Tranfor : The new earth ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Tranfor : The new earth

Ch.4 - - Oct./13/501(N.W.) ตื่น


Oct./13/501(N.W.)   ตื่น

 

.............ฉันตื่นขึ้นมาและเริ่มควบคุมร่างกายได้

 

เมื่อเปิดตาขึ้นมาก็พบว่าฉันติดอยู่ในอะไรบางอย่างที่เหมือนไข่                                                                           

แสงที่รอดออกมาจากด้านนอกแม้จะน้อยนิดแต่ก็พอทำให้มองเห็นสภาพรอบด้าน                   

 

รอบกายฉันเต็มไปด้วยน้ำข้นๆที่หุ้มด้วยเส้นสายสีแดงร้อยเรียงกัน จนเป็นเปลือกโอบล้อมมวลน้ำไว้ภายใน

                                                                

 

ฉันพยายามขยับแต่มันก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า                                                                        

เพราะความอ่อนแรงบวกกับน้ำที่ต้านทานฉันไว้

 

ฉันเอื้อมมือไปแตะกับผนังแล้วพยามแหวกมันออก                                                                                         

 นั้นทำให้ฉันเห็นว่าบางส่วนของฉันเปลี่ยนไปเมื่อแขนของฉันมาอยู่ในระดับสายตา                   

 

แขนทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลือกสีน้ำตาลอมดำเหมือนเปลือกไม้                                                                         

มีเพียงบริเวณมือและแขนท่อนล่างด้านในที่ไม่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลือก                                                                         

แต่ผิวหนังกลับมีสีดำด้าน

 

ฉันใช้ปลายนิ้วมือจิกลงไปบนผนังแล้วพยายามแหวกมันออกแต่ไม่ได้ผล                                    

มันเหนียวเกินไป ฉันเลยเปลี่ยนวิธีเป็นการขูดมันทีละน้อยเพื่อเจาะมันออกไปด้านนอก                

มีบางส่วนของผนังติดนิ้วฉันออกมา   ฉันเลยใช้วิธีนี้ต่อไป

 

ผ่านไปประมาณ 5 นาที       

เรี่ยวแรงเริ่มฟื้นคืนมาแต่ฉันยังเจาะออกไปไม่ได้เลย                                                                       

มีแต่ครั้งแรกที่กดนิ้วลงไปเท่านั้นที่ผนังมันจะลอกออกมา                                                                                          

ฉันคิดว่าที่หลุดออกมานี้คงไม่ใช้ส่วนประกอบของผนังแต่เป็นคราบของน้ำในนี้มากกว่า

 

ตอนนี้แสงเริ่มหายไปแล้ว

 

ฉันเริ่มควานไปรอบๆเพื่อหาทางออกไป   แต่เมื่อฉันหมุนตัวฉันรู้สึกว่ามีอะไรติดที่หลัง                                        

ฉันเอื้อมมือไปสัมผัสมันแล้วลองดึกดูพบว่ามันมีความเหนียวเหมือนกับผนัง                                                     

 ฉันว่าคงทำอะไรกับมันไม่ได้เลยไม่สนใจมัน ฉันไปหาอย่างอื่นต่อแต่ไม่นานก็ยอมแพ้แล้วรออยู่นิ่งๆ

 

ผ่านไปชั่วโมงกว่า ฉันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างจากข้างบนฉันเลยมองขึ้นไป

 

“ อ๊ะ ” ฉันล้มไปนั่งกับพื้น อยู่ๆผนังที่กั้นไว้ก็เปิดออกอย่างรวดเร็วแล้วน้ำก็ทะลักออกไป

 

-: เผละ  เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองด้านหลังแล้วพบว่าสิ่งที่ติดอยู่กับหลังฉันนั้นหลุดไปแล้ว

 

“ หืม? ” ฉันเอามือลูบคางด้วยความสงสัยแล้วก้มลงมองน้ำที่เจิ่งนอง                                     

เพื่อมองดูภาพที่สะท้อนจากแอ่งน้ำ

แสงจันทร์ ที่ส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำไม่แสดงให้เห็นถึงร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความชรา

อย่างที่มันควรเป็น                                                                                 

ภาพที่ปรากฏออกมาคือชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกลางๆ ผมดำยาวรุงรัง                                                       

หน้าตาคมเข้ม มีหนวดเคราบางๆ ร่างกายแลดูสุขภาพดี ไม่อ้วนไม่ผอม มีกล้ามเนื้อเล็กน้อย                   

