The Boy From Urban legend (ตำนานเมือง คำสาปมรณะ) ตอนที่ 11 | Nekopost.net 
NEKOPOST

The Boy From Urban legend (ตำนานเมือง คำสาปมรณะ)

Ch.11 - The Boy Form Urban Legend (Case 1 : สาวปากฉีก) (บทนำ)


                 เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ปรากฏเป็นควันไฟสีแดงฉานลอยละล่องอยู่บนอากาศเคล้าด้วยกลิ่นเหม็นไหม้อันเกิดจากเปลวเพลิงอันร้อนแรงที่เผาผลาญทุกสิ่งอย่างอำมหิต บริเวณรอบข้างมีเศษซากของรถยนต์กองอยู่อย่างไร้ค่าพร้อมด้วยเสียงร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า ร่างสีดำเป็นตอตะโกนอนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ไม่ต่างกับร่างอื่น ๆ นอนสิ้นลมหายใจอย่างไร้ค่า

                สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เด็กชายคนหนึ่ง แทบหยุดหายใจ

                มันก็แค่ชั่วพริบตาเดียวก็เท่านั้น

                เด็กชายจำได้ว่า เขากำลังจะกลับบ้านพร้อมกับพ่อและแม่ที่ไปรับเข้าถึงที่โรงเรียนอนุบาล พวกเขาขับรถพลางส่งเสียงร้องเพลงอย่างมีความสุข เด็กชายจำได้ว่า มันคือเพลงเปิดของรายการหุ่นกระบอกตอนเช้าที่เขาชอบดูก่อนไปโรงเรียนเสมอ ๆ

                เขาจำได้ว่า รถยนต์ของพ่อกับแม่ขับเลียดไปบนถนนที่อ่านยาก ๆ แห่งหนึ่ง พวกเขาขับรถติดไฟแดงอันแสนยาวนานราวกับไม่มีจุดจบ ด้วยความเบื่อหน่ายนั้นเด็กชายจึงขอร้องให้แม่ร้องเพลงกับเขาฆ่าเวลาด้วยกัน  แม่เขาก็ร้องเพลงกับเขาอย่างสนุกสนาน ขณะที่พ่อของเขานั้นเหลือบมองทั้งสองคนอย่างมีความสุข

                โดยที่พวกเขาไม่ทันสังเกตว่า ถนนแห่งนี้กำลังจะเกิดหายนะขึ้น

                เอี้ยดดดดดดดดดดด “

                เสียงชนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวทั่วบริเวณนั้น ทำเอาเด็กชายถึงกับสะดุ้งจนลืมท่อนร้องเพลงไปในชั่วขณะ ส่วนพ่อของเขานั้นรีบชะโงกหัวออกไปเพื่อดูต้นเหตุของเสียงนั้น

                เด็กชายจำได้แม่นว่า สายตาของผมที่มองออกไปนั้นกำลังตื่นกลัว

                รถแก็สคว่ำ เธอพาลูกหนีไปเร็วเข้า”

                พ่อของเด็กชายตะโกนดังลั่น แม่ของเขาเปิดประตูรถออกไปข้างนอกด้วยความรวดเร็วพร้อมกับอุ้มเอาร่างน้อย ๆ ของเด็กชายไปพร้อม ๆ กัน

                รอบข้างของพวกเขาเองก็มีคนอื่น ๆ พากันวิ่งหนีตายกันอย่างตัวใครตัวมัน ความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นประดุจดั่งมิคสัญญีแห่งโลกาวินาศได้มาถึง เสียงกรีดร้องของบรรดาผู้คนร้องก้องดังไปทั่ว ร่างมนุษย์ตัวจ้อยวิ่งสาดกระเซ็นไม่มีทิศทางประดุจมดแตกรัง

                ทว่า

                ขาของพวกเขานั้นช้าเกินกว่าพญามัจจุราชไปก้าว

                วี้ดดดดดดดดดดดดดด บรึ่ม !!”

                เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวจนผืนดินยังสะเทือน พระเพลิงสีแดงฉานราวกับความกริ้วโกรธของพระเจ้าถูกปลดปล่อยพวยพุ่งกลืนกินทุกสิ่งรอบข้าง ความโหดร้ายของมันได้ทำลายทุกสิ่งจนราบคาบ มันแผดเผารถยนต์ อาคารบ้านเรือน และทุกสิ่งจนไหม้เกรียม

รวมทั้งมนุษย์ก็เช่นกัน

                เสียงโหยหวนดังก้องไปทั่วบริเวณนั้น ร่างของผู้คนถูกเพลิงแผดเผาร่างอย่างทุกข์ทรมาน  บางคนถึงกับลงนอนร้องครวญครางด้วยความปวดแสบปวดร้อน มันคือความเจ็บปวดที่ทำให้เด็กชายตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก

                แน่ล่ะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของเขาด้วย

                ไฟนรกแผดเผาร่างของพ่อที่โอบกอดร่างของแม่และเด็กชายคนนั้นเอาไว้ พ่อถูกไฟแผดเผาจนดำเป็นตอตะโก เช่นเดียวกับแม่ที่โอบอุ้มเขาเอาไว้แน่นจนเพลิงร้ายไม่อาจจะกร่ำกรายไปยังลูกชายของพวกเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

                แม่ครับ ? พ่อครับ ?”

