[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ! ตอนที่ 220 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.220 - ตอนที่ 220


220.

เทศกาลเยี่ยมชมชมรมของนักเรียนใหม่เริ่มขึ้นแล้ว
การหาสมาชิกหน้าใหม่ก็จำเป็นต่อความเจริญรุ่งเรืองของชมรมงานฝีมือ เอามินามิคุงขึ้นเป็นตัวอย่างโฆษณาพวกนักเรียนชายดีกว่า ผู้ชายที่ทำงานอยู่ในวงการแฟชั่นหรือวงการเสื้อผ้ามีตั้งเยอะแยะ  น่าจะมีเด็กผู้ชายคนอื่นในซุยรันที่สนใจในงานฝีมืออีกนะ ต้องเรียกพวกเด็กผู้ชายงานฝีมือที่หลบลี้ซ่อนเร้นให้เผยตัวออกมาให้จงได้!
 
ถึงจะตั้งใจไว้แบบนั้น แต่ก็เรียกคนมาไม่ได้เท่าที่คิด ฉันเลยออกไปสืบหาดูว่าชมรมอื่นๆ มีวิธีเรียกแขกยังไงบ้าง พอเดินออกไปที่สนามก็เห็นว่าพวกนักเรียนที่มาดูชมรมฟุตบอลกำลังท้าทายกับสถิติเดาะบอลกันอยู่อย่างครึกครื้น แบบนี้นี่เอง พวกมีประสบการณ์จริงให้ทดลองสินะ พวกนักเรียนใหม่ก็ทำท่าสนุกสนานกันดีด้วย
 
คนที่ยืนหยัดอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายในการแข่งเดาะบอลก็คือหัวหน้าชมรม โฮ่ หัวหน้าชมรมก็ต้องฝีมือดีที่สุดจริงๆ สินะ เขายังคงเดาะบอลไปเรื่อยๆ อย่างสบายๆ ฉันพลอยตบมือส่งเสียงเชียร์ไปกับรอบข้าง แต่ในจังหวะที่เราสบตากัน หัวหน้าชมรมก็เสียจังหวะทำบอลร่วงพอดี อ้าว~ น่าเสียดายจัง แต่ทำได้ดีมากค่ะ ตบมือให้นะคะ
 
แล้วหัวหน้าชมรมก็วิ่งมาทางฉันพร้อมบอลที่ทำร่วง จะมาขอบคุณสำหรับเสียงเชียร์เหรอคะ
 
"จะมาล้วงความลับอีกแล้วเหรอ...!" 
"แหม ทำไมถึงมองอะไรในแง่ร้ายอย่างงั้นล่ะคะ ฉันแค่มาดูงานชมรมเฉยๆ เท่านั้นเอง..." 

ใจร้าย~ คาดไม่ถึงเลย~ หรือว่ามีอะไรที่ไม่ควรให้คนภายนอกรู้ปิดบังอยู่หรือเปล่าคะ ฉันยื่นหน้าชะโงกออกไปมองข้างตัวหัวหน้าชมรมที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า สอดส่ายสายตามองเหล่าสมาชิกชมรมฟุตบอล อ้าว ที่ยืนอยู่ตรงนั้นมันเด็กผู้ชายห้องเดียวกับฉันนี่นา อยู่ชมรมฟุตบอลเองเหรอคะ ลองโบกมือให้หน่อยดีกว่า อ้าว ไหงเผ่นซะล่ะ หัวหน้าชมรมฟุตบอลเขยิบมาข้างๆ ราวกับจงใจเอาตัวเข้าบังฉัน ก็เลยมองไม่เห็นสมาชิกคนอื่นๆ อีก เชอะ 

"ดูงาน"

หัวหน้าชมรมฟุตบอลถามกลับอย่างระแวงๆ 

"ค่ะ พอดีบังเอิญเดินผ่านมาแล้วเห็นว่าครึกครื้นดีก็เลยแวะเข้ามาดู แต่สมเป็นหัวหน้าจริงๆ นะคะ เดาะบอลเก่งจัง ฉันประทับใจเลยละค่ะ ราวกับเคมาริไดนากงเลยนะคะ"
"เคมาริไดนากง..." 
 