แม้มันจะเป็นเรื่องที่แปลกแต่ก็เป็นสิ่งที่ดี ฉันกลับเป็นหนุ่มอีกครั้ง

 

ฉันตรวจสอบร่างกายที่เปลี่ยนไปอยู่ครู่หนึ่งและเริ่มดูอย่างอื่น                                                      

ฉันหยิบชิ้นส่วนของผนังขึ้นมาจากแอ่งน้ำ                                                                                                             

พบว่ามันคือดักแด้ที่สร้างจากเส้นเลือดเชื่อมด้วยพังผืดหนาๆ

 

“ อ่าว ” ขณะที่ฉันกำลังดูอยู่มันก็แห้งและหดตัวลงอย่างรวดเร็ว                                                                        

รวมถึงน้ำที่เจิ่งนองในทีแรกก็ระเหยไปหมด                                                                                                            

ฉันลองดึงเศษดักแด้ที่แห้งไปแล้วดูพบว่ามันยังเหนียวอยู่มาก                                                     

แต่ก็อยู่ในระดับที่ทำให้ขาดได้                                                                                                            

ดูเหมือนว่ามันจะมีคุณสมบัติคล้ายกับพลาสติก

 

“ นั้นอะไร? ”ขณะที่ลองยืดเศษดักแด้อยู่นั้น                                                                       

สายตาก็เหลือบไปเห็นแสงสะท้อนมาจากกองดักแด้                                                                                                                              

ฉันเดินเข้าไปคุ้ยหาสักพักก็เจอต้นตอของแสงมันคือสร้อยเส้นนั้น                                                                          

เลยเอามันมาห้อยคอไว้เหมือนเดิม

 

ฉันมองไปรอบๆเพื่อสำรวจรอบกาย

 

ตอนนี้ฉันอยู่ในถ้ำที่ค่อนข้างกว้าง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า                                                                                           

พื้นและผนังเป็นหินขาวๆปกคลุมด้วยวัชพืช ด้านบนมีรอยแตกเป็นหย่อมๆ                                   

ทำให้แสงจันทร์ส่องลงมา

 

ที่ๆฉันอยู่ดูเหมือนส่วนท้ายของถ้ำ                                                                                           

ด้านตรงข้ามมีช่องขนาดใหญ่ที่มีแสงรอดออกมาดูเหมือนมันจะเป็นทางออก                                                      

ฉันเลยเดินตรงไปทางนั้น เมื่อไปถึงใกล้ๆปากทางพบว่าพื้นหญ้าบริเวณหน้าทางออกนั้น                                                                                      

ราบเรียบเหมือนเคยถูกอะไรทับ                                                                        

แล้วสิ่งนั้นก็ต้องหนักมากแน่ๆเพราะพื้นบริเวณนั้นยุบลงอย่างเห็นได้ชัด                                     

มองไปรอบๆก็พบรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่                                                                                                            

ฉันก้มลงเอามือแตะรอยเท้านั้นพบว่ามันยังอุ่นๆอยู่                                                                        

ทางออกนั้นเป็นโพรงกว้างประมาณ 3 เมตรกว่าๆ

 

ขณะที่กำลังออกไปก็คิดได้ว่าฉันควรหาอะไรมาใส่หน่อย                                                                        

ฉันเดินย้อนกลับไปแล้วฉีกดักแด้ออกมาส่วนนึงแล้วพูกเป็นกระโปรง                                                                         

อีกส่วนนึงเอามาทำเป็นถุงเผื่อไว้เจออะไรจะได้มีที่เก็บ

 

สภาพด้านนอกนั้นคล้ายๆป่าโปร่ง ที่ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่มไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่มากนัก

แต่น่าแปลกที่บริเวณที่ๆฉันอยู่รัศมีประมาณ 100 เมตรกับเป็นพื้นหญ้าโล่งๆ

 

 

ฉันมองไปที่พื้นก็พบรอยเท้าขนาดใหญ่เหมือนที่เห็นก่อนหน้านี้                                                              

ฉันเลยเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม เข้าสู่พื้นที่ที่คล้ายป่าโปร่งแล้วเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ

 

ตลอดเส้นทางที่เดินมาก็พบรอยแตกลึกจนเป็นเหวขนาดหย่อมๆอยู่เนื่องๆ

ดูเหมือนบริเวณนี้จะมีแผ่นดินไหวบ่อยๆ

 

เดินไปซักพักฉันเจอพุ่มไม้ที่ออกผลคล้ายมะยม                                                                               

ฉันเด็ดมันมากินบางลูกออกหวานๆบางลูกก็เปรี้ยว                                                            

โดยรวมแล้วก็อร่อยดีฉันเลยเด็ดออกมาพวงนึงแล้วใส่ถุงไว้ แล้วเดินต่อไป

 