                เด็กชายส่งเสียงเรียกบุพการีของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ แม่ของเขาได้แต่ยิ้มแหยะ ๆ ให้ก่อนจะล้มลงทับร่างของเขา

                ร่างกายอันเย็นหวาบนั้นทำให้เด็กชายรับรู้ได้ว่า ตัวเขาได้พบกับความสูญเสียครั้งใหญ่เสียแล้ว

                “พ่อครับ แม่ครับ พ่อครับบบบบบบบบบบ แม่ครับบบบบบบบบบบบบบบ”

                เด็กชายได้แค่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ข้างศพของพ่อแม่อยู่แบบนั้นไม่ยอมไปไหน

                กระทั่ง

                อ้าว ตายจริง !!  ยังมีคนรอดอยู่อีกเหรอเนี่ย ?”

                น้ำเสียงท่าทางประหลาดใจดังขึ้นทำให้เด็กน้อยหันหน้ากลับไป

                เขาจึงมองเห็นใบหน้าของเจ้าของเสียงได้อย่างถนัดตา

                เธอเป็นเด็กสาวผู้มีอายุน่าจะมากกว่าเด็กชายเล็กน้อย กระนั้นภาพลักษณ์กลับดูลึกลับอย่างบอกไม่ถูก เธอสวมชุดโกธิคโลลิแบบขุนนางยุโรปสีดำที่มีกระโปรงยาวจนถึงปลายเท้า มือทั้งสองข้างสวมถุงผ้าระบายสีดำเผยให้เห็นผิวมือสีขาวนวล เช่นเดียวกับร่มที่เธอพาดบ่าอยู่นั้นเองก็มีสีดำสนิทเฉกเช่นเดียวกัน แน่ล่ะว่า ใบหน้าของเธอนั้นงดงามจับหัวใจของเด็กชายจนไม่อาจละสายตาได้ เช่นเดียวกับดวงตาสีทองคำของเธอนั้นกำลังจับจ้องมาที่เขาด้วยความสนใจ

                ชะ ชะ ช่วยด้วยครับ ช่วยพ่อแม่ของผมด้วย”

                เด็กสาวในชุดโกธิคโลลิเดินกรีดกรายตรงเข้ามาใกล้ ๆ เด็กชาย เธอนั่งยอง ๆ ลงแล้ววางฝ่ามืออันงดงามลงบนคอของพวกเขาก่อนจะส่ายหน้าด้วยดวงตาอันเศร้าหมอง

                เสียใจด้วยนะ พวกเขาตายหมดแล้ว”

                คำตอบของเธอทำให้เด็กหนุ่มปล่อยโฮออกมาอีกหน ทว่าจู่ ๆ ร่างกายของเขาก็อ่อนยวบทรุดลงกับพื้น สายตาของสาวโกธิคชำเลืองมาทางเด็กหนุ่มเล็กน้อย

                บาดเจ็บมากเหมือนกันนี่ เจ้าหนู”

                “เจ็บครับ ผมเจ็บ”

                เด็กหนุ่มร้องคร่ำคราญ มือของเขาพยายามตะเกียกตะกายหา สาวโกธิคคนนั้น

                อ่า...ก็น่าจะเจ็บน่ะ แผลลึกซะขนาดนี้

            “ผมไม่อยากตาย ผมไม่อยากตาย”

                “เสียใจ ฉันช่วยนายไม่ได้ไอ้หนู”

                “ช่วยผมด้วย ได้โปรด ช่วยผมด้วย”

                เด็กหนุ่มคลานตะเกียกตะกายเอื้อมมือหาสาวโกธิคพลางส่งเสียงร้องอ้อนวอนเธอทั้งน้ำตา

                เด็กสาวชำเลืองมองเด็กหนุ่มอีกครั้ง เธอถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายใจก่อนจะเอื้อมมือไปวางไว้แหมะไว้บนหัวของเขา

                ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ กะจะเก็บเอาไว้ให้คนอื่นแท้ ๆ แต่ถ้าต้องการมีชีวิตอยู่ ช่วยบอกฉันมาทีได้ไหม ไอ้หนู เจ้ายินดีจะมีชีวิตต่อเพื่อเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดของโลกนี้ต่อไปใช่ไหม

                เด็กหนุ่มเจ็บจนไม่อาจจะส่งเสียงร้องได้อีกแล้ว เขาจึงทำได้แค่พยักหน้ารับคำถามนั้น ทำให้สาวโกธิคแสยะยิ้มจนเห็นฟันสีขาวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

                มันคือรอยยิ้มของนางมารร้าย

                การมีชีวิตน่ะ มันเจ็บยิ่งกว่าตายอีกนะ”

                สิ้นคำนั้นเด็กหนุ่มก็ส่งเสียงร้องดังออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส บางสิ่งกำลังเกิดขึ้นกับตัวของเขา มันคือ ความร้อนราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา ความร้อนนั่นแผ่ขยายไปทั่วร่างจนเด็กหนุ่มถึงกับดิ้นทุรนทุราย

                เลือด เนื้อ กระดูก จิตวิญญาณ ความรู้สึกถูกเผาไหม้ด้วยเพลิงในกายนี้ ความร้อนอนันต์บุกรุกขึ้นไปยังดวงตาทั้งสองข้างจนโลกรอบข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

                เด็กหนุ่มกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

                และนั่นคือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เท้าของเด็กหนุ่มเยื้องย่างไปสู่โลกหลังความตาย

                จุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า คำสาป

++++++++++++++++




NEKOPOST.NET