่สามผู้ยิ่งใหญ่แห่ง Pivoine เอ็นโจคุง เรียกซึรุฮานะให้หยุดตรงทางเดินปลอดคน 
ตอนผ่านไป ก็ได้ยินเสียงเอ็นโจคุงแว่วมาว่า 
 
"ปรกติผมก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องผู้หญิงตบตีกันหรอก  แต่ครั้งนี้ดูจะทำเกินไปหน่อยนะ ถ้าคิดจะใส่ความคุณคิโชวอินมากไปกว่านี้ ผมจะเข้าข้างคุณคิโชวอินล่ะนะ จะเอาไงล่ะ?" 
 
"ซึรุฮานะ กบฏฤดูหนาว (ภาคแผนกม.ปลาย)" จึงเป็นอันสิ้นสุดลงตรงนี้ 
ฉายาลับๆ ที่ตั้งให้ซึรุฮานะผู้ก่อกบฏถึงสองครั้งก็คือไทระ มาซาคาโดะแห่งซุยรัน นี่หนึ่งในสามวิญญาณอาฆาตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งญี่ปุ่นเลยไม่ใช่เรอะ... ทำไมพวกผู้หญิงรุ่นเราถึงมีฉายานามน่าเกรงขามทั้งนั้นเลยเล่า... 

เอ้า เอาเป็นว่ามันก็มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นด้วยน่ะ  อ้อ ที่ทาคากิกลัวลนลานอยู่นี่ก็เป็นเพราะมีสาเหตุจากเรื่องในครั้งนั้นสินะ
ก็จริงอยู่ที่ถ้อยคำที่ทาคากิหลุดปากออกไปมีส่วนผลักดันให้จุดยืนของคุณคิโชวอินย่ำแย่ลง แต่คิดว่าคุณคิโชวอินคงไม่ใช่คนประเภทที่เก็บมาอาฆาตแค้นหรอกนะ 
 
"แล้วไปขอโทษคุณคิโชวอินหรือยัง"
"อะ อื้อ... ตอนปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิเราเรียนพิเศษที่เดียวกัน ก็เลยไปขอโทษแล้วก็ซื้อพุดดิ้งให้เป็นการไถ่โทษตามคำแนะนำของเพื่อนๆ คุณคิโชวอิน..."
"แล้วเขายกโทษให้หรือยังล่ะ"
"บอกว่าไม่ได้คิดอะไรแล้วนะ..."
"งั้นก็คงไม่เป็นไรมั้ง เขารับพุดดิ้งไปด้วยใช่ไหมล่ะ"
"อะ...อื้อ" 

จากประสบการณ์ของผม ถ้ามีขนมไปถวาย ส่วนมากคุณคิโชวอินจะยอมอภัยให้ทั้งนั้นแหละ
"ไม่เป็นไรหรอกน่า" ผมตบหลังทาคากิ 
 
"นายกลัวเกินไปแล้วน่า สีหน้าไม่ดีเลยนะ ได้เวลาข้าวกลางวันพอดี ไปกินอะไรหวานๆ ให้สดชื่นหน่อยดีกว่ามั้ง"
"นั่นสิ... กินพุดดิ้งดีไหมนะ"
"เอาเลยๆ"
 
ทาคากิไปสั่งพุดดิ้งที่โรงอาหารตามคำแนะนำของผม
แล้วพวกคุณคิโชวอินก็มาพอดี
 
"ท่านเรย์กะ วันนี้จะรับประทานอะไรดีคะ"
"ฉันคิดว่าจะรับ crema catalana เมนูใหม่เป็นของหวานนะคะ"
"แหม! เป็นเมนูที่ท่านเรย์กะโปรดปรานอยู่ในช่วงนี้นี่คะ"
"ใช่แล้ว วันนี้ก็เฝ้ารอมาตลอดเลยค่ะ"  
 
คุณคิโชวอินทำหน้ารื่นเริงพูดคุยกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน
ทว่าพอคุณคิโชวอินสั่งเมนูของหวานใหม่ที่เฝ้ารอไป ประกาศิตอันโหดเหี้ยม "ขออภัยด้วยนะคะ ชิ้นสุดท้ายเพิ่งหมดไปเมื่อครู่นี้เองค่ะ" ก็ผ่าลงมา!
ร่างกายของคุณคิโชวอินสั่นไหวโงนเงน  
 
"ท่านเรย์กะ! ทำใจดีๆ ไว้ค่ะ!"
"ใครกันบังอาจมาขัดจังหวะความสุขยามเที่ยงของท่านเรย์กะ!" 
 