 

-: แทรกๆ    เสียงแหวกพุ่มไม้ดังออกมาทางด้านหลังๆ  ทำให้ฉันรีบหลบเข้าไปในพุ่มไม้

 

 

เสียงย้ำเท้าหนักๆค่อยๆใกล้เข้ามา

 

 

ฉันมองลอดพุ่มไม้ไปทางต้นเสียง

 

 

พุ่มไม้ด้านหน้าค่อยๆแยกออก                                                                                           

ปรากฏสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดสูงพอๆกับฉัน                                                                                             

 

มันคือนกสีน้ำตาลแซมขาวที่มีหัวและจะงอยปากขนาดใหญ่เป็นครึ่งหนึ่งของร่างกาย                                                       

มันมีปีกเล็กๆที่ไม่น่าจะบินได้แต่มีขาขนาดใหญ่ทรงพลัง

 

มันค่อยๆเข้ามาใกล้ที่ๆฉันซ่อนตัวอยู่                                                                                         

ฉันกลั้นหายใจ มันห่างจากฉันที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ถึงคืบ                                                                      

มันอ้าปากขึ้น ภายใต้จงอยปากของมันนั้นเต็มไปด้วยฟันซี่เล็กๆแหลมๆนับพันซี่

แล้วงับลงไปที่พวงผลไม้ที่ฉันไม่รู้ชื่อ                                                                                           

ภาพผลไม้ถูกฟันแหลมทะลวงจนเละปรากฎให้เห็น                                                                        

ฉันคิดว่าฟันแบบนั้นมันไม่ได้มีไว้กินผลไม้อย่างเดียวแน่ๆ

 

ไม่นานมันก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม                                                                                           

แต่ในขณะที่มันจะเดินพ้นไปพื้นที่ฉันเหยีบอยู่กับทลายลงจนเกิดเสียงดัง

 

 

“ บ้าชิบ “

ฉันหันไปมองด้านหลังพบว่ามันเป็นเหวที่ไม่ลึกมากนัก จึงกระโดดลงไปก่อนที่จะเสียการทรงตัว เมื่อถึงพื้นฉันย่อขาเพื่อลดแรงกระแทกเมื่อตั้งหลักได้ก็รีบวิ่ง

 

“ อึก!เท้าฉัน ”

ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมา แรงกระแทกตอนลงถึงพื้นดูเหมือนจะทำให้ข้อเท้าขวาซ้น                                                      

ฉันไม่สนใจความเจ็บปวดแล้ววิ่งต่อไป                                                                                         

เสียงแหวกอากาศดังขึ้นมาจากด้านบนข้างหลัง

ฉันไม่หันไปมองแล้วรีบเร่งกว่าเดิม                                   

ถึงร่างกายฉันจะเปลี่ยนไปแต่ก็ไม่น่าจะสู้มันได้ซักนิด                                                                                          

ถ้าหากมีความสามารถพิเศษก็อีกอย่างแต่ถึงจะมีแต่ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้อยู่ดี

 

-: ตึง!

แรงกระแทกส่งมาตามพื้นจนฉันรู้สึกได้                                                                                         

ฉันเดาว่าน้ำหนักมันต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งตันแน่ๆ                                                                       

ฉันวิ่งกะเผลกไปตามร่องเหวจนเจอทางแยกซ้ายขวา                                                                       

ฉันเลือกไปทางซ้ายที่มีแสงรอดออกมาริบๆ                                                                                                            

เสียงพื้นดินสะเทือนใกล้เข้ามาจนฉันต้องเร่งความเร็วขึ้นอีก

 

“ แย่ละสิ  ”

มันเป็นห้องที่มีหน้าผาปิดกั้นรอบด้าน ยกเว้นด้านบนที่มีแสงส่องลงมา

 

ฉันหันหลังกลับเตรียมจะวิ่งไปอีกทางแต่ทันใดนั้น

“ เวร ” ไอ้นกยักษ์มันดักทางออกฉันไว้ซะมิด

 

-: จิ้บบบบบ!! (อาหาร!)

มันร้องจิ้บเสียงแหบแห้งฟังดูหลอนๆแต่ฉันกับฟังรู้เรื่อง

 

“ ถอยไป! ”

ฉันตะโกนหวังว่ามันจะเข้าใจ

 

-: จิ้บ!จิ้บบบบ!( ไม่! จะกิน!)

