ผมน่ะหรอ ลูกชายของราชาปีศาจ ลูซิเฟอร์ ตอนที่ 34 | Nekopost.net 
NEKOPOST

ผมน่ะหรอ ลูกชายของราชาปีศาจ ลูซิเฟอร์

Ch.34 - ปิดประชุมสภาประจำปี


R.E ที่ 2

               กลับมาที่ห้องโถงใหญ่รูปครึ่งวงกลม หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกกันว่า สภาฮาร์ฟมูน  บนอัฒจันทร์ด้านนอกหัวหน้ากิลด์เจ็ดพันกว่าคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ผู้นำของพวกเขาหรือก็คือผู้นำของประเทศทรานซิลเนียได้รายงานต่อสภา

โอริดิค่อน และ มังกร รวมไปถึงสาเหตุที่ต้องทำสงครามกับเทพแห่งโอลิมปัสเมื่อ6เดือนก่อน

…………………..

“อย่าบอกนะว่า เด็กสาวที่ท่านเล่า เธอคือ....” สมาชิกสภาตัวแทนกลุ่มกิลด์การค้าสายเหมืองแร่ชาวมนุษย์ยกมือขึ้นถาม

“ใช่แล้ว เด็กคนนั้นคือมังกรสายฟ้า มังกรธาตุ(Element Dragon)ตัวที่กิลด์ กรีนทรีต่อสู้ด้วย ในรายงาน”เมื่อคำตอบของผมจบลง ความวุ่นวายในสภาก็เริ่มก่อตัว คำถามมากมายถูกตะโกนออกมาโดยไม่มีการยกมือขึ้นก่อนถามตามข้อตกลงของสภา  เจ้าหน้าที่และคุณมากาเร็ท รวมไปถึงอิทสึมิต้องลงจากแท่นด้านบนไปช่วยเครียร์และทำความเข้าใจใหม่ เมื่อความวุ่นวายจบลง ความกดดันกลับมาสู่ผมอีกครั้ง

 ผมรู้สึกได้ถึงความคาดหวังอะไรซักอย่างจากปากของผมขณะเดินขึ้นแท่นกลางสภาเพื่อรายงานความคืบหน้าการวิจัย

“และนี่คือโอริดิค่อน” ผมชูผลึกใสสีชมพูอ่อนรูปหยดน้ำขึ้นมากลางที่ประชุม ขนาดของมันประมาณลูกฟุตบอลในโลกของผม

“ด้วยการที่ส่วนประกอบของผนังด้านในของภูเขาลูกนั้น สายแร่โอริดิค่อนหลอมรวมกับแร่ธาตุตามธรรมชาติ ทำให้ ณ เวลานั้นเราไม่สามารถขุดเจาะ เข้าไปในผนังและนำแร่ก้อนใหญ่ออกมาได้ ที่ทุกท่านเห็นคือ เศษส่วนปลายของมันที่โผล่พ้นผิวหนังถ้ำโดยผมใช้เล็บของมังกรที่จับได้ตัดมันออกมา”  ผมวางโอริดิค่อนในมือลงไว้ที่โพเดี่ยม จากนั้นก็หยิบบางสิ่งออกมาให้ทุกคนดู เพื่อดึงความสนใจของทุกคนให้กลับเข้ามาฟังผมพูดอีกครั้งเพราะตอนนี้ เสียงอื้ออึงดังขึ้นมาเบาๆอีกครั้งแล้ว

“อย่างที่บอกไปว่า ณ ตอนนั้นเราไม่สามารถเจาะผนังเพื่อนำแร่ก้อนใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ภายในถ้ำออกมาได้และผมแน่ใจว่าภายใต้ภูเขาลูกนั้นเมื่อเขาขุดลึกลงไปตามแนวปล่องภูเขาไฟ เราจะพบแร่โอริดิค่อนมากมายในนั้น ปัญหาคือ เครื่องมือที่ใช้ขุด เจาะ และที่อยู่ในมือผมก็คือ เครื่องขุดเจาะด้วยพลังเวทแห่งลม”ผมยกเครื่องมือที่ดูคล้ายเครื่องขุดเจาหินในโลกของผมให้ทุกคนดู  พร้อมทั้งสาธิตวิธีการใช้

