มรดกแห่งการสังหาร [The Legacy of Murderer] ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

มรดกแห่งการสังหาร [The Legacy of Murderer]

Ch.3 - เด็กสาวกับไสยศาสตร์


 

คำแก้ตัวของผมบอกกับคุณป้าอีกทีว่า เพื่อนจะมาทำการบ้านด้วยและขอค้างคืน

แน่นอนว่าจีนไม่ได้ทานอะไรมาเลย ผมเลยต้องแบ่งอาหารมื้อเช้าให้เธอทาน มันอาจจะเป็นอาหารทั่วไป แต่เธอก็ไม่เกี่ยงอะไรเลยและทานด้วย คิดว่าเธอเป็นคุณหนู บางทีอาหารเช้าต้องยกระดับซะอีก แต่ผมก็ดีใจมากที่ได้มานั่งทานอาหารด้วยกันกับเธอแค่สองคน

“ทำไมถึงหนีออกจากบ้านล่ะ ?”

“ท่านพ่อไม่ยอมให้ฉันไปโรงเรียนอีกแล้วน่ะสิคะ”

“แต่ว่าหนีออกมาแบบนี้ เธอไปหาวาน่าจะดีกว่าฉันนะ”

ทันใดนั้นเธอก้มหน้า

“ขอโทษนะคะที่รบกวน ที่จริงฉันไม่อยากให้วากังวลใจเรื่องของฉัน จึงต้องมาหาคุณกาญจน์ ฉันอาจจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวมากไปหน่อย แต่ถ้าไม่สะดวกยังไงฉันก็จะไป…”

“ไม่ใช่ๆ แบบนั้น คือว่า ไม่ได้รบกวนอะไรเลย ดีใจด้วยซ้ำที่จีนมา!”

“ยังไงก็ขอโทษนะคะ”

“ทะเลาะกับคุณพ่อมางั้นเหรอ ?”

เธอส่ายหน้า

“ฉันแค่นึกเสียใจนิดหน่อยเองค่ะ ฉันกำลังจะร้องไห้ แต่คุณแม่ก็มาช่วยเข้าข้างฉันเอาไว้ กลายเป็นว่าทั้งสองท่านทะเลาะกันเอง ทะเลาะกันหนักมากเลย ฉันเลยหนีออกมาเองค่ะ”

เด็กสาวตัวเล็กเอามือขยี้ขอบตาเบาๆ

“ฉันเข้าใจความรู้สึกนั่นนะ ความเป็นห่วงและหวังดีของพวกเขา อาจจะต้องใช้เวลาบ้างสักคืนเพื่อให้เข้าใจกัน คืนนี้พักที่นี่ก็ได้นะ”

ผมพยายามพูดให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่คิดไม่ออกว่าจะบอกอย่างไรดี

“ขอบคุณค่ะ”

ผมช่วยถือกระเป๋าพาเธอเข้าไปในบ้าน เธอดูสนใจไม่น้อยภายในบ้าน ที่ด้านหน้าเป็นร้านขายของชำ

“ว้าว ! ดูสะดวกและน่าอยู่กว่าที่คิดนะคะ”

จีนทำท่าปลาบปลื้ม นัยน์ตาของเธอดูสดใส เพราะมองเห็นทางเดินข้างในมีห้องน้ำสองห้อง ส่วนทางเดินหลังบ้านเป็นห้องครัว ส่วนตรงห้องกลางในบ้าน บ้านหลังนี้มีห้องนอนแยกย่อยออกไปอีกหกห้อง ห้องกลางก็มีมุมที่จัดเป็นที่นอนด้วย

“ห้องของจีน งั้นห้องนี้ละกันนะ”

ผมเปิดประตูห้องฝั่งขวาด้านล่าง โดยที่ห้องนอนของผมอยู่ฝั่งซ้ายด้านบนของห้องกลาง ห้องคุณป้าอยู่ซ้ายล่าง

“ห้องนอนเยอะจังนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าอาศัยอยู่กับ เอ่อ คุณป้าแค่สองคน”

“ก็ที่นี่บ้านใหญ่นี่นา ตระกูลฉันเมื่อก่อนก็แบบนี้แหละ เคยมีคนอาศัยอยู่เยอะและเป็นที่รวมญาติพี่น้องทุกปี แต่หลังจากท่านย่าเสียไปแล้ว เลยมีห้องว่างแบบนี้”

ผมมองรูปคุณปู่กับคุณย่าบนหิ้งใกล้ๆ มีกระถางธูปวางอยู่ จากนั้นผมวางสัมภาระของจีน เพื่อให้เธออยู่ในห้องนั้น

“ท่านย่า…”

จีนก้มหน้าพึมพำกับตัวเอง

 

หลังจากนั้นสักพักเธอก็มาเรียกผมเข้าไปในห้องที่เธออาศัย

ทำให้รู้สึกแปลกๆว่าจะดีเหรอที่ต้องเข้าไปในห้องที่ผู้หญิงอยู่แบบนี้ จะเรียกให้ไปทำอะไรกันแน่ !?

หา !

ผมสะดุ้งทันที เมื่อเห็นอุปกรณ์ไสยศาสตร์ของเธอมาวางกองมากมายเต็มไปหมด

“อาจจะเร็วไปหน่อย แต่คุณกาญจน์ต้องชำระล้างนะคะ”

เธอบอกขณะที่เธอใช้ที่บดผสมบางอย่าง พร้อมนำสิ่งที่มีกลิ่นคล้ายน้ำมนต์ออกมา จากนั้นเห็นใช้ผ้ากรองอยู่หลายครั้ง พร้อมกับทำสมาธิเพื่อให้ได้บางอย่าง ก่อนนำน้ำตาเทียนหยดลงไป พร้อมหยดของเหลวสีแดงไปหนึ่งครั้งที่คล้ายๆกับเลือด สุดท้ายก็ได้น้ำที่ใสๆภาชนะหม้อดินเผาเคลือบ

“จีนคิดจะไปเป็นหมอผีหรือไงเนี่ย!?”