ใช้มันฟังฉันรู้เรื่องแต่มันก็จะกินฉันอยู่ดี

 

-: จิ้บบบ!( กิน!)

อยู่ๆมันก็หายไปจากสายตาฉัน   ,  พร้อมกับความรู้สึกของแขนซ้ายที่หายไป.                                                       

ภาพที่ฉันมองเห็นกลายภาพช้า   ,   พื้นที่มันยืนอยู่ในตอนแรกนั้นค่อยๆแตกออก                                                                                                                                                                                                                                 

แล้วปรากฏวงแหวนเหมือนเครื่องบินที่ก้าวผ่านความเร็วเสียงผาดผ่านเป็นทางยาว

                                               

-: ตูม!  แกร้กๆๆ

เสียงดังสนั่นดังขึ้น , พร้อมกับแรงกระแทกที่ทำเอาฉันกระเด็นไปกองกับพื้น                                                               

รวมถึงหูที่ไม่ได้ยินเสียงใดๆอีกแล้ว                        

 

“ อัก! ”

ฉันหันไปยังทิศทางที่วงแหวนปรากฏขึ้นเมื่อครู่นี้                                                                                       

ภาพที่ปรากฏคือตัวนกยักษ์ที่หัวมันฝังลึกไปในหน้าผา                                                                  

แล้วแขนซ้ายที่หายไปก็ถูกมันบดอยู่กับกำแพงเห็นเพียงแค่ปลายนิ้วที่โผล่มา                                                                                                                                                                                                                                            

เลือดสดๆพุ่งออกมาจากตัวฉันชั่วครู่แล้วหยุดไป                                                                                         

นั้นแสดงให้เห็นว่าเลือดฉันมีความสามารณในการแข็งตัวสูง                                                                                                                             

                               

 

ฉันลุกขึ้นมาตั้งหลักแล้วจับตามองมันเพื่อกะจังหวะหลบ

มันพุ่งตัวเข้ามาเหมือนเดิม                                                                                                                         

ฉันหลบไปทางซ้ายโดยใช้เท้าขวาที่ตอนนี้ความรู้สึกเจ็บหายไปแล้ว                                                           

แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านผิวดินจนฉันรู้สึกได้เมื่อหัวมันฝังเข้าไปกับกำแพง                                                                   

พอตั้งหลักได้ฉันรีบกระโจนเข้าไปเตะที่คอมันเต็มแรง

 

“ อึก! หนังหนาชะมัด ”                                                                                                                

มันไม่ได้ผลแถมยังรู้สึกตึงๆที่ขาอีกต่างหาก ฉันถอยออกมาเมื่อเห็นมันเริ่มจะหลุดออกมาแล้ว

 

 

มันอ้าปากเหมือนส่งเสียงแต่ฉันไม่ได้ยิน                                                                                                              

แล้วพุ่งมาเหมือนเดิมดูเหมือนมันจะทำเป็นแค่นั้น                                                                           

ฉันรีบหลบ                                                                                                                                                    

มันผ่านฉันไปแล้วชนเข้ากับหน้าผาอีกครั้ง                                                                                       

คราวนี้หัวมันไม่ได้ฝังลึกเหมือนครั้งก่อนทำให้ส่วนตามันพ้นออกมา

 

ฉันกระโดดเกาะหัวมันแล้วเข้าไปแหวกเปลือกตามันออก                                                                         

แล้วคว้าก้อนหินจากหน้าผาที่แตกทุบเข้าไปในดวงตาของมันอย่างแรง                                    

จนเลือดกระเซ็นเต็มตัว                                                                                                                                                 

 

“ อัก! แค่กๆ “                                                                                                                                             

มันกระชากหัวออกมาแล้วเหวี่ยงฉันกระเด็นไปกระแทกกับผาอีกด้าน                                                                         

แล้วแหกปากร้องดังขนาดฉันที่ไม่ได้ยินเสียงยังรู้สึกถึงลมที่เข้ามาในหู                                    

 

มันพุ่งเข้ามา                                                                                                                                                    

ฉันพยายามหลบแต่เพราะร่างกายเคลื่อนไหวได้ช้าเกินไปเลยหลบไม่พ้นทั้งหมด                            

แต่ถึงแม้จะโดนเฉี่ยวๆก็ทำให้ฉันกระเด็นกลิ้งไปกองกับพื้น                                                          

คราวนี้ฉันไม่มีโอกาสไปซ้ำเหมือนครั้งที่แล้ว                                                                          

เพราะหลังจากที่มันกระแทกกับหน้าผามันก็งัดหัวออกมาทันที                                                                         

เมื่อมันพุ่งเข้ามาฉันรีบกลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างสุดตัว ฉันหลบพ้น                                                                                                              