เทพฟูจินไรจินเหลียวมองไปรอบๆ ราวกับจะควานหาตัวคนร้ายที่ช่วงชิงชิ้นสุดท้ายตัดหน้าไป แล้วก็พบเข้าในทันที 
 
ทาคากินั่นเอง...
 
พุดดิ้งที่ทาคากิสั่งไปนั่นเองคือ crema catalana ที่คุณคิโชวอินเฝ้ารอคอย ทาคากิ~ นายนี่มันพลาดตลอดเลยนะ... แถมยังแกะพุดดิ้งกินก่อนอาหารหลักอีก  เหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ
ทาคากิหน้าซีดเผือดตัวแข็งทื่อไปทั้งที่ช้อนยังคาปาก ผมทำเครื่องหมายกางเขนอยู่ในใจ ขอให้มีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งนะ ทาคากิ 

 

หัวหน้าชมรมฟุตบอลมีชื่อว่าอาซึมิ
อาซึมิเป็นเอสของชมรมฟุตบอลที่มีหน้ามีตา แม้จะไม่ถึงระดับพวกจักรพรรดิ แต่ก็ป๊อบในหมู่สาวๆ พอดู ถือว่าเป็นคนโดดเด่นไม่น้อยในโรงเรียน 
ทว่าตั้งแต่คุณคิโชวอินเริ่มเรียกอาซึมิว่า "ไดนากง" ตำแหน่งนั้นก็เริ่มสั่นคลอน

รอบข้างเริ่มทักว่า "ไดนากงที่ว่านี่คือถั่วแดงไดนากงน่ะเหรอ" "ชื่อ "อาซึมิ" ก็เลยมีชื่อเล่นว่า "ไดนากงถั่วแดง" สินะ แบบนี้นี่เอง" "เฮ้!~ ถั่วแดง" ตอนนี้เลยกลายเป็นนายถั่วแดงไปแล้ว (*)
เจ้าตัวพยายามแก้ตัวอย่างเอาเป็นเอาตายว่า "ไม่ใช่นะ! ไม่ใช่ไดนากงถั่วแดง!" แต่ชื่อเล่นไดนากงถั่วแดงก็แพร่ขยายไปในพริบตา น่าเวทนา...
ผมลองไปถามคนตั้งชื่อดู แล้วเจ้าตัวก็ทำหน้างงๆ 
 
"อ้าว ฉันไม่ได้มีเจตนาจะตั้งชื่อเล่นเป็นคำพ้องเสียงแบบนั้นเลยนะคะ เคมาริไดนากงมีตัวตนอยู่จริงในสมัยเฮอัน เป็นฉายาที่ตั้งขึ้นอย่างมีที่มาที่ไปอย่างถูกต้องอันเนื่องมาจากฝีเท้าในการเล่นเคมารินะคะ ไม่ได้เป็นคำพ้องเสียงซักหน่อย... ว่าแต่พูดถึงถั่วแดง ซาโตมิคุงชอบขนมโอฮางิแบบโคชิอัน (ถั่วแดงบดเนื้อเนียน) หรือว่าแบบซึบุอัน (ถั่วแดงบดเนื้อหยาบ)? ส่วนฉันชอบแบบโคชิอันนะคะ" 
 
"เอ๋ อ้อ~ ถ้าจะให้เลือกก็คงแบบซึบุอันล่ะมั้ง"
"แหม แล้วซากุระโมจิชอบแบบโชเมจิหรือว่าโดเมจิล่ะ ส่วนฉันชอบแบบโชเมจินะคะ"
"อ้อ~ ชอบแบบที่มีแป้งห่อข้างนอกล่ะมั้ง"
"งั้นก็เหมือนกันเลยนะคะ แล้วซากุระโมจินี่ทานใบห่อด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่า..." 
 
