Tranfor : The new earth ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Tranfor : The new earth

Ch.5 - - Oct./14/501 ของเล่น


 

 

Oct./14/501 ของเล่น

 

 

เสียงกุกกักดังขึ้นในรุ่งเช้าจากการที่ฉันพยายามยกซากเพดานที่ถล่มลงมาบังตำแหน่งที่ตู้เซฟอยู่ออกไป

 

 

ไม่นานเจ้าชินก็ตื่นขึ้นมาแล้วมาช่วยฉันโดยการกวาดซากเพดานออกไปรวดเดียวด้วยอุ้งมือใหญ่ๆของมัน

“ ขอบใจ ”

“ แล้วช่วยทุบตรงนี้ออกให้หน่อยสิ ” หลังจากที่ฉันลองเปิดทางลับดูแต่พบว่ามันไม่ทำงานดูเหมือนกลไกมันจะเสียฉันเลยให้มันช่วย

 

 

-: ตูม!  ผนังหนาพังลงทั้งแถบปรากฏห้องที่ซ่อนไว้  ข้างในเป็นตู้เซฟขนาดยักษ์กินเนื้อที่กว้างทั้งห้อง ฉันงัดแป้นกดรหัสออกมาแล้วใช้กลไกที่ซ่อนไว้ข้างใต้

 

 

-: กริก!  กลไกยังทำงานดีอยู่ฉันเลยไม่ต้องให้ชินพังมันเข้าไปซึ่งไม่แน่ว่าจะได้หรือป่าว

เพราะตู้นี้ทำจากเหล็กกล้าหนา 3 ฟุต                                                                                                                                    

ซึ่งประกอบด้วยเทคนิคพิเศษซึ่งลดแรงกระแทกได้อย่างมหาศาล                                                                   

รวมทั้งเคลือบสารป้องกันการผุกร่อนมันเลยมีสภาพดีอย่างที่เห็น

 

 

-: วืดดดด    เสียงแม่เหล็กไฟฟ้าค่อยๆดันประตูให้เปิดออก                                                                   

เนื่องจากภายในตู้มีเครื่องปฎิกรณ์แบบคลูฟิวชั่นขนาดเล็กที่ผลิตพลังงานได้เรื่อยๆอยู่                                                                   

มันยังเลยทำงานได้

 

-: กึง! เสียงก้องดังขึ้นทุกครั้งเมื่อฉันก้าวเท้าลงบินพื้นเหล็ก

ภายในตู้เซฟนั้นเต็มไปด้วยตู้ที่จุอาวุธและชุดเกราะที่ฉันเก็บสะสมเอาไว้                                                                   

ทั้งหมดนั้นสร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยแต่ส่วนมากก็ไม่ใช้ระดับสูงอะไรมีไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่เป็นของระดับท็อบซึ่ง

เป็นของหายากแล้วก็มีราคามหาศาล

 

แล้วยังมีแร่ล้ำค่าและอัญมณีเช่น ทองคำ เพรช พลอย ฯลฯ

ทั้งยังมีธนบัตรหลายหมื่นล้านที่ไร้ค่าไปแล้วอยู่

และของพวกนี่เป็นผลพลอยได้จากงานขนส่งที่ฉันทำ

 

ฉันกดสวิตซ์เพื่อเปิดตู้ๆหนึ่ง ไอสีขาวค่อยๆไหลออกมาพร้อมกับบานกระจกแยกออกจากกัน                            

ข้างในนั้นมีเสื้อเกราะที่ทอด้วยเส้นใยที่สร้างขึ้นจากโลหะผสม                                                                                     

มันไม่มีคุณสมบัติด้านความแข็งแกร่งมากนักแต่มันสลายและสะท้อนแรงกระแทกได้อย่างดี                                                                                     

และก็ยังมีชุดลำลองสองสามชุด

 