ผมถึงกับอึ้งให้อาวุธสังหารกับเธอ ซึ่งเป็นมีดผ่าตัดสีดำยาวหกนิ้ว จากนั้นเธอหย่อนมันลงไป ให้สีดำหมองออกมาจนน้ำในนั้นขุ่นเป็นสีดำ ซึ่งมองกี่ครั้งก็รู้สึกน่าทึ่งเหมือนเคย

“อย่างกับเวทมนตร์จริงๆเลยทั้งที่ไม่อยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง”

ผมคิดเช่นนั้น เธอก็ขำเบาๆโดยกุมมือที่ริมฝีปาก

“บนโลกใบนี้นะค่ะ ยังมีพลังงานอีกมากมายที่เรายังไม่รู้จัก แต่กลับรู้วิธีใช้ แปลกดีไหมคะ เหมือนสมัยยุคหินที่มนุษย์รู้วิธีใช้ไฟ แต่กลับไม่รู้จักสสารหรือองค์ประกอบของธาตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดไฟขึ้นมา พวกเขาจึงคิดว่ามันเป็นเวทมนตร์ที่ต้องกระทำโดยการการเสียดสี สิ่งที่ฉันกำลังทำตอนนี้ก็คงคล้ายกันนั่นแหละค่ะ”

“จะบอกว่ามนุษย์เราอาจมีพลังจิต พลังพิเศษ หรือเวทมนตร์ได้งั้นเหรอ ?”

“เวทมนตร์คือวิทยาศาสตร์ค่ะ และวิทยาศาสตร์ก็สร้างเวทมนตร์ออกมา”

จีนหลับตาลงพร้อมล้วงเอามีดผ่าตัดสีดำออกมา

ผมความรู้สึกสงบและอบอุ่นไม่น้อย เมื่ออยู่ใกล้เด็กสาวคนนี้ เวลาจีนนั่งที่พื้นคงลำบากไม่น้อย เพราะเส้นผมเธอยาวมากๆ ผมจึงคิดเรื่องที่อยากรู้ได้

“เอ่อ…เวลาที่จีนทำอะไร ไม่เกะกะเหรอ แบบว่าผมยาวมากเลยนะ ถ้าตัดสั้นก็ดูน่ารักดีออก”

เธอดูเขินเล็กน้อย พร้อมก้มหน้าลง

“ท่านพ่อชอบเวลาที่ฉันผมยาวน่ะค่ะ เพราะบางทีก็ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เจอคุณแม่ของท่าน เลยให้ฉันไว้ยาวไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาที่อยากจะตัด ฉันเองก็เสียดายที่จะต้องตัด แต่มีเหตุผลที่ตัดไม่ได้เหมือนกันค่ะ”

เธอสูดหายใจเบาๆแล้วพูดต่อ

“เมื่อก่อนเคยตัดผมแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ทำให้ฉันสูญเสียความสามารถในด้านจิตวิญญาณไปน่ะค่ะ บางทีผมของผู้หญิงอาจจะเป็นหัวใจหลักในด้านการใช้จิตด้วย คุณย่าฉันเคยว่าไว้ ผู้ใช้อาคมหากสูญเสียสิ่งใดของร่างกายออกไปโดยที่ตนเองรู้สึกเสียดาย จะให้ความสามารถทางด้านวิญญาณลดลงเสมือนเสียจิตวิญญาณบางส่วนในช่วงเวลานั้นไป ตั้งแต่นั้นมาฉันเลยตัดผมแค่พอประมาณ ไม่ให้เกิดความรู้สึกเสมือนสูญเสียไปค่ะ”

“นั่นสินะ ตามจริงแล้ว จีนเองก็ชอบผมยาวสินะ”

“เอ่อ…ก็ทำนองนั้นแหละค่ะ เพราะว่ามันอาจจะให้ความรู้สึกเป็นตัวเองดีน่ะค่ะ”

เธอยิ้มบางๆด้วยสีหน้าอ่อนโยนสักพักเธอก็เอามีดผ่าตัดสีดำให้ผม

“กาญจน์คะ”

จีนเปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติก่อนจะทำดวงตาเศร้าสร้อย

“มีอะไรเหรอ ?”

“ฉันกลัวค่ะ แบบวันนั้นทั้งวา แล้วก็กาญจน์ ฉันกลัวจริงๆค่ะ ว่าอาจจะต้องสูญเสียพวกคุณไป ตอนที่พวกเราถูกชายคนนั้นทำร้าย เพราะฉันเองค่ะ ขอโทษนะคะ ฉันทำให้ทุกคนต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วย”

เธอมีความรู้สึกเสมือนจะมีน้ำตาคลอเบ้า

“พอแล้วล่ะ พวกเราเป็นหนี้ชีวิตเธอนะ คิดว่าตัวเองผิดคนเดียวไม่ได้หรอก ฉันก็ผิดด้วยที่อาจจะปกป้องเธอไม่ได้ ยังไงฉันจะไม่ยอมให้จีนเป็นอะไรแน่นอน ไม่คิดเหรอว่าถ้าเธอเป็นอะไรไป พวกเราจะอยู่กันได้ยังไงโดยไม่มีจีน ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนที่คิดร้ายต่อเธอมาแตะเธอได้แม้แต่ปลายผมหรอกนะ !”

