NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] นอบน้อมและหนักแน่น คือคติประจำใจในการใช้ชีวิตของฉันค่ะ!

Ch.208 - ตอนที่ 208


208.


ควงแฟนมาชมซากุระเรอะ เฮอะ น่าหงุดหงิดชะมัด ทำเป็นจัดงานเทศกาลรื่นเริงหลั่นล้าอย่างงานชมซากุระ แต่ก่อนหน้านั้นควรจะจัดงานเทศกาลอย่างพิธีสะกดบุปผาให้เป็นจริงเป็นจังก่อนไม่ดีกว่าเรอะ ตั้งแต่โบราณกาลแล้ว นี่เป็นพิธีปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บที่มักจะระบาดในช่วงที่ดอกซากุระร่วงโรยนะ ใช่ นี่เป็นฤดูกาลอันน่าสะพรึงกลัวที่เทพเจ้าแห่งโรคระบาดจะสำแดงฤทธิ์เดช แต่กลับมาทำกระหนุงกระหนิงอี๋อ๋อกัน... เจ้าพวกไม่รู้จักสำรวมกายใจ จงรับคำสาปจากเทพเจ้าแห่งโรคระบาดไปซะ! วี้ด! 

พอไกลจากสองคนนั้นมา หมาขี้แพ้ในใจฉันก็ลืมตาตื่นโก่งคอส่งเสียงหอนโหยหวน อะไรกันยะ บรรยากาศแบบนั้น ทำอย่างกับคนเขามาเป็นกขค.งั้นแหละ...! 

พอยัวะขึ้นมาแล้วก็ชักหิว ถึงโอบิจะรัดแน่นก็ช่างหัวมันเถอะ ฉันตักอาหารใส่จาน ลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ตัว บางครั้งผู้เกี่ยวข้องกับ Pivoine ไม่ก็คนรู้จักของท่านพ่อท่านแม่ก็แวะเวียนกันมาทักคุยเรื่องสัพเพเหระ
ในหมู่คนเหล่านั้นยังมีท่านลุงบางคนที่ถือข่าวลือผิดๆ ว่าฉันเป็นฟาเธอร์ค่อนเป็นเรื่องจริงจัง เข้ามาปรึกษาว่า "ลูกสาววัยรุ่นเย็นชากับพ่อเหลือเกิน ทำยังไงดี..."  ฉันเลยให้คำแนะนำอย่างอ้อมค้อมไปว่า อย่าเล่นมุกคนแก่หวังจะให้ลูกขำ ให้ระมัดระวังการแต่งกายให้ดูสะอาดอยู่เสมอ ห้ามตั้งท่าเทศนาโดยเริ่มต้นประโยคว่า "สมัยพ่อยังหนุ่มๆ..." แล้วเล่าเรื่องในอดีตยาวเยื้อยเฟื้อย อย่าทำหื่นใส่ผู้หญิงสาวๆ ออกหน้าออกตา ชมได้แต่อย่าประจบประแจง 

ที่ฉันร่ายไปทั้งหมดได้จากการนึกภาพคุณพ่อสุดเท่ของคาบุรากิทั้งนั้นเลยนะ ถ้ามีคุณพ่อแบบนั้น ลูกสาวก็คงอยากอวดใครๆ อย่างภาคภูมิใจ คงติดคุณพ่อแจเลยละเนอะ... 
อ๊ะ ไม่ได้นะ เรย์กะ! ถึงท่านพ่อของเธอจะเป็นทานุกิปุ้มปุ้ย ก็ต้องรับความจริงให้ได้นะ! 
ฉันหันหน้าเผชิญความจริง เปิดฉากกินต่อ แล้วสาวงามสองคนก็ส่งเสียงทักมา 

"เรย์กะจัง ไม่ได้เจอกันนานเลย!"
"ท่านไอระ! ท่านยูริเอะ!"

 อุหวา! ไม่ได้เจอกันนานจริงๆ ด้วย บางทีฉันก็ส่งเมล์หรือโทรศัพท์คุยกับท่านไอระอยู่บ้าง แต่พอขึ้นมหาลัยปีสามแล้วก็ดูท่าทางยุ่งๆ น่ะเนอะ ทั้งท่านไอระท่านยูริเอะยังสวยเหมือนเดิมทั้งคู่ ดีใจจังที่ได้เจอ! 