ฉันใส่เสื้อเกราะลงไป                                                                                                                                                                            

แล้วสวมชุดที่ประกอบด้วยเสื้อกั๊กหนังแขนยาวสีน้ำตาล เสื้อแขนกุดสีขาว กางเกงยีนส์                                                                                       

และรองเท้าคอมแบท  ไม่มีเข็มขัดสงสัยลืมซื้อและก็ยังมีกระเป๋ขนาดใหญ่สีเขียวแก่หลายขนาด

ด้วยการเก็บรักษาอย่างดีประกอบกับชุดทั้งหมดไม่ได้ทำมาจากของตามชื่อมันจริงๆ                                                                                      

แต่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูงแล้วทำให้ดูเหมือนของดั้งเดิม                                                                                        

ทำให้มันยังสภาพดีอยู่

 

ฉันรู้สึกขัดๆที่แขนเลยปลดซิปที่เป็นตัวเชื่อมส่วนแขนเสื้อกั๊กออกไป แล้วพับส่วนที่ยื่นออกมาติดกับกระดุมปก

เสื้อเพื่อบังรอยซิป แล้วยิบกระเป๋าเดินไปเลือกอาวุธและของอื่นๆ

เพื่อไปทดสอบว่าใช้กับพวกมอนเตอร์ได้ไหม

 

ที่เลือกมาได้ก็มีดังนี้

- ปืนซุ่มยิงพลังแม่เหล็ก(Rail gun)

ใช้กระสุนเจาะเกราะ (AP)กับเจาะเกราะเพลิง(AP INCENDIARY) ขนาด 0.8 นิ้ว

- หน้าไม้กล มีพลังแม่เหล็กเสริมแรงในการยิง

ใช้ลูกศรหัวระเบิด กับฉมวก

- ลูกซอง แบบฟูลออโต้

กระสุนขนาด 3.5 นิ้ว ลูกโดดแบบเจาะระเบิด          (semi-Shaped Charge )  

- มีดโบวี่  คมมีดมีระบบสร้างความถี่สูง (High-Frequency)

- เชือกสลิง

- เครื่องจุดไฟระยะไกล ทำงานโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ

ซึ่งอาวุธทั้งสองกระบอกนั้นมีอาณุภาพแค่ยิงเพียงนัดเดียวก็ทำลายรถยนต์ธรรมดาได้ทั้งคัน

“ไปข้างนอกกันเถอะชิน”เมื่อของพร้อมแล้วฉันก็ชวนหมาน้อยของฉันไปข้างนอก

 

เราเดินลึกเข้าไปในป่าจนชินบอกว่าได้กลิ่นบางอย่าง

“ ด้านนั้นมีสัตว์อยู่ครับป๋า ”

 

 

ฉันเลยปืนขึ้นหลังมันแล้วขึ้นไปที่ต้นไม้ที่สูงที่สุดแถวนั้นซึ่งสูงประมาณ 6 เมตร                                                                                     

แล้วหยิบปืนซุ่มยิงขึ้นมาส่องไปทางที่ชินบอกมา ไม่นานฉันก็หาเจอ                                                                                     

มันเป็นด้วงกว่างตัวใหญ่ยืนสองขา ซึ่งแขนและขาของมันเป็นกล้ามเนื้อไม่ใช้ข้อปล้อง                                                                                        

มันกำลังถูกนกแบบที่ฉันเจอเมื่อวานสิบกว่าตัวรุมอยู่

 

 

“ 1 2 3....14 ตัว รวมด้วงเป็น 15 ” ฉันนับจำนวนพวกมันแล้วหาจุดเหมาะๆในการยิง

ฉันเหลือบไปเห็นกิ่งไม้ที่ยื่นเป็นแนวนอนไปด้านนั้นพอดีแล้วมันขนาดใหญ่พอให้ฉันนอนได้เลย                                                                                       

ฉันเป็นขึ้นไปทันใด แล้วนอนลงตั้งขาทรายแล้วเล็งไปที่พวกมัน

 

 

-: กริก   ฉันซูมกล้องเข้าไปอีก

 

 

“ 800...ไม่สิ 850 เมตร ” ฉันกะระยะแล้วเตรียมยิง

 