แต่แรงกระแทกมันกับพัดก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นกระแทกเข้ากลางอกฉันอย่างจัง                                      

จนฉันล้มลงแล้วสำลักเป็นเลือด

มันดึงหัวออกมาได้แล้ว แต่ฉันขยับไม่ได้เพราะกำลังจุก

มันยกขาขึ้นแล้วเกร็งจนกล้ามเนื้อปูดโปน มันเตรียมจะเผด็จศึกแล้ว

 

 

ฉันเหลือบไปมองก้อนหินที่กระเด็นมาอัดฉันตอนแรก                                                                           

ฉันคิดว่ามันน่าจะถ่วงเวลาให้ฉันได้ถ้าฉันปาใส่ตาข้างที่เหลือของมันที่เบิกกว้างอยู่ตอนนี้                                                               

ฉันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเท่าที่มีหยิบก้อนหินที่กระเด็นมากระแทกในทีแรกขึ้นมา

 

“ โอ้วววว! ”

 ขณะที่ฉันง้างแขนเพื่อจะขว้างออกไปแขนก็ถูกฉุดกระชากไปด้านหน้าอย่างรุนแรง                                                              

ตามด้วยเสียงบางอย่างขาดผึง                                                                                                   

แรงส่งที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลทำให้ก้อนหินขนาดกำมือมีอนุภาพเทียบเท่าปืนใหญ่                                   

มันเคลื่อนที่ปะทะกับดวงตาที่เบิกกว้างของนกยักษ์อย่างรวดเร็ว                                                                          

และพาร่างของมันกระเด็นไปอัดกับหน้าผาจนแตกเป็นริ้ว

 

“ อะไรวะเนี่ย? ”

ฉันมองไปที่แขนขวาที่ช่วยฉันไว้พบว่า                                                                                                              

มีควันออกลอยออกมาจากข้อต่อต่างๆตั้งแต่นิ้วมือถึงไหล่                                                                         

แล้วเปลือกที่คลุมบริเวณบริเวณข้อต่อนั้นได้แตกออกจนเห็นเนื้อในที่ฉีกขาด                                     

รวมถึงกระดูกที่แยกออกจากกัน                                                                                                                

ซึ่งโชคดีที่ตอนนี้ฉันยังชาๆอยู่เลยไม่เจ็บ

 

“ อึก! ”   อยู่ๆร่างกายก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง                                                                           

หลังปูดโปนเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหว                                                                                                                              

ความหิวกระหายอย่างบ้าคลั่งปรากฏขึ้น                                                                                                              

แล้วรู้สึกว่าผิวหนังด้านหลังฉันมันค่อยๆปริออก                                                                            

แต่ไม่มีความรู้สึกเจ็บ                                                                                                             

ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างออกมาเลยเหลือบตาไปมอง                                                                                                      

 

ภาพที่เห็นคือรยางค์สีแดงนับร้อยเส้น                                                                                                            

พุ่งออกมาจากด้านหลังและเจาะทะลวงเข้าไปในร่างของนกยักษ์ที่กองอยู่กับกำแพงผา                                   

พวกมันเจาะเข้าไปแล้วดูดกลืนซากของสัตว์ประหลาดส่งเสียงซวบซาบ                                                                          

แล้วร่างกายฉันก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว                                                                                                    

อาการแน่นหน้าอกและรอยช้ำจากการถูกกระแทกหายไป                                                                         

แขนข้างซ้ายที่ขาดไปค่อยๆงอกออกมา                                                                                                             

 

แขนขวาที่กระดูกแขนแยกออกจากกันถูกกล้ามเนื้อที่งอกออกมาดึงเข้าไปติด                                     

ตามด้วยเนื้อของเก่าที่ถูกของใหม่กลืนกินเข้าไปแทนที่                                                                       

และจบด้วยเปลือกสีน้ำตาลที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แข็งแรงกว่าเก่า                                                                       

 

แขนทั้งสองข้างจากเดิมที่มีเปลือกเรียบๆเหมือนเปลือกไม้ธรรมดา                                                                        

ได้มีแนวนูนขึ้นมาตามบริเวณข้อต่อต่างๆจนดูเป็นปล้องๆ                                                                         

แล้วขนาดแขนก็ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยด้วย

 