ฟูจิวาระ นาริมิชิ ไดนากงในสมัยเฮอัน (*) ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมาริ มีตำนานว่าเลี้ยงบอลเคมาริไปตามราวระเบียงของวัดคิโยมิซึด้วยนะ ได้รับการบูชาให้เป็นเทพแห่งบอลเลยทีเดียว แต่เลี้ยงบอลไปตามระเบียงเนี่ย เหมือนคนบ้าบอลมากกว่าเทพนะ... ไม่สิๆ ทุ่มเทให้อะไรอย่างหนึ่งอย่างสุดจิตสุดใจนี่นับว่าน่านับถือจริงๆ นะ อื้อ 

"ต่อไปขอแนะนำให้เดาะบอลไปตามแท่นเลี้ยงตัวของยิมนาสติกบ้างนะคะ" 
 
หัวหน้าชมรมฟุตบอลเอ๋ย จงกลายเป็นเคมาริไดนากงแห่งยุคปัจจุบันเสียเถิด! 
ฉันอุตส่าห์ชมเชยแถมด้วยคำแนะนำแท้ๆ แต่เคมาริไดนากงว่า "สมาชิกรมจะเสียขวัญกันหมดแล้ว กรุณากลับไปเถอะครับ" ไล่ฉันออกไปจากสนาม แถมยังว่า "ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญครับ" ยัดเยียดเครื่องดื่มเกลือแร่ให้ฉันอีกต่างหาก  เจ้าเคมาริไดนากงนี่ อย่าคิดเชียวนะว่าจ่ายค่าส่วยแล้วฉันจะยอมอยู่เฉยๆ น่ะ 
 
ฉันวนเวียนไปดูชมรมอื่นๆ ต่อ ส่วนมากก็มีคนมาดูชมรมกันหนาตาทั้งนั้น อย่างชมรมคอรัสมีร้องเพลงร่วมกันดูน่าสนุกจัง ชมรมโกะชมรมโชงิก็มีการจัดกระดานประลองสำหรับผู้มาเยี่ยมชม มีให้ลองประสบการณ์จริงเนี่ยกระแสตอบรับดีกว่าจริงๆ ด้วยแฮะ ทางชมรมกีฬาก็มีสาวๆ มาจับกลุ่มเชียร์กันกรี๊ดกร๊าด เป็นกระแสดึงพวกนักเรียนใหม่ได้ด้วย จะว่าไปผู้ใหญ่บ้านคาสโนว่าก็เคยเป็นหัวหน้าชมรมนี้นี่นา... 

ระหว่างทาง พอโผล่ไปชมรมยูโดก็เจอคุณโนโนเสะกำลังส่งเสียงเรียกอิวามุโระคุงว่า "ทาคาชิคุง วางผ้าขนหนูไว้ตรงนี้น้า~"  ทาคาชิคุง?
สาวน้อยเบอร์ 2 มีอะไรอยากรายงานอาจารย์หน่อยไหมจ๊ะ

หลังเสร็จสิ้นภารกิจสปาย เตรียมเดินกลับห้องชมรม ฉันก็เจอกับตาไก่โง่คาซึรางิเข้า อ้อ ตานี่ก็เป็นเด็กใหม่ด้วยนี่นา ทันทีที่สังเกตเห็นฉัน คาซึรางิก็ทำหน้ารังเกียจ

"คงไม่ได้เฉียดเข้าใกล้คุณเอ็นโจหรอกนะ" 

นี่เรอะคำพูดที่ใช้ทักทายกับนักเรียนรุ่นพี่ ฉันเมินเฉยตาไก่โง่ที่ไม่รู้จักมารยาทเดินผ่านไปหน้าตาเฉย 
 
"เฮ้!
"ฉันไม่ได้ว่างพอจะอยู่เล่นกับไก่โง่ที่ไม่รู้จักคำพูดทักทายหรอกนะคะ~" 

ว่าแล้วฉันก็จัดเสียงหัวเราะโอะโฮะโฮะโฮะโฮะให้หนึ่งชุด

"คุณเอ็นโจน่ะมีคุณยุยโกะอยู่แล้วนะ!" 

