Tranfor : The new earth ตอนที่ 0 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Tranfor : The new earth

Ch.0 - บทนำ


 

 บทนำ     

 

   มืด....ดำสนิท ความว่างป่าวเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ได้

 

ไม่รับรู้ถึงร่างกายหรืออะไรทั้งนั้น 

มีแต่ความคิดที่ยังปรากฏนี้                                                               

เป็นเพียงสิ่งที่แสดงว่าฉันยังมีตัวตนอยู่

นานเท่าใดแล้วนะที่ฉันไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งต่างๆ..และมันจะเป็นแบบนี้อีกนานเท่าไหร่กัน......

     


 

                14 ก.ค. 2565 

                 

...................ระหว่างที่ฉันไปเที่ยวอียิปเนื่องในโอกาสที่จบโทที่เมืองอัสลาน

ฉันไปเจอร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังหยิบสร้อยเส้นที่น่าสนใจขึ้นมา                                  

(ตัวสร้อยเป็นเงินถัก ห้อยด้วยแท่งผลึกใสยาวประมาณ 3 นิ้ว )

แท่งผลึกที่ห้อยไว้กับบาดนิ้วฉัน 

ซึ่งปรกติคงไม่มีใครซื้อของมีตำหนิที่แค่จับก็เรียกเลือดได้แล้ว  

แต่ก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น ที่อยู่ๆเลือดฉันที่ติดอยู่บนผลึกก็ถูกดูดเข้าไปจนมันเปลี่ยนเป็นสีแดง

แต่ซักพักมันก็กลับเป็นสีเดิม ด้วยความแปลกใจและสงสัยทำให้ฉันตัดสินใจซื้อมันมา...................

 

       22 พ.ย. 2625

              

...............ตอนนี้ฉันเป็นเจ้าของบริษัทขนาดใหญ่ ที่ทำงานเกี่ยวกับการขนส่ง ถือว่าประสบผลสำเร็จเลยทีเดียว  

ในด้านเงินนะน่ะ.... 

ตอนนี้ฉันไม่มีครอบครัวเลยซักคน 

เพราะชื่อเสียงด้านผู้หญิงที่ไม่ค่อยดีพวกผู้หญิงที่เข้ามาเลยมีแต่พวกหิวเงินทั้งนั้น

มีแต่ลูกน้องคนสนิทที่ทำงานมาด้วยกันนับสิบปีที่พอไว้ใจได้

ก็เค้าเป็นลูกบุญธรรมฉันนี่นะถึงฉันจะไม่เคยดูแลเค้าก็เถอะ       

ที่ฉันให้เค้าก็มีแต่เรื่องการศึกษากับที่อยู่ที่กิน นานๆจะคุยกันทีแต่มีแต่เรื่องงาน                                                                 

แต่ดูแล้วเค้าเคารพฉันมากๆเลยหล่ะ 

แล้วหลังจากที่เขาเรียนจบแล้วมาทำงานที่บริษัทนี้   เพียง 5 ปี                                                                          

เขาก็พัฒนาจากช่างเครื่องเป็นหนึ่งในผู้บริหาร , ช่างเป็นความสามารณที่น่ากลัว                                                                  

ขนาดฉันยังต้องใช้เวลาถึง 25 ปีถึงจะขึ้นไปอยู่ระดับนั้น กับอีก 10 ปีในการยึดเป็นของตัวเอง

แต่ดูท่าทีแล้วเค้าไม่ได้อยากครอบครองบริษัทนี้ซักนิด                                                                                 

ทั้งที่พยายามอีกนิดหน่อยก็เขี่ยตาแก่ใกล้ตายอย่างฉันลงถังไปได้แล้วแท้ๆ                                                                  

แต่ยังไงเขาก็ต้องได้มันไปเพราะฉันแอบเขียนในพินัยกรรมไว้แล้ว                                                                 

เพราะถึงแม้ฉันจะได้ที่นี่มาเพราะต้องการเงินและอำนาจแต่ฉันก็เริ่มผูกพันกับมัน                                                                 

เลยอยากมอบให้คนที่จะทำให้มันเดินต่อไปได้ 

   

      

ส่วนสร้อยนั่นตลอดหลายปีที่ฉันใส่มันมามันก็ไม่เกิดเหตุการณ์แปลกๆอะไรอีกเลย                                                                  

ทั้งที่ฉันซื้อมันมาว่าอยากให้เกิดเรื่องอะไรสักอย่างแท้ๆ                                                                                   

แต่มีครั้งนึงที่ฉันถูกยิงตอนนั้นฉันพยายามฉีกตัวหลบไปด้านข้างแต่มันไม่พ้น                                                                

หากแต่ว่ากระสุนนั้นยิงถูกที่สร้อยทำให้กระสุนพลาดหัวใจของฉันไปมันแฉลบทะลุเข้ารักแร้แทน

ตัวสร้อยที่รับกระสุนไปมันไม่มีแม้แต่รอยถลอก                                                                                                                                  

สงสัยมันมีแต่ความแข็งแรงอย่างเดียวที่เป็นสิ่งที่แปลก                                                                                       

ตอนนั้นพวกการ์ดพยายามยิงสกัดไว้

แต่พวกมันขับรถหนีไปได้

ถึงอย่างงั้นเมื่อพวกมันไปได้ไม่ไกลรถก็ระเบิดออก                                                                  

สงสัยจะโดนซ้อนแผนมาอีกที แต่ก็ปิดไม่ได้นานนักไม่กี่วันฉันก็หาคนบงการพบ                                                                 

มันเป็นหนึ่งในผู้บริหารของธรุกิจฉันถึงมันจะมีแนวร่วมเยอะแต่ก็ถูกจัดการไปตามระเบียบ