-: พรืด~~ แล้วรยางค์พวกนั้นก็กลับเข้าไปในร่างฉันอย่างรวดเร็ว , เมื่อนกยักษ์ถูกกินจนไม่เหลือซาก                                    ฉันกลับมาขยับได้อีกครั้ง

 

 

“สะดวกดีเหะ” ทีแรกคิดว่าต้องเสียแขนทั้งสองข้างไปซะแล้ว

 ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าฉันมีความสามารณพิเศษ 2  อย่าง                                                                                                 

หากฉันควบคุมมันได้ละก็คงใช้ชีวิตที่นี่ได้ง่ายขึ้นเยอะ                                                                         

 

ฉันยืนขึ้นแล้วนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่ปาหินใส่นกยักษ์                                                                          

ฉันคิดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นแล้วลองทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งแต่ในระดับที่น้อยกว่า                                       

ฉันลองเกร็งแขนแล้วชกไปข้างหน้า                                                                                                           

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น                                                                                                             

ฉันเปลี่ยนเป็นเบ่งพลังแล้วชกออกไปผลก็เหมือนเดิม                                                                         

ฉันลองอยู่หลายวิธีจนในที่สุด

 

-: วูมมม  มีเสียงดังขึ้นจากข้อศอกขวาในระหว่างที่ฉันลองใช้วิธีนึงที่คิดขึ้นมาได้                                                                  

มันคล้ายๆการเกร็งแต่มันเหมือนดันบางอย่างออกมามากกว่า                                                                 

 

ฉันพลิกศอกขึ้นมาดูพบว่าตรงบริเวณข้อต่อนั้นเรืองแสงสีส้มออกมา                                                               

เมื่อเอามืออีกข้างมาอังดูก็รู้สึกว่ามีแรงดันร้อนๆถูกปล่อยออกมาจากตรงนั้น                                                                 

 

ฉันลองใช้วิธีนี้กับส่วนอื่นๆของร่างกายพบว่ามีจุดที่ปล่อยแรงดันได้เหมือนกับข้อศอกคือ                                                                 

ข้อนิ้ว  ข้อมือ และไหล่ ที่เรืองแสงตามรอยต่อด้านนอกเป็นครึ่งวงกลม                                                                

ส่วนอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันคือ ปลายนิ้วมือและฝ่ามือที่เป็นวงกลมสีส้มซ้อนกันสองวง                                                                 

แล้วนอกจากแขนทั้งสองข้างจุดอื่นของร่างกายก็ไม่สามารณปล่อยแรงดันได้

 

ฉันอยากจะลองใช้ความสามารณอีกอย่างแต่ตอนนี้เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงแล้ว                                                                 

คงต้องหาที่ปลอดภัยก่อนถึงค่อยลองใช้มัน

 

 

ฉันเดินย้อนกลับไปทางเก่าแล้วเข้าทางแยกทางขวาไป                                                                 

มันเป็นอุโมงค์ที่กว้างพอให้ฉันเดินได้คนเดียวแล้วสูงเลยหัวฉันไปหน่อย                                                                 

พอพ้นออกมาก็เป็นทางตรงด้านหน้ามีเนินเตี้ยๆที่พอปีนขึ้นไปได้อยู่

 

 

เมื่อพ้นจากเนินดินก็เจอกับป่าโปร่งเหมือนก่อนที่ฉันจะตกลงมา                                                                 

ฉันคิดว่าถ้าเลือกทางนี้แต่ทีแรกอาจไม่ต้องสู้กับมันก็ได้                                                               

แต่ก็คงไม่รู้ว่าฉันมีความสามารณอะไรเหมือนกัน

 

แต่ในขณะที่จะเดินไปต่อนั้นเองพุ่มไม้ด้านหน้าก็สั่นไหว

สิ่งที่ปรากฏออกมาคือเจ้านกหัวโตเหมือนคราวก่อน                                                                 

แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกันถึง 5 ตัว   พวกมันค่อยๆก้าวเข้ามาล้อมฉันไว้

ถ้ามาตัวเดียวฉันคงพอใช้ความสามารณที่เพิ่งค้นพบนี้จัดการมันได้                                                                   

แต่มามากขนาดนี้คงไม่ไหวแน่ๆ ในขณะที่ฉันกำลังกังวลอยู่นั้นก็มีเสียงดังขึ้น

 

 

-: โบร๋ววว!  เสียงหมาหอนดังก้องอยู่ไม่ไกล                                                                                                                                    

ตามมาด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมและเสียงต้นไม้หักโค่น