ธรรมดาถ้าเป็นเครื่องขุดเจาะหิน หรือเมืองแร่ในโลกที่ผมอยู่ขนาดของมันจะต้องใหญ่มากๆ จนแทบจะถือไม่ไหว หรืออาจต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เลยทีเดียว  แต่ด้วยการที่โลกนี้มีเวทมนต์ ทำให้ลดทอนอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานการทำงานลงไปมาก

ปกติเครื่องเจาะหินจะมีแบบใช้ลมกับแบบใช้มอเตอร์ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นแบบกระแทก ปลายแหลม (พูดถึงเครื่องมือเจาะที่ต้องการรักษาสภาพก้อนโอริดิค่อนไว้ ถ้าเป็นเครื่องเจาะอุโมงค์ หรือ สร้างรูขนาดไหนจะเป็นแบบหมุน)

การทำงานของมันคือ ปล่อยเวทลมเข้าไปภายในท่อทรงกรวยด้านบนซึ่งพลังเวทจะถูกรีดให้ขนาดเล็กลงตามท่อขนาดเล็ก โดนลมจะไปหมุนเฟืองทดแรงด้านในเพื่อให้ปลายแหลมที่ส่วนท้ายขยับขึ้นลง เมื่อจบกระบวนการเวทลมจะถูกปล่อยออกมาทางสวนปลายเครื่องเพื่อพ่นเศษหินออกไปจากตำแหน่งที่เจาะทำให้การมองเห็นตำแหน่งชัดเจนขึ้น

ผมเริ่มสามารถการทำงานให้ดูโดยการนำส่วนปลายของมันซึ่งคล้ายกับปลายหอกมาประกอบเข้ากับตัวเครื่องและปล่อยเวทลงไป เมื่อเครื่องขุดเจาะทำงาน มันก็เรียกเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องให้ดังกึกก้องทั้งภายในสภาและนอกสภา

“ส่วนปลายของมัน มีเศษแร่โอริดิค่อนเล็กๆฝังอยู่ ทำให้การขุดเจาะแร่โอริดิคอนเพื่อนำมาใช้งานไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่คนที่จะนำมันไปใช้ได้ต้องผ่านการอบรบและฝึกสอนการใช้กับกระทรวงวิจัยและพัฒนาของผมก่อน กิลด์การค้าสายเหมืองแร่ที่ต้องการไปทำงานที่นั่นให้ไปลงทะเบียนรอรับการพิจรณาได้ที่กระทรวงวิจัยและพัฒนาหลังจบประชุมสภา” เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง

“ไม่เพียงแต่กิลด์การค้าสายเหมืองแร่เท่านั้นที่ผมต้องการ เพราะผมจะทำให้ที่นั่นเป็นเขตอุตสาหกรรมใหม่” เสียงเฮดังกระหึ่มสภาอีกครั้ง เพราะการที่ผมประกาศเปิดเขตอุตสาหกรรมใหม่หมายถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ภารกิจ การจ้างงานอีกนับไม่ถ้วน กำลังจะตามมา

“ สมาชิกกิลด์สายก่อสร้างอย่างต่ำ 500 คนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ไปทำงานที่นั่น เพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างของทางการ กิลด์การค้าสายบริการ ทั้งอาหารที่พัก โรงแรม  คงรู้อยู่แล้วว่าควรทำอะไร เชิญเข้าไปจับจองพื้นที่กันได้ กิลด์สายต่อสู้ ผมต้องการคนประมาณ 1000 คนเพื่อช่วยกิลด์ของทางการดูแลด้านความปลอดภัย ส่วนที่เหลือสามารถเข้าไปรับภารกิจต่างๆจากเอกชนได้ปกติ กิลด์การค้าด้านการขนส่งทางทะเล ทางเราจะคัด 3กิลด์เพื่อให้มารับงานขนส่งของทางการ แต่การขนส่งของเอกชน เราเปิดกว้างให้แข่งขันกันเสรี” ผมเดินลงจากโพเดี่ยมและปล่อยให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อยอีกครั้งหลังผมพูดจบ ระหว่างนั้น ผมปล่อยให้ อิทสึมิ คุณมากาเล็ท โซเฟียพูดถึงการจัดการภายในเขตอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังจะเปิดต่อไปซักเล็กน้อย ผมไม่ค่อยได้ฟังซักเท่าไหร่ ยังไงซะที่เรื่องที่พวกเธอพูดก็เป็นเรื่องที่ผมเคยฟังมาตอนนอนอยู่บนเตียงอยู่แล้ว ก็ภรรยาผมทั้งนั้น ทำไงได้ จะปรึกษาหารือกันตัวต่อตัวจะมีช่วยไหนสะดวกกว่าตอนที่พวกเรานอนด้วยกัน .............เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ตอนมีอะไรกันนะเว้ย อย่าคิดลึก ตอนนอนน่ะหมายถึงนอนคุยกันจริงๆ ชิ...

