เด็กสาวกับเรื่องราวของพวกเธอ ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST

เด็กสาวกับเรื่องราวของพวกเธอ

Ch.7 - ความรักและเธอ...ใต้ต้นชมพู


IV

 

“ฤดูที่ผันผ่านไปอย่างรวดเร็วสังเกตได้จากต้นไม้ใหญ่กลางสวนหย่อม ฤดูหนาวมันผลัดใบ ฤดูร้อนมันมีดอกสีชมพูเต็มต้น ฤดูฝนมันเต็มไปด้วยฝักแก่ เช่นเดียวกับเขาที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้นั่น ฤดูหนาวเขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฤดูร้อนทั้งสองนั่งพิงไม้ใหญ่ด้วยกัน ฤดูฝนเขายืนเดียวดาย วนเวียนซ้ำซากเช่นนี้โดยไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด...”

 

ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความฝันที่แจ่มชัดเหมือนเช่นคืนก่อนๆ และนับวันก็จะยิ่งเห็นภาพในฝันชัดเจนขึ้นทุกที แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่อะไรมากมายขนาดนั้น เพราะคิดว่าถ้าใครคนหนึ่งจะเชื่อความฝันเป็นตุเป็นตะคงจะเพี้ยนน่าดู

 

กิจวัตรตอนเช้าเป็นเหมือนทุกวัน ตั้งแต่ออกจากบ้านจนไปถึงโรงเรียน ขณะเข้าแถวในห้องเรียนฉันกวาดตามองหากัลแต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งได้รู้จากคนในห้องว่า กัลประสบอุบัติเหตุขณะเดินข้ามถนนเข้าโรงพยาบาลอาการสาหัส เสียงพูดของเพื่อนร่วมห้องที่คุยกันดังเจี้ยวจ้าว เสียงของอาจารย์ที่สอนในห้องเรียนแต่ละวิชา แค่เพียงผ่านหูเข้ามาและผ่านออกไป ห้วงความนึกคิดของฉันจดจ่ออยู่แต่ในวันนั้น วันสุดท้ายที่ได้เจอกับกัล วันที่กัลยังสามารถเดินไปเดินมาได้ด้วยขาของตนเอง แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถทำแบบนั้นได้แล้ว ภาพเหตุการณ์เมื่อวานร่างโปร่งใสที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเป็นร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ในตอนนี้ฉันคิดว่าตัวเองรู้แล้วว่า วิญญาณไร้ร่างนั้นเป็นของใคร และใครเป็นคนที่ทำให้เธอเป็นแบบนั้น ...

 

น้ำอุ่นๆในตาไหลออกมาโดยที่ยั้งไว้ไม่อยู่ ฉันพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องโฮออกมา เอามือป้องปิดปาก ก้มหน้าลงใต้โต๊ะ มันทรมานเหลือเกินที่ต้องกล้ำกลืนกับความรู้สึกผิดโดยส่งเสียงออกมาไม่ได้แม้สักแอะ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ฉันฟุบหน้าลงไปบนปกหนังสือเรียนที่ตอนนี้เหลือแต่เพียงคราบแห้งๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมองทุกสิ่งรอบโต๊ะของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าปล่อยให้ชั่วโมงเรียนในแต่ละวิชาผ่านไปโดยไม่สนใจกับเนื้อหาบนไว้ท์บอร์ด ด้วยท่าทางเซื่องซึมและอิดโรยทำให้เพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆบอกกับอาจารย์ที่สอนวิชาภาษาต่างประเทศที่กำลังดุด่าฉันอยู่ว่าฉันนั้นไม่สบายตั้งแต่เช้าแล้ว ฉันจึงได้ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลตลอดทั้งคาบเช้า

 

พอเกือบเที่ยงฉันโกหกอาจารย์ผู้หญิงประจำห้องพยาบาลไปว่า วันนี้เป็นวันนั้นของเดือน อยากขอกลับไปนอนพักที่บ้าน  เธอเซ็นใบอนุญาตออกนอกโรงเรียนยื่นให้ฉันด้วยแววตาเป็นห่วงพร้อมกับพูดสอนวิธีการดูแลร่างกายในช่วงที่มีประจำเดือน เมื่อยื่นใบขออนุญาตแล้วฉันก็ตรงดิ่งกลับไปที่บ้าน ทิ้งตัวลงบนเตียง ปลดปล่อยทุกความรู้สึกที่อัดอั้นออกมาจนหมอนหนุนเปียกปอนไปด้วยน้ำตา

 

 

ฉันตื่นขึ้นมาช่วงหัวค่ำพร้อมกับความแปลกใจเล็กน้อยที่ตัวเองไม่ฝัน แต่ก็ดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากฝันถึงอะไรที่บั่นทอนกำลังใจของตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว แค่คิดถึงเรื่องของกัลใจของฉันก็แทบจะแหลกสลายลงเสียตรงนั้น ฉันพยายามที่จะคิดอย่างอื่นที่เป็นสิ่งสวยๆงามๆเพื่อที่จะได้ไม่ไปหวนกลับไปรู้สึกแย่ๆอีก