พวกนกยักษ์ไม่สนฉันแล้วมันกำลังจะหนีแต่แล้ว

ปากขนาดใหญ่พร้อมด้วยคมเขี้ยวมหึมาก็กลืนพวกมันไปตัวนึง                                                                    

ร่างของสุนัขขนาดใหญ่กว่า 3 เมตรปรากฏขึ้น                                                                                                                                    

กายของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อขนาดใหญ่เรียงสวยและมีขนสั้นเตียน                                                                    

มันตะปบใส่ร่างของนกพวกนั้นจนแหลกไปพร้อมกับพื้นดินรอบๆตัวมัน                                                                 

แล้วก็กระโจนตามพวกที่เหลือไป

 

ฉันพยายามจะหนีแต่ก้าวขาไม่ออก ไม่นานมันก็กลับมาแล้วเดินเข้ามาหาฉัน

 

“ เวรเอ้ย!”   แค่นกนั้นฉันก็ร่อแร้แล้ว กับไอตัวที่จัดการมันง่ายๆฉันจะไปเอาชนะได้ยังไง

 

มันมาหยุดตรงหน้าฉันแล้วอ้าปากโชว์ฟันสวย กลิ่นคาวเลือดจากนกยักษ์โชยออกมาจากปากมัน มันขยับเข้ามาใกล้ฉัน ฉันเตรียมจะยอมเสียแขนใช้ความดันเต็มที่เหมือนตอนขว้างหินเพื่อจะชกมันแต่แล้ว

 

 

-: แผล่บๆๆ

“ เอ๋? ” มันเลียฉันจนตัวเปรอะไปด้วยเลือดของนกที่ติดลิ้นมันมา

 

-: โฮ่งๆ (ป๋าตื่นแล้วๆ)   ป๋างั้นหรอเจ้ายักษ์นี้มันเรียกฉันว่าป๋า                                                               

ฉันจำได้ว่าไม่เคยรู้จักหมาตัวใหญ่ยักษ์แบบนี้แน่ๆ                                                                     

แต่เสียงของมันดูดีใจอย่างมากที่เจอฉัน                                                                                                                        

จนเมื่อมันถอยไปให้ฉันเห็นตัวมันชัดๆ                                                                                                                             

ช่วงศรีษะไปถึงท้องนั้นปลกคลุมด้วยขนสีขาวมีเพียงหน้าซีกซ้ายเท่านั้นที่ขนเป็นสีดำ

และส่วนลำตัวของมันนั้นมีลายเหมือนเสือ                                                                                                                            

ลายแบบนี้หรือว่า  

ฉันเดินวนแล้วดูทั่วตัวมันเพื่อให้มั่นใจ

 

“ชินเรอะ!”

-: โฮ่ง (ครับป๋า) ชิน สุนัขพันธ์ พิทบูลเทอร์เรีย ที่ฉันเลี้ยงไว้ ล่าสุดมันก็อายุประมาณยี่สิบกว่าๆ

“ ทำไมมาอยู่ที่นี้ได้หละ ” ถ้าฉันโดนส่งมาโลกใหม่ก็ต้องมีฉันมาแค่คนเดียวสิ

-: โฮ่ง โฮ่งๆ (ก็นี้บ้านเรานิครับ)” บ้านเรอะนอกจากฉันบ้านฉันก็โดนส่งมานี้ด้วยทำไมถึงเป็นอย่างงั้นละ

“พาไปที่บ้านหน่อย” ฉันปีนขึ้นหลังมันแล้วมันก็พาฉันกลับไปที่ถ้ำที่ออกมาตอนแรก                                                                                                                                

 

 

ถ้าฉันคิดไม่ผิดล่ะก็เนินสูงๆที่มีหญ้าปกคลุมข้างๆถ้ำนั้นต้องเป็นบ้านฉัน                                                                   

แล้วถ้ำก็คือห้องใต้ดินที่สร้างไว้                                                                                                                                      

เมื่อลงจากหลังเจ้าชินฉันก็วิ่งไปที่เนินดินแล้วปัดหญ้ากับดินที่คลุมอยู่ออก                                                                   

ภายใต้ดินที่ปกคลุมคือหินผุๆสีขาวฉันทุบมันออกอย่างไม่ยากเย็น                                                                 

เพราะมันเปราะพอควรภายในก็ปรากฎโครงเหล็กขึ้น                                                                  

ฉันมั่นใจแล้วว่ามันคือสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์และคงจะบ้านฉันแน่ๆ แต่ทำไมมันมาอยู่ตรงนี้                                                                

เพราะเดิมทีมันถูกสร้างครอบห้องใต้ดินไว้

 