จีนสีหน้าแปลกๆ เธอทั้งพูดไม่ออกและหันหน้าหนี จากที่เคยสีหน้าเศร้า กลายเป็นสีหน้าแบบแดงก่ำขึ้นมา

คุณกาญจน์บ้า!

เอ่อ…นี่ผมพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ เพราะจีนนั่งขดเหมือนตัวเล็กลง ไม่ขยับสักนิด เด็กสาวคนนี้ดูท่าทีอึดอัด สักพัก ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นแบบกะทันหันด้วยสีหน้าเขินอาย

“ขอตัวใช้ห้องน้ำหน่อยนะคะ”

แล้วเด็กสาวตัวเล็กก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ผมคิดว่าสิ่งที่เธอพูดมามันก็ชวนให้รู้สึกกลัว ตอนนั้นถ้าพลาดนิดเดียวก็อาจตายได้จริงๆ แต่ความรู้สึกในวันที่รับมือกับผู้ชายที่เป็นฆาตกรคนนั้น

คงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ว่าตัวผมในวันนั้นรู้สึกว่าร่างกายมันเบาแปลกๆ แต่กลับหนักหน่วงประหลาด แถมยังสามารถมองการเคลื่อนไหวของศัตรูได้เหมือนภาพช้าลง เคลื่อนไหวสะดวกขึ้นและมีแรงมหาศาลที่จะหยุดยั้งแรงของคมของอาวุธที่มีขนาดใหญ่กว่าด้วยมีดผ่าตัดอันเล็กๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นไปได้ยังไง

เสียงของไลน์ดังมาจากในกระเป๋ากางเกง ทำเอาสะดุ้งขึ้นมาทันที ผมจึงมองดูข้อความที่อีกฝ่ายส่งเข้ามา จึงได้ทราบว่าเป็นคุณพ่อของผมเอง

พ่อจะไปเยี่ยมแล้วนะลูก อีกสามสิบนาทีก็ไปถึงแล้ว จะอยู่ถึงพรุ่งนี้เย็นนะพร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์รูปหน้าของเขาสวมเนคไทกำลังยิ้ม

ผมเกือบทำมือถือตกพื้นหลังจากที่อ่านประโยคนี้จบ

จะมาค้างที่นี่งั้นเหรอ !?’ ผมถึงกับรีบพิมพ์ตอบกลับทันที

พวกเราด้วยนะพี่ชาย หุๆ ๆ มาเล่นด้วยกันซะดีๆ

คราวนี้ข้อความมาจากอีกชื่อหนึ่ง พร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์รูปฝาแฝดสาวเอามือประสานกัน มันทำให้ผมคุ้นทันทีว่าเป็นยัยพวกนั้นแน่นอนยัยน้องสาวฝาแฝดของผม

ผมพิมพ์ตอบกลับให้ทั้งครอบครัวรับทราบว่า

มีเพื่อนผู้หญิงมาบ้านด้วยเกรงใจเขาด้วยนะ

เท่านั้นแหละ ไลน์ข้อความมาจากเหล่าน้องสาวถึงกับเด้งมาหาผมไม่หยุดราวกับโดนสแปมผมถึงกับต้องปิดเครื่องตัวเองเลยทีเดียว

จีนเดินเข้ามาในห้อง แล้วเอียงคอมองผมอย่างสงสัย ทำให้ผมหันไปมองเธอ

“รู้สึกว่าสัปดาห์นี้จะมีรถไฟชนกันนะ”

ผมถึงกับต้องถอนหายใจ

 

ในเวลาต่อมา แสงอาทิตย์อ่อนๆ ท้องฟ้ามีเมฆมากในช่วงใกล้เที่ยงจีนมารออยู่หน้าบ้านพร้อมกับผม เธอดูอารมณ์ดีอย่างผิดหูผิดตา

“ครอบครัวของคุณกาญจน์งั้นเหรอคะ อยากเจอเหมือนกันนะคะ”

“อย่าหลุดเรื่องที่หนีออกจากบ้านนะจีน แค่มาทำการบ้านด้วยเฉยๆ”

“รับทราบค่า!”

เธอยิ้มให้ผมพร้อมทำมือวันทยหัตถ์

เมื่อรถยนต์ซีวิคคันสีบรอนซ์เงินมาจอด แล้วเหล่าบุคคลที่ผมคุ้นหน้าก็ลงมา จีนไหว้คุณพ่อก่อนผมซะอีก แล้วผมก็ช่วยขนสัมภาระ

“ดูสบายดีนี่นา หวังว่าคงไม่มีปัญหากับชีวิตที่โรงเรียนใหม่”

คุณพ่อตบเบาๆที่หลังของผม ส่วนคุณแม่ก็ลงจากรถตามมา ทุกคนสวมชุดไปรเวทธรรมดา ซึ่งคุณพ่อคือคนที่ชอบสวมชุดกราวน์ ทำงานเป็นแพทย์ศัลยกรรม ส่วนคุณแม่คือคนที่สวมแว่นตา เธอทำงานด้านเกี่ยวกับกระทรวงป้องกันการละเมิดทางสารสนเทศ ส่วนอีกสองคนที่ลงตามมาก็น้องสาว

“อ่าว แล้วคนนี้…”

คุณแม่จะพูดกับจีน

“เพื่อนที่โรงเรียนน่ะครับ พอดีจะมาทำการบ้านด้วย”

ขณะที่ผมพูด ด้านหลังมีจิตสังหารมาจากเหล่าน้องสาวฝาแฝด

“ไม่อยู่แค่แปปเดียวกล้าดียังไงคะที่มีแฟน !”