 

เหตุการณ์นั้นทำให้ฉันออกแรงมากๆไม่ได้เนื่องจากเส้นเลือดดำใต้รักแร้ฉีกขาด                                                                 

แม้ได้รับการรักษาอย่างดีมันก็ไม่กลับเป็นปกติ                                                                                

โรคภัยต่างๆก็ตามมาจากการที่ร่างกายอ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ 

วันๆฉันได้แต่นั่งทำงานกับดูทีวี                                                                                                                                  

เพราะจะไปเที่ยวหรือนั่งเล่นเกมเหมือนตอนเด็กๆสังขารมันก็ไม่ไหว                                                                 

ที่ยังดีอยู่ก็มีสมองนี้หล่ะที่ยังไม่เสื่อมไปตามวัย

ขณะที่ฉันกำลังเหม่อมองทิวทัศน์ด้านนอกจากห้องทำงานในตึกสูงระฟ้า

ก็มีเสียงประหลาดดังขึ้นมันเหมือนเวลาคุยโทรศัพย์แล้วมีคลื่นแทรก

เสียงกระซิบที่เหมือนพูดจากคนพร้อนกันหลายๆกันผสมกับเสียงซ่าซ่าดังอยู่นาน                                                                 

และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ฉันเริ่มสับสนแล้วมองไปรอบๆเพื่อหาต้นเสียงฉันลองปิดทีวีที่เปิดทิ้งไว้แล้วก็พบว่า                                                                  

ไม่ใช้มัน

 

ฉันคว้าไม้เท้าขึ้นมาแล้วเดินไปรอบๆเพื่อหามันให้พบ                                      

ในที่สุดฉันก็เจอมันไม่ได้อยู่ไกลจากฉันเลย

เสียงนั้นมันดังอยู่ในหัวฉัน

ฉันเริ่มคิดว่าฉันเริ่มเป็นโรคประสาทเหมือนที่คนอายุเท่าฉันเป็นกันปกติ

ฉันนั่งลงบนโซฟาพยายามทำใจให้สงบหวังว่าอาการประสาทหลอนนี้มันจะหายไปแต่

ไม่                                                                  

เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ

ฉันพยายามสงบใจไว้รอให้มันผ่านพ้นไป จนฉันเริ่มปวดหัว

ฉันไม่สนใจอาการต่างๆแล้วปล่อยผ่านความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไป

 

-: หวืด

 ถึงใจจะเมินความเจ็บปวดได้แต่ร่างกายนั้นไม่ 

 

เลือดกำเดานั้นไหลเยิ้มออกจากจมูกทั้งที่ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยกำเดาไหลเลยแท้ๆ                                               

 

-: เพล้ง

ถึงเวลาเปลี่ยนโต๊ะกาแฟใหม่แล้วสิ ช่างปวดใจเหลือเกินไม่ใช้อะไร

หรอกแค่การออกแรงมากๆทำให้หัวใจฉันทำงานหนักเกินไปเท่านั้น

 

 “ท่านค่ะ!”

เลขาที่อยู่หน้าห้องคงได้ยินเสียงฉันเลยพยายามเข้ามา                                                                                     

แต่ฉันไม่สนหรอกของีบก่อนดีกว่า แต่รออีกซักพัก “นัย” ก็คงจะเอากุญแจมาเปิดให้เธอเองล่ะมั้ง ตอนนั้นก็ฝากเก็บซากโต๊ะด้วยละกัน

 

ขณะที่ฉันกำลังจะหลับไปโดยที่เมินเสียงดังสนั่นในหัวเรียบร้อยแล้ว

 

ก็พบว่าหน้าอกฉันมันเปล่งแสงออกมา 

พร้อมเสียงที่หายไป                                                

ดูเหมือนเครื่องบินที่บินผ่านหน้าต่างตอนฉันเหลือบไปมองก็หยุดลงด้วย                                                                  

ฉันเดินไปริมหน้าต่างที่เป็นกระจกใสทั้งแถบแล้วก้มลงมองไปยังด้านล่าง

 

ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นหยุดอยู่กับที่หมด                                                                                                                                  

ไม่ว่านกที่บินอยู่  รถบนถนน ป้ายโฆษณา คนที่กำลังเดินอยู่

หรือแม้กระทั้งโลกก็หยุดหมุน  แปลกดีแฮะ

 

 

ฉันเปิดเลิกเสื้อขึ้นมาดูสิ่งที่น่าจะเป็นตัวการของเรื่องที่เกิดขึ้นนี่.....                                                                

สร้อยคอที่ฉันห้อยไว้มันส่องแสงจ้า

ฉันหยิบมันขึ้นมาถือแล้วจ้องมองมัน

ดวงแสงน้อยๆที่เปล่งออกมาจากผลึกขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

-: แว่บ!

 

 
 

 

  แสงสีขาวสาดส่องจนโลกทั้งใบเป็นสีเดียว...........................

 
 



NEKOPOST.NET