 

พอมานั่งคิดถึงเรื่องดีๆก็คงมีแต่เรื่องที่เจอกับเขาเกือบทุกคืนนั่นแหละ เราสองคนเริ่มคุยกันบ่อยขึ้นฉันเองก็ได้รู้เรื่องส่วนตัวของเขามากขึ้นอีกเล็กน้อย เขาเป็นคนที่ชอบฟังมากกว่าชอบพูด ดูเป็นห่วงเป็นใยฉันดี เพราะอย่างนี้ล่ะมั้ง ฉันถึงชอบไปหาเขาเรื่อยๆทุกคืนโดยที่แม่ไม่รู้

 

คืนนี้ก็เช่นเคย ฉันไปพบเขาที่เก่าเล่าให้เขาฟังถึง เรื่องที่กัลถูกรถชนเข้าโรงพยาบาล และเรื่องวิญญาณที่ฉันเห็นเมื่อวาน เขาประคองกอดฉันไว้ ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี เมื่อฉันเล่าจบ เขาก็เล่าเรื่องของตัวเขาเองบ้าง เขาเล่าให้ฉันฟังถึง ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารัก ทั้งสองมีแผนที่จะจัดงานหมั้นกันในสวนหย่อมแห่งนี้ แต่เธอเสียชีวิตเพราะประสบอุบัติเหตุขณะขับรถกลับมาหาเขา เขาไปร่วมงานศพ โดยที่ไม่รู้จักใครในงานเลยแม้แต่คนเดียว และได้ขอเถ้ากระดูกหลังจากเผาศพเพื่อให้หนึ่งในความปรารถนาของเธอได้เป็นจริงขึ้นมา เขาเล่าด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆก่อนที่ฉันและเขาจะตกอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน

 

ฉันสอดส่ายสายตาเพื่อที่จะหาเรื่องอื่นคุย และก็นึกขึ้นมาได้ถึงต้นไม้ใหญ่กลางสวนหย่อม ฉันจึงถามด้วยความอยากรู้ว่ามันคือต้นอะไร

 

“ชมพูพันทิพย์ครับ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เธอจะผลิดอกสีชมพูบานเต็มไปหมด” แม้จะแค่ช่วงเสี้ยววินาทีแต่ฉันก็เห็นลักยิ้มที่ร่องแก้มบุ๋มลงเล็กน้อย

 

“ชักอยากเห็นไวๆซะแล้วสิ” ฉันเปรยด้วยน้ำเสียงเสียดายที่ต้องรออีกเดือนกว่าๆถึงจะได้เห็นบรรยากาศสวยๆ

 

“ไม่นานเกินรอหรอกครับ” เขายิ้มให้ฉันแต่คราวนี้ไม่มีรอยลักยิ้มเหมือนเมื่อครู่นี้

 

“เรื่องของเพื่อนที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล  ผมว่า น่าจะลองไปเยี่ยมเขาสักครั้งนะครับ…” ฉันผงะไปชั่วครู่เมื่อเขาให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา ที่จริงแล้วฉันรู้อยู่แล้วว่าตัวเองนั้นสมควรที่จะไปเยี่ยม ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกผิด หรือรู้สึกสงสาร แต่ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนคนหนึ่งต่างหาก

 

แม้จะคิดดังนั้นแต่ดูเหมือนว่าประสาทอัตโนมัติของฉันจะไม่เห็นด้วย ฉันตัวสั่นด้วยความหนาวทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่าน สัมผัสที่ปลายนิ้วรับรู้ถึงความอบอุ่นของรากไม้ใบหญ้ามากกว่าต้นแขนของตัวเอง ริมฝีปากที่เริ่มสั่นระรัว หมู่มวลความคิดทั้งหลายทั้งปวงที่เคยฟุ้งกระจายสะเปะสะปะกลับหยุดนิ่งเมื่อมีภาพดาดฟ้า และร่างเงาโปร่งใสแล่นวูบผ่านเข้ามาในหัว ฉันอ้าปากอย่างลำบากยากเย็นเพื่อจะพูดคำสั้นๆกับเขา

 “ไปด้วยกัน....ได้ไหม”

 

เขาเงียบไปพักหนึ่งราวกับกำลังตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญมากก่อนที่จะกระซิบข้างหูฉันจนรุ่มร้อนไปทั่วทั้งใบหน้าว่า

 

“ยินดีครับ”

 

แม้ฉันจะเอ่ยปากชวน แม้เขาจะตอบรับคำชวน แต่สุดท้ายเราสองคนก็ไม่เคยได้ไปเยี่ยมกัลที่โรงพยาบาลเลยสักครั้ง...




NEKOPOST.NET