"ทั้งสองท่านสบายดีหรือเปล่าคะ ดูท่าทางยุ่งๆ อยู่เลยนี่คะ"
"นั่นสิเนอะ มาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องกำหนดเส้นทางในอนาคตให้ชัดเจนแล้ว ก็ต้องพยายามน่ะเนอะ"
"ตัดสินใจได้แล้วหรือคะว่าจะทำอะไรต่อไปในอนาคต" 

ทั้งสองคนสบตากันแล้วยิ้มเฝื่อนๆ 

"ฉันก็มีความตั้งใจอยู่นะ แต่พ่อแม่น่ะสิ บอกว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะให้ฉันเข้าทำงานในบริษัทของทางบ้าน ไม่ก็บริษัทที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมกัน ถึงได้ปะทะกันอยู่นี่ไง..."
"ฉันก็ด้วย ความคิดของฉันกับความตั้งใจของพ่อแม่สวนทางกัน ลำบากแทบแย่" 

ทั้งสองคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ 
พอถึงช่วงหางานแล้วลำบากจริงๆ ด้วย การทำงานของคุณหนูเนี่ย มองจากพ่อแม่ก็คงเห็นเป็นอะไรที่จะเอามาแต่งแต้มใบประวัติดูตัวให้มีสีสันแค่นั้นเองเนอะ 
 คุณหนูของซุยรันโดยมากมักจะคิดกันว่าการทำงานเป็นเพียงการฆ่าเวลาชั่วคราวกับบริษัทที่มีเส้นสายกันอยู่จนกว่าจะแต่งงานออกไป แต่พวกท่านไอระคิดจะสร้างเนื้อสร้างตัวกันเองจริงๆ เก่งจัง 

ฉันยังไม่อยากเข้าทำงานในบริษัทของบ้านตัวเองเลย มองเห็นอนาคตเลยละว่าขืนทำแบบนั้นเข้า  คนคงเห็นว่าเป็นคุณหนูลูกสาวท่านประธาน ถูกโอนย้ายไปยังแผนกที่เป็นหน้าเป็นตาแต่งานเบาหวิว ผู้คนรอบข้างปฎิบัติตัวอย่างเกรงอกเกรงใจไม่กล้ากระทบถูก กลายเป็นโดดเดี่ยวเดียวดายไปในที่สุด แล้วต่อจากนั้นก็ถูกจับแต่งงานทางการเมือง? อุเหย~ ไม่อยากให้บ้านล่มสลายก็จริง แต่ทางนั้นก็ไม่ไหวนะ ฉันอยากแต่งงานด้วยความรักนะ!  

ท่านไอระชวนว่า "ยูริเอะ ถ้าจวนตัวขึ้นมาจริงๆ หนีไปต่างประเทศด้วยกันมั้ย" ท่านยูริเอะหัวเราะปลอบๆ ว่า "พูดอะไรของเธอน่ะ" ท่าทางจะลำบากจริงๆ น้า 

"นี่ๆ ว่าแต่ว่าเรย์กะจัง เห็นว่ามาซายะมีเรื่องอะไรสนุกๆ เหรอ" 

พวกท่านไอระตาเป็นประกายวิบวับนั่งลงที่ซ้ายขวาของฉัน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เหมือนจะคุยเรื่องความลับ ทั้งสองคนดูสนุกสนานมากจริงๆ 

"ที่ว่าสนุกนี่อะไรเหรอคะ"
"เห็นว่ามาซายะมีสาวที่ชอบแล้วเหรอ"
"คุณเรย์กะรู้หรือเปล่า"
"เอ๋!?" 

ทางโน้นนั่นแหละ ทำไมถึงรู้ล่ะ!? คาบุรากิเล่าให้ฟังเหรอ!? 