 

-: ฟู  ฉันซูดลมหายใจเข้าแล้วค่อยๆเหนี่ยวไก

 

 

“ บ้าชิบ ”แต่แล้วกิ่งไม้เล็กๆจากต้นที่ฉันอยู่ดันโดนลมพัดมาบังกล้อง เลยต้องลุกขึ้นเอามีดไปตัดกิ่งไม้รอบๆออก แล้วค่อยมายิงใหม่

 

 

ภาพศรีษะของนกที่อยู่วงนอกสุดปรากฏขึ้นในลำกล่อง

 

-: วืด~~                                                                                                                                   

เสียงไฟฟ้าดังขึ้นตามด้วยกระสุนถูกขับออกจากรังเพลิงด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเสียงถึงห้าเท่า                                                                                                                                   

ปากกระบอกปืนนั้นหดตัวลงเพื่อสลายแรงสะท้อนของปืนคล้ายระบบโช๊คอัพของรถยนต์

ได้ผล กระสุนเจาะเข้าที่ปากของมันทำให้ปากของมันแตกจนเป็นรูทะลุไปอีกด้านหนึ่งแต่ไม่ได้ทำให้มันตาย ฉัน

เลยซ้ำไปที่หัวเล็กๆของมัน

 

 

-: วืด~~  กระสุนนัดนี้ทำให้หัวมันแตกกระจาย                                                                                       

จากนั้นฉันก็เลือกเป้าหมายเป็นตัวที่เสียท่าให้กับด้วงหรือตัวที่อยู่วงนอกเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัว                                                                                     

เสียงปืนดังขึ้นหลายครั้งจนกระทั้งนกน้อยถูกระเบิดหัวจนหมดฉันใช้ไปทั้งสิ้น 21 นัด                                                                                     

ซึ่งในแมกกาซีนมีถึง25นัด ตอนนี้เหลือเพียงด้วงยักษ์ในสภาพสะบักสะบอมยืนอยู่                                                                                     

ฉันเล็งไปที่รอยแตกของเกราะที่หัวที่พวกนกเปิดเอาไว้

 

 

-: วืด~~  กระสุนพลาดไปหน่อยนึง แต่ก็ทำให้เกราะมันเปิดมากขึ้นอีก

-: วืด~~  กระสุนนัดต่อมาตามไปติดๆ และเข้าไปในช่องว่างของเกราะอย่างแม่นยำ

 

แต่มันกลับเซเพียงเล็กน้อย

 

-: วืด~~  ๆ  ฉันรัวกระสุนที่เหลือเข้าไปในหัวมัน                                                                                      

ที่ยิงได้ต่อเนื่องแบบนี้เพราะปืนนี้มีแรงถีบน้อยมากจนแทบไม่ต้องเสียเวลาเล็งใหม่                                                                                       

คราวนี้มันล้มลงไป                                                                                                                                                                             

แต่ซักพักก็ลุกขึ้นมาอีกถึงจะเคลื่อนไหวได้ช้าแถมสะเปะสะปะเหมือนซอมบี้ก็เถอะ                                                                                     

แต่นับว่ามันโครตอึดเลย

ฉันเปิดกระเป๋าหยิบกระสุนอีกแบบที่มีความสามารถในการทำลายเนื้อเยื่อได้มากกว่าขึ้นมา                                                                                      

แล้วเปลี่ยนกับตลับกระสุนอันเก่า

 

 

-: วืด~~  คราวนี้กระสุนระเบิดเนื้อเยื่อในหัวมันกระเซ็นออกมารอบด้านก่อนที่จะเจาะทะลุออกไป

ผิดกับแบบแรกที่จะทะลวงออกไปอย่างเดียว มันล้มลงแล้วไม่ลุกขึ้นมาอีก

 

 

“ ฮึบ ”  ฉันกระโดดลงจากต้นไม้แล้วขี่หลังชินไปยังที่นั้น

 

 