“พี่ชายใจร้าย ลืมพวกเราแถมปิดเครื่องหนีเลยนะ !”

เมื่อยัยน้องสาวฝาแฝดสองตัวต่างคนต่างปล่อยหมัดกระแทกใส่สีข้างของผม

“เหวอ !”

ผมถึงกับสะดุ้งทำกระเป๋าใบใหญ่ร่วงทับเท้าตัวเอง เพราะโดนจุดยุทธ์ศาสตร์ของร่างกายบริเวณซี่โครงตรงสีข้าง

จีน มองเด็กผู้หญิงสองคนที่ตัวสูงเทียบเท่าเธอเลย คนแรกสวมชุดเดรสสีเขียว ใส่ที่คาดผมสีเขียว อีกคนก็สวมชุดเดรสสีฟ้า มีที่ติดผมสีฟ้า ส่วนหน้าตาและความสูงเหมือนกันทุกประการ อายุกำลังเข้าใกล้สิบสอง

“สวัสดีจ๊ะพี่ชื่อจีน ชื่ออะไรคะ ?”

“บลายธ์ค่ะ”

เด็กหญิงชุดสีฟ้าบอก เธอไว้ผมยาวทรงม้วนลอนพอดีบ่า พร้อมกับทำหน้ามุ่ย

“แพรค่ะ”

เด็กผู้หญิงชุดสีเขียวบอก เธอทำทรงผมแบบบลายธ์เป๊ะจนเกือบแยกไม่ออก เธอแสดงท่าทีเป็นปรปักษ์กับจีน

“ก็บอกอยู่หยกๆ ว่าเพื่อนที่โรงเรียน หัดฟังก่อนสิ !”

ผมต้องมาจับนิ้วเท้าตัวเองที่ระบมเพราะยัยสองตัวนี่

“ถ้าไม่จริงจะเล่นให้หลังลายเลย”

“จะเอาให้เลือดกระเซ็น”

บลายธ์และแพรต่างกลั้นหัวเราะเสียงหุ ๆ ๆ ทั้งสองคนถือแส้พร้อมกับกุญแจมือขึ้นมา ไม่เข้ากับชุดเดรสสดใสที่ทั้งสองคนสวมใส่

“ไปเอาของพรรค์นั้นมาจากไหนเนี่ย !?”

ผมถึงกับอ้าปากค้าง แต่พอดูดีๆ ปรากฏว่ามันเป็นแค่ของเล่น มีของเล่นแบบนี้วางขายด้วย !

คุณป้าเรียกคุณพ่อให้เดินเข้าไป รวมถึงทุกคนก็อยู่ด้วย มันทำให้วุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ทันไรก็มีสาวเข้าบ้าน ร้ายนักนะไอ้ลูกคนนี้ !”

คุณพ่อดัดหลังผมอย่างสุดแรงจนไหล่จะหักอยู่แล้วคุณแม่มองผมจากนั้นจึงถาม

“ไม่ก่อเรื่องอะไรใช่ไหม ?”

“ไม่มีหรอกครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ไหนๆก็มาแล้ว ไปเดินช็อปปิ้งด้วยกันไหมจีนด้วยหนูก็ไปด้วยกันไหมล่ะ?”

คุณพ่อเอ่ยปากชวนผมพร้อมกับจีนให้ไปด้วยกัน

 

——™™

 

ที่สรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากผ่านไปแค่หนึ่งชั่วโมง

ผู้คนมากมายเดินกันทุกที่ แม้ว่าสถานที่จะถูกสร้างให้มารองรับผู้คนจำนวนมากอย่างไรก็ตาม และหลังจากที่พวกเรารับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันที่นั่น เลยออกมาเดินอยู่แถวๆร้านค้าจนมาหยุดอยู่ตรงเกมเซ็นเตอร์ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ขอตัวไปเดินช็อปปิ้ง

“ไม่เท่าไรหรอกน่า !”

เสียงยัยแพรตะโกน

“คิดว่าจะชนะได้หรือ หึ !”

เสียงยัยบลายธ์ก็ดังไม่แพ้กัน

ทั้งสองคนกระทืบปุ่มลูกศรที่พื้นกันอย่างไม่สงสารใยดีกับเครื่องเล่นเกมเต้น เรียกร้องความสนใจให้ผู้คนเดินผ่านมา

“เจอนี่หน่อย ท่าไม้ตาย เปลี่ยนตัว !”

แพรลากผมขึ้นไปเหยียบบนเครื่องเกมเต้น ท่าไม้ตายบ้าอะไรยัยน้องสาวตัวแสบ

“หุ ๆ ๆ ทางฉันก็มีพี่จีน !”

บลายธ์ฉุดเอาพี่สาวที่ตัวเท่ากันขึ้นมาจนเธอเกือบหน้ากระแทกหน้าเขาอยู่แล้ว

“ยังไงก็ออมมือด้วยนะคะ”

จีนพูดอย่างสุภาพกับผม ทำให้ความรู้สึกอยากสอนเธอเหลือเกิน ผมรู้สึกว่าไม่แพ้เรื่องแบบนี้หรอกนะ เคยแข่งชนะเพื่อนในห้องมาหมดทุกคนแล้ว แต่พอเล่นจริงๆ เหมือนเธอจะเล่นครั้งแรก แต่ว่าเข้าขั้นอัจฉริยะ !