เอลลี่เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีรสชาติคล้ายกาแฟมาให้ผมสองแก้วเพื่อแก้ง่วงก่อนจะลงมานั่งที่บรรลังก์คู่กันอีกครั้ง เมื่อผมดื่มหมดก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปโชว์สิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆที่ไม่เคยมีใครในโลกนี้เห็นมาก่อนให้ทุกคนดูอีกครั้ง

ผมเดินกลับมาที่โพเดี่ยมอีกครั้งโดยมีก๊อบลินเดินตามหลังพร้อมกับลังมากมายตามมา ในลังเหล่านั้นมีทั้งอาวุธ เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์การทำงาน อาหาร ยา และอื่นๆอีกมากมาย ผมโคตรจะเหนื่อยเลยบอกตรงๆ แต่ก็ไม่มีใครจะอธิบายสิ่งของพวกนี้ได้ดีกว่าผม ทำไงได้ล่ะเห้อ

“จากสงครามกับเทพโอลิมปัส ทำให้หลายๆคนเห็นแล้วว่า อาวุธธรรมดานั้นไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะทำลายเกราะและโล่ของฝั่งนั้นได้ เนื่องจากยุทโธปกรณ์ เหล่านั้นล้วนสร้างมาจาก โอริดิค่อนและอีรูเนี่ยม ต้องอาศัยพลังของเวทมนต์เป็นหลักในการทำสงครามครั้งนั้น โชคดีที่กิลด์สายต่อสู้ของพวกเรามีนักเวทย์ชั้นสูงอยู่มากพอ จึงสามารถเอาชนะมาได้” ทุกคนฟังที่ผมพูดอย่างตั้งใจ ผมไม่รอช้าที่จะหยิบอาวุธชิ้นใหม่ในโลกนี้แต่โคตรเบสิกในโลกของผมมาให้ทุกคนดู

“นี่คือปืน อาวุธที่ผมทำขึ้นมา เพื่อให้คนที่ไม่มีพลังเวทสามารถต่อกรกับยุทโธปกรณ์ของเหล่าเทพได้ อาจรวมไปถึง สามารถใช้เวทมนตืได้เลยทีเดียว และนี่จะเป็นอาวุธหลักของกองทัพมนุษย์ในทรานซิลเนีย” ผมโชว์ปืนเล็กๆขนาดใหญ่กว่าฝามือผมเล็กน้อยขึ้นกลางที่ประชุม  เสียงหัวเราะลั่นออกมาจากที่ประชุมทันทีที่เห็น

“อาวุธชิ้นแค่นั้น จะไปทำอะไรได้ครับ ท่านผู้นำความคมก็ไม่มี แถมยังกระจ้อยร้อยแบบนั้น อย่าว่าแต่เทพเลย จะเอาไปสู้กับมอนเตอร์จะไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้” เสียงดังมาไกลๆจากไหนซักที่ในห้องนี้แหละ

 ผมไม่สนใจกวักมือเรียกเฟเรย์ออกมา เธอเดินมาพร้อมกับ โล่อันใหญ่ที่ยึดมาได้จากพวกเทพโอลิมปัส เธอนำมันไปวางไว้บนแสตนด์ที่ผมเตรียมไว้

ปัง ผมเหนี่ยวไกปืนและยิงไปที่โล่ ทุกคนเงียบกริบและตกใจกับผลลัพธ์ตรงหน้า

ปั้ง ปั้ง ปั้ง ปั้ง ผมรัวกระสุนจนหมดลูกโม่ 8นัด  

จากนั้นก็เหมือนเดิม ผมเดินลงจากโพเดี่ยมไปยังโต๊ะน้ำชาที่เอลลี่กางเตรียมไว้  โดยมีคุณมากาเร็ท โซเฟีย และอิทสึมินั่งรอยู่ก่อนหน้า  นั่งมองเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลผู้ร่วมประชุมให้อยู่ในความสงบอีกครั้ง