อย่าโวยวายน่า มันหนวกหู พอเห็นหน้าฉันก็พูดซ้ำๆ ซากๆ อยู่ได้
 
"คาซึรางิคุงนี่ชอบคุณยุยโกะจริงๆ นะคะ น่าสงสารจังเลย" 
 
พอว่าประชดกลับไป ตาไก่โง่ก็หน้าแดงแจ๋อึกอักพูดไม่ออก ฉันเลยปล่อยทิ้งไว้เดินกลับห้องชมรม เฮอะ เฮ้อ~ จากนี้ไปยังต้องใช้อาคารเรียนร่วมกับตาไก่โง่อีกตั้งหนึ่งปีเหรอเนี่ย น่าเซ็งชะมัด ถ้ามีอะไรอยากพูดก็ไปพูดกับเอ็นโจสิยะ
 


การเยี่ยมชมชมรมงานฝีมือที่ผ่านมา ส่วนมากจะเป็นการอธิบายกิจกรรมจากสมาชิกและพาชมห้องชมรม แต่ตอนนี้เมื่อได้ไปสังเกตการณ์ชมรมอื่นๆ เห็นว่าได้ลองให้เข้าร่วมทำกิจกรรมจริงๆ จะได้เสียงตอบรับที่ดีกว่า พวกเราเลยจัดหากิจกรรมงานฝีมือให้ลองทำบ้าง ที่ให้ทำก็เป็นผลงานง่ายๆ อย่าง กระเป๋าใส่ทิชชู่ ตรงหน้าห้องชมรมก็ติดป้าย "เชิญเข้าร่วมทดลองประดิษฐ์ผลงาน" ด้วย 
 
แล้วคนแวะมาดูชมรมก็เพิ่มขึ้นด้วยล่ะ ถึงของที่ทำจะเป็นของทะแม่งๆ ประมาณกระเป๋าใส่ทิชชู่ก็เหอะ แต่ได้ลองนั่งถักมุ้งๆ มิ้งๆ พลางพูดคุยสบายๆ ไปด้วยก็ทำให้ได้เข้าถึงบรรยากาศของชมรม ตอบคำถามข้อสงสัยได้ง่าย กว่างานในมือจะเสร็จก็ติดลมขนาดคุยเรื่องอื่นๆ ได้ด้วยล่ะ 
 
"ที่ผ่านมาเรามองข้ามจุดนี้ไปจริงๆ ค่ะ สมเป็นท่านเรย์กะ"
"นักเรียนใหม่ที่มาดูชมรมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอีกนะคะ"
"มีนักเรียนชายมาเข้าชมรมด้วยนะคะ"
"ในงานเทศกาลโรงเรียนก็ตั้งมุมงานประดิษฐ์ให้ลองทำกันดูด้วยดีไหมคะ ท่านเรย์กะ" 
 
ได้รับคำชมจากสมาชิกชมรมงานฝีมือทุกคน ฉันกระหยิ่มยิ้มย่องขณะนั่งนับใบสมัครเข้าชมรมที่กรอกแล้ว ต้องขอบคุณเคมาริไดนากงนะคะ 
 

ฉันเดินไปขอใบสมัครเข้าชมรมเพิ่มที่ห้องสภานักเรียน พวกนายตัวสำรองกำลังนั่งทำงานกันอยู่พอดี ท่าทางจะยุ่งนะ พอเหลียวมองไปรอบๆ ห้องสภานักเรียน ก็เห็นวาคาบะจังสวมปลอกนิ้วพลิกๆ อะไรเหมือนใบสลิปพลางกดเครื่องคิดเลขแก๊กๆๆๆ ระรัวด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า โอ้ นี่สินะลีลาดการกดเครื่องคิดเลขที่ร่ำลือของวาคาบะจัง!
 