เวลาไม่นานเธอเต้นอย่างคล่อง ลีลาการสลับเท้าและหมุนตัวพร้อมกับเหยียบไปด้วย ทำให้สายตาของผู้คนหันไปมองตัวเธอมากกว่าแต้มที่เธอทำในเกมซะอีก แม้แต่แต้มในเกมสูงขึ้นเรื่อยๆด้วยลีลาไม่น่าเชื่อของเด็กสาวตัวเล็กๆคนนี้ บางทีสายตาของผมอาจจะถูกเธอดึงดูดมากไปหน่อย

คะแนนออกมาแพ้อย่างเดียว ผมถึงกับทรุดลงกับพื้น

“สุดยอดมากเลยค่ะพี่จีน ขอหนูเรียกพี่สาวนะ !”

บลายธ์ชมยกใหญ่ ขณะที่แพรเองก็มองเธออย่างใจเต้น ก่อนว่า

“ผิดกับพี่กาญจน์เลย”

“ขอโทษละกัน ฉันผิดเองแหละ”

ผมถึงกับตกหน้าผากตัวเอง เมื่อก่อนหน้านี้เหมือนยัยน้องสาวจะไม่ค่อยถูกกับจีนเท่าไร ตอนนี้เปลี่ยนท่าทีเชียวนะ เด็กก็แบบนี้แหละนะ

ระหว่างที่เล่นเกม สิ่งที่จีนจดจ้องมันอยู่ตลอดเวลาในตู้หยอดเหรียญ ซึ่งเธอเอาแต่พึมพำว่ามันน่ารักมาก

มันคือตู้คีบตุ๊กตา ยูเอฟโอ แคชเชอร์ ที่เห็นอยู่บ่อยๆ ในโซนเล่นเกม สิ่งที่เธอกำลังต้องการอยู่นั้น แม้แต่ผมยังตกใจ

มันคือตุ๊กตาแมวน้ำสุดน่ารักชื่อชิโรตัน ไม่น่าเชื่อว่าของดีขนาดนี้จากประเทศญี่ปุ่นจะเอามาใส่ในตู้คีบตุ๊กตาด้วย บริษัทตู้เกมนี้ถึงกับลงทุนเอาของดีแบบนี้มาใส่

ซึ่งเธอหมดเงินไปสามรอบกับมันก็ยังไม่เคยได้ ผมเรียกมันว่าตู้ตุ๊กตาอมตังมาตั้งแต่สมัยอนุบาลแล้ว

อื้อ~~

ท่าทางเธอจะอยากได้มันมาก ช่วยไม่ได้ ผมจึงต้องสวมวิญญาณพระเอกเพื่อช่วยเหลือเธอนำเจ้าตัวนี้ขึ้นมาให้ได้

โดยสิ่งที่ผมลืมไปน่ะเหรอ…

ผมเคยมีโชคได้ไอ้ของแบบนี้ด้วยหรือเปล่า?

เหรียญตู้เกมหมดไปสิบเหรียญ เทียบเท่าเงินจำนวนสองร้อยบาท

โคตรคุ้มค่าเลย ที่ผมพยายามคีบมันครั้งสุดท้าย ราวกับว่ามันกลั่นแกล้ง ปากคีบไม่ว่าจะคีบได้เท่าไรมันก็ไม่เคยเกาะติดเอามันมาได้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะกดหมุนกวนตุ๊กตาข้างในยังไง

“นี่มันไม่ไหวแล้วนะเนี่ย”

“ไม่เป็นอะไรค่ะ คุณกาญจน์ เดี๋ยวฉันสั่งซื้อก็ได้”

ผมถึงกับหน้าซีดหดหู่ยิ่งกว่าเดิม เพราะปฏิบัติการคว้าเอาตุ๊กตาแมวน้ำล้มเหลว ทั้งที่จีนชอบมันขนาดนั้น

ทำไมพระเอกหลายเรื่องในการ์ตูนมันทำได้ แต่ผมทำไม่ได้ กระจอกจริง !

 

จีนดูสนุกร่าเริงมาก เธอเดินเลือกซื้อขนมปัง จากนั้นก็ถามกับกลุ่มน้องสาวผมว่าจะเลือกซื้อเสื้อผ้ากันไหม มองดูเสมือนกับได้เห็นสามสาวที่เป็นเพื่อนวัยเดียวกันมาเดินช็อปปิ้ง

ตรงกลางของสรรพสินค้ามีงานแสดงคอนเสิร์ต โดยเวทีอยู่ตรงกลางท่ามกลางคนดูจากทุกมุมได้สามร้อยหกสิบองศา

“นั่น วงช็อกโกล่า วานิลลานี่นา !”

เสียงเด็กสาวหลายคนวิ่งไปพร้อม พร้อมกับเสียงเพลงที่ดังขึ้น ขณะที่เหล่าน้องสาวของผมได้ยินชื่อเสียงก็ต่างพากันตื่นเต้นเพื่อไปรับชมการแสดงของวงนี้

บนเวทีมีชายหนุ่มสองคนยืนเปิดตัวจากพื้นเลื่อนขึ้นมา ท่ามกลางเสียงแสบแก้วหู ชายหนุ่มคนหนึ่งชุดสูทสีขาวทั้งตัว ถือไวโอลิน ขณะที่ชายหนุ่มอีกคนชุดสูทสีดำทั้งตัว ถือกีต้าร์ เสียงเพลงก็เริ่มขึ้นด้วยกันบรรเลงของทั้งสองคนที่ท่าเต้นจังหวะเร่าร้อนและหมุนตัวสลับกันไปหันหน้าทุกทิศทาง เป็นดนตรีที่มีความนุ่มนวลสลับกับความเข้มข้นได้ทุกเมื่อ

“ดีจังเลยค่ะที่นานๆทีได้ออกจากบ้าน”

“ปกติไม่มีโอกาสออกมาเลยงั้นเหรอ ?”