คุยเรื่องชื่อเล่นไดนากงของอาซึมิอยู่แท้ๆ ไหงกลายเป็นคุยเรื่องใบห่อซากุระโมจิไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ...!? 
จากนั้นก็ถามต่อว่าถ้าเป็นขนมที่ห่อใบไม้ ชอบซากุระโมจิ? หรือว่าคาชิวะโมจิ? ดูเหมือนเรื่องของอาซึมิถูกเตะกระเด็นลอยละลิ่วปลิวหายไปพร้อมกับลูกฟุตบอลแล้ว ลาก่อนนะ อาซึมิ

"คุณคิโชวอินเนี่ย แปลกคนเนอะ"
 
ผมเผลอหลุดใจจริงออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วคุณคิโชวอินก็ร้อง "หา!?" ตาเบิกโพลง
 
"ตรงไหนคะ!? ฉันออกจะธรรมดานะ?! ไม่เคยมีใครมาหาว่าแปลกคนมาก่อนเลยซักครั้งนะคะ!?"
"อ๊ะ ขอโทษ! จริงด้วยเนอะ"
"ก็ใช่น่ะสิ!"
 
บางทีก็มีคนที่ชอบพูดอวดๆ ว่า "ก็ฉัน (ผม) น่ะแปลกคนนี่น้า~" แต่พวกนั้นก็เป็นแค่คนธรรมดาสามัญที่หลงใหลความเป็นคนแปลก คนแปลกที่แท้จริงน่ะไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นคนแปลก
เพราะงั้นห้ามพูดกับคุณคิโชวอิน คนแปลกที่แท้จริงว่า "แปลกคนจังนะ" เด็ดขาด
เอ้า คุณคิโชวอิน ลองเหลียวไปดูข้างหลังสิ พวกคาซามิกำลังสอดส่องท่าทางของคุณอยู่อย่างห่วงๆ นะ

 

ต้นเดือนพ.ค.เป็นทริปทัศนศึกษา มีธุระปะปังให้จัดการในฐานะกรรมการห้องเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก แต่ดูเหมือนจะเป็นแค่ห้องผมเท่านั้นละนะ
ระหว่างทริป ผมเจอมิซึซากิที่เจอระหว่างทางถามเข้า 
 
"ที่ห้องซาโตมิมีพวกแหกกฎเคอร์ฟิวหรือหนีไปเที่ยวที่อื่นบ้างหรือเปล่า รู้สึกว่าห้องอื่นๆ จะลำบากใช่เล่นเลยนะ"
"อ้อ~ ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ที่ห้องเราคนเช็คชื่อเป็นคุณคิโชวอินน่ะน้า~ ไม่มีใครกล้าทำอะไรไม่รักชีวิตหรอก" 
 
โดยมากพวกผู้หญิงในห้องก็จะให้ความร่วมมือกับคุณคิโชวอินเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่แสดงความประพฤติเสียหาย ส่วนพวกผู้ชายก็ไม่กล้าเสี่ยงทำให้คุณคิโชวอินโมโหแล้วเป็นศัตรูกับผู้หญิงทั้งหมด  หนำซ้ำถ้ามีใครจะเผลอหลงระเริงไปกับบรรยากาศการทัศนศึกษาจนทำท่าจะแหกคอกไป ก็จะมีสายรายงานข้อมูลเข้ามาทางตำรวจลับในทันทีอีกต่างหาก 
 
"นี่ปกครองกันด้วยความกลัวเรอะ"
 
ใครแหกกฎจะถูกตัดตอน ระบอบคิโชวอิน เรย์กะสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จงเจริญ 

พอชวนคุณคิโชวอินคุยเรื่องวิญญาณที่หอคอยลอนดอน เจ้าตัวก็ทำท่าผวาอย่างออกหน้าออกตา ผมออกจะชอบเรื่องผีๆ แต่คุณคิโชวอินดูท่าจะไม่ชอบสินะ
พอเหลือบมองมือคุณคิโชวอิน ก็เห็นว่าไม่รู้ทำไมมือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เอ๋ หรือว่ากำลังซ่อนนิ้วหัวแม่โป้งไว้เหรอ แบบที่พวกเด็กประถมทำกันเวลาเจอรถขนศพไรเงี้ยนะ!
 