“ เอาพวกมันมากองใกล้ๆกันให้หน่อยสิ ”

“ ครับป๋า ”  ระหว่างรอชินเอาพวกมันมารวมกันฉันก็เอาหน้าไม้ที่พับไว้ในกระเป๋ออกมา

แล้วเอาฉมวกมาใส่ในช่องเก็บลูกศร

 

 

-: ฟุบ!    ศรถูกยิงไปปลักไว้ที่ศพของพวกมันแต่ละตัว แล้วฉันก็เอาสายสลิงมาร้อยพวกมันเข้าด้วยกันผ่านฉมวก

 

 

“ลากหมดนี้ไหวไหม”

“สบายมากครับ”

“งั้นลากด้วงนี้ไปเลย”   ฉันร้อยสลิงเข้าด้วยกันโดยมีด้วงเป็นแกนหลักโดยปักฉมวกไว้ที่มันถึงสามอัน

เจ้าชินคาบด้วงที่มีขนาดเกือบเท่าตัวมันขึ้นมาอย่างง่ายดาย แล้วเดินลากกลับไปที่บ้าน

 

 

“กองไว้ตรงนี้ก่อนแล้วขุดหลุมไม่ต้องลึกมากไว้ข้างๆด้วยด้วยฉันมา” ฉันเดินเข้าไปในห้องใต้ดิน                                                                                     

เข้าสู่ตู้เซฟที่เปิดทิ้งไว้                                                                                                                                                                            

แล้วเอาถังบางอย่างกับผ้าใบทนความร้อนแล้วก็แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่ไว้เสริมบังเกอร์ออกมาโดยใช้รถเข็น

 

 

-: เปะๆๆๆ   ฉันเอาผ้าใบมาคลุมหลุมที่ให้เจ้าชินมันขุดแล้วเทน้ำมันใส่ผ้าใบที่ลองไว้

แล้วปิดด้วยแผ่นเหล็ก

 

-: ฟู   ฉันจุดไฟโดยไฟแช็กไมโครเวฟ ขณะที่รอให้แผ่นเหล็กร้อนได้ที่                                                                    

ฉันก็ลากนกออกมาตัวนึงตัดส่วนที่ติดกับฉมวกออกแล้วเลาะหนังออกไปถึงแม้จะมีเนื้อติดไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะมันมีอยู่เยอะ

 

 

“ จริงสิแกจะกินแบบดิบๆเลยหรือแบบสุก ”  ฉันหันไปถามชิน

“ แบบสุกครับ ” แล้วเมื่อฉันเลาะหนังเสร็จก็เอามีดกรีดทั่วชิ้นเนื้อ                                                                

แล้วโยนมันลงบนแผ่นเหล็กที่เปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งแผ่น , แล้วทำแบบเดิมเพิ่มอีกสองตัว                                                                

แล้วก็ไปเลาะหนังเตรียมไว้อีกสามตัว

 

 

-: ฉ่าาาๆ  เสียงน้ำมันจากเนื้อหยดลงแผ่นเหล็กแสดงว่าด้านล่างนั้นใกล้สุกแล้ว                                                                

ฉันลองเอามือไปอังไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแผ่นเหล็กที่เปลี่ยนเป็นสีแดง                                                                

เพื่อทดสอบว่ามันอยู่ในระดับที่ฉันทนได้ไหม                                                                                                                                   

ผลคือมันไม่ได้ร้อนมากยังอยู่ในระดับที่พอจะทนได้อยู่                                                                  

ดูเหมือนฉันจะทนความร้อนได้ระดับนึง ,  ฉันเอื่อมมือไปจับเนื้อนกเพื่อพลิกมัน                                                                  

อุณหภูมิที่ได้รับมันพอๆกับความรู้สึกที่เอามืออังไอร้อนตอนแรก                                                                  

ฉันเลยลองถอนหญ้าแถวนั้นมาถือแล้วยื่นไปเหนือแผ่นเหล็กปรากฎว่ามันลุกเป็นไฟไปทันที                                                                 

คราวนี้ฉันเลยลองเอานิ้วไปแตะที่เหล็กตรงๆเลยปรากฎว่ามันก็ร้อนพอๆกับตอนที่เอามืออัง                                                                