"มีธุระอะไรหรือเปล่า"

นายตัวสำรองที่นั่งประจำตำแหน่งประธานส่งเสียงทัก ฉันเลยบอกไปว่าอยากขอใบสมัครเข้าชมรมเพิ่ม 

"อ้อ รอแป๊บนะ"  

นายตัวสำรองลุกจากเก้าอี้ไปหยิบให้ อื~ม รู้สึกว่าเหล่ากรรมการส่วนหนึ่งจะปล่อยออร่าหวาดระแวงฉันอยู่ยังไงชอบกลแฮะ คิดว่า Pivoine บุกมาท้าทายถึงกลางวงหรือไงนะ 
นายตัวสำรองกลับมายื่นใบสมัครเข้าชมรมให้ฉัน  

"เท่านี้พอหรือเปล่า"
"ค่ะ พอแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ" 
 
ถ้ามีคนแห่กันมาสมัครเข้าชมรมขนาดใบสมัครนี่หมดไปทั้งปึกก็ดีน่ะสิ
 
"จริงด้วย คิโชวอิน มีอะไรอยากให้เธอดูหน่อย"
"อะไรคะ"
"ประธานคะ! จะเอาให้คนๆ นั้นดู! ก็เหมือนหยิบยื่นแผนการของเราให้ศัตรูนะคะ!"
 
กรรมการคนหนึ่งผุดลุกขึ้นร้องทัดทานนายตัวสำรองเสียงหลง เอ๋? อะไรเหรอคะ? 

"ในหมู่ Pivoine ถือว่าคิโชวอินเป็นคนที่พูดกันรู้เรื่อง ไม่เป็นไรหรอก"
 
นายตัวสำรองปรามกรรมการคนนั้นไว้ แล้วว่า "เรื่องนี้น่ะ" ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ฉัน "คู่มือการปฎิบัติตัวกับ Pivoine"...?
 
"พวกนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนมักจะปฎิบัติตัวกับ Pivoine ไม่ถูกอยู่บ่อยๆ ก็เลยคิดว่าจะทำคู่มือให้พวกเขาน่ะ"
"แหม" 

ก็ดีนี่นา ที่ผ่านมาหัวหน้าห้องไม่ก็พวกนักเรียนลูกหม้อจะเป็นตักเตือนไม่ก็บอกกล่าวกันไปเรื่อยๆ แต่นักเรียนกลุ่มนอกที่ไม่ได้รับการสอนอย่างละเอียดก็มักจะพลาดไม่ก็ทำอะไรให้เหงื่อแตกพลั่กกันอยู่บ่อยๆ  ความจริงพวกนักเรียนลูกหม้อก็คงไม่รู้ด้วยละนะว่าต้องบอกกล่าวถึงขั้นไหนดี 
 
"ที่่ผ่านมา ในคณะกรรมการนักเรียนก็มีอะไรทำนองนี้อยู่เหมือนกัน แต่มันมีจุดคลุมเครือหลายแห่ง ครั้งนี้ก็เลยแยกมาเป็นประเด็น ระบุให้ชัดเจนไปเลย เป็นไงบ้าง"
"ฉันว่าก็ดีนะคะ แล้วจะแจกให้นักเรียนกลุ่มนอกทุกคนเลยเหรอคะ"
"เปล่า จะแจกให้หัวหน้าห้องแต่ละห้องแล้วใช้วิธีอธิบายปากเปล่าน่ะ คิดว่าถ้าส่งเป็นเอกสารให้โดยตรงอาจจะเกิดปัญหาตามมา"
"งั้นหรือคะ" 

ยังไงซะนี่ก็ไม่ใช่กฎระเบียบ แต่เป็นการรู้กันแบบเงียบๆ น่ะนะ อย่าให้เหลือหลักฐานล่ะ
นายตัวสำรองดูคู่มือพลางยิ้มแห้งๆ  

"ไม่นึกเลยว่าสภานักเรียนจะต้องลุกขึ้นมาทำคู่มือการปฎิบัติตัวต่อ Pivoine เป็นพิเศษ แต่ทาคามิจิเป็นคนเสนอว่าคนที่ลำบากก็คือนักเรียนกลุ่มนอกนั่นแหละ" 