อื๊มมม.... ชาถ้วยนี้ใครชง” ผมถามเอลลี่ ข้างหลังผมมีเจ้าหน้าที่วิ่งออกมา ดูเหมือนจะเป็นกำลังเสริมเรียกเข้ามาช่วยสินะ

“ฉันชงเองค่ะนายท่าน รสชาติถูกปากหรือเปล่าคะ” เอลลี่ในชุดเมดเอียงหน้าถาม

“กลิ่นหอมของมันที่ลอยออกมาจากถ้วย ช่วยให้ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจิบเข้าไปคำแรกมีรสขมอ่อนๆแตะที่ลิ้นจากนั้นก็กระจายรสหวานออกมาทีละนิดจนทั่วปาก นี่สินะที่เขาเรียกว่าหอมหวาน” ผมพูดชมพลางจิบน้ำชาไป เจ้าหน้าที่อีกคนกำลังลากตัวทูตจากโรมานที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผมกลับเข้าไปนั่งที่

“ไปได้ชานี้มาจากไหนหรอคะ องค์ราชินี” โซเฟียสอบถามถึงที่มา

“ฉันได้เมล็ดพันธุ์มาจากซิลฟ์ และทดลองปลูกดูที่สวน เห็นว่ารสชาติดีจึงแบ่งมาให้ทุกคนลองชิมค่ะ” เอลลี่ขยับเก้าอี้เข้ามานั่งร่วมวงหลังจากเซิร์ฟขาให้ทุกคนเสร็จ

“รสชาติมันมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้นึกถึงชาที่ประเทศนัปปันเลย เอลลี่”อิทสึมิพูดเสริม

“จะว่าไป นิปปันส่งคำเชิญมาให้ทางเราเหมือนกันนะคะ คุณอิทสึมิ” คุณมากาเล็ททำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“เอ๋.................ทำไมไม่บอกผมมั่งล่ะครับคุณมากาเร็ท ผมน่ะอยากไปนิปปันใจจะขาด ติดตรงที่ว่าไม่รู้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรูกับเราเลยไม่กล้าไป” ผมพูดสวนกลับไป

“ทางนั้นเขาตอบปฏิเสธทางฉันค่ะ ท่านจอมมาร เพราะทานิปปันระบุมาว่าต้องการเชิญท่านจอมมารกับคุณอิทสึมิเท่านั้น แม้ทางฉันบอกว่าจะไปในฐานะตัวแทนของท่านมาร แต่ก็ตอบปฏิเสธกลับมา” คุณมากาเร็ทตอบกลับผมมาและหลบสายตาของผมที่จ้องเขม็งไปที่เธอ

“อ่าวผมก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร แล้วทำไม..........”ไม่ทันผมจะพูดจบ เอลลี่ก็พูดสวนขึ้นมา

“ฉันเป็นคนบอกให้ปิดเรื่องนี้ไว้เองค่ะ นายท่าน” เธอมองค้อนมาทางผม

“เอ๋..............” ผมทำหน้างง

“สงครามเพิ่งจบลงไปไม่นาน ฉันกลัวว่านี่อาจเป็นแผนล่อนายท่านออกไป....หรือถ้าเป็นคำเชิญจริงแต่ระยะทางที่อยู่ไกลกันมาก..........เรื่องการเดินทางอาจมีคนซุ่มโจมตีก็ได้......” เอลลี่ก้มหน้าตอบ

“ฉันเห็นด้วยกับท่านราชินีค่ะ”โซเฟียเสริม

“ฉันก็ด้วยค่ะ แม้จะเป็นประเทศของคุณแม่ของฉันก็ตาม แต่ยังไงความปลอดภัยของคุณต้องมาก่อน” อิทสึมิตอบด้วยเสียงหนักแน่น

“รู้แล้วน่าๆ แต่ยังไงก็ต้องหาทางเจรจากับนิปปันอยู่ดี  ฝากคุณมากาเร็ทเจรจาต่อด้วยนะครับ” ผมจิบชาและวานคุณมากาเร็ทต่อ

“ค่ะ ทราบแล้วค่ะ” คุณมากาเร็ทรับปาก

“ไม่แน่ เราอาจจะได้นิปปันเข้ามาเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งก็เป็นได้ จริงสิ การเจรจาคุณมากาเร็ทนำ โอริดิค่อนไปเป็นข้อเสนอด้วยก็ได้นะผมอนุญาติ” ผมพูดเสริม