แสดงว่าฉันทนความร้อนได้สูงมากเลย                                                                                                                                   

แต่เมื่อจับไปนานๆเข้าข้อต่อฉันก็เปล่งแสงสีแดงแล้วปล่อยไอร้อนออกมา                                                                

ดูเหมือนว่านี้จะเป็นระบบปรับสมดุลของร่างกายของฉัน                                                                

เมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรให้ลองแล้วฉันก็เลยนั่งอยู่เฉยๆรอเนื้อสุก                                                                 

แต่ตอนนี้ต่อมน้ำลายของพวกเราเริ่มทำงานแล้วจากกลิ่นหอมหวนที่ส่งมานี้                                                                  

ซักพักฉันก็ฉีกเนื้อมาชิมส่วนหนึ่ง พบว่ามันรสชาติใช้ได้แม้ไม่ได้ปรุงอะไรเลย

 

“อันนี้ของฉัน อีกสองอันของแก แล้วแกต้านความร้อนได้หรือเปล่าถ้าไม่ได้ฉันจะได้หยิบให้”

“ทนได้ครับ” ถึงฉันจะรู้คำตอบอยู่แล้วก็เถอะเพราะความสามารณมันมากกว่าฉันอีก                                                                

แต่ที่ถามก็เพื่อความแน่ใจ

 

มันเอาปลายเล็บทิ่มเข้าไปในเนื้อทั้งสองชิ้นแล้วยกใส่ปากเคี้ยวไม่กี่ทีก็กลืน                                                                 

ฉันไม่รู้มันจะให้ฉันย่างให้ทำไมในเมื่อมันแทบจะไม่ลิ้นรสเลย

 

“ ไม่เคี้ยวช้าๆแล้วรับรสให้เต็มที่หน่อยหรอชิน ”

“ อ่าครับ ”แล้วฉันก็ลุกไปหยิบเนื้อที่เตรียมไว้มาย่างให้มันเพิ่ม

 

ฉันกลับมานั่งกินของฉันต่อโดยไม่เอาออกจากแผ่นเหล็ก                                                                  

ฉันฉีกเนื้อขึ้นมาแล้วเปานิดหน่อยถึงแม้จะทนความร้อนได้แต่ถ้าร้อนเกินไปก็ไม่รู้รสชาติ                                                                   

ฉันกินไปซักพักจนเริ่มเบื่อเนื้อก้อนใหญ่ดูเหมือนจะไม่ลดลงเลย                                                                

ตอนนี้ชินก็เกินเนื้อที่ย่างไหม่หมดแล้วฉันเลยต้องทำให้มันเพิ่มอีก

ฉันนั่งลงที่เดิมแล้วคิดว่าจะทำไงกับมันดีหรือจะให้ชินกินไปเลยดีน่ะ                                                                  

ทันใดนั้นฉันก็คิดถึงรยางค์ตอนนั้นถ้าควบคุมฉันก็จัดการมันได้ง่ายๆ                                                                  

ที่ๆฉันต้องทำคือคิดถึงคุณลักษณะของรยางค์ ตอนนั้นสิ่งที่มันทำคือกิน                                                                

เข้าใจหละมันคือปากแล้วยังไงต่อหละ , ฉันคิดถึงตอนใช้แรงดันที่แขนมันคือการดันพลังงานออกมา

แล้วเปรียบเทียบกับรยางค์ในเรื่องการควบคุมหลักการมันก็คล้ายกัน                                                                

ฉันต้องคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย , คราวนั้นเป็นระบบการทำงาน                                                                  

นี้น่าจะเป็นอวัยวะส่วนหนึ่ง , ฉันลองขยับหลังเหมือนว่ามีแขนงอกออกมาดู                                                                   

ปรากฏว่า กล้ามเนื้อฉันขยับเฉยๆ ฉันลองอีกครั้งคราวนี้ฉันลองไม่เจาะจงว่าขยับส่วนไหนแต่เป็นการทำสุ่มๆ