ผมเงยหน้ามองเหล่านักร้องและเวทีตรงหน้า ซึ่งจีนกำลังแสดงอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“จนเรียกได้ว่าอิจฉาคุณกาญจน์เลยล่ะค่ะ ครอบครัวนี่ดีจริงๆนะคะ”

“งั้นถ้าไม่รังเกียจ ครั้งหน้าก็มาเที่ยวด้วยกันอีกสิ คราวนี้กับวา แล้วก็เพื่อนๆ”

“ฉันเองก็คิดแบบนั้นค่ะ”

แล้วเธอก็ยิ้มอย่างที่ดูสงบ ผมรู้สึกดีไปด้วย คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากสนิทสนมกับเธอมากกว่านี้ ให้ได้รับรู้ความรู้สึกหลายๆอย่าง

“คุณกาญจน์คะ ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะต้องคุยกับคุณพ่ออีกครั้งให้ได้ ฉันยอมไม่ได้ค่ะที่จะไม่ได้ออกมาข้างนอกอีกแล้ว”

“นั่นสินะ เหมือนนกที่ขังอยู่ในกรงเลย”

“นกจะได้โบยบินอีกครั้งแน่ค่ะ เหลือแค่รอเวลาที่กรงเปิดออก”

จีนขยับตัวมาใกล้ๆ พร้อมกับกุมมือของผม ทำให้ผมถึงกับอึ้งที่เธอเอาตัวเข้ามาเบียด

โชคดีที่พวกน้องสาวกำลังอยู่หน้าเวที ไม่งั้นถ้าเห็นแบบนี้คงมีเรื่องแน่

 

——™™

 

หลังจากกลับมาที่บ้าน ทุกคนก็รับประทานอาหารร่วมกันที่โต๊ะข้างใน

โดยบางคนอาจจะต้องลำบากหน่อยในช่วงเย็น เพราะต้องคอยลุกไปขายของให้ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาเยอะ

“พี่กาญจน์ พี่จีน มาเล่นเกมเศรษฐีกันนะ”

“แพร พี่เขาทำการบ้าน รบกวนเวลาไปหรือเปล่า ?”

ยัยแพรชวนเล่น จนคุณแม่ของผมต้องห้ามปราบ

“งั้นพรุ่งนี้ได้ไหมคะ ?”

แพรส่งสายตาสะกดจิตให้ตอบรับเธอให้ได้

“ได้ค่ะ ว่างอยู่พอดีเลย”

เมื่อจีนตอบรับเท่านั้นแหละ บลายธ์กับแพรต่างตีมือกันกลางอากาศ

“เยี่ยมเลยสิ พี่สาว”

ห้องของผม คุณพ่ออยู่ด้วย ส่วนห้องนอนฝั่งซ้ายบน กลายเป็นห้องของคุณแม่และน้องสาวสองคนอาศัย

ผมรู้สึกเหนื่อยๆยังไงไม่รู้ วันนี้พออาบน้ำเสร็จคิดว่าจะเข้าห้องไปเล่นโน้ตบุ๊คของตัวเองซะหน่อย ก็โดนจีนสะกิดตัวเรียกจากด้านหลัง

“มีอะไรเหรอจีน ?”

“ไหนๆก็มาแล้วค่ะ มาติวกันนะคะ ฉันช่วยสอนการบ้านให้เองนะคะ”

เธอเอ่ยปากชวน ผมรู้สึกเหนื่อยกันเรื่องติวช่วงที่ไม่ใช่ช่วงใกล้ช่วงสอบนี่มัน ขนาดคนขยันมันยังไม่ทำเลยมันเป็นความรู้สึกบ่งบอกว่า ขี้เกียจเต็มขั้น แต่ถ้ามีเธออยู่ด้วยอาจจะเป็นโอกาสดี เพราะเธอสอนเรื่องคณิตศาสตร์ให้ของบทถัดไปต่อจากที่เรียน

หลังจากนั้นจีนช่วยติวบทเรียนให้ผมในห้องของเธอ

ผมก็ตั้งใจฟังเธอ ความรู้สึกจะเบื่อแต่ก็ไม่เบื่อถ้ามีเธอพูดอยู่ใกล้ๆ คงเรียกว่าผิดกับตอนที่อาจารย์ร่ายบทสวดในห้อง

พอเธออนุญาตให้พักได้ ผมก็ค้นหาข้อมูลบางอย่างในอินเตอร์เน็ต เจอกับข้อมูลของมีดผ่าตัดหลายประเภทจนคิดไม่ออก ว่ามันมาจากไหน

“อาวุธสังหารงั้นเหรอ ถ้ามีข้อมูลบางทีอาจจะช่วยได้”

“บางทีอาจจะเป็นคนนี้ก็ได้นะคะ”

เธอเอาข้อมูลหนึ่งในบล็อคของอินเตอร์เน็ตให้ผมดู

“มันใช่แน่เหรอ ?”