"ทำหน้าแบบนั้นแสดงว่ารู้สินะ"
"ท่านคาบุรากิเล่าให้ฟังเหรอคะ"
"เล่าให้ยูริเอะฟังน่ะนะ" 
"เห็นตอนคริสต์มาสดูท่าทางกระวนกระวายผิดปกติ ก็เลยลองถามดูว่า "มีคนที่ชอบแล้วเหรอ" แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า "มีแล้ว..."! มาซายะเนี่ย ตอนมาที่บ้านจู่ๆ ก็หยิบนิตยสารแฟชั่นของฉันไปอ่าน ตอนวาเลนไทน์ก็สลดหดหู่ มองออกง่ายจริงๆ เนอะ~" 

ท่านยูริเอะหัวเราะคิกคัก 

"ที่ตัดใจจากยูริเอะได้ขาดก็คงเป็นเพราะมีรักครั้งใหม่แล้วนั่นแหละนะ"
"พอลองคิดๆ ดูก็น่าสงสัยมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วละนะ"
"ทราบหรือเปล่าคะว่าอีกฝ่ายเป็นใคร"
"เด็กผู้หญิงกลุ่มนอกใช่ไหม เรย์กะจังรู้หรือเปล่าว่าเป็นคนยังไง"
"แหม ก็..."
 
ฉันพูดอย่างคลุมเครือ ถ้าความรู้สึกของวาคาบะจังยังไม่ชัดเจนก็ยังไม่อยากออกตัวแรงน่ะนะ พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง
หลังจากพูดคุยกันอีกพักหนึ่ง พวกท่านไอระก็ถูกรุ่นพี่ Pivoine เรียกหาลุกออกไปจากที่นั่ง ฉันเองก็ลุกขึ้นเดินช่วยย่อยเสียหน่อย 
พอออกเดินเรื่อยเปื่อยไปในสถานที่จัดงาน ฉันก็สบตาเข้ากับคาบุรากิที่โดนเหล่าคุณหนูห้อมล้อมเป็นไข่แดงอยู่พอดี อ๊ะ เจอเข้าแล้ว 

"คิโชวอิน"

คาบุรากิรีบสลัดหลุดเหล่าคุณหนูทั้งหลายแล้วเดินตรงมา

"สวัสดีค่ะ ท่านคาบุรากิ วันนี้ขอขอบคุณมากนะคะที่กรุณาเชิญมา"
"อา ทางนี้ก็เช่นกัน"

คาบุรากินำทางฉันไปยังริมกำแพงที่มองไม่เห็นซากุระราตรี ถ้าเป็นตรงนี้ก็อยู่ในเงาของที่กั้นบังตา ไม่เป็นที่สะดุดตาคน รอบข้างก็ไม่มีใครอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเรื่องที่คุยกัน สมเป็นลูกชายเจ้าภาพ รู้จักชัยภูมิของสถานที่จัดงานกระจ่างแจ้งจริงๆ

"เอ้า นั่งสิ"
"ขออนุญาตนะคะ ...แล้วที่ว่าจะปรึกษา?"
"ตรงเข้าประเด็นเลยเรอะ ที่จะปรึกษาก็เรื่องยัยนั่นน่ะ"
"ค่ะ"

ก็คงงั้นละเนอะ

"จะขอเล่าตั้งแต่แรกเลยนะ เริ่มแรก ระหว่างฉันกับยัยนั่นมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นนิดหน่อยในช่วงหน้าร้อน"

คาบุรากิเล่าว่าจากนั้นมาก็เริ่มสนิทสนมกับวาคาบะจัง แล้วก็แวะไปซื้อเค้กบ้านวาคาบะจังเป็นบางครั้ง  อื้อ รู้หมดแล้วล่ะ

"แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าไปไกลกว่านั้น"
"อ้อ"
"คิดว่าควรทำไงดี"

เอ๋ เริ่มจากตรงนั้นเลยเรอะ!? 

"สารภาพรักไปเลยเป็นไงคะ"
"เฮ้ย บ้า!" 

คาบุรากิหวั่นไหวจนคำพูดชะงัก นี่นาย กำลังจะพูดว่ายัยบ้าใช่มั้ยฮะ

"เรื่องนั้นยังไม่ได้ ยังเร็วไป!"
"งั้นเหรอคะ"

คาบุรากีส่งสายตาล่อกแล่กหันรีหันขวาง  หมอนี่เหยาะแหยะกว่าที่คิดอีกวุ้ย

"งั้นก็ชวนไปเดทเพิ่มความสนิทสนมเป็นไงคะ"
"ฉันก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่จังหวะมันไม่ได้น่ะสิ เห็นแบบนั้นยัยนั่นก็ยุ่งน่าดู  ทางฉันเองก็มีกำหนดการหลายอย่างอัดแน่นเหมือนกัน ก่อนหน้านั้นกว่าฉันจะหาเวลาไปหาได้ ก็เจอเพื่อนแวะมาเที่ยวบ้านก่อนแล้ว ก็เลยไม่กล้าชวนไปไหน" 

อ๊ะ นั่นฉันเองแหละ...