ในรูปแบบคล้ายๆกัน

 

-: พรวด! โอ้ในที่สุดมันก็ออกมาฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงในการทำให้มันขยับมันรู้สึกแปลกๆ                                                                

แต่ก็คล้ายการขยับแขนขาปกติเนี่ยหละ                                                                                                                                   

ตอนนี้มันออกมาแค่นิดเดียวเลยยังไม่เห็นหน้าตามันฉันสั่งให้มันขยับขึ้นมาด้านหน้า                                                                

แต่ก็ลำบากพอดูเพราะยังไม่ชิน , เลยทำให้มันขยับอย่างสะเปะสะปะ                                                                 

แล้วความรูสึกสึกเย็นๆเมื่อลมพัดถูกรยางค์ทำให้ฉันขนลุก                                                                

เมื่อขยับมันมาด้านหน้าไม่ได้ซักทีฉันเลยเอื้อมมือไปหยิบมันมาดูเลย

 

“ อูยย~~~ “ รยางค์นี้มันค่อนข้างนิ่มและไวต่อการสัมผัสคุ้นๆเหมือนอะไรสักอย่าง                                                                

เมื่อจับมันมาอยู่ข้างหน้าได้แล้วฉันก็เห็นมันชัดๆ                                                                   

คราวนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วมันเป็นสีขาวขุ่นแซมด้วยสีแดงดำของเส้นเลือดที่เป็นฝอยๆ                                                                

ส่วนปลายของมันมีลักษณะมนๆมีรอยบากสี่แฉก , ฉันลองแหวกมันออกมาพบว่าข้างในเป็นเนื้อมีถ้วยดูด

เหมือนปลาหมึกเต็มไปหมดและมีรูตรงกลาง , เหมือนมันจะเอาไว้ยึดเกาะเพื่อดูดสารอาหาร                                                                

ฉันคิดว่าที่มันเป็นสีขาวนี้ขึ้นอยู่กับพลังที่ฉันใส่เข้าไปเหมือนกับแรงดันที่แขนที่ปรับระดับพลังได้  ฉันเพิ่มพลังไป

ที่มันคล้ายๆการเบ่งกล้ามมันค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีดำมันๆ ทั้งอันแล้วมันก็แข็งขึ้น                                                                

ฉันเพิ่มพลังขึ้นอีกคราวนี้มันกลายเป็นสีแดงอมดำ , แล้วปลายก็เปลี่ยนเป็นฉมวกคมกริบ                                                                

ด้านในเปลี่ยนเป็นสีดำเมี่ยมแล้วถ้วยดูดก็มีกรงเล็บเพิ่มขึ้นมา                                                                  

แล้วมันก็ไม่ค่อยไวต่อความรู้สึกเหมือนสองแบบแรกมันให้ความรู้สึกเหมือนแขนขาธรรมดา                                                                 

ฉันคิดว่ามันยังเพิ่มได้อีกเลยเร่งพลังขึ้น                                                                                                                                   

คราวนี้มีเปลือกสีน้ำตาลค่อยพุดขึ้นมาจากผิวของรยางค์ทีละนิด

“ อุบ! ” อยู่ๆฉันก็หน้ามืดพร้อมกับที่รยางค์เหี่ยวแห้งลงแล้วหลุดจากหลังฉัน                                                                

แล้วค่อยๆกลายเป็นฝุ่นแล้วลอยไปกับอากาศ , ดูเหมือนมันจะเกินขีดจำกัดฉันไปหน่อย                                                                   

ฉันพักไปสักครู่เพื่อฟื้นพลังแล้วเรียกระดับสีแดงออกมาคราวนี้ฉันลองเพิ่มจำนวนขึ้นพบว่าสามารณเพิ่มได้เป็น