วาคาบะจังน่ะเหรอ!? 
จะว่าไป ในคู่มือนี่ก็ระบุข้อควรระวังที่ฉันเขียนในจดหมายให้วาคาบะจังทั้งนั้นเลย ฉันเหลือบมองไปทางวาคาบะจังที่กดเครื่องคิดเลขอยู่ พอวาคาบะจังได้ยินชื่อตัวเองก็เงยหน้าขึ้น หันมายิ้มแป้นให้พวกเรา 

"เธอลองอ่านดูแล้ว คิดว่ายังขาดตรงจุดไหนอีกไหม"
"นั่นสินะคะ เอ... ห้ามนั่งบนเก้าอี้อภิสิทธิ์ของ Pivoine  ห้ามทำตัวตีสนิทชิดเชื้อไม่เลือกที่ ถ้าเจอกันบนทางเดินให้สละทางให้ Pivoine ไปก่อน ห้ามเหยียบย่ำดอกโบตั๋นในโรงเรียนหรือนำมาใช้ในทางไม่ดี..."
"เป็นโชกุนสุนัขหรือไง..." (**)

พอฉันอ่านออกเสียงดังๆ กรรมการคนใดคนหนึ่งก็พึมพำออกมา ฉันหันกลับไปส่งยิ้มอย่างสนิทสนมชมว่า "แหม พูดได้ฉลาดจังนะคะ"  แล้วเขาก็ก้มหน้าหลุบตาลงเงียบไป อ้าว?
เนื้อหาในคู่มือก็แทบจะตรงกับที่ฉันคิดไว้ทั้งหมด จึงไม่มีอะไรต้องเสริมเป็นพิเศษ 

"เท่านี้ก็น่าจะโอเคแล้วนะคะ จะละเอียดยิบย่อยเกินไปก็คงไม่ดี เพียงแต่แทนที่จะสอนว่าเป็นคู่มือการปฎิบัติต่อ Pivoine แยกออกมาเดี่ยวๆ ก็น่าจะสอนว่าเป็นหนึ่งในหัวข้อควรระวังในซุยรันมากกว่านะคะ ถือเป็นการสอนสิ่งที่เป็นธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ในซุยรัน ไม่มีอยู่ในโรงเรียนอื่นน่ะค่ะ วิธีนี้น่าจะลดแรงต้านได้ดีกว่านะคะ" 
"เข้าใจแล้ว ทำแบบนั้นน่าจะดีกว่าจริงๆ  ถ้าสอนแยกออกมา ความเป็นอภิสิทธิ์ของ Pivoine ก็จะยิ่งเด่นชัดนี่นะ แต่ธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์เหรอ มีอะไรบ้างนะ"
"ค่า~! ห้ามใส่รองเท้าบูท!"
 
วาคาบะจังยกมือขึ้นพูดอย่างกระตือรือร้น
 
"ต้องลงทุนเขียนลงในคู่มือด้วยเรอะ...? ฉันว่าคนที่เคยมาใส่มาน่าจะมีแต่ทาคามิจินะ"
"ไม่จริ๊ง!" 
"จริงสิ หัดสังเกตบ้างว่าฝั่งโรงเรียนไม่เคยชี้แนะเลยว่าต้องใส่บูทยาวลักษณะยังไง"
"เอ๋~ ถ้างั้นห้ามวิ่งตามทางเดิม หรือห้ามกระโดดข้ามขั้นบันไดล่ะ"
"ทาคามิจิ นั่นมันระดับสามัญสำนึกของเด็กมัธยมปลายเลยนะ" 
"เอ๋~" 
 
นายตัวสำรองกับวาคาบะจังผลัดกันตบบ่าไปมาปั่บๆ อย่างสนิทสนม อืม~ นี่มัน...

"งั้นธรรมเนียมที่มีเฉพาะที่ซุยรันล่ะมีอะไรบ้าง"

พอวาคาบะจังถาม สายตาทุกคนก็มารวมกันที่ฉัน

"นั่นสินะคะ คำทักทายว่า "โกะคิเก็งโย่" มีแต่ผู้หญิงที่ใช้ ประมาณนี้หรือเปล่าคะ"
"โอ้~! แบบนี้นี่เอง~!"