"แล้วทำไมไม่ติดต่อไปล่วงหน้าล่ะคะ"
"ก็แบบว่าอยากทำให้ตกใจ..." 

รบกวนกันชัดๆ! ทางนี้ตกใจจนกระเพาะกระตุกเลยนะเฟ้ย! 

"ถ้าโผล่หน้าไปที่บ้านกะทันหัน อาจเป็นการรบกวนทางโน้นก็ได้นะคะ"
"งั้นเหรอ..."
"ใช่ค่ะ! จากนี้ไปขอแนะนำให้นัดหมายวันเวลาล่วงหน้าก่อนทุกครั้งนะคะ!"  

อื้อ ขืนมาเจอะกันเข้าตอนฉันไปเที่ยวบ้านวาคาบะจังก็แย่น่ะสิ ความจริงไม่อยากให้คาบุรากิมาเลยอ่ะ แต่นี่มันเป็นความต้องการส่วนตัวของฉันเอง อย่างน้อยก็ขอให้ติดต่อมาล่วงหน้าเหอะ เอาให้ชัวร์ๆ นะ 

"แต่ฉันไม่ได้ไปหาเจ้าตัวเขานะ ไปซื้อเค้กต่างหาก"
"ข้ออ้างใช่ไหมคะ"
"ก็...นะ"
"ถ้างั้นก็ลองแอบถามกำหนดการของเจ้าตัวเขาแบบเนียนๆ ก็ได้นี่คะ ทำนองว่าตั้งใจจะแวะไปซื้อเค้กวันไหนๆ ไม่รู้ว่าจะอยู่บ้านหรือเปล่า"
"เข้าใจแล้ว จะรับไปปรับปรุง"

คาบุรากิพยักหน้ารับแต่โดยดี ที่ว่าจะไปปรับปรุงน่ะยังไงล่ะ

"แล้วก็ เรื่องเพื่อนที่มาเที่ยวบ้านตอนฉันไปครั้งก่อนน่ะ..." 

ฉันใจหายวูบกับประโยคนี้  เดาออกแล้วเหรอ!? 

"...ทำไมเหรอคะ"
"เห็นเขาเรียกกันว่าโคโระจัง"
"...ค่ะ" 
"โคโระจังนี่ อะไรนะ"
"หา?"

ที่ว่าอะไรน่ะอะไรล่ะ? 

"โคโรยามะเรอะ หรือว่าโคโรดะ.... โคโรโกะ, โคโรมิ, โคโรเอะ... จะชื่อไหนก็ฟังดูไม่น่าจะใช่ โคโระจังนี่อะไรกันนะ"
"เอ่อ..."

คำตอบที่ถูกคือโคโรเน่ค่ะ 

"แล้วฉันก็คิดขึ้นมาได้ หรือว่าความจริงแล้วเพื่อนคนนั้นจะเป็นผู้ชาย ไม่ได้ชื่อโคโระแต่ชื่อโกโร่ต่างหาก!" 
"........." 

ไม่ใช่โคโระจังแต่เป็นโกโร่จังเรอะ...  ฉันงี้เกือบทรุด... 

"คิดว่าไง"
"เอ..."
"มาเอเอออะไรกันเล่า ตั้งใจหน่อยซี่ แอดไวเซอร์"

รู้สึกว่าฉันจะกลายเป็นแอดไวเซอร์ของคาบุรากิไปแล้ว

"ถ้าสงสัยจริงๆ ก็ลองถามไปตรงๆ ก็ได้นี่คะ ว่าเพื่อนที่ชื่อโกโร่จังที่มาเที่ยวบ้านครั้งก่อนเป็นใคร ถ้าเขาบอกว่าไม่ใช่โกโร่จัง แต่เป็นโคโระจังก็น่าจะเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้หญิง แต่ถ้าเขาไม่ปฎิเสธก็คงเป็นผู้ชายละค่ะ"
"อื~ม..."