“ค่ะ  ทราบแล้วค่ะ” คุณมากาเร็ทรับปากอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง

“เอาล่ะ สภาเริ่มสงบแล้ว เดี๋ยวผมขอตัวขึ้นไปอธิบายการทำงานของอาวุธชิ้นใหม่นี้ก่อนนะ”ผมบอกลาทุกคนและเดินขึ้นโพเดี่ยมไปแต่ในหัวของผมคิดถึงเรื่องอื่นไปแล้ว

ผมหยิบปืนออกมาอีกครั้งให้ทุกคนในสภาดู แล้วบอกเขาเกี่ยวกับอาวุธชนิดนี้

“ปืนแยกเป็นสองส่วนใหญ่ๆคือ ตัวปืนและลูกกระสุน”ผมหยิบกระสุนปืนออกมาให้ทุกคนดู

“ที่ทุกท่านเห็นโล่ที่ทำมาจากอีรูเนี่ยมเป็นรูนั้น เป็นเพราะว่า ที่หัวกระสุนนี้คือเศษแร่โอริดิค่อน ภายในตัวกระสุนบรรจุดินปืนไว้ เมื่อมันถูกจุดระเบิดแรงระเบิดจะขับโอริดิค่อนออกมาด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดผลเหมือนกับการใช้หอกแทงด้วยความแรง และที่สำคัญผมกำลังวิจัยเรื่องการบรรจุพลังเวทเข้าไปในหัวกระสุนทำให้สามารถยิงเวทมนต์ออกมาได้จากปืนเล็กๆแบบนี้”เสียงปรบมือดังขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายและไม่มีคนสงสัยในอณุภาพของมัน

 “เอาล่ะ ที่เหลือก็คือการผลิตมันออกมาให้พอใช้กับกองทัพ ซึ่งก็ต้องพึ่งเขตอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังจะเปิด แผนการของผมคือผลิตอาวุธชนิดนี้ให้เพียงพอต่อกำลังพล 5000 คน ภายใน 1ปี ฝากทุกคนด้วย ส่วนสิ่งประดิษฐ์ชิ้นอื่นๆ ท่านผู้สนใจสามารถเข้าไปที่อาคารจัดแสดงของกระทรวงวิจัยและพัฒนาได้หลังจบประชุม และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมประจำปีทุกท่านมาก ผม ลุกซ์ เฟอเรอร์ ในฐานะประธานสภาและผู้นำประเทศขอปิดกระประชุมแต่เพียงเท่านี้ขอบคุณครับ” เสียงปรบมือดังกึกก้อง เจ้าหน้าที่นำทางคณะทูต ผู้แทนเผ่า ตัวแทนของกิลด์ ต่างๆออกจากที่ประชุม 

หลังจากการประชุมอันยาวนานได้จบลง ผมลาทุกคนกลับไปที่ห้องคนเดียวเพื่อคิดแผนการบางอย่าง และในที่สุดผมก็คิดออก

........................................................................

1อาทิตย์ต่อมา

ติ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ผู้คนในปราสาทแตกตื่นเป็นอย่างมากเนื่องจากตั้งแต่ติดตั้งสัญญาณมาไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ต้องใช้มันมาก่อน  

หน่วยราชองครักษ์ทุกหน่วย โปรดทราบ  หน่วยราชองครักษ์ทุกหน่วย โปรดทราบ  

“มีคนร้ายบุกเข้ามาในปราสาทและลักพาตัว ท่านอิทสึมิ พระชายาแห่งประเทศทรานซิลเนีย อนุญาตให้จับตาย ย้ำ อนุญาตให้จับตาย และรีบพาตัวพระชายากลับมาให้ได้โดยเร็ว”

ประกาศ ประกาศ ขอให้เจ้าหน้าที่การท่าปิดท่าเรือทุกแห่งทันทีจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ประกาศ สภาวะฉุกเฉิน

ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ  เนื่องจากมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของกองกำลังความมั่นคงภายใน กองทัพ และเจ้าหน้าที่ของทางการเข้าตรวจสอบพื้นที่อาศัยของท่าน โปรดให้ความร่วมมือ ผู้ใดขัดขืนจะถูกจับกุม

....................................................................

“คุณคะ นี่คุณทำอะไรลงไปรู้ตัวไหมคะ”

“ทั้งประเทศวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ!!” 




NEKOPOST.NET