ที่วาติกัน พอชวนคุณคิโชวอินคุยเรื่องสุสานใต้ดินที่แสนเกลียด ก็โดนจ้องถมึงทึง 
เส้นผมที่สั่นไหวอยู่บนแผ่นหลังคุณคิโชวอินที่เดินจากไปอย่างฉุนๆ หมุนเป็นเกลียว ดูแล้วเหมือนเลข 6 ไม่มีผิด 
 
"อ้าว คุณคิโชวอิน ผมม้วนที่หลังกลายเป็นตัวเลขของสัตว์ร้ายไปแล้วนะ" 
 
คุณคิโชวอินสะดุ้งหันมาหาผมแล้วแว้ดใส่ว่า "คิดว่าที่นี่เป็นที่ไหนกันคะ! ที่ตั้งสถาบันหลักของศาสนาคริสต์นะคะ! หัดรู้จักสำรวมบ้าง!"  ขอโทษครับ 
 
จากนั้นมา จนกว่าจะออกจากวาติกัน คุณคิโชวอินก็รวบผมไว้ด้วยมือทั้งสองข้างคอยหันรีหันขวางมองรอบข้างด้วยสายตาระแวดระวัง ดูเหมือนจะกลัวการล่าแม่มด  คุณคิโชวอินสั่นหัวน้อยๆ ตลอดเวลา ท่าทางจะพยายามกลบเกลื่อนตัวเลข 6 ที่หัว จนสุดท้ายก็เกิดอาการวิงเวียนไปในที่สุด พวกคาซามิต้องถลาเข้ามาประคองไว้ ซวยล่ะ... 

เมื่อทัศนศึกษาในตัวเมืองโรมจบลง ไปทานอาหารเย็น ก็รู้สึกมีอะไรมากระแทกจากข้างหลัง พอเหลียวไปดูด้วยความตกใจ ก็เห็นคุณคิโชวอินยืนโพสต์ท่ามือขว้างอยู่ อะไรน่ะ?  
พอลองเอามือไปแตะๆ ตรงจุดที่เหมือนโดนอะไรปา เอ๋ หวา! ปกคอเสื้อสากๆ ไปหมดเลย! อะไรเนี่ย!? ผง...ขาว? เอาจริงดิ่ ถ้ามีอะไรขาวๆ มาติดผมก็ดูเป็นรังแคไปเลยอ่ะดิ่! ไม่เอาน่า~!
ระหว่างคิดอะไรแบบนั้น ในที่สุดผมก็โดนพวกคาซามิเรียกออกไปหลังอาหารเย็น
 
"บังอาจเสียมารยาทกับท่านเรย์กะมาหลายครั้งหลายครา!" "ยกโทษให้ไม่ได้!" "เพราะนายแท้ๆ ทำให้ท่านเรย์กะทำตัวประหลาดๆ!" หลังจากโดนด่ากราดไปรอบหนึ่งแล้ว พวกคาซามิก็พลิกสีหน้าผุดรอยยิ้มดำมืด น่ากลัววุ้ย... 
 
"ซาโตมิ ยูคินาริ เท่าที่ได้ยินมา นายมีแฟนอยู่ชั้นม.5 สินะ"
"เอ๋! ทำไมถึงรู้ล่ะ!?"
"อย่าดูถูกแหล่งเครือข่ายข้อมูลของพวกเราเชียวนะ"
"ได้ยินว่าซื้อของฝากให้แฟนที่ปารีสเหรอ"
"เป็นเครื่องประดับผมใช่ไหม" 
 
ตำรวจลับน่ากลัวจริงๆ...!
พวกคาซามิกระชับวงล้อมขยับเข้ามาใกล้  ข้างหลังเป็นกำแพง ไม่มีที่ให้หนี
 
"ได้ยินว่าเป็นแฟนที่น่ารักทีเดียวนี่นา"
"แหม ก็นะ..."
"คงไม่ได้ลืมหรอกนะว่าในชั้นม.5 มีคุณริรินะที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านเรย์กะอยู่น่ะ"
"แถมยังได้ยินว่าเธอปลาบปลื้มท่านเรย์กะมากเชียวนะ"
"จะสร้างความร้าวฉานในความสัมพันธ์ของคนสองคนน่ะ ง่ายมากเชียวนะ"
 
โดนยึดตัวประกันแล้ว...
 