Jack The Ripper (1888)

จอมเฉือนชำแหละ ฆาตกรต่อเนื่องแห่งกรุงลอนดอน ที่สังหารโสเภณี โดยที่ยืนยันได้มีถึง ‘5’ ราย และคดีที่อาจเป็นเหยื่อของเขาอีกรวม ‘13’ ราย ฆาตกรผู้เป็นปริศนามักเลือกสถานที่เสื่อมโทรมและจัดการฆ่าและเชือดคอของเหยื่อ พร้อมชำแหละร่างกายของเหยื่อ สาเหตุที่มีชื่อเสียงขึ้นมาได้จากการเป็นฆาตกรธรรมดานั้นก็คือ การที่สก็อตแลนยาร์ด ไม่สามารถไขปริศนาของคดีนี้ได้เลย จากการที่เคยมีชื่อเสียงในการสืบสวนแต่กลับหาร่องรอยไม่ได้ของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้เขาหลบหนีจากที่เกิดเหตุราวกับไร้ตัวตน

บทความที่เคยรู้จักมาก่อนแล้วนี่เอง พอมาอ่านครั้งนี้ทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองตกต่ำลงจริงๆ อุปนิสัยที่อยากจะเฉือนผู้หญิงมาจากไอ้นี่เองเหรอ

ผมมองดูมีดผ่าตัดสีดำอย่างสั่นกลัว อาวุธสังหารที่เคยชำแหละร่างกายอย่างพิสดาร มีวิญญาณอันน่ากลัวของเหล่าโสเภณีที่ถูกฆ่าอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก ใครก็ได้ที่ไม่ใช่แจ๊ค เป็นไปไม่ได้หรอก ทั้งที่โอกาสหนึ่งในพันล้านที่มันจะมาอยู่ในมือผม

“ไม่เป็นไรนะคะ”

“เอ่อ…ครับ”

ผมพยายามปลอบใจตัวเอง เพราะทำแบบนี้เรื่อยมาอยู่แล้ว

“ฉันเคยบอกแล้วนี่คะ สักวันฉันจะต้องช่วยทุกคนให้ได้ค่ะ”

เธอให้กำลังใจมันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นที่ยังมีชีวิตอยู่

“ฉันอยากรู้ ที่จีนกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ถ้าเรารู้สามารถรักษาอาการอยากฆ่าให้หายได้จริงเหรอ ?”

จีนเขยิบมาใกล้ ใบหน้าแทบแนบชิดจนผมตกใจด้วยอาการริมฝีปากสั่น

“ฉันอยากทราบทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากที่สุดน่ะค่ะ ถึงจะไร้ซึ่งความจริง แต่ก็มีประโยชน์มากที่จะหาหนทางสู่ความจริง เพื่อที่จะช่วยผู้คนที่เดือดร้อนมากที่สุดค่ะมันไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมคะ อาวุธสังหารที่มีพลังวิญญาณประหลาดทำให้มนุษย์ที่ไม่เกี่ยวข้องเกิดอาการวิกลจริต บางคนต้องถูกคุมขังและเสียชีวิตลงในที่สุด หรือบางคนที่ต้องอยู่โรงพยาบาลจิตเวช ทั้งที่สาเหตุที่แท้จริงมาจากอาวุธเหล่านี้ และเมื่อคนผู้นั้นเสียชีวิต อาวุธก็จะเลือกเจ้าของคนใหม่ไปเรื่อยๆ ฉันอยากจะช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้ค่ะ ทั้งที่ไม่มีใครรู้ความจริงที่เกิดขึ้นค่ะ”

“เข้าใจแล้ว”

“ขอโทษนะคะ ที่ต้องให้มาพัวพันด้วยขนาดนี้”

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ จีนไม่ได้ผิดหรอกนะ”

เธอส่ายหน้าก่อนจะบอกว่า

“เพราะฉันมีความลับที่ไม่ได้บอกคุณกาญจน์ได้ค่ะ เรื่องที่ฉันทราบได้อย่างไรว่า ความวิกลจริตเกิดจากอาวุธสังหารค่ะ”

ผมคิดไปสักพัก และคิดได้ถึงคำถามที่เคยถามไว้แบบคล้ายๆกันเมื่อก่อนไม่นานนี้

“แต่จีนเคยบอกว่าสัมผัสถึงพลังชั่วร้ายได้เอง เพราะรู้วิชาทางไสยศาสตร์”

“นั่นก็ส่วนหนึ่งค่ะ แต่เรื่องราวของอาวุธสังหารและไสยศาสตร์ จริงๆแล้ว คุณย่าเป็นคนถ่ายทอดความสามารถให้ฉันทราบค่ะ”

“งั้นเองเหรอ”

“คุณย่าได้เสียไปแล้ว โดยที่ทุกวันนี้คุณพ่อยังไม่เคยไหว้คุณย่าแม้แต่ครั้งเดียว ขอโทษนะคะ พอแค่นี้ก่อนนะคะ”

เธอเอานิ้วขยี้ตาเบาๆเสมือนเช็ดคราบน้ำตาเล็กๆเธอมีอดีตแบบนี้เองเหรอ คิดว่าคงสนิทกับคุณย่ามากเลยสินะ การที่คุณย่าของจีนจากโลกนี้ไปแล้วคงเป็นอดีตที่ไม่อยากนึกถึง นี่อาจจะเป็นสิ่งที่วาโกรธเขามากในวันนั้น เรื่องของจีนแต่ที่จีนพูดยังคาใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนจะมีเรื่องเล่าที่น่ากลัวกว่านั้น

 

ในตอนเช้า คุณพ่อออกมาทักทายกับน้องสาวของผมคนหนึ่งด้วยรอยยิ้มสดใส

“อรุณสวัสดิ์ แพร”

“บลายธ์ต่างหากค่ะ เป็นพ่อแท้ๆ แต่กลับจำลูกสาวตัวเองไม่ได้ !”