 

“ ชินแกเอาพวกนี้มากองไว้ตรงนี้เรอะ ”

“ ครับป๋า ” 

“ ทำไมฉันมาอยู่นี้ได้ละ ” ล่าสุดที่ฉันอยู่คือที่ทำงานไม่ใช้ที่นี้

 -: โฮ่ง โฮ่ง โฮ่งๆ (ผมตามกลิ่นป๋าไปจนเจอป๋าติดอยู่ในลูกบอลใต้กองหินแล้วผมก็พาป๋ามาอยู่ที่นี่ )

“ แล้วคนอื่นๆในบ้านละ” ฉันหมายถึงพวกที่ฉันจ้างไว้ดูแลบ้าน

-: โฮ่งๆ ตั้งแต่ผมตัวโตขึ้นพวกเค้าก็หนีไปหมดแล้ว” โดนย้ายมาทั้งบ้านเลยสินะ

“ นานหรือยัง ”

-: โฮ่ง ( นานมากครับ ) ดวงตาของมันสั่นไหว

“ ไม่เป็นไรฉันอยู่จะอยู่กับแกเอง ” ฉันเข้าไปกอดคอมันไว้อยู่นาน

“ เข้าไปข้างในเถอะ ไปคุยกันหน่อยว่าแกเจออะไรมาบ้าง” พอฉันพูดจบชินก็เดินนำฉันเข้าไปในห้องใต้ดินแล้ว

ล้มตัวลงนอนใกล้ๆกับทางออก   แล้วมันก็เราเรื่องประสบมาให้ฉันฟัง ย่อๆก็คือ

มันตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวมันใหญ่แล้วก็มีความคิดซับซ้อนขึ้น                                                                       

ไม่นานมันเจอพวกที่ฉันจ้างไว้กำลังออกไปจากที่นี้                                                                    

มันเดินเข้าไปหาแต่พวกนั้นเอาปืนยิงมันแล้วขับรถหนีไป                                                                    

มันเลยเฝ้าบ้านอยู่ตัวเดียวโดยอาศัยกินสัตว์อื่นประทังชีวิต                                                                   

มันเห็นฉันไม่กลับมานานเลยออกตามหาโดยการดมกลิ่นฉันจากของใช้ในบ้าน                                                                   

ระหว่างทางก็เจอมนุษย์โจมตีบ้างแต่มันพยายามหลีกหนีเฉพาะจวนตัวจริงๆถึงจะโต้ตอบ                                                                   

พอไปถึงตัวเมืองก็พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นพังทลายลง                                                                                                                                      

แล้วก็เจอดักแด้ที่มีฉันติดอยู่ข้างในอยู่ในซากตึก , แล้วพามาที่นี้                                                                                                                                      

พอมาถึงบ้านก็ถูกทำลายไปแล้วมันเลยกวาดซากทั้งหมดออกไป , แล้วขุดรูลงมาอยู่ในห้องใต้ดิน                                                                     

มันก็บอกอีกว่าเห็นคนที่เกิดจากดักแด้เหมือนฉันอีกหลายคน  

แล้วอีกอย่างก็คือระหว่างที่มันอยู่ที่นี้ก็มีมนุษย์กลุ่มใหญ่มาโจมตีมันหลายครั้ง                                                                 

ช่วงหลังๆมานี้ถึงจะไม่ค่อยมีเพราะยิ่งสู้มันก็ยิ่งพัฒนาขึ้นจนพวกนั้นไม่ค่อยกล้ามา                                                                       

แล้วมันก็ต้องอยู่ที่นี้ตัวเดียวโดยมีสิ่งแก้เหงาแค่มนุษย์ที่มาโจมตีมันอยู่หลายปีกว่าฉันจะออกมาได้                                                                 

ถึงแรกๆมันจะพยายามหลีกๆก็เถอะแต่ตอนหลังกลายเป็นการเล่นสนุกไปแล้ว                                                                 

พอมันเล่าจบมันก็ค่อยๆหลับไป , ฉันเลยหลับตามมันบ้าง                                                             

ตอนนี้ความเป็นไปได้ที่ฉันคิดได้ตอนนี้มี2ทาง ทางแรกคือสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับฉันถูกย้ายมาโลกใหม่ และ

สองโลกนี้เป็นโลกเดิมที่ถูกเปลี่ยนไป                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

ที่จริงฉันอยากไปดูตู้เซฟที่ซ่อนไว้ในนี้ก่อน , แต่ตอนนี้ขอพักก่อนดีกว่า




NEKOPOST.NET