ร้อยเส้นแต่มันอยู่แค่สองวิฉันก็หน้ามืดแล้วมันก็สลายไป                                                                  

ฉันลองเปลี่ยนเป็นแบบอื่นๆดูพบว่า                                                                                                                                  

สีขาวเพิ่มได้10 สีดำได้ 5 สีแดงได้เพียง 2 เส้นนี้คือระดับที่มันไม่สลายไปในหนึ่งนาที                                                                 

แต่ตอนนี้ฉันยังควบคุมมันให้ขยับดีๆไม่ได้เลยซักเส้น                                                                

แล้วสีดำกับขาวคงใช้ได้กับพวกซากสัตว์ที่ไม่อันตรายเท่านั้นเพราะมันไวต่อความรู้สึก                                                                 

แล้วฉันก็กินเนื้อนกโดยถือระดับสีแดงจิ้มเข้าไปที่เนื้อที่ไหม้ไปแล้วครึ่งนึง                                                                

แล้วใช้มันดูดเนื้อเข้าไป , ดูเหมือนมันไม่มีต่อมรับรู้รสชาติแต่มันรู้สึกถึงว่ามีพลังงานที่เพิ่มขึ้นมา

 

“ป๋าที่เหลือผมให้ป๋านะผมอิ่มแล้ว”

“อะ อืม” ฉันทดลองอยู่นานจนมันเอานกมาย่างเองแล้วเหลือนกกับด้วงไว้ให้ฉันอย่างละหนึ่งตัว

แต่ฉันก็ขี้เกียจกินแล้วเลยเอารยางค์ระดับสีแดงไปปักไว้ให้มันดูดแทน                                                                 

ซึ่งต้องกระแทกมันเข้าไปแรงๆมันถึงจะเจาะเกราะด้วงได้                                                                

ซึ่งพอกินด้วงและนกหมดฉันก็รู้สึกว่าร่างกลายฉันก็แข็งแรงขึ้นแขนนั้นเพิ่มขนาดนิดหน่อยส่วนกล้ามเนื้อส่วน

อื่นๆก็เพิ่มเหมือนกันจนฉันต้องถอดเกราะออกเพราะรู้สึกไม่สบายตัว

 

 

ช่วงบ่าย                                                                                                                                    

ฉันให้ชินมันพาไปที่เมืองที่ที่มันพาฉันมา                                                                                                                                   

ระหว่างทางก็เจอมอนเตอร์โจมตีบ้างประปราย                                                                                                                                  

แต่ฉันก็ระบุรูปร่างมันไม่ได้เพราะชินเคลื่อนที่ได้เร็วมาก                                                                 

ผ่านไปชั่วโมงครึ่งก็เจอกับซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยต้นไม้และมอนเตอร์                                                                 

ซึ่งฉันก็ไม่เห็นมามันคือตัวอะไรเพราะมองจากระยะค่อนข้างไกลแล้วฉันก็ไม่ได้หยิบปืนมาด้วย                                                                

แต่ก็ระบุได้ว่ามันคือกรุงเทพมหานครฯ จากตึกสูงดูคุ้นตาหลายจุดที่ยังไม่พังทลาย                                                                

ตอนนี้ความเป็นไปได้ก็เหลือเพียงอย่างเดียวคือโลกนี้นั้นเปลี่ยนไป                                                                

แล้วฉันก็ไม่รู้จะไปตามหามนุษย์คนอื่นได้ที่ไหนคงต้องรอถามพวกที่จะมาล่าชินในอนาคตดู                                                                

ทำให้ฉันกลับไปตั้งหลักที่บ้านเหมือนเดิม

 

เมื่อกลับมาถึงฉันก็คุยเล่นกับชินพักหนึ่ง                                                                                                                                   

แล้วเข้าไปตู้เซฟเพื่อคัดอาวุธที่มีอานุภาพเหมาะกับการล่าพวกมอนเตอร์                                                                  

กว่าจะเสร็จก็มืดแล้วฉันเลยนอนในนั้นเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




NEKOPOST.NET