เธอเชิดใส่พร้อมกับเดินหนีคุณพ่อถึงกับอ้าปากค้างล้มลงไปทั้งอย่างนั้น ก่อนพุ่งเข้ามาตีสนิทกับผม จนผมอยากถอยห่างด้วยอาการน่าสมเพช

“บอกพ่อหน่อยเถอะนะ ลูกแยกน้องสองคนออกได้ยังไง”

“เหอะ ! ก็พ่อเล่นทำงานตลอดไม่หัดรู้จักอยู่บ้านก็แบบนี้แหละ”

“สอนพ่อหน่อยเถอะ !”

ผมรู้สึกหมั่นไส้คุณพ่อจนต้องเดินหนีออกมา เมื่อออกมาที่เคาเตอร์ด้านหน้า ก็ได้เจอกับน้องสาวทั้งสองคน และจีนก็อยู่ตรงนั้นแล้ว

“ผู้เล่นครบแล้ว”

ตรงนั้นแพรรออยู่พร้อมกับเกมกระดานพร้อมกับจีน ซึ่งบลายธ์กำลังเริ่มทอดลูกเต๋าแล้วเริ่มเล่นก่อน ผมจึงต้องไปนั่งเล่นเกมเศรษฐีตามที่สัญญาไว้

ไปตกช่อง ATM เมื่อเดินไปพร้อมกับจับกระดาษเสี่ยงทาย

ไปเข้าคุก เสียเงิน 5,000 บาท

เป็นเกมที่ไร้เหตุผลจริงๆ ไม่บอกอะไรเลยนอกจากคำว่าไปเข้าคุก

“เริ่มต้นก็แย่แล้วนะพี่ชาย หุๆ ๆ”

“สนุกๆนะคะ”

แพรหัวเราะเบาๆในลำคอจีนยังอารมณ์ดีเหมือนเคย

“แค่เกมน่ะ ไม่คิดมากหรอก”

ถึงผมจะพูดออกไปแบบนั้น แต่หลังจากนั้น มักจะตกช่อง ‘ถูกตำรวจจับ ย้ายไปช่อง ไปเข้าคุก’ ตามด้วย ATM  ‘ขนของผิดกฎหมาย ปรับ 8,000 บาท ไปเข้าคุก’ อีกไม่กี่ตาเดินและก็ ‘เล่นการพนันติดคุก เสีย 5,000 บาท’ มีแถมอีกตกช่อง ATM ‘ไปเข้าคุกซะ’ไม่ก็มีแต่ตกที่ดินคนอื่นเสียเงิน โดยที่ผมไม่เคยซื้อที่ดินได้เลยด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวก่อนนะ แบบนี้มันผิดปกติยังไงไม่รู้!”

ผมมองเกมกระดานอย่างเริ่มอนาถตัวเอง

“ก็ปกติดีนี่คะ”

“ไปเข้าคุกซะนะ”

พวกน้องสาวชี้มาทีผมแล้วพูด จนรู้สึกว่าพูดไม่ออกจีนก็หัวเราะเบาๆอยู่ข้างๆ

แล้วผมก็แพ้คนแรกด้วยสถานะเป็นบุคคลล้มละลายจากการติดคุกมันแปลกมาก ตัวผมกากในการเล่นเกมส์ขนาดนี้เลยเหรอ สัปดาห์นี้มันอะไรกัน !?

 

เมื่อถึงเวลาเย็นของวันอาทิตย์ ครอบครัวของผมได้บอกลาผมและคุณป้า โดยที่คุณพ่อชวนจีนว่าจะขับรถไปส่งให้ เธอจึงได้ติดรถไปด้วยในวันนี้

“ตัดสินใจแล้วสินะว่าจะกลับบ้านน่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่าง ฉันตัดสินใจจะกลับไปคุยกับท่านพ่อแล้วค่ะ”

เธอโบกมืออำลาผมด้วยรอยยิ้ม

“แล้วเจอกันอีกนะพี่ชาย จะรอวันที่กลับมาบ้านนะ”

“อย่าเผลอไปทำอะไรติดคุกอีกล่ะพี่กาญจน์ หุ ๆ ๆ”

ทั้งยัยบลายธ์และแพรต่างโบกมือและแซวผมไปด้วย

“หึๆ ไม่แน่นอน ฉันไม่วันไปนอนในนั้นได้หรอก”

ผมแสร้งทำยิ้มแต่ความจริงรู้สึกขนลุกกับเกมเศรษฐีนั่นเลยล่ะ

“ฉันจะกลับบ้านแล้วนะคะ ขอบคุณมากค่ะ !”

จีนส่งเสียงดังมาให้ เล่นเอาทุกคนในรถยิ้มไปตามๆกันผมก็โบกมือให้เธอ

“ดูแลตัวเองให้ดีด้วยกลับบ้านแล้วคืนดีกับครอบครัวด้วยนะ อย่านอนดึก ดื่มนมเยอะๆ แล้วเจอกันอีกนะ”

“บ้าจังค่ะ”

เธอรีบหดตัวเข้าที่เบาะหลังอย่างท่าทีเขินๆ

ภาพที่ผมมองเห็นคือรถยนต์ซีวิคคันสีบรอนซ์เงินกำลังจากไป บนถนนสายเล็ก ทั้งสองข้างทางมีกลีบดอกไม้สีขาวเริ่มผลิดอก ไม่นานคงจะโปรยกลีบร่วงเต็มถนนสายนี้

 

 

 

 




NEKOPOST.NET