"ถ้าเข้าใจแล้ว ทีหลังก็หัดคิดถึงท่าทางที่ควรแสดงออกต่อท่านเรย์กะเสียบ้าง"
"ถ้าอยากใช้ชีวิตม.ปลายที่เหลืออย่างสงบสุขล่ะก็นะ"
"ท่านเรย์กะปวดใจกับการกระทำของนายมากนะ!"
"ครับ สำนึกผิดแล้วครับ ขอโทษครับ"
 
จะหือกับพวกผู้หญิงไม่ได้ ผมก้มหัวลงแต่โดยดี
 
"ว่าแต่ เมื่อกี้โดนคุณคิโชวอินเอาผงขาวๆ ปาใส่ นั่นมันอะไรน่ะ" 
 
กว่าจะให้เพื่อนช่วยปัดออกให้หมดนี่ลำบากแทบแย่ นี่ยังรู้สึกค้างๆ คาๆ อยู่ในซอกๆ เลยนะ หยะแแหยงชะมัด อยากรีบกลับห้องไปอาบน้ำล้างตัว
 
"...นั่นมันเกลือน่ะ"
"หา? เกลือ? ไปเอาเกลือมาจากไหนน่ะ" 
 
คงไม่ได้อุตส่าห์หอบหิ้วมาจากญี่ปุ่นหรอกนะ ก็เมื่อกี้ที่ปามาปริมาณเกือบกำมือหนึ่งได้มั้ง คงไม่ถึงขั้นนั้นละมั้ง แล้วถ้างั้นไปหามาจากไหนล่ะ
 
"ระ เรื่องนั้นนายไม่ต้องรู้หรอกน่า!"
"เอาเป็นว่าปฎิบัติกับท่านเรย์กะด้วยความเคารพด้วยก็แล้วกัน!"
"ที่สำคัญ นายคิดยังไงกับท่านเรย์กะน่ะหา!"
"เอ๋..."

คิดยังไงกับคุณคิโชวอินน่ะเหรอ ก็แน่ล่ะ...

"เพื่อน" 
 
คุณคิโชวอินผู้ขยันขันแข็ง ใจอ่อน บ้ายอ บางทีก็ออกจะเพี้ยนๆ เป็นเพื่อนของผมเอง  

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.

(*)  ชื่ออาซึมิ (安曇) ของหัวหน้าชมรมฟุตบอลสอดคล้องกับคำว่าอาซึกิ (小豆) ที่แปลว่าถั่วแดงในภาษาญี่ปุ่น และถั่วแดงพันธุ์ที่แพร่หลายก็คือพันธุ์ "ไดนากง"  เป็นอันเอวังด้วยประการฉนี้...

ช็อกโกครันช์หรือ Tirolian Choco crunch 

crema catalana หรือเครมบรูเล่ของสเปน

ขนมโอฮางิแบบซึบุอันและโคชิอัน 

ขนมซากุระโมจิ ซ้ายคือแบบโดเมจิ ขวาคือแบบโชเมจิ 

ขนมคาชิวะโมจิ ซึ่งขนมที่ว่ามาทั้งหลายทั้งแหล่นี่ก็มักจะเป็นแป้งห่อถั่ว ถั่วห่อแป้ง สลับกันไปมานี่เอง 

แปลตอนนี้โคตรเหนื่อย ไอ้ซาโตมิไหงช่างพูดงี้โว้ยยยยยยยยยยยยย แต่เผอิญได้ยินได้ดีมาก ความดีของคุณชายเอ็นโจจะได้ไม่ถูกกลบฝังลงในความมืดโดยไม่มีคนรู้เห็น อภัยให้ ( *• ̀ω•́ )b GJ☆ ซาโตมิ!!




NEKOPOST.NET