อึนๆ ยังไงชอบกลวุ้ย นี่ฉันเองนะ ผู้หญิงนะ!

"ยังไงจะลองชวนไปเดทก่อนไหมละค่ะ"
"นั่นสินะ! สถานที่เอาเป็นที่ไหนดี!"

หน้าตาคาบุรากิสดใสขึ้นมาทันตาเห็น 

"สำหรับสถานที่ที่จะชวนไปได้สบายๆ... นั่นสินะคะ ลองชวนไปอ่านหนังสือด้วยกันที่ห้องสมุดไหมล่ะคะ"
"ห้องสมุด!? แบบนั้นเขาเรียกว่าเดทเรอะ!?"

อย่าบังอาจดูถูกเดทในห้องสมุดที่ฉันหลงใหลใฝ่ฝันเชียวนะ! 
ฉันเกลี้ยกล่อมว่าที่นั่นเป็นสถานที่เหมาะสมง่ายแก่การชวนนักเรียนเตรียมสอบออกไปที่สุด จนคาบุรากิยอมเห็นด้วย  ใช่แล้ว ก่อนอื่นต้องเริ่มจากตรงนั้นแหละ นายตัวสำรองเคลียร์ด่านห้องสมุดเดทไปได้ก่อนแล้วนะ! 

ลูกชายเจ้าภาพหายตัวไปนานๆ ไม่ได้ คาบุรากิเลยต้องกลับเข้าไปในงานก่อน ส่วนทางฉันมีท่านพี่มารับ เราเลยไปเดินชมซากุระราตรีด้วยกันเป็นการปิดท้าย 

ได้เจอท่านอิมาริพร่ำพลอดรักกับสาวสวยยวนเสน่ห์อยู่ตรงหน้าต้นซากุระด้วยล่ะ รู้สึกว่าท่านอิมาริจะไม่ได้สังเกตเห็นพวกเรา จะไปขัดจังหวะก็คงไม่ดี พวกเราเลยเดินผ่านด้านหลังไปเงียบๆ แล้วก็ได้ยินเสียงสะเทือนอารมณ์ของท่านอิมาริดังมา "เพียงได้ยลร่างเลือนราง งามประหนึ่งซากุระป่ากลางสายหมอก ขอสวามิภักดิ์ใจรักผูกพัน" 

ท่านพี่เดาะลิ้นกับความสามารถอันเลิศลอยของหัวหน้าหมู่บ้านคาสโนว่า ส่วนฉันขอซูฮกค่ะ 

---------------------------------------
 
หมายเหตุ : สำหรับท่านที่จะคอมเมนต์ด้านล่าง ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของการแปลไทยตอนล่าสุด หรือหากต้องการพูดถึงเนื้อหาที่เกินเลยจากนั้น ขอให้ท่านเตือนให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังจะทำการสปอยล์ ด้วยวิธีต่างๆ เช่น  
จากนี้ไปเป็นสปอยล์
.
.
.
บทกลอนจีบสาวของท่านอิมาริ... โควตมาเผื่อใครอยากเอาไปจีบสาวญี่ปุ่น... 「山ざくら霞の間よりほのかにも見てし人こそ恋しかりけれ」 ยกมาจากบทหนึ่งของโคะกินวะกะชู -  ประชุมร้อยกรองโบราณของญี่ปุ่นครับ 

พิธีสะกดบุปผา (鎮花祭)  ที่ว่าก็อย่างที่ท่านเรย์กะเธอบรรยายมา เป็นพิธีปัดเป่าโรคระบาดที่ดำเนินมาตั้งแต่สมัยเฮอัน ปัจจุบันก็ยังมีการประกอบพิธีนี้อยู่ในวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนในศาลเจ้าที่เกียวโต ....แต่มันเป็นพิธีที่โคตรไมเน่อร์เลยนะ ข้อมูลภาษาอังกฤษยังหาแทบไม่ได้ ท่านเรย์กะนี่... 

ภาพประกอบ สมัยโบราณและปัจจุบัน 

 

 
ดังนี้เป็นต้น เพื่อความสงบสุขในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกัน ขอขอบคุณที่ช่วยกันรักษามารยาทในการสนทนานะครับ :) 




NEKOPOST.NET