วาคาบะจังปรบมือให้ฉัน 
 
"ทุกท่านส่วนมากในที่นี้ก็คงเป็นท่านที่เข้ามาในช่วงมัธยมต้นหรือมัธยมต้นปลายไม่ใช่หรือคะ ถ้างั้นลองเขียนสิ่งที่ตัวเองตกใจตอนเข้าเรียนครั้งแรกก็ได้นี่คะ"
"นั่นสินะ ลองดูไหม มีใครคิดอะไรออกบ้าง" 
"ช็อกโกแลตทำเองในวันวาเลนไทน์ไม่เป็นที่พึงปรารถนา"
"นั่นน่ะทำไมเหรอ"
"เอ คงป้องกันอาหารเป็นพิษละมั้ง"
"ค่า~! ห้ามใช้ผ้าขนหนูของชำร่วยที่มีชื่อบริษัทปักอยู่ด้วย!"
"คุณทาคามิจิ นี่มันไม่ใช่ธรรมเนียม แต่ถือว่าจบสิ้นในฐานะสาวม.ปลายแล้วนะ" 
"เอ๋~"
"แต่ก็น่าจะมีพวกผู้ชายใช้อยู่ ลองเขียนไปก่อนแล้วกัน"
"ต้องทำความเคารพหน้าประตูโรงเรียน"
"ก็น่าจะอยู่ในระเบียบโรงเรียนอยู่แล้วนะ"
"ห้ามเอาข้าวกล่องจากร้านสะดวกซื้อเข้ามา"
"นั่นก็สำคัญ"
"ก็จริงนะ ตอนเผลอเอามาครั้งแรกนี่เด่นสุดๆ"
"ค่า~ ห้ามใส่เสื้อคลุมพลาสติกกันฝนค่ะ!"
"ทาคามิจิ คนที่ทำแบบนั้นคงมีแต่เธอเท่านั้นแหละ"
"ไม่เอาน่า มิซึซากิคุง ขนาดฉันยังไม่เคยใส่เสื้อกันฝนมาเลยนะ"

สู้เขาน้า~ ฉันถือใบสมัครเข้าชมรมออกจากห้องสภานักเรียนไป 

--------------------------------
(*) เคมาริก็คือการละเล่นคล้ายๆ กับฟุตบอลในสมัยปัจจุบัน เป็นการละเล่นที่นิยมกันในสมัยเฮอัน โดยเหล่าขุนนางจะมาล้อมวงเตะลูกบอลที่มีสีสันสดใสเป็นที่ครื้นเครง 

ภาพจำลองการละเล่นเคมาริที่ศาลเจ้าชิโมกาโมะ

ฟูจิวาระ นาริมิชิ เคมาริไดนากง (ไดนากงคือยศขุนนางระดับสูง น่าจะเปรียบเทียบได้ประมาณองคมนตรี) ที่ว่านั้นก็เป็นท่านที่คลั่งไคล้เคมาริเอามากๆ เล่าลือกันว่าฝีเท้าของท่านเลิศเลอมากราวกับกลับชาติมาเกิดเป็นสึบาสะก็ไม่ปาน  

(**) โชกุนสุนัข เป็นฉายาที่ไม่ค่อยน่าปลื้มของโชกุนโทคุงาวะ สึนาโยชิ เนื่องจากท่านเกิดปีจอจึงได้ออกกฎหมายที่มาก่อนกาล นั่นคือกฎหมายความเมตตาต่อสัตว์  ห้ามการทำร้ายสัตว์โดยเฉพาะสุนัขในเมืองเอโดะ ส่งผลให้สุนัขในเมืองเอโดะเพิ่มจำนวนขึ้นมากและทำให้สุขอนามัยของเมืองแย่ลง คำว่า โชกุนสุนัขในที่นี้จึงเป็นการว่ากระทบกฎเกณฑ์ที่แสนจะเจ้ายศเจ้าอย่างของ Pivoine นั่นเอง 

สงสัยครั้งก่อนจะจัดเต็มไป ตอนนี้เจ้าแม่เลยไม่ได้กินอะไรเลย... 




NEKOPOST.NET